Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 48

    “ใช่เหตุการณ์นั้นมันทำให้เราหัวหมุนจริงๆนั้นแหละ แต่เรื่องราวทั้งหมดนั้นมันถูกเฉลยมาจากท่านนที ในตอนนั้นเราประชุมลับกันที่ห้องนิรภัยของกองทัพอากาศที่มีความปลอดภัยสูงสุด แต่แล้วท่านนทีก็ปรากฏตัวขึ้นมาพูดคุยกับพวกเรากลางห้องประชุมจากความว่างเปล่า และเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในฟัง” “จริงๆแล้ว ผู้ก่อการร้ายนั้นเกี่ยวกับการสังหารพี่ชายของผู้นำประเทศเกาหลีเหนือ และมีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้” วิเชียรพูดออกมาในขณะที่ยกช้าขึ้นมาจิบๆไปด้วย “ไม่น่าละมีข่าวลือที่ออกมาว่า พี่ชายผู้นำเกาหลีเหนือเสียชีวิตในหมู่ทหารชั้นสูง” วินัยก็กล่าวเสริมไป “ที่สำนักข่าวเองก็เหมือนกันค่ะ เรารู้เพียงกันบางส่วนเพียงเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้รู้ลึกมากเท่าไหร่นัก” อมรรัตน์กล่าวเสริม “เดี๋ยวพ่อจะเล่าต่อให้ฟังก็แล้วกัน ฟังให้จบแล้วประมวนผลตามให้ทันละ” “จริงๆแล้ว การลอบสังหารในวันนั้น เราไม่สามารถรู้แผนการ หรือจับผู้ก่อการร้ายได้เลย ถ้าไม่มีท่านนที เราได้โดนพวกเกาหลีเหนือเล่นงานเป็นแน่ แต่ดีที่ท่านได้บอกแผนการทั้งหมด รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังของแผนการนี้ในพวกเราฟัง จากนั้น................” วิเชียรเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดให้กับทั้งสองคนฟัง ขณะที่เล่าอยู่นั้นในบางครั้งเรื่องราวมันทำให้ทั้งสองตกตลึงไปบ้าง มันผิดจากที่ได้รู้มาเลยโดยสิ้นเชิง จนกระทั้งถึงประโยคสุดท้ายมันยิ่งทำให้เขาสงสัยมาขึ้น “องค์กรลับที่เกิดขึ้นมานั้น ก็เพราะเพื่อท่านทีเพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งทหารตำรวจทุกเหล่าทัพ วงการต่างๆไม่ว่าจะเป็นการเมือง วิทยาศาสตร์ต่างก็ได้รับเลือกแล้วในบางส่วน เราจะคอยช่วยเหลือ และเป็นสาวกของท่านอย่างลับๆก่อนจะถึงเวลาอันควร” “และเราจะต้องช่วยเหลือท่านนทีทั้งต่อหน้า และงานลับหลัง หากตระกูลของเราเป็นถึงตระกูลที่สามารถขึ้นตรงกับเทพ หรือมีความสนิทสนมได้แล้วนั้น ตระกูลของเราจะมีหน้ามีตา และมีชื่อเสียง อำนาจทั้งท่านโลก และทางวิญญาณ” “แล้วเราจะต้องทำอะไรบ้างคะคุณพ่อ” อมรรัตน์กล่าวถาม และมันตรงกับความคิดของสามีเธอพอดี และเขาก็ต้องการจะรู้จริงๆ “วันสิ้นโลกใกล้เข้ามาแล้ว และเทพบางองค์ก็ลงมาจุติแล้วยังโลกมนุษย์ เพื่อที่จะช่วยเหลือพวกเราให้รอดพ้นจากหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” ผบ.ตร ได้กล่าวขึ้นมา “วันสิ้นโลก!!” ทั้งสองกล่าวออกมาอย่างตกใจ “แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นเหรอครับคุณพ่อ” วินัยกล่าวถามต่อ “เรื่องราวทั้งหมดยังไม่มีผู้ใดได้รับรู้ เรารู้เพียงแค่ว่าที่ทวีปเอเชีย มีองค์เทพประจำก็คือ ท่านนที เพียงเท่านั้น ส่วนทวีปอื่นๆมีเทพอีกหลายองค์คอยประจำการอยู่” ทั้งสามเกิดความเงียบขึ้นมา และแน่นอนทั้งหมดกำลังประมวนผลอยู่นั้นเอง ตัดมาทางสวรรค์ที่รวมตัวของเหล่าเทพ เมื่อ 20 ปีก่อนหน้านี้ เทพชายองค์หนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามายังวิหารศักดิ์สิทธิ์ “ท่านองค์เทพเจ้าสูงสุดขอรับ!!” เทพผู้นี้ร้องตะโกนตลอดทางที่เขาได้วิ่งเข้ามา จนองค์เทพสูงสุดได้เอยถาม “เทพแห่งโชคชะตา เจ้ามีเรื่องอันใดกันถึงได้วิ่งหน้าตั้ง ร้องโวยวายมาแต่ไกล” “เรื่องด่วนขอรับท่านเทพ และเรื่องนี้สามารถรับรู้ได้เพียงแค่องค์เทพที่ตำแหน่งตั้งแต่ 10,000 ปีขึ้นไปเท่านั้น” เทพแห่งโชคชะตาเอยออกมา ในขณะที่เทพเจ้าสูงสุดได้หรี่ตามองเล็กน้อย และเขาก็รู้ดีว่ามันเรื่องอะไร ก่อนที่เขาจะเอยขึ้นมา “เรียกรวมตัวเทพตั้งแต่หมื่นปีขึ้นไป และเรียนเชิญมหาเทพองค์ต่างๆมาเป็นการด่วน” เสียงของเทพเจ้าสูงสุดดังขึ้นทั่วสวรรค์ เวลาไม่นานก็ปรากฏเทพองค์ต่างๆกลางหัวประชุมแห่งนี้ ประตูของห้องประชุมได้ถูกปิดตัวลงไป ก่อนที่ทุกคนจะได้พูดอะไรก็เป็นเสียงของเทพเจ้าสูงสุดเอยขึ้นมาก่อน “เอาละ ก่อนอื่นท่านเทพทุกท่านที่อยู่ในที่แห่งนี้คือ มหาเทพ เทพเจ้า และเทพเจ้าโบราณ พวกท่านต่างรู้กันดีอยู่แล้ว ว่าโลกมนุษย์นั้นจะเกิดหายนะขึ้นจากคำทำนาย และเมื่อเทพแห่งโชคชะตาได้กำหนดจากหนังสือแห่งโชคชะตาแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะทำการคัดเลือกบุคคลที่จะลงไปปฏิบัติภารกิจ” “ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องใช้กฎเดิมในการคัดเลือก สู้กันเพื่อจะได้รับเกียรติ์จากภารกิจในครั้งนี้” เทพแห่งสงครามเอยออกมา “ข้าเห็นด้วย” เสียงคะแนนมากมายดังขึ้นยอมรับในการตัดสินใจ แต่เสียงหนึ่งก็ดังขัดขึ้นมาก่อนว่า “พวกเท่าคงไม่ได้หลงลืมไปซินะ จากคนทำนายจะมีเทพองค์หนึ่งที่เป็นจุดสำคัญในการช่วยเหลือ และเทพองค์นั้นถูกกำหนดโชคชะตามาตั้งแต่ยังเกิด” มันคือเสียงของเทพเจ้าสูงสุดที่ดังขึ้นมา “บุตรแห่งเฒ่าความโกลาหล” ทั้งหมดนิ่งเงียบไป เพราะจากคำทำนายแล้ว เทพองค์นี้มักจะสร้างความวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา และมันเป็นทั้งผลดีและผลร้ายกับเหตุการณ์หายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะตัวของเทพองค์นี้คือความไม่แน่นอน “มิต้องเป็นห่วงเรื่องบุตรของเรา เราดูจากดวงจิตแล้ว ลูกของเราเป็นดวงจิตที่รักในมนุษย์” เมื่อเทพแห่งความโกลาหลกล่าวออกมาก็ทำให้เทพที่เหลือสบายใจมากขึ้น และคำตัดสินก็มาถึงว่าจะทำการคัดเลือกเทพรุ่นลูกของพวกเขาทั้งหมด 6 องค์ และ 1 องค์คือบุตรแห่งความโกลาหล ที่ส่งเทพลงไปช่วยเหลือเพียงแค่นี้ ก็เพราะพวกเขามีพลังที่จะส่งลงไปเพียงเท่านี้ และเงื่อนไขก็ยังมีมากมายอีกด้วย อาทิเช่น เทพพวกนี้จะไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ หรือความรู้ด้านใดๆเลย หรือแม้กระทั้งความทรงจำ เมื่อลงไปยังโลกมนุษย์ แต่พวกเขาก็ได้วางแผนกันเอาไว้แล้ว พวกเขาจะมีให้กับเทพแต่ละองค์ และที่พิเศษที่สุดคือบุตรแห่งเทพโกลาหลที่จะได้ตัวช่วยพิเศษกว่าชาวบ้าน ที่สามารถติดต่อกับเทพสวรรค์องค์อื่นๆได้ แต่มีข้อแม้เพียงอย่างเดียว คือ ห้ามบอกเรื่องราวที่สวรรค์เป็นผู้ส่งเขาลงมาทำภารกิจก่อนเวลากำหนด และเวลาที่ได้ถูกกำหนดคือคือในคืนที่โชคชะตาแหงหายนะเหลือเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น และความทรงจำของเทพทั้ง 7 องค์จะหวนกลับคืนมาอีกด้วยในวันนั้น ส่วนพลังประจำตัวของเทพแต่ละองค์จจะได้รับคืนกลับมา ในคืนวันก่อนที่หายนะแห่งจักรวาลจะเกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันการใช้พลังที่เยอะจนเกินไป จนทำให้โลกเสียหายก่อนเวลาอันควรที่หายนะจะบังเกิด พวกเขาตัดสินใจให้เทพแต่ละองค์ไปประจำอยู่ตามจุดต่างๆ และให้เทพแต่ละองค์ดูแลแต่ละทวีปไปเลย เนื่องจากมีเทพที่ทำภารกิจนี้ได้เพียง 7 องค์เพียงเท่านั้น แล้วการประลองคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมก็ได้เริ่มต้นขึ้น มีเทพหลากหลายองค์อยากได้รับเกียรติ์นี้กันอย่างทั่วหน้า จนกระทั้งการคัดเลือกได้แล้วเสร็จในอีก 1 สัปดาห์ต่อมา เทพที่ได้รับเกียรติ์นี้แต่ละองค์ก็ได้เริ่มจุติใหม่ในทันที ตัดกลับมาในปัจจุบัน นทีที่ไม่ได้รับรู้อะไรเลยในตอนนี้ เขาและนนท์เพื่อนรักได้มาส่งเพื่อนพีคเดินทางกลับขึ้นเครื่องบินเพื่อไปเรียนที่กรุงเทพเมืองหลวง เมื่อเสร็จทุกอย่างแล้วเขาก็กลับบ้านไปนอนที่คอนโดของเขาด้วยความเหนื่อยล้า

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน