หมู่โหลวที่ยืนดูอยู่ห่างๆถึงกับต้องตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของหยางจื่อนางแทบจะไม่สามารถเชื่อในสิ่งที่ตนเองเห็นได้ชายหนุ่มที่อยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่สามารถสังหารผู้ที่อยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่5 ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวและไม่ใช่แค่นั้นเขายังสามารถฆ่าคนโดยปราศจากการลังเลนางคิดว่าถ้หากเป็ตัวนางเอง นางไม่สามารถทำแบบนั้นได้อย่างแน่นอนมันไม่เกี่ยวกับฝีมือหรือพลังแต่เป็การเตรียมใจที่จะสังหารคน
"ชั่งเป็นคนที่แข็งแกร่งในทุก ๆด้านจริง ๆนี่คือเหตุผลที่ท่านอาจารย์ให้ข้ามากับเขาสินะเพื่อให้ข้าตระหนักถึงความต่างระหว่างเขาและข้ามันช่างห่างใกลกันเหลือเกิน"มู่โหล่สกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้นวสำหรับนางที่ถือว่าเป็อัจฉริยะที่โด่ดเด่นและถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีมาโดยตลอดเพียงเเค่เอ่ยปากก็มีคนจำนวนมากยอมทำตามคำสั่งของนางแต่เมื่อนางอยู่ตัวคนเดียวนางก็ถึงตระหนักได้ว่าตัวนางยังอ่อนแอในหลายๆด้านเมื่อเทียบกับหยางจื่อ
หลังจากที่หยางจื่อสังหารโจรป่าหมดเเล้วก็รีบช่วยชาวบ้านที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ส่วนใหญ่เสียชีวิตไปเเล้วที่เหลืออยู่ไม่เป็คนแก่ก็เด็กมู่โหลวได้นำอาหารและเสื้อผ้าจำนวนมากออกมาให้ชาวบ้านเพื่อเป็คำขอโทษที่ทั้งสองมาช้า
"พวกท่านไม่ต้องห่วงเดี๋ยวข้าจะแจ้งเรื่องนี้ต่อทางสำนักให้ส่งคนมาช่วยเหลือและก่อสร้างที่อยู่ให้พวกท่านใหม่"มู่โหลวกล่าว"ขอบคุณมากท่านผู้มีพระคุณทั้งสอง" ชาวบ้านกล่าว
"ไม่จำเป็นต้องขอบคุณพวกเราหรอกขอรับมันเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่เเล้ว พวกเราต่างหากที่ต้องขอโทษพวกท่านที่มาช่วยพวกท่านช้าไป"หยางจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงขมขื่น หลังจากที่ทำภารกิจเสร็จสิ้นทั้งสองก็รีบเดินทางกลับสำนักด้วยความรวดเร็วเพราะหยางจื่อได้ข้อมูลที่สำคัญจากหัวหน้าโจรป่าว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้คือสำนักปฐพีคลั่งเมื่อทั้งสองไปถึงสำนักก็ตรงไปยังตำหนักของเจ้าสำนักในทันที"ท่านอาจารย์ข้ากลับมาเเล้ว" มู่โหลวกล่าว
"ทั้งสองคนกลับมาเเล้วรึ ภารกิจเป็อย่างไรบ้าง" เฉินฝ่านกล่าว
"ภารกิจสำเร็จลุล่วงแต่พวกเราไปถึงช้าไปมีชาวบ้านเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมากที่รอดมาได้ส่วนใหญ่เป็นคนแก่กับเด็ก"มู่โหลวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้า "งั้นเหรอ เดี๋ยวข้าจะส่งคนไปรับให้พวกเขามาอาศัยอยู่แถวสำนักของเราเองเพื่อเป็นค่าชดเชยแล้วมีเรื่องอื่นอีกใหม" เฉินฝ่านกล่าว"ท่านเ้าสำนักข้ามีเื่ที่ต้องรายงาน" หยางจื่อกล่าว
"ว่ามาได้เลย"
"ข้าได้ข้อมูลจากปากหัวหน้าโจรว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังในคราวนี้คือสำนักปฐพีคลั่งขอรับ"หยางจื่อกล่าว "อย่างที่คิดเจ้าพวกนั้นเริ่มลงมือเเล้วอย่างงั้นเหรอ"เฉินฝ่านกล่าวออกมาด้วยความโกรธ"เอาละหยางจื่อเ้ารีบกลับไปยังหุบเขาของเ้าเถอะเดี๋ยวอาจารย์ของเ้าจะเป็ห่วง"
หลังจากที่หยางจื่อแยกตัวไปเเล้วเฉินฝ่านก็หันไปทางมู่โหลวเเล้วยิ้มออกมาก่อนจะกล่าว
"ไปทำภารกิจคราวนี้เ้าได้อะไรบ้าง" เฉินฝ่านกล่าว
"ที่ท่านให้ข้าไปกับเขาเพราะท่านอยากให้ข้ารู้ถึงความแตกต่างระหว่างพวกเราอย่างงั้นรึ"มู่โหลวกล่าวด้วยใบหน้าบึ่งตึง "ฮ่า ฮ่าถูกเเล้วเด็กน้อยเพราะเจ้าถูกตระกูลมู่เลี้ยงดูมาอย่างดีมาตั้งแต่เด็กทำให้จิตใจของเจ้าไม่เข้มแข็งเหมือนกับหยางจื่อที่เติบโตมากับการดูถูกเหยียดหยามทำให้เขามีจิตใจที่เข้มแข็งและไม่มีความลังเล" เฉินฝ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ข้าจะจดจำเรื่องนี้ให้ขึ้นใจเมื่อมีภารกิจแบบนี้ในคราวหน้าข้าจะพิสูจน์ให้เขาได้เห็นว่าข้าเองก็สามารถทำแบบเข้าได้"มู่โหลวกล่าวเสร็จก็เดินออกไป "นับว่าคุ้มค่าที่ให้ทั้งสองไปทำภารกิจในครั้งนี้ทำให้เด็กน้อยมู่โหลวเติบโตขึ้นอีกก้าวแต่กับหยางจื่อข้าไม่คิดว่าเขาจะทรงพลังขนาดนี้ไม่ใช่แค่พลังแม้จิตใจก็เข้มแข็งอย่างมากแต่นี่ก็ไม่แปลกจากที่ศิษย์น้องกล่าวเด็กคนนั้นใกล้จะบรรลุรังสีดาบเเล้วถ้าไม่มีจิตใจที่เข็มแข็งพอไม่มีทางที่จะบรรลุระดับนั้นได้แน่" เฉินฝ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม ทางด้านหยางจื่อที่ได้กลับไปยังหุบเขาของตนเองเเล้วได้รายงานเกี่ยวกับภารกิจให้โม่หงเย่ฟังโม่หงเย่ก็พยักหน้าและกล่าวชื่นชมหยางจื่อแต่กลับหยาางจื่อนางมักจะยิ้มออกมาเมื่อได้สอนทักษะดาบให้หยางจื่อแม้แต่ตัวนางเองก็ไม่เข้าในว่าทำไมเมื่อนางอยู่ใกล้ๆหยางจื่อมันทำให้นางมีความสุขถึงแม้นางอาจจะดูเย็นชาในบ้างครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น "ท่านอาจารย์ทำไมสำนักปฐพีคลั่งถึงได้โจมตีสำนักเราอย่างงั้นรึ"หย่างจื่อกล่าวถาม "เรื่องทั้งหมดมันคงเป็นเพราะข้า"โม่หงเย่กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่หมองคล้ำ"เเล้วเื่นี้มันเกี่ยวอำรกับท่านงั้นเหรอ" หยางจื่อกล่าว
"เอาไว้เมื่อเจ้าทะลวงสู่ปราณปฐพีเเล้วข้าจะบอกเจ้า"โม่หงเย่กล่าวเสร็จก็เดินเข้าไปในบ้านทันที หยางจื่อยืนทำหน้าสงสัยแต่เพราะสองเดือนที่ผ่านมาหยางจื่อได้ใช้ชีวิตอยู่กับโม่หงเย่เลยพอจะรู้จักนิสัยของนางถ้าเกิดเรื่องใหนนางอยากบอกนางก็จะบอกส่วนเรื่องใหนนางไม่อยากบอกต่อให้ถามไปสักกี่ครั้งนางก็ไม่มีทางบอก"มังกรสวรรค์ " ทำให้พลังบ่มเพาะของหยางจื่อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งต่อสู้มากเท่าไหร่พลังบ่มเพาะของหยางจื่อก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นดังนั้นหยางจื่อจึงไม่คิดถามอีกแล้วมุ่งเน้นฝึกฝนบ่มเพาะพลังด้วยเส้นชีพจรหยางจื่อที่เริ่มออกไปรับภารกิจบ่อยขึ้นทำให้ศิษย์หลายๆคนในสำนักเริ่มแปลกใจเพราะภารกิจที่หยางจื่อเลือกนั้นมีแต่ระดับยากทั้งนั้นไม่เป็ภารกิจล่าสัตว์อสูรก็เป็ภารกิจสังหารพวกโจรหรือผู้ฝึกยุทธที่ชั่วร้าย
และในตอนนี้เองที่ตระกูลเย่กำลังวางแผนชั่วร้ายเพื่อที่จะสังหารหยางจื่อให้ได้โดยที่ประมุขตระกูลเย่ได้แอบพบเจอกับผู้าุโของสำนักปฐีคลั่งอย่างลับๆ
-----------------------------------------------------------------------------------------