“ที่นี่คือห้องพักของแม่นางหงเอ๋อ เ้าเข้าไปเยี่ยมนางเถอะ หากเป็ไปได้เ้าก็กล่อมนางให้ไปหาหมอเสีย หรือไม่เช่นนั้น...” คนเฝ้าประตูทำสีหน้าลำบากใจ และไม่รู้ว่าเขาควรจะบอกเื่ของแม่นางหงเอ๋อกับหยุนหนิงเอ๋อดีไหม เพราะยังไงมันก็เป็เื่ของคนอื่น เขากลัวว่าความหวังดีของเขาจะกลายเป็ก้าวก่ายเื่ของคนอื่นไปน่ะสิ
“พี่ชายอยากบอกอะไรข้าหรือเปล่าเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อเห็นสีหน้าคิดหนักของอีกฝ่ายก็รู้ว่าเขาคงอยากจะพูดอะไรบางอย่าง นางจึงแต่งเื่ขึ้นอีกครั้ง ต้องบอกว่าั้แ่หยุนหนิงเอ๋อมาอยู่ในนิยายเื่นี้ นางแต่งเื่โกหกมานับไม่ถ้วนแล้วจริงๆ “ความจริงแล้วข้ากับพี่หงเอ๋อเป็ญาติห่างๆ กันเ้าค่ะ นางเคยมีบุญคุณกับข้ามาก แต่ข้าไม่ได้ติดต่อกับนางมานานแล้วเพราะข้าออกเรือนไปอยู่ที่อำเภออื่น พอดี่นี้ข้าพาสามีกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมจึงได้รู้ว่าพี่หงเอ๋อทำงานอยู่ที่นี่ หากท่านอยากบอกอะไรกับข้าหรือรู้ว่าพี่หงเอ๋อมีเื่ทุกข์ใจอะไรขอให้ท่านบอกข้ามาเถิดเ้าค่ะ อย่างไรนางก็เป็ผู้มีพระคุณของข้า ข้าอยากช่วยนาง”
คนเฝ้าประตูได้ยินอย่างนั้นก็ดีใจ เขาเห็นแม่นางหงเอ๋อเข้ามาทำงานที่หอเฟิ่งอวี้แห่งนี้มานาน และรู้ว่าที่นางต้องเข้ามาทำอาชีพที่น่ารังเกียจของผู้อื่นเช่นนี้ก็เพราะความจำเป็ และดูท่าทางแม่นางน้อยคนนี้ก็มีความจริงใจ “ั้แ่ที่แม่นางหงเอ๋อมากู้เงินจากท่านแม่อู๋ เอ่อ...ข้าหมายถึงเ้าของหอเฟิ่งอวี้แห่งนี้น่ะ”
“พี่หงเอ๋อมาขอกู้เงินที่นี่หรือเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ทำไมหงเอ๋อต้องมาขอกู้เงินที่หอนางโลม
“นางเป็เพียงหญิงสาวและอยู่กับมารดาที่ป่วยหนักตามลำพัง ทรัพย์สินอะไรก็ไม่มีแล้วนางจะไปขอกู้เงินที่ไหนได้ถ้าไม่มาขอกู้เงินจากที่นี่”
“โดยที่นางเอาตัวเองมาค้ำประกันอย่างนั้นหรือเ้าคะ”
“ก็ใช่นะสิ เ้าเป็ญาติกับนาง ทำไมเ้าถึงไม่รู้เื่นี้ล่ะ”
“เอ่อ...พอดีตอนที่ข้าแต่งออกไป ท่านป้ายังไม่ป่วยและพี่หงเอ๋อก็ยังอยู่ที่หมู่บ้านน่ะเ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋อรีบตอบเพราะกลัวอีกฝ่ายจะจับพิรุธได้
แต่คนเฝ้าประตูกลับไม่นึกสงสัย เขาจึงพูดต่อ “นางกู้เงินจากท่านแม่อู๋ไปรักษามารดาถึงหนึ่งร้อยตำลึง แต่รักษาไปได้ไม่เท่าไหร่มารดาของนางก็เสียชีวิต หลังจากนั้นนางก็เข้ามาทำงานที่หอเฟิ่งอวี้เพื่อใช้หนี้และอยากเก็บเงินไถ่ถอนตัวเอง ความจริงแล้วหน้าตาอย่างนางจะไปเป็อนุนอกเรือนของใครก็ได้ แต่นางไม่ทำ เ้าก็รู้ว่าถ้าไปเป็อนุบ้านใดแล้วชีวิตหลังจากนี้ก็คงต้องอยู่แต่ในบ้านหลังนั้นไปตลอดจนกว่าจะตาย นางจึงเลือกที่จะรับงานเอง ซึ่งท่านแม่อู๋ก็ไม่ได้ขัด ขอแค่แม่นางหงเอ๋อหาเงินมาใช้คืนได้ ไม่ว่าแม่นางหงเอ๋อจะหาเงินมาได้ด้วยวิธีไหน ท่านแม่อู่ก็ไม่สนใจ เพียงแต่แม่นางหงเอ๋อกลับโชคร้าย...”
“โชคร้ายยังไงหรือเ้าคะ”
“โชคร้ายที่นางไปรู้จักกับชายชราแซ่หม่าเข้าน่ะสิ ชายชราคนนี้เคยเป็ลูกน้องของนักเลงในอำเภอของเรานี่ล่ะ นิสัยเลวร้ายอย่างบอกใครเชียว แม่นางหงเอ๋อมักจะถูกเขาเรียกให้ไปรับใช้อยู่หลายครั้ง และส่วนใหญ่นางจะถูกเรียกให้ออกไปข้างนอก หลังจากนั้นข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นหรอกนะ เพราะเมื่อแม่นางหงเอ๋อออกไปพบชายชราคนนั้นเมื่อไหร่ พอนางกลับมา...นางก็ตกอยู่ในสภาพนี้ตลอด สิ่งที่ข้ารู้ก็มีเท่านี้ล่ะ ถ้าเ้าอยากตอบแทนบุญคุณนางอย่างที่เ้าพูด เ้าก็ช่วยหาเงินมาใช้หนี้และไถ่ถอนตัวนางออกไปเถอะ หากยังปล่อยให้นางทำงานอยู่ที่นี่ มีหวังนางต้องตายไปก่อนที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างที่นางหวังแน่ๆ”
“ขอบคุณพี่ชายมากนะเ้าคะ เช่นนั้นข้าขอเข้าไปพบนางก่อน”
“พี่ต้าจ้วงหรือเ้าคะ วันนี้รบกวนท่านช่วยไปบอกท่านแม่อู๋แทนข้าได้ไหมเ้าคะว่าข้าออกไปต้อนรับลูกค้าไม่ได้แล้ว” หงเอ๋อพูดเสียงเบาโดยไม่หันกลับมามองที่ประตูและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่ต้าจ้วง
หยุนหนิงเอ๋อไม่ตอบและยังมองสำรวจไปรอบห้องก็พบว่าหงเอ๋อใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายจริงๆ เครื่องเรือนที่มีก็คงจะเป็หอเฟิ่งอวี้ที่จัดเตรียมไว้ให้แต่เดิมเท่านั้น
หงเอ๋อไม่ได้ยินเสียงตอบรับเหมือนทุกครั้งก็หันกลับมา แต่คนที่นางเห็นกลับไม่ให้ต้าจ้วง แต่เป็แม่นางน้อยที่นางไม่เคยพบหน้ามาก่อน “เ้าเป็ใคร? แล้วเข้ามาให้ห้องของข้าได้ยังไง”
“พี่ชายคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเป็คนพาข้าเข้ามาเ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋อตอบ
“พี่ต้าจ้วงพาเ้ามาอย่างนั้นหรือ” หงเอ๋อขมวดคิ้ว “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเ้าเป็ใครและเ้ามาพบข้าทำไม แต่ข้าไม่เคยรู้จักกับเ้า เ้ารีบออกไปจากที่นี่เสีย ไม่เช่นนั้นข้ากับพี่ต้าจ้วงจะเดือดร้อน”
“ข้าชื่อหยุนหนิงเอ๋อแห่งหมู่บ้านสกุลหยุน ไม่ใช่ว่าท่านเคยฝากจดหมายฉบับหนึ่งไปให้ข้าหรือเ้าคะ”
“หยุนหนิงเอ๋อแห่งหมู่บ้านสกุลหยุนอย่างนั้นหรือ” หงเอ๋อยิ้มเมื่อนึกขึ้นได้ “เ้าคงเป็น้องสาวของท่านหมอหลินสินะ”
“ใครคือท่านหมอหลินหรือเ้าคะ ข้าไม่เคยรู้จักคนชื่อนี้ แต่ที่ข้ามาพบท่านก็เพราะท่านส่งจดหมายไปเชิญข้า เพราะท่านบอกว่ามีเื่สำคัญเกี่ยวกับตาเฒ่าหม่าจะบอกข้าต่างหาก”
“เ้าไม่รู้จักท่านหมอหลินอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเ้ารู้จักคนที่ชื่อหยุนเฮ่าไหม” หงเอ๋อยังยิ้มให้หยุนหนิงเอ๋ออย่างเอ็นดู เพราะหยุนหนิงเอ๋อมีแววตาคล้ายกับท่านหมอหลินอยู่หลายส่วน
“ท่านรู้จักพี่เฮ่าด้วยหรือเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อแปลกใจ “แล้วทำไมท่านถึงเรียกเขาว่าท่านหมอหลินด้วยล่ะ”
“เื่นั้นเอาไว้เ้าไปถามเขาเองดีกว่า แต่ที่ข้าเชิญเ้ามาวันนี้เพราะข้าอยากจะเตือนเ้า ในเมื่อเ้าเป็น้องสาวของผู้มีพระคุณของข้า เช่นนั้นข้าก็อยากจะเตือนให้เ้าระวังตาเฒ่าแซ่หม่าเอาไว้ เขาตั้งใจจะพาเ้าไปอยู่กับเขาให้ได้ และตอนนี้เขาก็ไปขอความช่วยเหลือจากเ้านายเก่าของเขาแล้วว่าจะให้นักเลงพวกนั้นมาช่วยฉุดเ้าไปเป็ภรรยา”
“ตาเฒ่าหม่าอยากฉุดข้าไปเป็ภรรยาอย่างนั้นหรือเ้าคะ แต่ก่อนหน้านี้เขาเข้าหาครอบครัวของข้าและยังเสนอสินสอดให้ตั้งสิบตำลึง” หยุนหนิงเอ๋อไม่ได้ใ แต่นางกลับเริ่มปวดหัว ทำไมเื่ของนางช่างยุ่งเหยิงวุ่นวายไม่รู้จบเช่นนี้
“ตาแก่นั่นมีเงินมากมายเพียงนั้นที่ไหนกัน”
“เขาจะไม่มีเงินได้ยังไง ก็เขายังมาเรียกท่านไปใช้งานอยู่ไม่ใช่หรือ” หยุนหนิงเอ๋อพูดออกไป แต่เมื่อรู้ว่าคำพูดของตนมีปัญหา “ข้าขอโทษเ้าค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะพูดกระทบท่าน”
“ไม่เป็ไรหรอก อาชีพอย่างข้าก็ทำเื่พวกนี้เพื่อเงินจริงๆ นี่นา เพราะทุกคนล้วนเป็ลูกค้า และไม่ว่าลูกค้าจะมีเงินหรือไม่มีเงิน ข้าก็ต้องไปนอนกับเขาอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” หงเอ๋อพูดยิ้มแต่แววตาของนางกับเศร้ายิ่งนัก ไม่ใช่ว่านางไม่อยากหลุดพ้นจากอาชีพนี้ แต่นางเก็บเงินเท่าไหร่มันก็ยังไม่พอ ยิ่งมีตาเฒ่าหม่าเข้ามาก่อกวน ช่องทางการหาเงินของนางก็แทบจะถูกตัดขาดไปแล้ว
“ในเมื่อท่านรู้จักกับพี่ชายของข้า เช่นนั้นข้าจะเรียกท่านว่าพี่หงเอ๋อก็แล้วกัน ส่วนท่านจะก็เรียกข้าว่าหนิงเอ๋อก็ได้ และเื่ที่ท่านเตือนข้าเกี่ยวกับตาเฒ่าหม่า ข้าต้องขอขอบคุณท่านมาก แต่ท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่เ้าคะว่าถ้าข้าอยากไปพบพี่เฮ่า ข้าต้องไปพบเขาที่ไหน” หยุนหนิงเอ๋อทำท่าคิด “อ้อ...ยังมีอีกเื่ ท่านไปรู้จักกับพี่ชายของข้าได้ยังไงเ้าคะ”
“ข้ารู้จักกับท่านหมอหลินได้ยังไงน่ะหรือ ก็เพราะเขาเคยช่วยเหลือข้ากับท่านแม่มาก่อน”
“เื่มันเป็อย่างนี้นี่เอง แต่ไม่ใช่เ้าค่ะ พี่เฮ่าก็ส่วนของพี่เฮ่า แต่ข้าหมายถึงพี่ชายอีกคนของข้า พวกท่านไปรู้จักกันได้ยังไง”
“พี่ชายอีกคนหนึ่งของเ้าหรือ ใครกัน?”
“หยุนไป๋เ้าค่ะ พี่ชายที่แท้จริงของข้าชื่อหยุนไป๋ ส่วนพี่เฮ่าเป็ลูกพี่ลูกน้อง”
หงเอ๋อยิ้มกับความบังเอิญนี้ “คุณชายหยุนไป๋เป็พี่ชายของเ้าเองหรือ ทีแรกข้าก็นึกว่าเขากับเ้ามีชื่อสกุลเดียวกันเพราะมาจากหมู่บ้านสกุลหยุนเหมือนกันเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็พี่ชายแท้ๆ ของเ้า”
“เขาคือพี่ชายแท้ๆ ของข้าเ้าค่ะ”
“ข้ากับพี่ชายของเ้าเคยพบกันครั้งแรกตอนที่ข้าไปทำงานที่บ้านตาเฒ่าหม่า จากนั้นเขาก็มาหาข้าที่นี่ เขาไม่ได้เล่าให้เ้าฟังหรือว่าเขามาหาข้าทำไม” หงเอ๋อยิ้มถามเพราะคิดว่าหยุนไป๋คงไม่กล้านำเื่ที่เขาหลงรักนางโลมคนหนึ่งไปบอกกับคนในครอบครัวแน่ แต่คำตอบของหยุนหนิงเอ๋อกลับทำให้นางคาดไม่ถึง
“บอกเ้าค่ะ และเขายังบอกอีกด้วยว่าเขาหลงรักท่านและอยากแต่งงานกับท่าน เขายังให้ข้าช่วยไถ่ตัวท่านออกจากหอเฟิ่งอวี้ด้วยนะเ้าคะ”
“เขาบอกเ้าอย่างนั้นหรือ” หงเอ๋อยิ้มเศร้า นี่นางกำลังจะทำลายชีวิตของผู้ชายซื่อๆ คนหนึ่งหรือนี่ “เ้าอย่าไปฟังคำของเขาเลย ตัวข้าเป็เพียงนางโลมที่ผ่านผู้ชายมามาก ไม่เหมาะที่ผู้ชายดีๆ อย่างพี่ชายของเ้าจะมาสนใจ และอีกอย่างหากข้าดูไม่ผิด พี่ชายของเ้าคงมีภรรยาอยู่แล้ว แม้ข้าจะเป็เพียงนางโลมต่ำต้อย แต่ข้าก็ไม่คิดที่จะไปเป็อนุของใคร”
หยุนหนิงเอ๋อพอใจกับความคิดของหงเอ๋อมาก แม้หงเอ๋อจะเป็นางโลม แต่เท่าที่ได้พูดคุยก็ทำให้รู้ว่าหงเอ๋อยังดีกว่าหม่าหลงมากทีเดียว อีกอย่างการที่หงเอ๋อมาเป็นางโลมก็เพราะความจำเป็และความกตัญญู ผิดกับหม่าหลงที่มาจับพี่ชายของตนเพราะ้าปิดบังเื่ฉาวโฉ่ที่เคยทำในอดีต
หยุนหนิงเอ๋อตัดสินใจได้ในทันที “ในเมื่อพี่ชายของข้ารักท่าน ข้าก็จะช่วยเขา และท่านไม่ต้องห่วงว่าท่านจะต้องไปเป็อนุภรรยาของใคร แต่ข้าขอถามท่านได้ไหมว่านับจากนี้ท่านยินดีจะใช้ชีวิตร่วมกับพี่ชายของข้าหรือไม่เ้าคะ”
หงเอ๋อนึกถึงใบหน้าซื่อๆ และคำพูดที่จริงใจของหยุนไป๋ในวันที่เขามาดักพบนางที่หน้าหอเฟิ่งอวี้ ทั้งยังนึกถึงท่าทางเศร้าสร้อยที่นางบอกให้เขาไปหาเงินมาจ่ายเพื่อที่เขาจะได้มาพบกับนาง
“หากว่าเขาหรือครอบครัวของเ้าไม่รังเกียจข้า ข้าก็ยินดีจะใช้ชีวิตร่วมกับเขาไปจนแก่เฒ่า และข้าจะมีเขาเพียงคนเดียว”
“เช่นนั้นท่านก็เตรียมเก็บข้าวของได้เลยเ้าค่ะ”