หลังได้ทราบขีดจำกัดด้านจำนวนของความสามารถนี้แล้ว เขาก็เตรียมจะสำรวจสมบัติวิเศษซึ่งมองเห็นเป็เหรียญหยกต่อไป
แต่ก่อนหน้านี้ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาภายในหัวของเขา นายน้อยสามจึงละความสนใจจากสิ่งนี้ไปยังอีกอย่างแทน
ก่อนอื่นลองทดสอบใช้คำสาปิญญากับสิ่งของดูหน่อย แล้วก็กับศพนั่นด้วย
แม้คำสาปิญญาจะสามารถถอนกลับมาได้ แต่ที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้นำคืนมาจากสมุนิญญา เพื่อทดลองดูกับสิ่งอื่นเลยสักครั้ง
เมื่อมีตราประทับคำสาปิญญาที่ยังว่าง เขาจึง้าทดสอบให้รู้ผลโดยคร่าว ๆ ก่อนจะไปถึงเื่สำคัญอย่างสมบัติวิเศษที่อยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึก
“เอาเป็พู่กันด้ามนี้ก่อนแล้วกัน” โจวเฉินส่งเสียงพูดเบา ๆ พลางมองไปที่พู่กันที่น้องสาวนำมาฝึกเขียนอย่างชั่วร้าย
จากนั้นในฐานะพี่ชายที่แสนดีเขาจึงเรียกแก่นแท้แห่งิญญา ให้ออกมาปรับแต่งของใช้ส่วนตัวของน้องสาวตัวน้อย
ต่อมาพอตราประทับคำสาปิญญาถูกยิงหายเข้าไปในพู่กันได้สักพัก ภาพที่เกิดขึ้นราวกับว่าใจกลางด้ามพู่กัน เห็นเป็เหมือนน้ำวนขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยอักขระลึกลับ
โดยวังวนที่ว่านี้ กลายเป็สิ่งที่ชักนำริ้วแสงจิติญญาเล็ก ๆ จากพื้นที่รอบ ๆ ให้มารวมตัวแล้วถูกกลืนเข้าไปในพู่กันผ่านทางน้ำวน
จนเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไม่ช้าพู่กันธรรมดาสำหรับเด็กก็คล้ายจะมีิญญาเป็ของตัวเอง
จู่ ๆ มันก็สามารถลอยตัวขึ้นมาได้ราวกับเป็ของวิเศษอย่างไรอย่างนั้น แตกต่างจากสมบัติของผู้ฝึกฝนก็ตรงที่มันสามารถเคลื่อนไหวเองได้
โดยไม่จำเป็ต้องคอยควบคุมด้วยััศักดิ์สิทธิ์ เหมือนเช่นอาวุธของผู้ฝึกตนแม้แต่น้อย
วิเศษ วิเศษมาก มันสามารถมอบิญญาให้สิ่งต่าง ๆ ได้จริง จะขาดก็แค่จิตสำนึกเท่านั้น ไหนลองเป้าหมายใหม่สักหน่อย
นายน้อยสามละความสนใจจากพู่กันบินได้ ไปทดลองกับตำรา จากนั้นก็เก้าอี้ แล้วจึงไปต่อที่โต๊ะ ต่อมาก็เป็ชุดที่สวมใส่
โจวเฉินกระทำการทดสอบถอนคำสาป แล้วประทับลงไปใหม่หลายต่อหลายครั้ง เขาทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนพบว่าของใช้ประจำวันแทบทุกสิ่งสามารถสร้างิญญามอบให้ได้ สุดท้ายกลายเป็การทดลองกับศพ และเปลวไฟธรรมดาที่เขาได้จุดขึ้นมาภายหลัง
“บ้าเอ้ย แม้แต่ไฟก็มีิญญาขึ้นมาแล้ว” โจวเฉินอุทานอย่างลืมตัว
ในเวลานี้เขาตกตะลึงจริง ๆ ที่ดวงไฟเล็กจิ๋ว กำลังเคลื่อนไหวล่องลอยในอากาศ บางครั้งก็จะเปลี่ยนการเคลื่อนที่มาวนรอบ ๆ ตัวเขา ราวกับสัตว์เลี้ยงที่น่ารักก็ไม่ปาน
เมื่อได้เห็นอย่างนี้แล้ว ดวงตาของนายน้อยสามพลันเปล่งประกาย ภายในหัวผุดภาพความคิดมากมายฉายผ่านเข้ามา
แต่ไม่ช้าก็ถูกตบหน้าด้วยความจริงบางอย่าง ที่ถูกส่งผ่านมาจากแก่นแท้แห่งิญญาที่กลายพันธุ์ของเขาโดยตรง
เพราะไม่ใช่ทุกอย่าง จะสามารถแก้ไขได้ด้วยคำสาปิญญาเพียงแค่ตราประทับเดียว
ยิ่งสิ่งไม่มีชีวิตนั้น ๆ มีระดับสูง จำนวนที่ต้องใช้ก็ยิ่งสูงตามไปด้วย
นี่จึงกลายเป็ข้อจำกัดที่โจวเฉินไม่สามารถเพิกเฉยได้ ต้องรู้ว่าความสำคัญของความสามารถนี้ เกินกว่าจะนำไปใช้กับสิ่งของไร้ประโยชน์อย่างทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ
เพราะหากนำมาใช้กับสมุนิญญาหรือจะเป็ผู้ฝึกฝน ไม่เพียงจะช่วยให้สามารถควบคุมความเป็ความตายผู้อื่นได้เท่านั้น
แถมยังช่วยให้ิญญาผู้นั้นบริสุทธิ์ จนประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ เพิ่มพูนกลายเป็ 3 เท่าอีกด้วย
แล้วศพนางล่ะ
โจวเฉินหันไปให้ความสนใจกับศพศิษย์หญิงของสำนักชิงหยุน แต่นอกจากจะเคลื่อนไหวได้แล้ว ดูคล้ายจะไม่มีความพิเศษอื่นใดอีก
ในมุมมองของเขา การมอบคำสาปิญญาให้แก่ศพดูเหมือนจะแย่ยิ่งกว่าให้กับสิ่งของเสียอีก
“ไม่มีความทรงจำ พูดก็ไม่ได้ ฐานพลังก็หายไปหมด ใช้กับศพไม่มีอะไรดีเลย” เขาพูดคนเดียวพลางส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง
จากนั้นนายน้อยที่สามจึงถอนตราประทับคำสาปิญญากลับมา โดยเก็บทั้งหมดสงวนเอาไว้ใช้กับสมุนิญญาของเขาเท่านั้น
“น้องชายเฉิน”
ในระหว่างนั้น ลานบ้านของโจวเฉินก็ได้มีแขกมาเยือน ผู้ที่เข้ามานี้เป็สมาชิกตระกูลโจวรุ่นราวคราวเดียวกับพี่ชายคนโตของเขา
ชายผู้นี้เพียงมาส่งข่าวนัดหมายประลองภายในตระกูลเท่านั้น ต่อมาจึงจากไปโดยแลกเปลี่ยนการสนทนากันเล็กน้อย
ความจริงตระกูลโจวก็มีแนวทางการปฏิบัติ ไม่ได้แตกต่างไปจากกองกำลังของผู้ฝึกฝนอื่น ๆ เลย
แต่ละปีจะมีการจัดทดสอบรากิญญาเป็การภายใน แล้วหลังจากนั้น ก็จะมีการจัดแข่งขันการต่อสู้ระหว่างสมาชิกในตระกูล
โจวเฉินเองก็เป็หนึ่งในสมาชิกรุ่นเยาว์อยู่ในเกณฑ์ที่มีสิทธิ์เข้าร่วม แต่ในฐานะที่เขาคือผู้กลับมาจากอนาคตจะสนใจหรือไม่
ผู้ที่จะร่วมประลองก็มีแต่เด็กน้อยในตระกูลเท่านั้น คนที่มีประสบการณ์กวาดล้างนิกายมาแล้วเช่นเขา จะอยากไปรังแกเด็กได้อย่างไร
หากไม่ใช่เพราะมีหลายคนที่คาดหวังให้เขาเข้าร่วม มีหรือที่นายน้อยสามผู้นี้จะให้ความสำคัญกับมัน
ถ้าใช้กับเม็ดยาล่ะ ไม่รู้จะเป็ยังไงบ้าง
หลังจากพี่ชายในตระกูลกลับออกไป โจวเฉินจึงมีโอกาสกลับมาทดสอบความสามารถคำสาปิญญาอีกครั้ง
ทว่าคราวนี้ถูกนำมาประทับลงบนเม็ดยารวมพลัง ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่เขาไม่น้อย
แม้ว่าเม็ดยาคุณภาพความบริสุทธิ์จะไม่เพิ่มขึ้นโดยตรง แต่ดูเหมือนประสิทธิภาพจะสูงขึ้นเป็ 3 เท่า
ยิ่งไปกว่านั้น ยาเม็ดนี้ดูเหมือนจะมีความพิเศษอื่นแฝงอยู่ อีกทั้งมันยังเริ่มเคลื่อนไหวได้เอง สามารถลอยวนเวียนบนอากาศได้ราวกับสิ่งมีชีวิตจริง ๆ
ไม่รู้กินเข้าไปแล้วจะเป็ยังไง ไม่ใช่ว่าตราประทับิญญาจะเข้าสู่ตัวข้าได้ด้วยวิธีการนี้หรอกนะ
โจวเฉินไม่รอช้าใช้มือคว้าเม็ดยามาจากอากาศ แต่ก่อนจะได้ยารวมพลังมาไว้ในมือ
เม็ดยาที่ดูราวสัตว์เลี้ยงเชื่อง ๆ ก่อนหน้านั้น จู่ ๆ พลันแปรเปลี่ยนเป็แสงพุ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของเขายามนี้กลายเป็แข็งค้าง นายน้อยสามนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเม็ดยาที่อุส่ามอบิญญาให้จะทำเช่นนี้กับเขาได้ลงคอ
หากนำไปเล่าให้ผู้อื่นฟัง ใครเล่าจะไปเชื่อ
“บ้าเอ้ย ยาข้าหนีไปต่อหน้าต่อตา” โจวเฉินสบถเสียงดัง จากนั้นจึงทะยานออกไปตามล่าเม็ดยากลับมา
การไล่ล่ายารวมพลังในครั้งนี้กินเวลากว่าพักใหญ่ แต่ท้ายที่สุดกลับไม่สำเร็จ
ยารวมพลังเม็ดนั้นบินเร็วเกินไป ผู้ฝึกฝนรวบรวมพลังขั้นแรกอย่างเขายามนี้ ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ััเงาของมัน
เมื่อนายน้อยสามสังเกตเห็นสิ่งนี้แล้ว เขาที่ไม่มีทางเลือกจึงถอนคำสาปิญญากลับมาในทันที
เม็ดยาที่สูญเสียิญญา ก็ไม่แตกต่างไปจากเม็ดยาธรรมดาทั่วไป จากที่เคยบินในอากาศกลับกลายเป็ร่วงหล่นลงมาบนพื้น
ผลสุดท้ายก็กลับมาอยู่ในมือเขา ก่อนจะถูกประทับคำสาปิญญาอีกครั้ง
แล้วพอพบว่าเม็ดยารวมพลังเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง โจวเฉินจึงฉวยโอกาสนี้ตบเข้าไปในปาก และรีบโคจรพลังดูดซับเม็ดยาในทันที
ไม่ช้าชีพจรพลันััได้ถึงพลังปราณอันมหาศาล ไหลทะลักเข้าเติมเต็มไปตามจุดต่าง ๆ
เทคนิคการฝึกฝนจะกลายเป็ตัวนำทาง ให้พลังจากภายนอกไหลเวียนไปตามเส้นทางที่กำหนด เพื่อเสริมสร้างพลังปราณในตันเถียน
ผู้ฝึกฝนในขั้นตอนนี้ จะเริ่มต้นการดูดซับรวบรวมพลังจิติญญาเข้าสู่ร่าง โดยมีเม็ดยาเป็ตัวช่วยสร้างแรงผลักดัน
แล้วอาศัยเคล็ดฝึกฝนเปลี่ยนแปลงให้เป็พลังของตน และนำไปเก็บไว้ในตันเถียน
เมื่อพลังสะสมได้ถึงขีดจำกัด ผู้ฝึกฝนจะต้องกระทำการทะลวงผ่านขั้นพลัง เพื่อยกระดับฐานพลังการฝึกฝนขึ้นไปสู่ขั้นพลังถัดไป
นี่คือหลักพื้นฐานของขั้นตอนการฝึกฝนในระดับขั้นรวบรวมพลัง แต่เพราะผลของเม็ดยารวมพลังที่มีิญญา จึงทำให้ประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ เพิ่มพูนยิ่งขึ้น
สำคัญไปกว่านั้น ผลลัพธ์พิเศษสุดยังสร้างความตกตะลึงให้แก่เขาเป็อย่างมาก เพราะนอกเหนือจากพลังปราณที่ได้รับแล้ว
การดูดซับเม็ดยารวมพลังเม็ดนี้ ยังช่วยยกระดับความเฉียบคมให้แก่ััศักดิ์สิทธิ์ของเขาโดยตรงได้อีกด้วย
ถึงแม้ผลกระทบจะเป็เพียงเล็กน้อยเอามาก ๆ แต่เท่านี้เขาก็รู้สึกว่า มันดีเกินกว่าเม็ดยารวมพลังทั่วไปอีกหลายขั้น
เสียดายที่คำสาปิญญาไม่ได้ติดมาในตัวข้าด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว ไม่อยากจะนึกเลยว่ามันจะวิเศษแค่ไหน
หลังเสร็จสิ้นจากการดูดซับเม็ดยา และััได้ว่าตราประทับคำสาปิญญาถูกนำกลับมาแล้ว
โจวเฉินจึงเปลี่ยนความสนใจไปที่สมบัติในทะเลแห่งจิตสำนึกต่อทันที
“มันเรียกว่าเหรียญเมฆางั้นเหรอ” เขาเปิดปากพึมพำถึงคำเรียกเหรียญหยกตามที่รับรู้ จากนั้นจิตสำนึกได้จมหายเข้าไปในมิติแปลก ๆ
แต่ชั่วลมหายใจเดียว ความรู้สึกของเขาพลันฟื้นคืนมาอีกครั้ง ร่างกายโจวเฉินในตอนนี้เป็เพียงภาพฉายแห่งจิตสำนึก ไม่ใช่หลุดเข้ามาโดยอาศัยร่างจริง
ภายใต้ความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ โจวเฉินสังเกตว่ากำลังลอยอยู่เหนือเมฆ ภาพเบื้องหน้าเขายามนี้เป็ประตูขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยลวดลายแปลก ๆ มากมาย
โดยใกล้กับหน้าประตูมีพื้นที่ให้ยืนอยู่เล็กน้อย ทั้งยังมองเห็นตำแหน่งสำหรับนั่ง คล้ายกับว่าพื้นที่ที่ว่านี้กำลังถูกใช้เป็โถงประชุมชั่วคราวก็ไม่ปาน
ในขณะนั้นเขาเพียงใช้สายตากวาดสำรวจเล็กน้อย โดยไม่สามารถใช้ััศักดิ์สิทธิ์ตรวจดูได้
ทุกที่มีพลังบางอย่างคอยปิดกั้นััศักดิ์สิทธิ์ด้วยงั้นหรือ
โจวเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะมองดูรอบ ๆ ต่อไป
“ทำแบบนี้ก็ได้” เขายังได้ทราบอีกว่า ภายในนี้สามารถปรับเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ได้
ไม่ว่าจะเป็รูปแบบสถานที่ หรือเครื่องแต่งกาย แทบทุกอย่างปรับแต่งได้ด้วยความคิดของตัวเขาเอง
นายน้อยสามที่เห็นดังนั้น จึงนึกสนุกสร้างหน้ากากหยกขึ้นมา พร้อมปรับแต่งลวดลายใหม่แล้วสวมเข้าที่ใบหน้า จากนั้นจึงออกแบบชุดคลุมที่คิดใช้กับกลุ่มของเขาต่อไป