เว่ยเหมยหนิงเมื่อนั่งในรถก็รู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากรู้ว่ามีความสุขมาก มากจนไม่สามารถหุบยิ้มได้
รถม้าวิ่งจากจวนตระกูลโจวมายังตลาดใช้เวลาแค่2เค่อ เท่านั้น จวนท่านตาช่างสะดวกสบายเสียจริง เมื่อรถม้าจอดที่หมายโจวชางยื่นมือไปรับเว่ยเหมยหนิง ชาวบ้านต่างเมียงมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เว่ยเหมยหนิงเมื่อเห็นว่าโจวชางยื่นมือมารับตนเองก็เอ่ยขอบคุณด้วยเสียงอ่อนหวาน
"ขอบคุณพี่ชายชางเ้าค่ะ"
"ข้านัดสหายไว้ในโรงเตี๊ยม เราเข้าไปข้างในกันก่อนแล้วข้าเสร็จค่อยไปเดินเล่น" โจวชางเอ่ยบอกเว่ยเหมยหนิงก่อนเพราะกลัวนางจะหนีไปเดินเล่นคนเดียว
"เ้าค่ะ"
เว่ยเหมยหนิงจึงขออนุญาตญาติผู้พี่ของตนอยู่รอที่ชั้น2เนื่องจากกลัวว่าพวกเขาจะคุยเื่งาน
'มีคนเคยบอกว่าเมื่อรู้มาก ก็จะตายเร็ว แต่ตอนนี้ข้ายังไม่อยากตาย' เว่ยเหมยหนิงได้แต่เอ่ยในใจ
โจวชางเมื่ออนุญาตญาติผู้น้องเสร็จก็ขอแยกตัวไปหาสหายที่ชั้น3ของโรงเตี๊ยม
ชั้น 2 ของโรงเตี๊ยม
เว่ยเหมยหนิงเลือกโต๊ะที่บรรยากาศดีสามารถมองเห็นผู้คนเดินไปมาตามท้องถนน เมื่อนั่งลงแล้วเสี่ยวเอ้อก็มารอรับรายการอาหาร
เว่ยเหมยหนิงให้เสี่ยวหงนั่งด้วยกันเพราะถ้านางนั่งคนเดียวมันคนจะแปลกพิลึก
"โรงเตี๊ยมฟ้าประทานยินดีต้อนรับขอรับวันนี้คุณหนูใหญ่เว่ยจะรับอะไรดีขอรับ" เสี่ยวเอ้อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
"ข้าขออาหารขึ้นชื่อมาสัก4-5 อย่างและข้าขอชาอย่างดีหนึ่งกา" เว่ยเหมยหนิงสั่งของขึ้นชื่อมาลิ้มลอง
ผ่านเพียง2เค่อ อาหารที่สั่งก็ทยอยวางเรียงบนโต๊ะ
อาหารขึ้นชื่อที่เสี่ยวเอ้อแนะนำเว่ยเหมยหนิงได้แก่ หมูทอดผัดเปรี้ยวหวาน เป็ดย่างหนังกรอบ เต้าหู้ทรงเครื่อง ไก่ตุ๋นเกาลัดและน้ำชาที่แนะนำก็คือชาหลงจิ่ง ที่มีกลิ่นหอมหวานสดชื่น
เว่ยเหมยหนิงทานจนอิ่มก็เริ่มสำรวจสิ่งต่างๆภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้แต่ก็สะดุดลงเมื่อสายตาเหลือบไปเจอชายหญิงคู่หนึ่งเข้าและดูเหมือนว่าทั้งสองคนก็เห็นนางแล้วเช่นกันจึงทำให้ทั้งสองเดินมาทักทายเว่ยเหมยหนิง
"คุณหนูใหญ่เว่ย"
"คุณชายซ่ง? คุณหนูเมี่ยว?" เว่ยเหมยหนิงมองหน้าทั้งสองอย่างประหลาดใจข้าไม่คิดว่าจะเจอทั้งสองคนอยู่ด้วยกันที่นี้ ซึ่งคุณชายซ่งคือคนรักของญาติผู้น้องของเมี่ยวฮวาฮวาแต่ทำไมเขาถึงอยู่ด้วยกัน
'เกิดอะไรขึ้น สองคนนี้กำลังหักหลังแม่ดอกบัวขาวหรอ?' เว่ยเหมยหนิงได้แต่ยุ่งเหยิงในใจ ก่อนจะคิดอะไรไปมากกว่านั้นเหมือนคุณหนูเมี่ยวจะเห็นสายตาที่มีแต่คำถามของเว่ยเหมยหนิง
"ข้ากับพี่เหอผิง เราเป็คู่หมั้นคู่หมายกันเ้าค่ะ"เมี่ยวฮวาฮวารีบแสดงความเป็เ้าของเพราะเมี่ยวฮวาฮวาเองก็หลงรักซ่งเหอผิงมาั้แ่ยังเป็คู่หมั้นของเว่ยเหมยหนิงแต่ทว่าจะให้ทำตัวใสซื่อแย่งมา ก็ทำไม่ได้ ตระกูลของนางแค่ตระกูลขุนนางขั้น3 เท่านั้น ถือว่าด้อยกว่าท่านตาของนางที่เป็ขุนนางขั้น1 ยังมีพ่อเป็ขุนนางขั้น2 และพี่ชายเป็ขุนนางขั้น3
แต่ในเมื่อตอนนี้เว่ยเหมยหนิงต้องถอดหมั้นกับซ่งเหอผิงนั้นเป็เพราะว่าเว่ยอิงอิงใส่ร้ายต่างๆนาๆ และทำตัวเหมือนตนเองถูกรังแกตลอดเวลา
"อ่าาา เป็เช่นนั้นเอง ข้ายินดีกับพวกท่านด้วยเ้าค่ะ"เมื่อได้ยินสิ่งที่เมี่ยวฮวาฮวากล่าวมานั่น เว่ยเหมยหนิงถึงกับไปไม่เป็
'มิใช่ว่าคุณชายซ่งรักกับเว่ยอิงอิงหรอกหรือ' แต่พอมาลองคิดใคร่ครวญดูแล้วคุณชายซ่งหาได้รักเว่ยอิงอิงจากใจจริงไม่คงหวังเกี่ยวดองอำนาจกับตระกูลเว่ยเท่านั้น ตอนแรกคงคิดว่าคนพี่ไม่ดีเอาคนน้องก็ได้ แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้นคงจะตระหนักได้ว่าเว่ยอิงอิงหาได้มีอำนาจใดๆไม่โดยชาติกำเนิดแล้วการเกิดจากฮูหยินรอง เป็ได้มากแค่ฮูหยินรองหรืออนุเท่านั้นตระกูลซ่งถือว่าเป็ที่น่านับถือของชาวบ้านและผู้นำคนปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลัง ซึ่งเป็ขุนนางขั้นที่ 2 อีกด้วย
"อีกสามเดือนข้างหน้าข้าคงต้องขอเชิญคุณหนูเว่ยไปร่วมงานแต่งของพวกข้าด้วยนะเ้าคะ"เมี่ยวฮวาฮวาเอ่ยชวนตั้งใจเพื่อเยาะเย้ย หวังจะได้เห็นใบเศร้าหมองของเว่ยเหมยหนิงแต่ทุกอย่างกับตรงกันข้ามนางไม่เพียงไม่เศร้าแล้ว นางยังยิ้มออกมาเมื่อคนกำลังเจอเื่สนุก
"ว่าที่เ้าสาวเชิญด้วยตนเองเช่นนี้ ไม่ไป ข้าก็คงเสียมารยาแย่เลย"เว่ยเหมยหนิงเอ่ยตอบเมี่ยวฮวาฮวาด้วยคำพูดเหน็บแนม
'หึ เ้าได้แต่งกับคุณชายซ่งแน่ แต่จะด้วยตำแหน่งฮูหยินเอก ฮูหยินรองหรืออนุนั้น ก็ไม่แน่ ผู้ชายโลเล หวังพึ่งแต่อำนาจผู้อื่นหากเจอทางเลือกที่ดีกว่ามีหรือจะปล่อยไป'
"เช่นนั้นข้ากับพี่เหอผิงขอตัวลาเ้าค่ะ"เมี่ยวฮวาฮวาเมื่อได้ยินดังนั้นรีบเอ่ยลาทันทีไม่ใช่นางไม่รู้ว่าเว่ยเหมยหนิงหมายความว่าเช่นไร
'เอ๋ แม่ดอกบัวคงเจอตอก็คราวนี้แหละนะ แค่คิดก็สนุกละ ฮ่าฮ่า'
เมื่อทั้งสองคนบอกลาเว่ยเหมยหนิงก็มองตามหลังทั้งสองคนอย่างคุ้นคิด
'เส้นทางในนิยายเปลี่ยนหรือ ทำไมไม่มีฉากนี้ไม่มีฉากที่พระเอกจะแต่งงานกับคนอื่นในเื่พระเอกแต่งกับนางเอกแค่คนเดียวและแต่งตั้งให้เป็ภรรยาเอกโดยไม่สนใจเสียคัดค้านแม้แน่น้อย'
เพียงไม่นานข่าวลือเื่การหมั้นหมายของคุณชายซ่งกับคุณหนูเมี่ยวเป็ที่โด่งดังทั่วทั้งเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
ตระกูลเว่ย เรือนเว่ยอิงอิง
เพล้ง!!
กรี๊ด!!
เพล้ง!!เพล้ง!! เพล้ง!!
เสียงข้าวของแตกกระจายสลับกับเสียงกรีดร้องดังมาจากข้างในเรือนนอนของเว่ยอิงอิงหลังสาวใช้ได้ยินข่าวลือจากโรงครัวว่าคุณชายซ่งหมั้นหมายกับคุณหนูเมี่ยวและรีบนำมาแจ้งแก่นายตนเอง
"ข้ากำจัดนางเหมยหนิงให้พ้นทางแล้วแท้ๆ แต่นางแพศยาเมี่ยวฮวาฮวากับฉวยโอกาสไป"
เว่ยอิงอิงสบถอย่างโมโหตอนนี้หากใครผ่านมาเห็นคงหวาดกลัวเว่ยอิงอิงเป็แน่ จากสตรีอ่อนหวาน อ่อนโยนน่าทะนุทนอม เป็นางมารในคาบหญิงงามเท่านั้น ประกายไฟฟาดฟันลุกโชติ่เกิดขึ้นั์ตาของเว่ยอิงอิงก่อนกลับมาเป็ปกติเมื่อตั้งสติได้ แต่สั่งสาวใช้ให้ไปปรึกษามารดา
และได้ตัดสินใจส่งจดหมายไปที่ตระกูลเมี่ยวของมารดาเพื่อถามข่าวลือที่เกิดขึ้น
'ลุงใหญ่้าอะไรกันแน่ ไม่รู้หรือไงว่าคุณชายซ่งคือคนรักของหลาน หลานไม่ยอมและข่าวลือนั่นลุงใหญ่ต้องจัดการให้หลาน'