อากาศชื้นจากฝนยังคงเกาะอยู่ตามดอกไม้ข้างทาง พัดพาให้กลิ่นฝนเข้ากระทบกับจมูกผม
'อืม...' กลิ่นพวกนี้เหมือนกำลังพาผมไปที่ไหนสักแห่ง กลิ่นของความเศร้า แต่ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น กลิ่นของความเ็ป แต่ก็ััได้ถึงพลังบางอย่าง
'ฉันแค่อยากให้เธออยู่'
จริง ๆ แล้วกลิ่นก็เหมือนวันนั้น ฝนที่ตกพรำ ๆ และผู้หญิงคนนั้น
'ใช่สิ เ้าแมวตัวนั้นด้วย'
ภาพบรรยากาศ และกลิ่นของวันนั้นแทรกเข้ามาเป็ภาพฉาย ในขณะที่ผมกำลังเดินอยู่บนถนนสายหนึ่ง
ผมกำลังก้มหน้า และภาพของอาจารย์ริโกะ ก็เข้ามาแทรกในหัวอีกครั้ง สลับกับภาพบรรยากาศซ้ำแล้วซ้ำอีก
มันไม่ใช่เื่ใหญ่เสียด้วยซ้ำ แค่แบบประเมินอนาคตเท่านั้นเอง แต่สำหรับผมแล้ว มันกลับทำใจยอมรับไม่ได้
'ยังไงอนาคต ก็มีแต่เื่ร้าย ๆ รออยู่ แล้วความตายอาจเป็สิ่งที่ดีที่สุด'
ผมโตขึ้นมาในครอบครัวที่ดูจะเพียบพร้อมไปซะหมด พ่อทำงานเป็วิศวะโยธาในบริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนแม่เป็เลขานุการในบริษัทนั้น แล้วทั้งสองก็เจอกัน
ผมมีน้องสาวอีกสองคน มันก็เป็เื่ปกติที่ความคาดหวังสูงสุดจะตกเป็ของลูกคนโตสุด
สองคนนั้นมองจากมุมไหนก็ดูมีอนาคตมากกว่าผม ถึงพ่อกับแม่จะไม่ได้แสดงออกมาชัดเจน แต่ประสาทััของผมรับรู้ได้เสมอว่าผมเป็เพียง "ฝุ่นละออง" "ลม" หรือ "ขยะ"
มันไม่ใช่ว่าผมไม่พยายาม ผมพยายามมาตลอด พยายามควานหาทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วกอบโกยมาให้มากที่สุด แต่เหมือนท้ายที่สุด พวกมันก็สลายหายไปอย่างง่ายดาย
ตัวผมในตอนนั้น ไม่สิ ตอนนี้ก็เช่นกัน ผมช่างเปราะบางเหลือเกิน ขนาดที่ว่า ถ้าถูกแตะนิดหน่อยก็อาจแตกสลายไปเลยก็ได้
เหมือนเสียงพวกนั้น ที่คอยสะกิดอยู่ตลอดเวลา แล้วถ้าสักวันมันเข้าใกล้มามากกว่านี้อีกสักหน่อย ผมคงแตกสลายจริง ๆ
'หรือตอนนี้ผมจะไร้ซึ่งจิติญญาไปแล้ว เหลือแค่รอให้ร่างกายนี้พังทลายลงเท่านั้น'
'ฉันแค่อยากให้เธออยู่'
'อืม...อยู่ต่อจนกว่าจะเจอเธอคนนั้นก่อน'
แปะ แปะ แปะ
มีบางสิ่งกำลังกระทบกับพื้นถนน และค่อย ๆ ทวีเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ
ผมเงยหน้าขึ้นเพื่อวัดระยะทางระหว่างทางที่เดินอยู่กับบ้าน
กลิ่นความชื้นรอบตัวค่อย ๆ ส่งกลิ่นที่รุนแรงมากขึ้นอีก
จากฝนที่กำลังพรำ ตอนนี้กำลังก่อตัวเป็ฝนห่าใหญ่อีกครั้ง
'เฮ้อ อีกแล้วเหรอ ทำยังไงดี เกลียดเดือนพฤษภาคมจริง ๆ '
ผมเริ่มออกวิ่งในทันใด