ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังตื่นเต้นดีใจกับปลาที่ฉินซู่จับได้เธอถือปลาสองตัวเอาไว้และลูบคลำมันเล็กน้อย
เธอไม่ได้สนใจหลี่เจียวเจียวเลยแม้แต่น้อยจึงปล่อยเลยตามเลย
หลี่เจียวเจียวขยับเข้ามาใกล้เธอพูดด้วยเสียงออดอ้อนว่า "สมแล้วที่เป็พี่ฉินเก่งสุดๆ ไปเลยค่ะ ใช้เครื่องมืออย่างง่ายก็จับปลาขึ้นมาได้แล้ว"
เธอพูดพลางถอนหายใจ สีหน้าดูน่าสงสารก่อนจะยกมือม้วนปอยผมเล็กน้อย "ที่บ้านฉันไม่ได้กินเนื้อมาหลายวันแล้วดูสิ ฉันผอมลงไปตั้งเยอะแน่ะ"
พูดจบก็ถอนหายใจอย่างน่าสงสารทว่าฝีเท้ากลับไม่ยอมหยุดชะงัก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนั้นก็กลอกตาไปมาหลายรอบพลางก่นด่า 'ยัยผู้หญิงขี้ประจบ' คนนี้อยู่ในใจ
ผู้หญิงขี้ประจบส่วนมากมักจะเป็พวกที่ร้ายลึกน่าเสียดายที่ฉินซู่ไม่ใช่คนโง่ เขามองคนออกทะลุปรุโปร่งเลยทีเดียว
ดังนั้นในระยะสามเมตรเขาไม่ควรเข้าใกล้ผู้หญิงแบบนี้
'ฟิ้ว!'
ฉินซู่สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวในน้ำอีกครั้งจึงลงมือแทงปลาตัวใหม่ได้อย่างแม่นยำปลาตัวเขื่องหนักราวสองจินถูกเสียบไว้บนปลายไม้
"เยี่ยมไปเลย!" ต่งเสี่ยวเสี่ยวปรบมือและยกนิ้วโป้งขึ้นมาชมเขา "ฝีมือจับปลาของนายนี่สุดยอดจริงๆ สอนฉันบ้างได้ไหม..."
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งลุกขึ้นยืน พูดไม่ทันจบหลี่เจียวเจียวก็พุ่งเข้ามาผลักเธอ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเสียหลักกำลังจะลื่นไถลลงน้ำ ฉินซู่จึงรีบพุ่งเข้าคว้าตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมแขน
ส่วนหลี่เจียวเจียวที่ผลักต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เสียหลักล้มลงบนเนินดิน ส่งเสียง ‘โอ๊ย’ออกมาเสียงดัง
และยังไม่ทันได้ตั้งตัวเธอก็กลิ้งตกลงไปในน้ำทันที
‘ตูม!’ เสียงน้ำกระเซ็น
แม่น้ำเล็กๆ สายนี้ไม่ลึกเท่าไหร่แต่กระแสน้ำก็เชี่ยวเล็กน้อยต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นเธอตกน้ำไปแบบนั้นก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆ ฉินซู่ยิ่งแล้วใหญ่
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกระแอมเบาๆฉินซู่จึงปล่อยมือจากเธอ ทั้งคู่มองไปยังหลี่เจียวเจียวที่เกาะกอหญ้าเอาไว้แน่นก่อนจะหันกลับไปมองปลาบนพื้น "ปลาเท่านี้ก็พอให้พวกเรากินแล้วล่ะ"
"งั้นกลับกันเถอะน้ำก็ขุ่นหมดแล้วด้วย" ฉินซู่ไม่ใช่คนโง่การที่หลี่เจียวเจียวจงใจเข้ามาใกล้แบบนี้ แสดงว่ามีเจตนาแอบแฝง
พวกเขาจะไม่ช่วยคนแบบนี้เป็เด็ดขาด
"พี่ฉิน ช่วยฉันด้วยค่ะ!"หลี่เจียวเจียวโกรธจนแทบคลั่งในใจนึกสาปส่งต่งเสี่ยวเสี่ยวไปหลายรอบแล้ว แต่เธอยังคงแกล้งทำเป็อ่อนแอเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ
หลี่เจียวเจียวยังพูดไม่ทันจบฉินซู่กับต่งเสี่ยวเสี่ยวก็สบตากันก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปกลับเข้าไปในหมู่บ้านอย่างไม่ไยดีทำเหมือนกับไม่ได้ยินเสียงของเธอเลยสักนิด
"พี่ฉิน พี่ฉิน!"
เสียงนั้นค่อยๆ แ่ลงเรื่อยๆทั้งคู่ทิ้งเธอเอาไว้ข้างหลัง
หลี่เจียวเจียวตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำเนื้อตัวเปียกปอน ผมเผ้ารุงรัง เธอมองตามแผ่นหลังของทั้งคู่พลางกำหมัดแน่นจนเสียงกระดูกลั่นดังกร็อบ
"โอ้โหนี่มันหลี่เจียวเจียวไม่ใช่หรือไง?" เสียงแซวดังขึ้นมาหลี่เจียวเจียวหันไป ก็พบกับนักเลงจากหมู่บ้านข้างๆ
ดวงตาคู่นั้นกวาดมองสำรวจร่างกายเธออย่างหื่นกระหายราวกับ้าจะมองให้ทะลุปรุโปร่ง
"จะทำอะไร?" หลี่เจียวเจียวขยะแขยงสายตาแบบนี้จริงๆ เธอยกมือขึ้นปิดหน้าอกเตรียมจะวิ่งหนี แต่ถูกนักเลงนั่นคว้าตัวเอาไว้
"แก...แกจะทำอะไร?" หลี่เจียวเจียวหวาดกลัวสุดขีด เธอพยายามคิดหาทางออกในจังหวะที่นักเลงหัวไม้เอื้อมมือขึ้นมาจะลวนลาม เธอก็ยกเท้าถีบเข้าที่จุดสำคัญ่
"อ๊าก!"
นักเลงกุมเป้าะโโหยงทันทีหลี่เจียวเจียวเห็นดังนั้นก็รีบกุมเสื้อผ้าวิ่งหนีกลับบ้าน
เธอโทษว่าทุกอย่างเป็ความผิดของต่งเสี่ยวเสี่ยวเธอเกลียดหล่อนเข้ากระดูกดำจริงๆ
ในขณะเดียวกันต่งเสี่ยวเสี่ยวและฉินซู่ก็กลับมาถึงบ้าน เด็กตัวน้อยสองคนก็รีบวิ่งออกมาต้อนรับ
พอเห็นว่าฉินซู่และต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาด้วยกันเด็กน้อยทั้งสองก็เดินเข้าไปหาฉินซู่ "พ่อครับผู้หญิงคนนี้ดูไม่น่าไว้ใจเลย"
ฉินซู่ได้ยินแบบนั้นเขาก็ก้มลงมองฉินไห่หยาง เมื่อนึกถึงท่าทีของต่งเสี่ยวเสี่ยวในวันนี้เขาก็กระแอมเบาๆ "มีมารยาทหน่อยสิ"
หืม?
ฉินไห่หยางได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกงุนงงพ่อพูดว่าอะไรนะ?
"วันนี้พ่อเขาจับปลามาให้พวกลูกกินตั้งหลายตัวแม่จะเอาไปทำน้ำแกงให้ รอหน่อยนะ เดี๋ยวก็ได้กินข้าวกันแล้ว" ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้ว่าเด็กสองคนนี้ไม่ชอบเธอ เธอจึงไม่อยากเซ้าซี้มากนัก
เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นเองเพราะความทรงจำที่ไม่ดีในตอนแรกนั้นยากที่จะลืม
กับเด็กๆ น่ะ ต้องค่อยเป็ค่อยไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเอาปลาไปจัดการต่อที่ข้างบ้านเธอราดน้ำใส่ตัวปลา ขอดเกล็ดออกอย่างคล่องแคล่ว ล้างทำความสะอาดและควักไส้ควักพุงออกมาจนหมด
ทุกการเคลื่อนไหวเป็ไปอย่างมีระเบียบไม่มีความลนลานแม้แต่น้อย
พอล้างปลาจนสะอาดแล้วก็เริ่มหั่นเป็ชิ้นเธอมองหาเครื่องปรุงในตู้ เมื่อนึกถึงรสชาติอาหารที่พวกเขาชอบแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ตั้งใจว่าวันนี้จะทำปลาต้มเปรี้ยว
เธอใส่ผักกาดดองลงไปเล็กน้อยกลิ่นเปรี้ยวก็อบอวลขึ้นมาทันที
กลิ่นหอมของอาหารลอยออกมาจากในครัวสองพี่น้องที่นั่งอยู่กับฉินซู่ตรงลานบ้าน อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายท้องร้องโครกคราก
พวกเขาแอบมองไปยังห้องครัวอยู่บ่อยครั้งแววตาไปด้วยความคาดหวัง
อาหารหอมขนาดนี้ เมื่อไหร่จะได้กินกันนะ?
"เมื่อกลางวันพวกลูกไม่ได้กินข้าวเหรอ?"ดวงตาของฉินซู่หม่นแสงลงเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีที่เหมือนจะก่อพายุของเขา ฉินไห่หยางก็รีบส่ายหน้า "พวกเรากินจนอิ่มแล้วครับ เธอบอกว่าจะเอาข้าวไปส่งให้พ่อแต่เธอยังไม่ได้กินอะไรเลย"
พอนึกถึงเสียงท้องร้องฉินไห่หยางก็อธิบายอย่างเขินๆ "คงเป็เพราะกลิ่นมันหอมเกินไปน่ะครับท้องมันเลยทนไม่ไหว"
ฉินซู่พยักหน้าครุ่นคิดตอนกลางวันที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเอาข้าวไปส่งเขาก็รู้สึกว่าน้ำแกงไก่มันหอมเป็พิเศษจริงๆ
"เธอ...จะทำอาหารให้พวกเรากินสักสองสามมื้อแล้วก็ขายพวกเราใช่ไหมคะ?" ฉินไห่เยว่ยังเด็กวันนี้ได้ยินฉินไห่หยางพูดแบบนั้น เธอจึงอยากจะมาถามฉินซู่เพื่อให้แน่ใจ
พอได้ยินแบบนั้นสีหน้าของฉินซู่ก็เปลี่ยนไปทันทีเขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว "ใครเป็คนพูด?"
สิ่งที่ฉินไห่หยางกลัวที่สุดก็คือท่าทีแบบนี้ของฉินซู่เขาลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทา ก้มหน้าลง ถึงจะไม่ได้พูดอะไรแต่ท่าทางของเขาก็บ่งบอกทุกอย่างแล้ว
"แม่ไม่ขายพวกลูกหรอก" ต่งเสี่ยวเสี่ยวยืนกอดอกอยู่หน้าประตูห้องครัว แกล้งทำท่าทางดุดัน"ถ้าจะขายพวกลูกจริง แม่จะทำอาหารให้พวกลูกกินเยอะขนาดนี้ทำไมสู้เอามากินเองไม่ดีกว่าเหรอ"
"มากินข้าวกันได้แล้วพรุ่งนี้เช้าแม่ต้องออกไปทำงาน" ต่งเสี่ยวเสี่ยวโบกมือเรียกพวกเขาจากหน้าห้องครัวฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่ได้ยินคำว่า 'ไปทำงาน' ก็ตัวแข็งทื่อไปอีกครั้ง
"พรุ่งนี้เช้าเธอจะไปช่วยหมอตรวจคนไข้ที่สถานีอนามัยในหมู่บ้านน่ะได้เงินเดือนด้วย พวกลูกอยู่บ้านต้องเป็เด็กดีนะ" ฉินซู่พูดก่อนจะเดินเข้าไปในครัว ฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่มองหน้ากันด้วยความงุนงง
พวกเขาไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม?
ฉินไห่เยว่เป็ผู้หญิงพอได้ยินเช่นนั้นก็ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ "เย้พวกเราไม่โดนขายแล้ว ไปกินข้าวกันดีกว่า"
เขามองตามน้องสาวที่วิ่งเข้าไปในครัวฉินไห่หยางแทบไม่อยากจะเชื่อ ความสงสัยยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็เื่ดีหรือเื่ร้ายกันแน่?
ไม่ได้การแล้วเขาจะต้องจับตาดูผู้หญิงคนนี้ให้ดี