ความเร็วมหาศาลของแรงปะทะ... เสียงหวีดหวิวของโลหะที่ฉีกขาด... และแสงสว่างจ้าที่กลืนกินทุกโสตประสาท
นั่นควรจะเป็สิ่งสุดท้ายที่ 'ดี' ได้ััในฐานะมนุษย์บนโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ทว่าความมืดมิดที่ควรจะเป็นิรันดร์กลับถูกรบกวนด้วยความรู้สึกหนึ่งที่เขาไม่คิดว่าจะได้พบเจออีก 'ความเ็ป'
มันไม่ใช่ความเ็ปแบบที่ถูกตั้งค่าไว้ในเกม VR แต่มันคือความเ็ปที่ดิบเถื่อน ราวกับร่างกายถูกบดขยี้ด้วยค้อนเหล็กแล้วนำมาเย็บติดกันอย่างลวกๆ ทุกครั้งที่ลมหายใจลากผ่านปอด เขาจะรู้สึกเหมือนมีเศษแก้วบาดลึกอยู่ในทรวงอก กลิ่นคาวเืข้นคลั่กอบอวลอยู่ในโพรงจมูก ผสมปนเปกับกลิ่นอับชื้นของหินแกรนิตและฝุ่นผงที่ไม่ได้ถูกทำความสะอาดมานานนับปี
เขาััได้ถึงความเย็นเยียบของพื้นหินที่แผ่ซ่านเข้ามาในิัที่แทบจะไร้เรี่ยวแรง ร่างกายของเขานอนระเกะระกะอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์เซื่องซึมลอดผ่านรอยแตกของผนังปราสาทเข้ามาเพียงน้อยนิด
[ ...เริ่มกระบวนการซิงโครไนซ์ิญญา... ]
[ ตรวจพบความเสียหายระดับวิกฤต: อวัยวะภายในล้มเหลว 70%, เสียเืมากเกินขีดจำกัด, กระดูกแตกหัก 42 จุด ]
เสียงที่ไร้อารมณ์ดังขึ้นในหัว มันไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ที่ไพเราะของระบบผู้ช่วยในโลกเดิม แต่มันคือสุ้มเสียงที่ก้องกังวานและทรงพลัง ราวกับมันดังมาจากแก่นแท้ของจักรวาล ลืมตา... เขาต้องลืมตาขึ้นมาให้ได้
"ฮ่ะ... อึก..."
ทันทีที่เปลือกตาที่หนักอึ้งเปิดออก ภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่ห้องฉุกเฉินหรือกองซากปรักหักพังของตึกระฟ้า แต่เป็หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าโปร่งแสงที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ แสงนวลๆ ของมันสะท้อนอยู่ในดวงตาที่พร่ามัวของเขา มันคืออินเตอร์เฟสสถานะที่เขาเคยเห็นทุกวันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทว่าครั้งนี้มันกลับสั่นไหวและมีข้อความสีแดงเตือนภัยกะพริบถี่
[ ประกาศสถานะฉุกเฉิน: ผู้ถือครองกำลังจะดับสูญใน 180 วินาที ]
[ ข้อเสนอจากระบบ Eternal Throne (Core Access): ]
[ ข้อที่ 1: ติดตั้งระบบเวอร์ชั่นทดสอบ - ระบบจะทำการรักษาาแในระดับที่รักษาชีวิตไว้ได้ทันที แต่ฟังก์ชันหลายส่วนจะถูกปิดกั้นจนกว่าจะบรรลุเงื่อนไข ]
[ ข้อที่ 2: ติดตั้งระบบเวอร์ชั่นเต็ม - ปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของระบบทันที ทว่ากระบวนการติดตั้งจะใช้เวลา 10 นาที และร่างกายปัจจุบันจะดับสูญก่อนกระบวนการเสร็จสิ้น ]
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ สมองของ 'แชมป์โลก' ทำงานอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเลือนลาง นี่เป็สถานการณ์ที่เขาไม่เคยเจอในทัวร์นาเมนต์ไหนๆ แต่มันคือการเดิมพันด้วย 'ชีวิต' ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขในเซิร์ฟเวอร์
'เลือก... ข้อแรก...'
เขาเค้นความคิดส่งออกไป เพราะแม้แต่แรงจะขยับริมฝีปากยังไม่มี
[ ยืนยันคำสั่ง: เริ่มต้นการรักษาด้วยระบบเวอร์ชั่นทดสอบ ]
[ ติ๊ง! คะแนนประสบการณ์ (EXP) ปัจจุบัน: 0/100 ]
[ เริ่มการกระตุ้นมานาบริสุทธิ์... ]
ทันใดนั้น ลำแสงสีเขียวอ่อนก็แผ่ซ่านออกมาจากหน้าต่างระบบ มันไม่ได้รักษาาแด้วยการฉายแสงเหมือนในเกม แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนมีน้ำอุ่นๆ ไหลย้อนกลับเข้าไปในเส้นเืที่แห้งเหือด าแที่หน้าอกเริ่มปิดตัวลงอย่างช้าๆ กระดูกที่หักบิดเบี้ยวถูกจัดระเบียบใหม่ด้วยพลังที่มองไม่เห็น ความเ็ปที่เคยทิ่มแทงค่อยๆ เปลี่ยนเป็ความอุ่นวาบที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม
ในขณะที่ร่างกายกำลังถูกซ่อมแซม มวลความทรงจำมหาศาลที่ไม่ได้เป็ของเขาก็พุ่งเข้าจู่โจมสมองราวกับคลื่นั์
เขาคือ 'เดรสมอนด์ เครท'
บุตรชายคนเล็กของบารอนเซดริก เครท ชายผู้ถูกขนานนามในอาณาเขตว่าเป็ 'ไอ้ขี้แพ้'
ภาพความจำฉายให้เห็นเด็กชายผมสีดำที่มีแววตาหวาดกลัวอยู่เสมอ เดรสมอนด์ไม่ใช่คนชั่วร้าย เขาเป็เพียงเด็กที่อ่อนแอและถวิลหาสันติภาพ ทว่าในตระกูลอัศวินที่ยึดถือพละกำลังเป็ใหญ่ ความอ่อนแอคือบาปบริสุทธิ์ ภาพที่เดรสมอนด์ถูก 'โทมัส' พี่ชายคนโตกลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกายเป็ภาพที่เ็ปที่สุด โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดที่ทำให้เขาต้องมานอนประคองลมหายใจอยู่ในห้องมืดแห่งนี้
'เดรสมอนด์... แกมันโง่ที่ไปช่วยนังนั่น' เสียงของโทมัสก้องอยู่ในความทรงจำ
นังนั่นที่โทมัสพูดถึง คือ 'อิซาเบล' พี่สาวผู้ใจดีเพียงคนเดียวที่คอยเป็โล่กำบังให้เดรสมอนด์เสมอมา โทมัสวางแผนจะยกอิซาเบลให้กับขุนนางเฒ่าผู้ฉาวโฉ่ในเมืองหลวง เพื่อแลกกับการสนับสนุนทางการเมืองและเส้นทางสู่ตำแหน่งบารอนที่มั่นคงในอนาคต เดรสมอนด์ที่ดูอ่อนแอคนนั้น กลับรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แอบขโมยใบเบิกทางและม้าศึกเพื่อให้พี่สาวหนีไปในคืนที่มืดมิด
เขาถูกจับได้... และโทมัสก็จัดการสั่งสอนน้องชายของตนเองด้วยกำปั้นและดาบซ้อมที่ไร้ความปราณี ราวกับว่าเดรสมอนด์ไม่ใช่สายเืเดียวกัน แต่เป็เพียงกระสอบทรายที่เอาไว้ระบายโทสะ
"หึ... เป็คนดีที่จุดจบไม่สวยสินะ" เดรสมอนด์ (ในร่างใหม่) พึมพำกับตัวเองขณะที่เรี่ยวแรงเริ่มกลับมา เขาค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่งบนแท่นหินที่ดูเหมือนจะเป็เตียงนอน สภาพห้องโดยรอบช่างซอมซ่อ หนาหนักไปด้วยกลิ่นเยือกเย็นของปราสาทเครทที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเนินเขาสูง 220 เมตร
ปราสาทเครท... 'ผู้พิทักษ์อันสันโดษ'
หัวใจของเขาเต้นรัวเมื่อตระหนักถึงความจริงอย่างหนึ่ง ในเกม Eternal Throne อาณาเขตเครทคือดินแดนที่ถูกทำลายทิ้งไปก่อนที่ผู้เล่นจะเริ่มสร้างตัวละครเสียอีก มันเป็เพียงเชิงอรรถในประวัติศาสตร์ที่ระบุว่า 'ล่มสลายในคืนที่มืดมิดจากการทรยศและการรุกรานของสิ่งชั่วร้าย'
นี่มันคือก่อนที่โศกนาฏกรรมจะเริ่มขึ้น! และเขากำลังสวมบทบาทเป็ตัวละครที่ไม่มีแม้แต่บทพูดในเกมหลัก!
"เคร้ง!"
เสียงประตูเหล็กถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง แสงสว่างจ้าจากดวงไฟเวทมนตร์ภายนอกสาดเข้ามา กระทบกับชุดเกราะสีแดงสดของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงทางเข้า กลิ่นอายของเหล้าและเหงื่อผสมปนเปมากับแรงกดดันที่น่าอึดอัด
โทมัส เครท ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจ้องมองมายังน้องชายที่เขาคิดว่าน่าจะเป็ศพไปแล้ว
"โอ้... ดูสิ ใครกันที่ยังลมหายใจเหลืออยู่" โทมัสก้าวเข้ามาในห้อง เสียงฝีเท้าที่หนักอึ้งกระทบพื้นหิน ดังกังวาน "แกมันเหนียวเหมือนแมลงสาบจริงๆ นะเดรสมอนด์ แต่ไม่ต้องห่วง... ความเมตตาของฉันมีจำกัด"
โทมัสก้มตัวลงมาคว้าคอเสื้อของเดรสมอนด์ขึ้นมาจนเท้าลอยจากพื้น ดวงตาสีฟ้าครามของพี่ชายฉายแววอำมหิต ราวกับจะเผาทุกอย่างให้เป็จุล
"ฟังให้ดี ไอ้ขี้แพ้ เื่ที่แกพาอิซาเบลหนีไป ถ้าแกปากสว่างไปบอกท่านพ่อแม้แต่คำเดียว ฉันจะทำให้แกภาวนาขอความตายมากกว่าที่มีชีวิตอยู่ ตอนนี้แกอายุ 14... เหลือเวลาอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น เมื่อถึงวันบรรลุนิติภาวะตอนอายุ 15 แกจะต้องไสหัวออกจากปราสาทนี้ไปในฐานะผู้ที่ถูกขับไล่ อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องสมบัติหรือตำแหน่งแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว!"
เดรสมอนด์จ้องกลับไปในดวงตาของพี่ชาย เขาััได้ถึงความกลัวที่สั่นสะท้านอยู่ในร่างกายนี้ แต่นั่นมันคือสัญชาตญาณเดิมของร่างเก่า สำหรับ 'ดี' ผู้ที่ผ่านสมรภูมิระดับโลกมานับครั้งไม่ถ้วน สายตาของโทมัสก็เป็เพียงแค่การขู่กรรโชกของนักเลงกระจอกๆ เท่านั้น
เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่จ้องมองด้วยสายตาที่สงบนิ่งและเย็นเยือก
"แกมองอะไร!" โทมัสดูจะหงุดหงิดที่น้องชายไม่อ้อนวอนขอชีวิตเหมือนทุกครั้ง เขาเหวี่ยงร่างของเดรสมอนด์ลงกับพื้นอย่างแรงจนฝุ่นตลบ "จำใส่หัวเน่าๆ ของแกไว้ อีกหนึ่งปี... ขยะอย่างแกจะต้องไปนอนตายข้างทาง!"
โทมัสสะบัดผ้าคลุมสีแดงแล้วเดินจากไป เสียงกระแทกประตูดังลั่นเปรียบเสมือนการปิดกั้นโอกาสสุดท้ายของเดรสมอนด์ในสายตาของคนทั่วไป
เดรสมอนด์ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นมานั่งอีกครั้ง เขาเช็ดเืที่มุมปากพลางแค่นหัวเราะในความเงียบ
"หนึ่งปีงั้นเหรอ..."
[ หน้าต่างสถานะ ]
ชื่อ:เดรสมอนด์ เครท
ระดับ:0
เผ่าพันธุ์:มนุษย์
คุณสมบัติ: พละกำลัง 3, ความคล่องแคล่ว 2, ความอึด 4, สติปัญญา 5, เสน่ห์ 5
อาชีพ:Common
HP:27/90
คะแนนประสบการณ์ (EXP): 0/100
คะแนนทักษะ:ไม่มี
คะแนนคุณสมบัติ:ไม่มี
สถานะ:ปางตาย
ทักษะ:ไม่มี
ความสามารถพิเศษ:ความทรงจำจากชาติที่แล้ว
ตัวเลขที่ปรากฏตรงหน้ามันช่างน่าอนาถใจสำหรับคนที่เคยมีสเตตัสมากกว่า 90 หน่วยมาก่อน แต่ในความอนาถนั้น เดรสมอนด์กลับมองเห็น 'เส้นทาง'
พละกำลัง 3? ความคล่องแคล่ว 2? นี่มันคือค่าสถานะของเด็กที่แทบจะยกดาบไม้ไม่ไหวด้วยซ้ำ แต่เขารู้ดีว่าระบบ Eternal Throne นั้นซื่อตรงต่อความพยายาม หากเขารู้วิธีการที่ถูกต้อง ตัวเลขเหล่านี้จะพุ่งทะยานได้ในเวลาไม่นาน
เขามองออกไปนอกหน้าต่างปราสาทที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันเบื้องล่างเห็นแสงไฟเลือนลางจากหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป ลมหนาวชายแดนพัดผ่านเข้ามาปะทะใบหน้า ความเย็นเยียบนั้นช่วยย้ำเตือนว่าเขามีชีวิตอยู่จริงๆ
'ขายน้องสาว ฆ่าน้องชาย? มันไม่แปลกเลยที่ในเกม... ตระกูลนี้จะล่มสลายเพราะความโง่เขลาของโทมัสและการทุจริตภายในแน่ๆ' เขาคิดพลางขยับนิ้วมือที่ผอมบาง 'แต่ถ้าฉันเป็คนกุมอำนาจนั้นเองล่ะ?'
ความทรงจำของแชมป์โลกเริ่มเชื่อมโยงกับความจริงตรงหน้า เขารู้จักเควสลับ พิกัดของไอเทมในตำนาน และรู้แม้กระทั่งจุดอ่อนของบอสทุกตัวที่กำลังจะปรากฏตัวขึ้นในอนาคต
"โชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้วงั้นเหรอ..." เดรสมอนด์แสยะยิ้ม ดวงตาสีฟ้าครามวาวโรจน์ท่ามกลางความมืด "ฉันจะเขียนมันใหม่ด้วยมือของฉันเอง"
หนึ่งปีต่อจากนี้... โลกจะไม่ได้จดจำชื่อของเขาในฐานะไอ้ขี้แพ้แห่งตระกูลเครท แต่จะจดจำในฐานะชายผู้ปีนป่ายขึ้นมาจากขุมนรกเพื่อทวงคืนบัลลังก์ที่แท้จริง
เขาล้มตัวลงนอน แม้ร่างกายจะยังปวดร้าวแต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องทาบลงมายังปราสาทแกรนิตสีเทา บทเรียนแรกของชีวิตใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว