ยามซื่อ ตลาดท่าเรือในอำเภอ
ที่นี่ค่อนข้างจะคึกคักมีทั้งแบบมีหน้าร้านเป็เพิง ตั้งแผงลอยขาย โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตั้งแผงขายด้วยแต่เพราะไป๋ซู่ซินไม่มีเงินนางเลยเดินออกมาเยื้องๆ ปากทางตรงนี้มีชาวบ้านที่ยืนขาย บ้างก็แบกะดิน แบบไม่เสียเงินค่าที่ไป๋ซู่ซินจึงปูผ้าเก่าๆ แล้ววางถังใส่ปลาทั้งหมดลง ซึ่งถังใส่ปลานี้มีปลาทั้งจากในมิติที่ตกได้และจากลำธารเมื่อเช้านี้รวม65ตัว ซึ่งถือว่าค่อนข้างเยอะพอสมควร
ตอนนี้ก็ถึงเวลาขายของแล้ว ไป๋ซู่ซินจึงสวมบทบาทในโลกเดิมที่เคยทำงานขายของมานับไม่ถ้วน
‘เอาล่ะ ข้าจะรับบทแม่ค้าในตลาดแล้วซีนหนึ่งเทคหนึ่ง แอคชั่น!!’
“เ้าข้าเอ๊ย ปลาสดๆ มาแล้วจ้าปลาสดๆ ใหม่ๆ ตัวใหญ่ๆ สดขนาดที่ว่ายังไม่ตายเลยจ้านำไปทำอาหารนี่เหมือนปลากำลังแหวกว่ายอยู่ในปาก เพราะพวกข้าเพิ่งจับเมื่อเช้านี้เองมีไม่มากนะเ้าคะ ต้องรีบกันหน่อย”
“สองถังฝั่งซ้าย ตัวใหญ่ตัวละ20 อีแปะ ตัวกลาง 15 อีแปะ ส่วนตัวเล็กนั้นไม่มีเ้าค่ะของเราเน้นใหญ่ๆ อวบๆ ส่วนสองถังฝั่งขวา มีขนาดใหญ่ราคาเดียว ตัวละห้าเหรียญเงินเ้าค่ะ”ปลาธรรมดาไปซู่ซินตั้งราคาตลาดทั่วไปที่เขาขายกันแต่สำหรับปลาิญญานั้น นางไม่รู้จะตั้งราคาอย่างไรเพราะถึงแม้จะมีความทรงจำร่างเดิมแต่ทั้งชีวิตก็ไม่เคยซื้อไม่เคยลิ้มชิมรสของสัตว์ิญญาเลยนางรู้แค่ว่าน่าจะมีค่อนข้างมีราคา เลยตั้งไปอย่างมั่วซั่ว
ถึงเด็กทั้งสามจะงงว่าทำไมแต่ละฝั่งมันต่างกันอย่างไรแต่ก็ยังไม่ทันได้ถาม เพราะตอนนี้แผงขายปลาเล็กๆ นี้เกิดความวุ่นวายผู้คนต่างยื้อแย่งกันเพื่อที่จะซื้อปลา
“ข้ามาก่อนเ้าอย่างมาแทรกข้าสิ”
“เพ้ย!ข้ามาั้แ่พวกแม่หนูนี่ยังไม่วางถังเลย เ้าอย่ามาพูดจาไม่รู้ความ”
พอไป๋ซู่ซินเห็นดังนั้นจึงแบ่งหน้าที่ ให้ลั่วหานรับเงินเหมยอิงเฝ้าปลาฝั่งซ้าย หวังฉีโตเฝ้าปลาฝั่งขวา ส่วนนางจะกำกับและคิดเงินให้เองเพราะเด็กๆยังไม่ได้เรียนหนังสือ
“ท่านป้าท่านนี้ตัวใหญ่สามตัวนะขอรับ60 อีแปะขอรับ รับมาพอดีนะขอรับ”
“ลั่วหานๆ ของลุงท่านนี้ด้วยเ้าต้องทอน 80 อีแปะ”
ผู้คนที่มาทีหลังพอเห็นว่าตรงนี้มีความคึกคักก็เข้ามาดูว่าแผงนี้ขายอะไรบางส่วนก็เดินเข้ามาเพราะเห็นว่าคนขายหน้าตางดงามแถมเด็กๆที่อยู่ข้างๆก็อย่างหน้าตาน่ารักน่าชังระหว่างนั้นเองมีพ่อบ้านของจวนตระกูลถังมาหาดูวัตถุดิบในตลาดเพื่อเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับสำหรับบุตรชายคนรองของท่านผู้นำตระกูลที่จะกลับมาจากเมืองหลวงโดยเมื่อเช้าได้ซื้อวัตถุดิบไปบางส่วนแล้วแต่คิดว่าคงไม่เพียงพอและวัตถุดิบที่ซื้อไป ผักก็แคระแกร็นเนื้อสัตว์ก็ได้มาไม่มาก ตอนนี้จึงรีบมาดูเผื่อว่าจะมีวัตถุดิบใหม่ๆ มา
พลันสายตาของพ่อบ้านก็เห็นว่าแผงนี้มีความคึกคักจึงคิดว่าน่าจะมีของดีเป็แน่แท้เลยเดินเข้ามาดูด้วยความที่ฝั่งซ้ายมีชาวบ้านต่อแถวอยู่มากมาย แต่ฝั่งขวาไม่ได้มีคนซื้อเลยเพราะชาวบ้านไม่เข้าใจว่าทำไมฝั่งขวาถึงมีราคาแพงถึงแม้ว่าจะเห็นปลาฝั่งขวามีขนาดตัวใหญ่แต่ก็ไม่น่าจะราคาแพงถึงห้าเหรียญเงินได้
“ขออภัยทุกท่านนะเ้าคะปลาฝั่งนี้ขายหมดแล้วเ้าค่ะ” เหมยอิงกล่าวขึ้นมา
“อะไรกัน ข้ารอตั้งนาน”ชาวบ้านที่ซื้อปลาไม่ทันก็โวยวายขึ้น
หญิงชราอีกคนหนึ่งที่มาต่อแถวก็ได้เอ่ยขึ้นว่า“จะหมดอะไรกัน ทำไมพวกเ้าไม่ขายฝั่งขวาให้ข้าในราคาเท่าฝั่งนี้ล่ะมันได้ต่างอะไรกันเสียหน่อย เ้าคิดจะโก่งราคางั้นรึ”
“เอ่อ นั่นไม่ได้เ้าค่ะราคานี้ท่านน้าข้าเป็คนตั้ง” เหมยอิงกล่าวพลางมองหน้าไป๋ซู่ซิน
“นี่มัน..เ้าไปได้ปลาพวกนี้มาจากที่ไหนรึหนูน้อย”เสียงพ่อบ้านตระกูลถังดังขึ้น
“อ้อ ข้าได้มาจา..” ฉีโต๋วน้อยรีบตอบอย่างกระตือรือร้น เพราะตนยังไม่ได้ขายปลาฝั่งนี้เลย พี่ๆขายกันหมดแล้ว ขณะที่ฉีโต๋วน้อยกำลังจะพูด เสียงของไป๋ซู่ซินก็ดังขัดขึ้นมาก่อน
“ข้าบอกไม่ได้เ้าค่ะ มิเช่นนั้นคงมีผู้คนไปแย่งกันจับปลาแล้วข้าจะขายอะไรได้อีกเล่า”
“ขออภัยที่ข้าเสียมารยาทเ้าขายตัวละห้าเหรียญเงินใช่หรือไม่? ถูกถึงเพียงนี้เชียว! ถ้าอย่างนั้นข้า้าทั้งหมด”
‘ถูกอันใดกันตาแก่คนนี้ดูท่าจะเพี้ยนไปแล้ว’ นี่คือเสียงที่อยู่ในใจของใครหลายคน
“ท่านเพิ่งมา คงไม่รู้อะไรสินะอย่าได้ถูกเด็กพวกนี้หลอกเชียว ก่อนหน้านี้แผงนี้ขายราคาไม่กี่สิบอีแปะเท่านั้น”เสียงชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยเตือนพ่อบ้านถัง
“ใช่ๆถึงแม้ปลาจะตัวใหญ่และสด แต่ราคาไม่มากมายถึงเพียงนั้นหรอก” นี่ก็ชาวบ้านอีกคนที่พยายามห้ามปรามพ่อบ้านถัง
“ไม่หรอกๆข้าว่าปลาพวกนี้ถูกไปด้วยซ้ำ ข้ายินดีที่จะจ่าย” พ่อบ้านถังเอ่ยอย่างตื่นเต้นปลาิญญาราคาไม่กี่เหรียญหากไม่เรียกว่าถูกจะเรียกว่าอะไรได้อีกเล่า
“ทั้งหมด 18 ตัว เป็เงินเก้าเหรียญทองเ้าค่ะ”
“ขอบใจมากแม่หนูนี่เงินค่าปลาของพวกเ้าพอดีนะ”
“ขอรับ ขอบพระคุณขอรับ”ในที่สุดฉีโต๋วน้อยก็ขายปลาได้หมดและได้รับเงินจากพ่อบ้านถังด้วยตัวเองพลางยิ้มอย่างดีใจ เพราะทีแรกตนคิดว่าจะขายไม่ได้เสียแล้ว
พ่อบ้านถังและบ่าวอีกคนยกปลากลับจวนด้วยความเร่งรีบโดยทิ้งไว้เพียงแค่ความงุนงงของชาวบ้านที่เหลือ ว่าทำไมพ่อบ้านถังถึงยอมจ่ายค่าปลามากมายถึงเพียงนั้น
“เอาล่ะ วันนี้ขายได้ทั้งหมดเก้าเหรียญทอง855 อีแปะ พวกเ้าอยากซื้ออะไรกันหรือไม่เก้าเหรียญทองนี้ข้าจะเก็บไว้เป็เงินของครอบครัวข้าสัญญาว่าจะไม่ใช้เงินนี้เด็ดขาด” ไป๋ซู่ซินเอ่ยถามเด็กๆ
ต้องบอกก่อนว่า ค่าเงินในโลกนี้นั้นหนึ่งเหรียญทองเท่ากับสิบเหรียญเงินและหนึ่งเหรียญเงินเท่ากับหนึ่งร้อยอีแปะ ชาวบ้านทั่วไปที่ทำงานรับจ้างได้วันนึงเฉลี่ย30-60อีแปะ โดยหวังเซี่ยหยางนั้นมีรายได้จากการก่อสร้างหรือแบกหามเพียงแค่30 อีแปะเท่านั้นพอวันนี้เด็กๆเห็นเงินที่ขายปลาแค่วันเดียวได้มากถึงเพียงนี้ก็ตื่นเต้นเป็อย่างมาก เหมยอิงถึงกับน้ำตาไหลแต่ถึงกระนั้นก็ยังลังเลทีี่จะใช้เงิน พอไป๋ซู่ซินเห็นดังนั้นจึงคิดว่าเด็กน้อยพวกนี้คงไม่กล้าใช้จ่ายเป็แน่แท้ถ้าจะให้แบ่งส่วนที่เหลือเท่าๆ กันมากไปก็คงไม่ดี น้อยไปก็รู้สึกไม่สบายใจ นางจึงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง