อวี้หนิงซวง
ที่ได้ข่าวจากคนรู้จักในหมู่บ้านว่าอดีตหลานชายที่ตนวางแผนขับไล่และขับชื่อออกจากตระกูลอย่างอวี้เหิงเยว่ล่าหมูป่ามาได้หนึ่งตัวก็บังเกิดโทสะความโลภเริ่มครอบงำใบหน้าอวบอ้วนเริ่มบิดเบี้ยวไปมาด้วยความโมโหและความไม่พอใจจึงรีบกลับบ้านในระหว่างที่กลับรถม้าของนางก็บังเอิญสวนกับเกวียนเทียมคันหนึ่งหากสังเกตุสักนิดนางจะได้เห็นว่าคนที่นั่งอยู่บนเกวียนนั้นคือคนที่นางกำลังหมายหัวอยู่ ในใจของอวี้หนิงซวงตอนนี้เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาหากไม่เป็เพราะแม่ของพวกมันป่านนี้นางคงจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ไม่ใช่อยู่กับผัวที่โง่เง่าอย่างเช่นอวี้หรงซ่าน
เมื่อไปถึงนางก็ได้ชักชวนอวี้เจียวเมิ่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนในวัยสิบห้าหนาวเดินทางไปยังท้ายหมู่บ้านซึ่งเป็ที่สามพี่น้องอาศัยอยู่ระหว่างทางนางได้พูดคุยกับลูกชายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"อาเจียว เมื่อไปถึงบ้านของพวกเด็กนั่นหากมีอะไรที่มีค่าก็หยิบออกมาให้หมดเข้าใจที่แม่บอกหรือไม่? ลูกรัก"
"ขอรับข้าหยิบออกมาไม่ให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวเลย"
"ดีมากเลยจ้ะหากเราได้เนื้อทั้งหมดกลับมาด้วยจะดีมากกว่านี้อีกนะ" นางหมายมาดในใจ
ได้ฟังสิ่งที่มารดาบอกว่าจะได้เนื้อกลับบ้านไปด้วยั์ตาเด็กหนุ่มก็ฉายแววยินดีอย่างปิดไม่มิด"ของทั้งหมดในบ้านพวกมันก็คือของของเรา เช่นนั้นพวกเรารีบไปเถอะท่านแม่"
สองแม่ลูกยิ้มให้กันอย่างรู้ทันโดยที่ไม่ต้องพูดสิ่งใดให้มากความก็รีบเดินขึ้นมานั่งบนรถม้าเพื่อไปยังท้ายหมู่บ้านด้วยความสุขใจ หารู้ไม่ว่าบางทีการที่พวกเขาไม่ไปที่ท้ายหมู่บ้านมันอาจจะดีกว่าทว่าความโลภของคนได้บดบังศีลธรรมอันดีงามไปจนหมดสิ้นหลงเหลือไว้เพียงมารร้ายที่้าแย่งชิงโดยไม่สนว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด ควรกระทำหรือไม่ควร
ไม่นานก็มีรถม้าวิ่งมาหยุดใกล้ ๆต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าบ้านเพียงจิบชาก็ปรากฏร่างสองแม่ลูกเดินเฉิดฉายเข้ามาด้วยท่าทางหยิ่งยโสพลันได้กลิ่นหอมของไก่ย่างคลุ้งไปทั่วบริเวณทำเอาอวี้ิซวงและอวี้เจียวเมิ่งถึงกับกลืนน้ำลายด้วยตาเป็ประกายก่อนจะเดินตามกลิ่นหอมนั่นไป ก็พบว่าเด็กคนที่นั่งย่างไก่อยู่นั้นคือคนคนเดียวกับที่นางไล่ออกจากตระกูลมา
"แหม่!!มีเนื้อให้กินทั้งทีไม่คิดจะนำไปแบ่งให้ข้าที่บ้านใหญ่บ้างอย่างนั้นรึ? ช่างเป็เด็กที่เนรคุณเสียจริง"แรกเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทว่า่หลังกับเต็มไปด้วยการตำหนิกึ่งบังคับแล้วเดินเข้าไปแย่งไก่ที่อวี้เฉิ่งรุ่ยกำลังย่างไว้อย่างคนเหนือชั้น
ทำเอาอวี้เฉิงรุ่ยถึงกับสะดุ้งเพราะไม่คิดว่าป้าสะใภ้คนนี้จะมาเหยียบที่บ้าน ในใจก็พลันกระวนกระวายก่อนพึมพำออกมาเสียงเบาหวิว 'แย่แล้วหากอวี้ิซวงมาที่นี่แสดงว่าของที่อยู่ด้านในตอนนี้มีหวังโดนนางขนกลับไปจนหมดบ้านแน่ ๆ ไก่ย่างก็โดนเอาไปแล้วด้วย'
"ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือไงเ้าเด็กเหลือขอ" น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวทว่ามืออีกข้างก็ฉีกไก่กินไปด้วยโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร
'แย่แน่ ๆ พี่ใหญ่ก็ไม่อยู่น้องเล็กก็ยิ่งไม่สู้คนเสียด้วย'อวี้เฉิงรุ่ยสับสนกระวนกระวายจนคิดอะไรไม่ออก "ดะ...ได้ยินขอรับท่านป้า"
"หึนึกว่าจะเป็ใบ้เสียแล้ว" ก่อนจะหันสั่งบุตรชายตนเอง "อาเจียวไปค้นให้ทั่วเจออะไรก็เอามาให้หมด"
"ได้เลยท่านแม่ข้ารอคำนี้อยู่" อวี้เจียวเมิ่งพูดด้วยน้ำเสียงสะใจ
"หยุดนะพี่เจียวเมิ่งหากท่านเอาไปแล้วพวกข้าจะเอาอะไรกิน" อวี้เฉิงรุ่ยรีบปรี่เข้าไปขวางทางญาติผู้พี่ทันที
"นั่นมันเื่ของพวกเ้าหาไม่ใช่เื่ของข้าไม่?" มือคนตัวโตกว่าผลักเขาจนเซไปด้านข้าง"ออกไป๊!! อย่ามาเกะกะขวางทางข้า"
อวี้ิซวงยืนมองการกระทำของบุตรชายด้วยความภูมิใจ'ช่างเก่งกาจเหลือเกินลูกชายข้า'
อวี้เจียวเมิ่งใช้เวลาหนึ่งเค่อรื้อค้นในบ้านจนข้าวของกระจัดกระจายไปทั่วเขาหยิบทุกอย่างที่ใช้ได้ออกไปหมดทว่าสามพี่น้องช่างโชคร้ายนักเมื่อเสียงของหล่นดังสนั่นทำเอาไก่ที่อยู่ในโอ่งใบเก่าส่งเสียงร้องออกมาด้วยความใสองแม่ลูกได้ยินเสียงก็หันไปมองอวี้เฉิงรุ่ยเป็ตาเดียวกัน ก่อนจะเดินไปหยิบท่อนไม้ที่รถม้ามารุมทุบตีอีกฝ่ายเต็มแรงปากก็ก่นด่าเสียงดังลั่น
"นี่แหนะบังอาจเอาของไปแอบข้า" อวี้หนิงซวงทุบไปจนสุดแรง
"ข้าจะทุบเ้าให้ตายเสียเ้าโง่"ด้านอวี้เจียวเมิ่งก็ไม่น้อยหน้า บันดาลโทสะทุบตีญาติผู้น้องอย่างบ้าคลั่ง
อวี้จื่อลู่หลังกลับจากริมลำธารก็มุ่งหน้าเดินมาหาพี่รองแต่กลับพบกับภาพที่ะเืใจเข้าอย่างจัง เมื่อเห็นพี่ชายโดนรุมทุบตีอย่างไม่ปราณี"หนอย อีแก่! ไอ้ขยะเน่า! อย่าอยู่เลย" นางะโเสียงดังลั่นอารมณ์ครุกครุ่นเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ คล้ายว่าจะลืมตัวว่าตนเองพ่นวาจาใดออกมา พลางเหลือบตามองไปทางอวี้เฉิงรุ่ยกลับต้องยกยิ้มเย็นเมื่อเห็นสภาพพี่ชายมุมปากแตกเืซิบแต่ก็ยังพยายามยกนิ้วชื่นชมให้นาง แม้ว่าตนเองจะโดนทุบตีจนบอบช้ำก็ตาม 'แบบนี้แปลว่าไฟเขียวแล้วสินะขอบคุณเ้าค่ะพี่รอง แม่จะตบให้ยับเลยคอยดู' พลางทำท่าส่งจุฟไปให้ทำเอาอวี้เฉิงรุ่ยนิ่งงันไปชั่วขณะ
ทว่ากลับมีเสียงของหญิงวัยกลางคนร้องแว๊ด ๆออกมาให้รำคาญใจ "นางเด็กไม่มียางอายอายุเพียงแค่สิบหนาวแต่กระทำไม่ต่างจากหญิงสาวจากหอนางโลม"
ไม่ทันที่นางจะได้อ้าปากสวนกลับผู้เป็ป้าก็มีเสียงพี่รองแทรกขึ้นมาเสียก่อน ทำเอานางต้องรีบเก็บเสียงเก็บปากอย่างไว
อวี้เฉิงรุ่ยถึงกับหน้ามืดครึ้มเมื่อได้ยินวาจาของอดีตป้าสะใภ้กล่าวว่าน้องสาวของตนจึงได้ปล่อยแรงกดดันออกมาโดยไม่รู้ตัว "เชิญท่านไสหัวออกไปจากบ้านข้าที่นี่ไม่ต้อนรับท่าน" เขาพูดออกมาโดยไม่รักษามารยาทอีกต่อไป น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาทำเอาคนฟังหนาวเหน็บเข้าไปถึงกระดูกก่อนจะตวัดสายตาไปไล่มองอวี้เจียวเมิ่งผู้มีเป็ลูกพี่ของตนด้วยสายตากดดันแต่นั่นมันก็กลายเป็อดีตไปแล้วตอนนี้ครอบครัวที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวของเขานั้นคือพี่ใหญ่และน้องเล็กหาใช่คนตรงหน้าทั้งสอง
"มองหน้าข้าเช่นนี้อยากเจ็บตัวมากสินะเ้าตัวขยะ"
อวี้จื่อลู่ยืนฟังที่ทั้งสามโต้เถียงกันไปมาจากอารมณ์ที่สงบก่อนหน้านี้กลับปะทุขึ้นมาอีกครั้งเมื่ออวี้เจียวเมิ่งก่นด่าว่าพี่รองของนางเป็ขยะ พลังที่มองไม่เห็นค่อย ๆไหลรวมมาที่ร่างกายของนางอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะยกฝ่าเท้าน้อย ๆถีบเข้าให้กลางท้องของอีกฝ่าย ทำให้อวี้เจียวเมิ่งกระเด็นไปชนต้นไม้อย่างแรง
"เ้าสิขยะหาใช่พี่ชายข้าไม่!"ใบหน้าของเด็กน้อยประเดี๋ยวดำประเดี๋ยวแดงเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธที่พุ่งสูงก่อนจะเดินเข้าไปหานางอวี้หนิงซวงที่ยืนดูอยู่ด้านข้าง พลางเอื้อมไปหยิบเก้าอี้ติดมือมาด้วยจนมาหยุดตรงหน้าของอดีตป้าสะใภ้ จากนั้นก็วางเก้าอี้แล้วโยกดูว่ามั่นคงหรือไม่เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วนางก็พาร่างน้อย ๆขึ้นไปยืนบนเก้าอี้แล้วลงมือตบลงไปบนหน้าของหญิงวัยกลางคนโดยไม่ออมแรงแม้แต่นิดเดียว
อวี้หนิงซวงที่โดนเด็กน้อยวัยสิบหนาวตบหน้าถึงกับใบ้และติดอ่างไปชั่วขณะ "นะ...นี่ เ้ากล้าตบข้าเช่นนั้นรึ?"
"ทำไมจะไม่กล้า"ก่อนจะลงมือตบไปที่ใบหน้าอีกครั้งจากนั้นอวี้จื่อลู่ก็ลงมือตบระรัวโดยไม่มีการออมมือนางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ ๆ ร่างกายถึงมีพละกำลังเช่นนี้แต่ก็เป็โอกาสที่ดีที่จะได้เอาคืนคนบ้านใหญ่ 'รู้สึกสะใจดีแท้ถึงแม้ว่าพอนานไปจะเริ่มรู้สึกเจ็บมือแล้วก็เถอะ'
อวี้เฉิงรุ่ยมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึงไม่คิดว่านางจะสู้คนและตอบโต้กลับได้ยอดเยี่ยมเช่นนี้ 'นี่ใช่น้องสาวของเขาอย่างนั้นหรือข้ามิได้ตาฝาดไปใช่ไหม'
"นางเด็กสารเลว" ฝ่ามือใหญ่กำลังฟาดลงไปกระทบบนใบหน้าเด็กสาวตัวน้อยทว่า! กลับมีร่างของเด็กหนุ่มพุ่งเข้ามาเสียก่อน
"อย่ามายุ่งกับจื่อเอ๋อร์นะ"อวี้เฉิงรุ่ยไม่รอช้าก็พุ่งตัวเข้าไปผลักอวี้หนิงซวงจนล้มลงไปนั่งกับพื้นแตะอะไรก็แตะได้แต่อย่ามาแตะต้องน้องสาวเขา
อวี้หนิงซวงลุกลี้ลุกลนล้มลุกคลุกคลานไปหาบุตรชาย ก่อนจะพยุงตัวขึ้นมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบแม้ว่าจะเ็ปบนใบหน้าหรือตามเนื้อตัวสักเพียงใดนางก็ต้องฝืนทน"อาเจียวลุกขึ้นไปเร็วเข้า"เมื่อเห็นท่าไม่ดีสองแม่ตั้งใจจะรีบวิ่งไปขึ้นรถม้าเพื่อกลับ แต่เด็กน้อยกลับไวกว่า
อวี้จื่อลู่ยืนถือมีดเล่มใหญ่จ่อไปตรงหน้าอวี้หนิงซวงด้วยความเืเย็น'ชาติก่อนเคยพลาดมาแล้วมาชาตินี้อย่าหวังว่านางจะยอมอยู่เฉยให้รังแก' "จะไปข้าก็ไม่ว่าหรอกแต่อะไรที่เป็ของข้าช่วยเอาออกมาวางคืนให้ครบเสียอย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะเ้าคะ" นางยิ้มชวนสยองส่งไปให้สองแม่ลูกด้วยแววตาอำมหิตพร้อมที่จะฆ่าจริงๆ หากอีกฝ่ายเกิดตุกติกไม่ยอมคืนทั้งหมด
สองแม่ลูกถึงกับร่างสั่นสะท้านตื่นกลัวพวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าเด็กน้อยเพียงแค่สิบหนาวจะมีบรรยากาศแผ่ออกมารอบตัวได้น่ากลัวเช่นนี้นางจึงรีบนำทุกอย่างมาวางไว้ แล้วหันหลังกลับวิ่งขึ้นรถม้าไปโดยลืมความเ็ปเสียสนิทสองพี่น้องยืนมองรถม้าวิ่งออกไปด้วยแววตาเย้ยหยัน
"ไปเลย ชิ้ว! ชิ้ว!ยายป้ามหาภัยกับขยะเน่าตัวเหม็น" นางะโไล่หลังสองแม่ลูกเสียงดังแต่ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อนางและพี่ชายพูดออกมาเป็เสียงเดียวกัน
"สมน้ำหน้า / สมน้ำหน้า"ทั้งคู่ต่างมองหน้ากัน ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นบริเวณหน้าบ้าน