..... ภายในชายป่านอกเมืองหานโจวทางทิศเหนือ ขบวนของมู่ปิงปิง ได้เข้ามายังป่าลึก ที่แห่งนี้บริเวณสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม่ขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ จนพื้นถนนขาวโพลน ขบวนม้าของพวกนางก็หยุดลง
" เรียนคุณหนู บริเวณนี้ละขอรับที่ชาวบ้านบอกว่าเคยพบหมาป่าปรากฏตัวบ่อยๆ " นายกองโป้รีบเอ่ยออกมา
มู่ปิงปิงพยักหน้ารับ " อืม บอกให้ทุกคนระวังตัวเอาไว้ "
" ขอรับคุณหนู " นายกองโป้รับคำ
ขบวนล่าสัตว์ของมู่ปิงปิง จึงค่อยๆกระจายตัวออกไปรอบๆบริเวณ ทุกคนต่างก็มองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง แต่ผิดกับสือเฟยหวิ๋น ที่เขาเลือกไม่ขยับไปไหน เขามองหาต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุด เขาลงจากหลังม้าและนั่งหันหลังไปพิงกับต้นไม้ใหญ่เอาไว้
มู่ปิงปิงเห็นดังนั้นก็ร้องถามขึ้น " นี่เ้า เหตุใดถึงได้ลงจากหลังม้าแบบนั้นเล่า "
สือเฟยหวิ๋น จึงเอ่ยออกมาว่า " าาหมาป่าหนะ มันไม่อยู่ยังพื้นที่แบบนี้หรอก "
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็หันมามองสือเฟยหวิ๋นเป็ตาเดียว มู่ปิงปิงจึงเอ่ยขึ้น " เ้ารู้ได้ยังไง "
" คุณหนู แถวนี้เป็พื้นทีเปิดโล่ง หมาป่าที่ไหนมันจะมาอาศัยกัน ที่มีคนเห็นหนะ มันคงจะมาหาอาหารมากกว่า อย่าว่าแต่าาหมาป่าเลย ต่อให้เป็หมาป่าธรรมดา ก็ยากจะได้เจอ " สืเฟยหวิ๋นอธิบายออกมา
ทุกคนได้ฟังดังนั้นต่างก็เห็นว่าคำพูดของสือเฟยหวิ๋นฟังดูมีเหตุผล
นายกองโป้ที่อยู่ข้างๆมู่ปิงปิง จึงเอ่ยขึ้น " คุณหนู ที่สือเฟยหวิ๋นพูดมาก็มีเหตุผล ตรงนี้มันโล่งแจ้งเกินไป มิสู้เราเข้าไปยังเทือกเขาที่ลึกกว่านี้ไม่ดีกว่าหรือ "
สือเฟยหลงได้ยินดังนั้นเขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที เขาเดินเข้าไปหามู่ปิงปิง " คุณหนู ท่านเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ าาหมาป่าสีขาวมิใช่จะฆ่ามันได้ง่ายๆ ข้าเคยสู้กับมันมาแล้ว "
อุ๊บ... ฮะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้น ก่อนที่นายกองโป้จะเอ่ยพูดถากถาวออกมาว่า " สือเฟยหวิ๋น หากเ้ากลัวขนาดนั้น ก็ไม่ต้องมาแต่งเื่ให้เรากลัวก็ได้ าาหมาป่าสีเงิน ข่าวว่าคนที่พบเจอกับมันล้วนไม่มีใครรอดชีวิตกลับมา แต่เ้ากลับบอกว่าเคยสู้กับมันนี่นะ น่าขำสิ้นดี ฮะฮ่าฮ่าฮ่า "
สือเฟยหวิ๋น ไม่สนใจในคำพูดของนายกองโป้ เขามองไปยังมู่ปิงปิง พลางเอ่ยขึ้น " เอาเถอะ สิ่งที่ข้าควรพูดข้าก็พูดไปหมดแล้ว หากพวกท่านยืนยันจะไปให้ได้ เช่นนั้นก็พักที่นี้ซักคืนเถอะ รอฟ้าสางข้าจะพาท่านไปเอง "
มู่ปิงปิง เห็นท่าทีจริงจังของสือเฟยหวิ๋น นางก็ลังเลชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้น " ได้ พวกเราพักกันที่นี้ซักคืนก็แล้วกัน พรุ่งนี้เช้า เ้า จะต้องพาข้าไปยังที่อยู่ของมัน "
สือเฟยหวิ๋นพยักหน้ารับอย่างจนใจ ซึ่งผิดกับนายกองโป้ที่เผยสีหน้าไปพอใจออกมา จริงๆแต่เดิมเขาก็ไม่ค่อยถูกชะตากับสือเฟยหวิ๋นั้แ่แรกอยู่แล้ว เมื่อมาเห็นว่ามู่ปิงปิงเชื่อคำของสือเฟยหวิ๋น เขาก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้น
..... ในยามค่ำคืน คนของมู่ปิงปิง ก็จัดแคมป์ที่พัก โดยได้จุดกองไฟขนาดใหญ่เอาไว้ พวกเขาทุกคนรวมทั้งมู่ปิงปิง ต่างก็มานั่งล้อมรอบกองไฟ มีเพียงแค่สือเฟยหวิ๋นคนเดียวที่แยกตัวออกไปนั่งพิงกับต้นไม้ใหญ่ คนเดียว ทุกคนต่างก็พูดคุยสนุกสนานโดยไม่สนใจในตัวของสือเฟยหวิ๋น มู่ปิงปิง จึงหยิบอาหารแล้วนำไปให้สือเฟยหวิ๋น
" เอานี่ " เอ่ยจบนางก็ยื่นขนมแป้งทอดสองชิ้นให้แก่สือเฟยหวิ๋น
สือเฟยหวิ๋นยื่นมือไปรับเอาไว้ แล้วจับขนมเข้าปากโดยไม่พูดอะไร มู่ปิงปิงจึงนั่งลงข้างๆเขา แล้วเอ่ยขึ้น " นี่ ที่เ้าพูดเมื่อตอนเย็นเป็เื่จริงหรือ "
สือเฟยหวิ๋นที่กำลังกินขนมอยู่ จึงเอ่ยออกมาว่า " เื่อะไร "
มู่ปิงปิงจึงพูดขึ้น " ก็ที่เ้าบอกว่าเคยสู้กับาาหมาป่าสีขาวหนะ เป็เื่จริงหรือไม่ "
สือเฟยหวิ๋นหยุดกิน เขาหันมองไปที่นาง แล้วเอ่ยออกมาว่า " ปีก่อน บนเขาที่ข้าอยู่มีอากาศหนาวจัด พวกสัตว์ป่าแถวนั้นพากันหนีหนาว ข้าและท่านลุงของข้า จึงต้องเดินข้ามูเามาเพื่อหาอาหาร แต่ว่า ในระหว่างที่เรากำลังจะล่ากวางกัน จู่ๆ ข้าและท่านลุงก็รู้สึกเหมือนกลับว่ามีอะไรบางอย่างจ้องมองพวกเราอยู่ และในคืนนั้นพวกเราล่ากวางได้ กำลังจะย่างเนื้อกว่างกิน จู่ๆก็มีหมาป่าขนาดมหึมาโผล่ออกมา ดวงตาของมันมีสีแดงเพลิง ทั่วทั้งตัวปกคลุมไปด้วยขนสีขาวหนาทึบ มันมีขนาดใหญ่มากกว่าหมาป่าธรรมดาถึงสามเท่า ตอนแรกข้ากับท่านลุงคิดจะหนี แต่ด้วยระยะที่ห่างกับมันไม่ถึงยี่สิบเมตรคงเป็เื่ยากหากคิดจะหนีพ้น ท่านลุงและข้า ไม่มีทางเลือกจึงเปิดฉากต่อสู้กับมัน การต่อสู้เป็ไปอย่างดุเดือน ท่านลุงของข้า ใช้ธนูสีดำทมิฬคันนี้ต่อสู้กับาาหมาป่าสีขาว ส่วนข้าก็คอยช่วยเหลือท่านลุงต่อสู้กับมัน จวบจนการต่อสู้ดำเนินมาระยะนึง "
มู่ปิงปิง ที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ จึงถามขึ้น " แล้วผลเป็เช่นใด "
สือเฟยหวิ๋นจึงเล่าต่อ " ใน่ที่ข้าหันเหความสนใจให้ท่านลุงอยู่นั้นเอง ท่านลุงของข้าก็ใช้คันธนูคันนี้ยิงเข้าไปถูกดวงตาข้างซ้ายของมัน แต่แทนที่มันจะหวาดกลัวหนีไป ปรากฏว่า เ้าาาหมาป่าตัวนั้น กลับคุ้มคลั่งยิ่งกว่าเก่า มันโกรธเกรี้ยวที่ท่านลุงยิงดวงตาของมัน มันจึงส่งเสียงหอนขึ้นเพื่อเรียพวกของมันมา ข้าและท่านลุง จึงตัดสิ้นใจวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ว่า เ้าาาหมาป่าตัวนี้กับไม่ยอมเลิกลา มันยังคงไล่ล่าข้ากับท่านลุง และครั้งนี้ก็ยังมีหมาป่าลูกสมุนไล่ตามมาด้วย "
" แล้วเ้ากับท่านลุงหนีรอดมาได้ยังไง " มู่ปิงปิงรีบถามออกมา
สือเฟยหวิ๋นจึงเล่าต่อ " ตอนนั้นเอง สุดท้ายพวกเราก็ถูกพวกหมาป่ารายล้อมเอาไว้ ในระหว่างที่พวกเรากำลังต่อสู้อยู่กับฝูงหมาป่า ข้าก็พลาดท่า ถูกกงเล็บของาาหมาป่าเข้า ในขณะที่ข้ากำลังจะถูกมันฆ่าตาย ท่านลุงเพื่อช่วยข้าแล้ว ท่านยอมสละแขนขวาของท่าน เพื่อขัดขวางคมเขี้ยวของมัน ตอนนั้น ข้ากับท่านลุงต่างก็คิดว่าไม่รอดแล้ว แต่เหมือน์ยังมีเมตตา จู่ๆก็เกิดหิมะถล่มลงมา พัดร่างของพวกเราสองคนให้ออกมาจากเทือกเขาแห่งนั้น ทำให้ข้ากับท่านลุงรอดมาได้หวุดหวิด "
แปะ แปะ แปะ ..... เสียงตบมือของนายกองโป้ดังขึ้น เขาเดินเข้ามาหา สือเฟยหวิ๋นและมู่ปิงปิง พลางเอ่ยขึ้น " เื่เล่าของเ้าช่างสนุกจริงๆ หากสิ่งที่เ้าเล่ามาเป็เื่จริง เช่นนั้นพวกเราก็เท่ากับไปรนหาที่ตายหนะสิ "
สือเฟยหวิ๋นลุกขึ้นยืน แล้วหันมาทางมู่ปิงปิง " คุณหนู นี่คือาแที่ข้าได้รับจากมัน " เขาเอ่ยขึ้นในขณะที่ถลกเสื้อออกมา เผยให้เห็นาแของกงเล็บสี่แห่ง แถมแต่ละแห่งทั้งยาวและลึกจนน่ากลัวยิ่ง
ทั้งนายกองหวังมู่ปิงปิง และผู้ติดตามเมื่อได้เห็นาแกลางอกของสือเฟยหวิ๋น พวกเขาก็ตกตะลึงพูดอะไรไม่ออก โดยเฉพาะนายกองโป้ ได้แต่นิ่งอึ้ง
สือเฟยหวิ๋น จึงพูดกับมู่ปิงปิงว่า " เห็นแบบนี้แล้ว ท่านยังคิดจะล่ามันอีกหรือไม่ "
มู่ปิงปิง ที่กำลังอึ้งอยู่ นางลุกขึ้นยืน หมายจะเอ่ยปากพูด แต่ทว่า อยู่ดีๆ สือเฟยหวิ๋นก็ชูนิ้วชี้ปิดปาก ซู่ๆๆๆๆๆ... หัวใจของสือเฟยหวิ๋นเต้นแรงขึ้นมาทันที