จิ๊บ ๆ จิ๊บ ๆ เสียงนกน้อยร้องดังอยู่ข้างหู เตชินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือพู่สีทองห้อยตกแต่งอยู่ตามมุมเตียง เขาเบนหน้าไปมองด้านขวามือ ก็เห็นหนุ่มหล่อผู้หนึ่งกำลังนั่งเปิดหน้าตำราอ่าน คนทางนั้นสวมแค่ชุดคลุมตัวบางอกเสื้ออ้ากว้างจนเห็นต่ำลงมาถึงสะดือ เตชินกะพริบตาสองทีและสามทียังนึกว่าตนเองตาฝาดไปเสียอีก
ชายหนุ่มที่นั่งตรงนั้นแม้ไม่เคยพบหน้ามาก่อนแต่เขากลับรู้จักได้ในทันที ฉับพลันนั้นนึกอะไรบางอย่างออกจึงรีบลุกพรวดวิ่งไปที่ปลายเตียง ยืนจ้องตนเองอยู่หน้าคันฉ่องอย่างตกตะลึง ความรู้สึกแรกที่เห็นตัวเองราวกับอสนีบาตผ่าลงที่หัว เขาดันมาอยู่ในร่างของตัวประกอบไร้บทอย่างซิ่วอิงเสียได้!
เสียงตำราถูกวางลงบนโต๊ะก่อนจะมีคำถามจากคนผู้นั้นตามมา “เ้ากำลังทำอะไร”
เตชินลอบกลืนน้ำลายลงคอ หันไปตอบอย่างนอบน้อม “เอ่อ ข้าน้อยแค่ละเมอน่ะขอรับ”
“ละเมอ? เ้าละเมอแล้ววิ่งไปส่องคันฉ่องเนี่ยนะ”
“ชะ ใช่ขอรับ”
ฝ่ายนั้นงุนงงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามต่อ “แล้วเ้าเป็อย่างไรบ้าง เจ็บเอวหรือไม่”
เตชินอ้าปากค้าง หากเขาเดาไม่ผิดล่ะก็ชายตรงหน้าคงจัดการสูบพลังของเขาไปแล้วแน่ ๆ มิเช่นนั้นจะถามคำถามที่มันล่อแหลมแบบนี้ออกมาได้ยังไง เขาพยายามสงบสติตอบด้วยสีหน้าสดใส “ข้าน้อยไม่เจ็บตรงไหนเลยขอรับ ระ รู้สึกปกติดี”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว เอาล่ะกลับไปทำงานเ้าได้ ปีกขวาของตำหนักมีใบไม้ร่วงกองสูงรีบไปจัดการเก็บกวาดเสีย แล้วก็ไปตามนู่เฉินมาให้ข้าด้วย”
คนฟังพยักหน้ารับคำ “ขอรับ”
ชายในชุดโบราณเดินโงนเงนออกจากห้องบรรทมไป รีบหามุมอับเพื่อตั้งสติ เขาไม่อยากจะเชื่อสักนิดว่าตนเองได้มาเกิดใหม่ที่โลกแฟนตาซี บุคคลที่เพิ่งพบกันเมื่อครู่คงจะเป็ตัวเอกของเื่อย่างแน่นอน ให้ตายสินี่มันในนิยายชัด ๆ ไม่ว่าจะสถานที่ การแต่งตัว กระทั่งรูปร่างหน้าตาก็ดูดีผิดมนุษย์มนาไปมาก
เตชินยืนวิเคราะห์สถานการณ์เบื้องต้น ไม่รู้ว่านี่คือ่ไหนของนิยายแต่ภาวนาขออย่าให้ถึงจุดที่เขาชะตาขาดทีเถอะ!
เขานึกไม่ออกว่าเพราะอะไรตนเองถึงมานอนในห้องของอีกฝ่ายได้ ลอบเอามือจับก้นก็ไม่ได้รู้สึกเ็ปแต่อย่างใด ทั้งตามเนื้อตัวก็ไม่มีรอยฟกช้ำหรือถูกทำร้าย แล้วสรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะนี่ เขาควรจะแกล้งเล่นตามบทบาทไปก่อนไหม หรือว่าแหกกฎนิยายฉบับดั้งเดิมไปเลยดี แล้วถ้าหากเล่นนอกบทล่ะมันจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า จะมีระบบเด้งมาแจ้งเตือนoocเหมือนอย่างในนิยายเื่อื่นไหม เขาได้แต่นึกแล้วก็สงสัย
เดิมทีตัวซิ่วอิงเป็แค่ตัวประกอบไร้บท หน้าที่ของเขามีเพียงทำความสะอาดเท่านั้น เป็คนเงียบ ๆ ไม่สุงสิงกับใครและแทบไม่พูดไม่จา เอาแต่ตั้งหน้าทำความสะอาดอย่างเดียว
กระทั่งวันนั้นมาถึงเหมือนเขาจะเผลอทำของมีค่าอะไรสักอย่างของพระเอกเสียหาย เขาจึงถูกลูกสมุนของพระเอกลากตัวไปซ้อมจนตายคาสนามฝึก ช่างเป็ภาพที่น่าหวาดเสียวนัก ลูกสมุนของพระเอกมีไม่กี่คนแต่ทุกคนล้วนน่ากลัวยิ่ง เตะทีเดียวตัวก็แทบขาดครึ่งแล้ว!
คนขวัญอ่อนยังคงไม่กล้าเดินออกจากซอก พยายามใช้สมองคิดหาวิธีเอาตัวรอด แต่ในขณะเดียวกันก็นึกสงสารตัวเอกของเื่ จะว่าไปแล้วตัวละครอย่างสิงเทียนนี่ก็คุ้น ๆ อยู่เหมือนกัน อาภัพรักเหมือนกับเขาแถมยังถูกหลอกจนต้องตัวตาย
ไม่จริงน่า! นี่มันเหมือนตัวเขาในโลกก่อนเลยนี่ พวกเราทั้งคู่ถูกหลอก! ถูกยื่นบทตัวเอกให้แล้วก็ตลบหลังเอาบทตัวร้ายมาแทรกแทน สุดท้ายก็ต้องตายอย่างอนาจ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ ๆ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจด้วยซ้ำ หากจะโทษใครสักคนล่ะก็ คงต้องโทษอดีตแฟนสาวของเขา!
“เ้ามาทำอะไรตรงนี้”
เสียงปริศนาเอ่ยทักขึ้น ดวงหน้าของซิ่วอิงรู้สึกชาวาบไปหมด เบื้องหน้าเป็ชายหนุ่มกล้ามล่ำนุ่งเพียงกางเกงขายาวตัวเดียว บุคคลนี้หากจะให้เดาล่ะก็ นี่คือหนึ่งในลูกสมุนของสิงเทียนอย่างไรล่ะ ดวงตาคมคายนั่นบวกกับเขาโค้งงอบนหัว เขาคือนู่เฉินเทพกระทิงน่ะเอง!
ซิ่วอิงก้มตัวลงหมอบ “ขะ ขออภัย ข้าเพียงแค่รู้สึกหน้ามืดเท่านั้นก็เลยมายืนพัก เดี๋ยวข้าจะรีบกลับไปทำงานแล้วขอรับ”
“อย่าให้ข้ารู้ว่าเ้าแอบอู้เด็ดขาด ในตำหนักมีงานมากมายและหน้าที่ดูแลความสะอาดก็เป็ของเ้า ดังนั้นรีบไปจัดการให้เสร็จหากยังเห็นว่าเ้าแอบอีกล่ะก็ ขาข้างซ้ายคงไม่ต้องเอาไว้ใช้งานแล้ว”
“ขอรับ! ข้าจะจำใส่กะลาหัวเอาไว้”
หลังจากนั้นก็รีบจ้ำอ้าวออกไป ก่อนจะหยุดกึกแล้วหันมาะโ “เอ่อ ท่านขอรับ! พอดีคุณชายรับสั่งให้ข้ามาบอกกับท่านว่าไปพบเขาที่ห้องบรรทมด้วย ขะ..ข้าไปล่ะ!”
“…”
หลังปลีกตัวออกมาจากความเสี่ยงได้แล้ว ซิ่วอิงก็คว้าไม้กวาดมาด้ามหนึ่ง จัดการมุ่งตรงไปยังปีกขวาของตำหนัก เขาพิจารณาสภาพแวดล้อมภายใน ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่แท้ตัวเอกของเื่ยังไม่ได้กลายเป็มาร เนื้อเื่ในบทนี้คงยังเป็แค่่แรก ๆ ยังดีที่เขาไม่ได้ถูกสูบพลัง แต่แล้วทำไมถึงไปนอนในห้องฝ่ายนั้นได้ คิดแล้วก็น่าสงสัย แต่ถ้ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็คงไม่ใช่เื่อันตรายหรอก
เขากวาดเศษใบไม้ตามลานกว้าง เก็บขยะและนำสิ่งปฏิกูลไปทิ้งตามหน้าที่ หลังทำเสร็จก็กลับไปนั่งพักในห้องตนเอง บุรุษในชุดสีครามยืนพิจารณาเรือนหลังน้อยอย่างละเอียด ภายในนี้ดูเล็กไปหน่อยแต่กลับถูกจัดระเบียบไว้เป็อย่างดี เสื้อผ้า รวมไปถึงเครื่องเรือนทุกชิ้นถูกจัดเก็บตามตำแหน่งและเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบสวยงาม ขนาดที่ว่าเตียงนอนก็ยังไม่มีรอยยับให้เห็น
ดูท่าเ้าซิ่วอิงคนก่อนคงจะเป็พวกเ้าระเบียบพอตัวแถมยังรักสะอาดจนติดนิสัย เพราะแบบนี้เองถึงได้รับหน้าที่ทำความสะอาดมาครอง
คนในเรือนนั่งระลึกถึงนิยายที่ตนเคยอ่าน แม้จะบอกว่าเคยอ่านก็จริงแต่เขาเพียงอ่านแบบขอไปที แถมยังไม่ได้จดจำรายละเอียดมาเท่าไหร่ ที่พอจะจำได้แม่นก็มีแค่ชื่อและลักษณะรูปลักษณ์ของตัวเอกบางตัวเท่านั้น ในนิยายอาจเรียงสถานการณ์ไว้ว่าแบบนั้นแบบนี้แต่ ณ เวลานี้เขามาอยู่ในที่เกิดเหตุเป็สถานที่จริง ไม่แน่ว่าบทบาทอาจมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ หรือหากเปลี่ยนไม่ได้เขาก็จะเป็คนเปลี่ยนมันเอง
ตัวเขาตั้งเป้าหมายไว้สามข้อ คือหนึ่งเขาจะต้องทำให้ตัวเอกอย่างสิงเทียนไม่ถูกธาตุไฟเข้าแทรก และผลักดันให้อีกฝ่ายขึ้นแท่นเป็พระเอกตัวจริงให้ได้
ข้อสอง เขาจะต้องไม่พาตัวเองไปตายอย่างในนิยายต้นฉบับ ต่อให้ต้องดิ้นรนเพียงใดก็จะทำ โลกก่อนถูกแฟนเก่าลวงไปฆ่าแล้ว ในโลกนี้จะไม่ยอมถูกฆ่าอีกเป็ครั้งที่สองแน่
และสาม เมื่อทุกอย่างจบลงอย่างสมบูรณ์ เขาก็จะปลีกวิเวกหนีไปอยู่บนูเาสักลูกและใช้ชีวิตลำพังจนแก่ตาย มาเกิดใหม่ทั้งทีขอไม่มีคนรักจะดีที่สุด ความรักที่เป็เพียงลมปากอะไรนั่นจะไม่ขอมีมันอีกแล้ว!
หลังจากตั้งเป้าหมายและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้แล้ว เ้าของร่างซิ่วอิงคนใหม่ก็พยายามรักษาระยะห่างจากตำหนักใหญ่ ที่ซึ่งเป็สถานที่เสี่ยงภัยมากที่สุด หากมีโอกาสได้เข้าไปทำความสะอาดในห้องบรรทมเขาก็มักจะรีบร้อนเสมอ เร่งมือด้วยความกะตือรือร้
นไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปสักเสี้ยววิ เพราะตั้งใจจะไม่พาตัวเองไปตายอย่างอนาจ การหลีกเลี่ยงเข้าไปในสถานที่อันตรายย่อมดีกว่า