หวังหย่วนฉิงเห็นลูกสาววิ่งเข้ามาหาก็รีบยื่นมือเข้าไปอุ้ม"โอ๋… ลูกรักของแม่ เล่นสนุกไหมจ๊ะ? เข้ากับเพื่อนๆได้ดีรึเปล่า?"
เมื่อเห็นลูกสาวหัวเราะอย่างมีความสุขหวังหย่วนฉิงก็รู้สึกวางใจ ลูกสาวหัวเราะร่าเริงขนาดนี้แสดงว่าปรับตัวเข้ากับชีวิตในสถานรับเลี้ยงเด็กได้ดี แบบนี้ก็ดีแล้วเธอจะได้ตั้งใจสอนได้เต็มที่ ไม่เคยมีชั่วโมงเรียนไหนที่ทรมานใจเท่าวันนี้ตอนส่งลูกชายคนโตมาสถานรับเลี้ยงเด็ก หัวใจของเธอก็ไม่ได้เป็ห่วงขนาดนี้
สงสัย...นี่คงเป็ความแตกต่างระหว่างลูกชายกับลูกสาวลูกสาวจะเข้มแข็งแค่ไหนก็ต้องทะนุถนอมอยู่ดี
"ที่นี่สนุกมากค่ะ เพื่อนๆ ก็ดี น้าๆก็ใจดีค่ะ"
น้าเมิ่งกำลังเดินออกมาจากห้องเรียนเพื่อตามหาหมี่หลันเยว่พอดีได้ยินหมี่หลันเยว่ชมว่าน้าๆ ว่าใจดี รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้นเด็กคนนี้น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ
"ครูหวัง มาดูลูกเหรอคะ?"
น้าเมิ่งทักทายครูหวังอย่างกระตือรือร้น"หนูหลันเยว่น่ะเลี้ยงง่ายมาก ไม่ต้องให้ใครเป็ห่วงเลยค่ะครูวางใจได้เลยนะคะ ฉันจะดูแลเขาอย่างดี"
"ขอบคุณครูเมิ่งมากเลยนะคะเดี๋ยวตอนเที่ยงฉันจะมารับลูกนะคะ คาบเรียนถัดไปค่อนข้างแน่น่สอนฉันคงไม่ได้แวะมาดู"
หวังหย่วนฉิงเห็นว่าลูกสาวสบายดีคาบเรียนถัดไปจึงไม่อยากแวะมาอีก ในฐานะครูคนหนึ่งเธอเข้าใจดีว่าการทำแบบนั้นไม่เป็ผลดีต่อลูกเด็กต้องปล่อยให้เป็อิสระถึงจะเรียนรู้ที่จะเติบโตได้เพียงแต่ลูกสาวแสนดีคนนี้ทำให้เธออดเป็ห่วงไม่ได้
"ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้ว ฝากครูเมิ่งช่วยดูแลด้วยนะคะ"
น้าเมิ่งรับตัวหลันเยว่มาจากมือของหวังหย่วนฉิง"รีบไปทำงานเถอะค่ะ ที่นี่มีพวกเราอยู่แล้ว"
หวังหย่วนฉิงมองดูลูกสาวโบกมือลาความรู้สึกในใจยากจะบรรยาย เธอรีบหอมแก้มลูกสาวอย่างรวดเร็วแล้วเดินออกไป
เสียงกริ่งเริ่มคาบเรียนต่อไปกำลังจะดังขึ้นแล้วยังมีเด็กอีกห้องหนึ่งที่รอเธออยู่ ไม่ว่าจะเป็ทางไหนก็ตัดใจไม่ได้หวังหย่วนฉิงแม้จะวุ่นวายแต่ก็ภูมิใจ ต่อให้เธอเหนื่อยยากแต่ก็ได้เห็นลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมือง
"กลับเข้าห้องเรียนกับน้ากันเถอะนะแดดมันร้อน เดี๋ยวจะทำให้หนูหลันเยว่คนสวยของเราผิวเสียได้"
น้าเมิ่งพูดคุยกับหมี่หลันเยว่ในอ้อมแขนเด็กหญิงคนนี้ถึงจะดูเรียบร้อย แต่ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงนี้น้าเมิ่งก็ค้นพบว่านี่คือเด็กที่มีความคิดเป็ของตัวเอง
"ค่ะ น้าเมิ่งพวกเรากลับเข้าห้องเรียนกันเถอะค่ะ"
หมี่หลันเยว่รู้ดีว่าน้าเมิ่งหวังดีกับตนเองแดดจัดขนาดนี้ไม่เหมาะที่จะเดินเล่นในสวนจริงๆ ถ้าผิวเสียไป คนที่เป็ห่วงก็คือแม่แถมเธอก็ไม่ได้ชอบทรมานตัวเองด้วย
"หลันเยว่ของน้าน่ารักจริงๆกลับไปน้าจะเอาของอร่อยๆ ให้กินนะ หลันเยว่กินคนเดียวนะ ไม่ต้องให้คนอื่นเขา"
หมี่หลันเยว่รีบส่งรอยยิ้มกว้างให้น้าเมิ่งในใจกลับรู้สึกจนปัญญา นี่น้ากำลังลำเอียงกับเธอเหรอนี่น้ากำลังจะทำให้เธอกลายเป็เป้าสายตาของผู้คนเหรอน้าเมิ่งคิดจะแกล้งเธอใช่ไหมเนี่ย...
เพียงแต่หมี่หลันเยว่คิดว่าน้าเมิ่งแค่พูดเล่นเท่านั้นที่ไหนได้ พอเข้าไปในห้องเรียนน้าเมิ่งกลับเอาลูกมะเขือเทศสีแดงสดลูกใหญ่มาให้เธอจริงๆ ใน่ต้นยุค 70อะไรๆ ก็หายาก เด็กๆ ก็ไม่ได้กินอะไรดีๆเ้ามะเขือเทศสีแดงก่ำลูกนี้ได้กระตุ้นความอยากอาหารของพวกเขาแล้ว
คราวนี้ทำให้เด็กๆ ทั้งห้องอิจฉาตาร้อนจริงๆมองดูเด็กๆ ที่ส่งเสียงดังจ้อกแจ้ก แล้วพุ่งเข้ามาหาเธอหมี่หลันเยว่ไม่รู้จะพูดอะไรดี น้าเมิ่ง...น้าเอ็นดูหนูจริงๆ เหรอน้าอยากจะแกล้งหนูใช่ไหม
"เด็กๆ อย่าแย่งกัน ที่นี่ก็มีมาตรงนี้สิ"
น้าเมิ่งรีบยกลูกมะเขือเทศที่หั่นไว้แล้วออกมาส่งให้เด็กๆ ทุกคนคนละส่วน มองดูมะเขือเทศครึ่งลูกในมือของตัวเองแล้วมองดูมะเขือเทศทั้งลูกในมือของหมี่หลันเยว่ เด็กๆ ก็ขมวดคิ้ว
"พวกเธอกินแค่ครึ่งลูกก็เลอะเทอะไปหมดแล้วอย่าไปสนใจมะเขือเทศของหลันเยว่เลย หลันเยว่ของเรา ต่อให้กินจนหมดเกลี้ยงแต่ตัวก็จะไม่เลอะเลย ถ้าพวกเธอกินได้สะอาดแบบนี้ต่อไปครูก็จะให้มะเขือเทศทั้งลูกแบบนี้เหมือนกัน"
เด็กสองขวบจะฟังภาษาอะไรเข้าใจแต่ก็รู้ว่าควรกินของที่อยู่ในมือก่อน นี่คือของของพวกเขาส่วนกินเสร็จแล้วจะแย่งของคนอื่นได้ไหมก็ค่อยว่ากันอีกทีมองดูเพื่อนที่ก้มหน้าก้มตากินมะเขือเทศ เสียงซู้ดๆที่ดังระงมทำให้หมี่หลันเยว่รู้สึกราวกับเสียง์
ชีวิตก็ควรจะเป็แบบนี้ อยากกินก็กินอยากดื่มก็ดื่ม ไม่มีเื่กังวล ไม่มีเื่ให้กลุ้มใจเพียงแต่...นี่คือความไร้เดียงสาของเด็กน้อย เธอที่ได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งกลับไม่มีวันได้ััรสชาติของความสุขที่ไร้กังวลนี้ได้อีกแล้ว
"กินเร็วๆ สิหลันเยว่ ไม่งั้นเพื่อนๆกินเสร็จแล้ว เขาจะแย่งของหนูเอานะ ถึงตอนนั้นน้าก็ช่วยไม่ได้แล้ว"
น้าเมิ่งเห็นหมี่หลันเยว่ถือมะเขือเทศแล้วเหม่อก็รีบเร่งให้กินเร็วๆเธอตั้งใจเลือกมะเขือเทศลูกใหญ่ที่สุด แดงที่สุดให้หมี่หลันเยว่เลยนะ
"ขอบคุณน้าเมิ่งค่ะหนูจะกินเดี๋ยวนี้แหละค่ะ"
มะเขือเทศสีแดงสดลูกใหญ่สำหรับหมี่หลันเยว่ตัวน้อยๆ แล้ว ถือเป็งานใหญ่จริงๆ เธอเพิ่งจะสองขวบเองนะแต่...ในเมื่อน้าหวังดี เธอก็ไม่อาจขัดความตั้งใจของคนอื่นได้
พอกินมะเขือเทศลูกใหญ่เบ้อเริ่มลงท้องไปหมี่หลันเยว่รู้สึกว่าเธอแน่นท้องจนขยับไม่ได้
"ดูเด็กคนนี้สิกินแล้วไม่เลอะเทอะเลยสักนิด แล้วดูพวกนั้นสิ เทียบกันไม่ได้เลยจริงๆ"
หมี่หลันเยว่ได้ยินคำพูดของน้าก็หันไปมองเด็กคนอื่นๆ ก็ถึงกับขำออกมา ใบหน้าและตัวของพวกเขาแทบจะเป็จานสีไปแล้ว
มองดูน้าๆ เช็ดมือเช็ดหน้าให้เด็กๆ ทุกคนหมี่หลันเยว่ก็เดินไปล้างมือที่อ่างล้างหน้าเองแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กเช็ดมุมปากซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นก็นั่งลงบนม้านั่งเล็กๆข้างๆ อย่างเงียบๆ เอามือเท้าคางมองดูน้าๆ ที่กำลังวุ่นวายหัวใจของเธอรู้สึกสงบมาก
ไม่ว่าเธอจะมีแิอะไรแปลกๆมีความลับอะไรที่พูดไม่ได้ สิ่งเ่าั้ก็ต้องรอให้เธอโตขึ้นก่อนตอนนี้...สู้มาสนุกกับชีวิตวัยเด็กที่แสนจะไร้กังวลนี้ดีกว่าอย่างน้อยเธอก็จะมีเื่ราวความทรงจำเพิ่มขึ้นเพราะั้แ่เกิดมาเธอก็มีความทรงจำ ่เวลาเหล่านี้จะอยู่เป็เพื่อนเธอไปจนแก่
เมื่อมีความคิดเช่นนี้แล้วหมี่หลันเยว่ก็เริ่มััชีวิตในวัยเด็กของเธออย่างตั้งใจ ทุกวันร้องเพลงเด็กเล่นเกมกับน้าๆ และเพื่อนๆ อย่างสนุกสนานที่แท้การใช้ชีวิตให้มีความสุขนั้นง่ายมาก เพียงแค่ทำให้ตัวเองไม่ต้องกดดันคิดอะไรง่ายๆ ก็พอ
เธอปล่อยสมองให้ว่างเปล่าไม่ต้องคิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง จดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าและนั่นทำให้เธอกลายเป็เด็กอย่างแท้จริงมอบความคิดให้กับร่างกายของเด็กสองขวบเท่านั้นแล้วปล่อยให้ร่างกายนี้พาเธอไปััความสุขที่จำเพาะเจาะจงสำหรับเด็กสองขวบ
"เสี่ยวพั่ง นั่งดีๆ นะวันนี้เราสองคนมาแข่งกัน ดูสิว่าใครกินเร็วกว่ากัน ดีไหม?"
หมี่หลันเยว่ดึงเ้าตัวแสบประจำห้องมาอยู่ตรงหน้าแล้วพูดคุยกับเขา เ้าอ้วนน้อยคนนี้โตกว่าเธอครึ่งปี ตัวสูงใหญ่ไม่มีใครเอาเขาอยู่ แต่เขากลับเชื่อฟังหมี่หลันเยว่ที่สุด
"ดีฉันจะกินให้เสร็จก่อนเยว่เยว่แน่นอน"
เสียงเล็กๆ ของเสี่ยวพั่งฟังดูน่ารักหมี่หลันเยว่ยกชามขึ้นมา "เราจะต้องแข่งกันว่าใครกินเร็วกว่ากันและใครกินได้ดีกว่ากัน จะกินมูมมามไม่ได้นะ"
พูดจบก็รู้สึกว่าเธอพูดไม่ค่อยถูกรีบมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจเธอ ก็รีบพูดให้เข้าใจง่ายขึ้น"เธอต้องเคี้ยวข้าวดีๆ รู้ไหม ห้ามกลืนลงไปเลยนะไม่งั้นจะปวดท้อง"
ถ้าครูได้ยินว่าเธอใช้สำนวนคล่องแคล่วขนาดนี้ครูคงต้องใแย่แน่ๆ เธอต้องระวังหน่อย ่นี้แสดงออกเกินหน้าเกินตาไม่ได้
"ได้ๆ ฉันจะกินให้เร็วและไม่เลอะ"
เสี่ยวพั่งชอบเล่นกับหมี่หลันเยว่มากน้องสาวตัวเล็กๆ หอมๆ นุ่มๆ น่ารัก ทั้งสะอาดทั้งเรียบร้อย เขาชอบที่สุด ดังนั้นเพื่อให้หมี่หลันเยว่ชอบเขาเหมือนกันตอนนี้เขาก็เลยกลายเป็คนสะอาดและเชื่อฟังแล้ว น้าๆ ต่างก็ชมหมี่หลันเยว่กันยกใหญ่
เสี่ยวพั่งเป็เด็กที่ทำให้พวกเขาปวดหัวที่สุดควบคุมยากที่สุด แต่ั้แ่หมี่หลันเยว่มาอยู่ที่ห้องนี้เสี่ยวพั่งก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็คนละคน บางทีเด็กๆด้วยกันอาจจะสื่อสารกันได้ดีกว่า แถมหมี่หลันเยว่ก็ยังเชื่อฟังมากกว่าเด็กทั่วไปพอมีเธออยู่ เด็กๆ ในห้องก็เรียบร้อยขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ
"เสี่ยวพั่งเก่งมาก กินได้สะอาดสุดๆเลย ไม่มีข้าวตกสักเม็ดเลยนะ"
ได้ยินคำพูดของหมี่หลันเยว่เสี่ยวพั่งก็รีบหยิบข้าวที่ตกอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ยัดเข้าปากอย่างรวดเร็วแล้วพยักหน้า แสดงว่าตนดีอย่างที่หมี่หลันเยว่พูดจริงๆ
มองดูเสี่ยวพั่งที่น่ารักขนาดนี้หมี่หลันเยว่ก็ชอบเขามาก เด็กๆ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าอะไรดีไม่ดีเธอทุ่มเทให้เขามากแค่ไหน เขาก็จะตอบแทนเธอมากเท่านั้นมักจะได้ยินคนพูดว่าเด็กคนไหนไม่เชื่อฟัง เด็กคนไหนซนแต่เด็กพวกนี้ในสายตาของหมี่หลันเยว่ ล้วนเป็เด็กดีทั้งนั้น
"เสี่ยวพั่งเก่งจัง กินได้เยอะเลยกินเสร็จก่อนฉันด้วย"
เสี่ยวพั่งวางช้อนลงแล้วจ้องมองมาที่หมี่หลันเยว่อย่างคาดหวัง หมี่หลันเยว่ก็ชมเขาเสี่ยวพั่งก็หัวเราะอย่างพึงพอใจ
"พวกเราไปเดินเล่นกันเถอะกินข้าวเสร็จแล้วต้องเดินย่อยก่อน แล้วค่อยกลับมานอนกลางวัน"
ชามและตะเกียบมีน้าๆ มาเก็บหมี่หลันเยว่จูงมือเสี่ยวพั่ง พาเขาไปที่อ่างล้างหน้า ช่วยเขาถูมือให้สะอาดเช็ดให้แห้งด้วยผ้าขนหนู แม้แต่ใบหน้าและปากก็เช็ดให้สะอาด แล้วพาเขาไปที่สนาม
"เยว่เยว่ ฉันขอไปเล่นด้วยได้ไหม?"
เด็กสองสามขวบ พูดจาไพเราะเสียนี่กระไรเสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ใจของหมี่หลันเยว่อ่อนยวบ รีบหันกลับไปก็เห็นเด็กน้อยอีกคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง มองมาที่เธออย่างเว้าวอน
"ได้สิ พวกเราเล่นด้วยกันแต่เธอต้องล้างมือล้างหน้าให้สะอาดก่อนนะ"
เด็กน้อยรีบพยักหน้า แล้ววิ่งไปล้างมือทันทีวิ่งไปก็หันกลับมามอง ด้วยกลัวว่าหมี่หลันเยว่จะจูงมือเสี่ยวพั่งเดินหนีไป
"พวกเราไม่ไปไหนหรอก ล้างช้าๆ หน่อยอย่าให้เสื้อผ้าเปียกนะ"
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ยังไงก็เป็เด็กพอล้างไปล้างมา ก็ทำให้เสื้อผ้าเปียกจนได้หมี่หลันเยว่เลยต้องกำชับให้เสี่ยวพั่งที่อยู่ข้างๆ รอสักครู่เธอจัดการดูแลเด็กคนนั้นให้เรียบร้อย แล้วค่อยจูงมือเด็กทั้งสองคนไปที่สนาม
เหตุการณ์แบบนี้ผ่านไปแค่วันสองวันหมี่หลันเยว่ก็ค้นพบว่าเด็กที่ตามหลังเธอมามีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆความเงียบสงบที่เธอ้าไม่มีอีกต่อไปแล้ว มองดูเด็กๆ ที่กินข้าวเสร็จแล้วก็รีบเช็ดมือเช็ดหน้า หลังจากนั้นก็เป็เธอที่ส่งพวกเขาไปให้น้าๆ ที่อยู่ข้างกายตัวเองก็ถึงกับพูดไม่ออก
หมี่หลันเยว่ไม่รู้ว่าเธอกลายเป็พี่เลี้ยงเด็กไปแล้วรึเปล่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะเป็หัวหน้าแก๊งเด็ก แต่กลับสนุกกับชีวิตแบบนี้เป็ไปตามใจปรารถนา สุขใจสบายอารมณ์