แพรไหมกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับเข้ามาในห้องมือที่ถือโทรศัพท์อยู่สั่นจนแทบควบคุมไม่ได้ความอึดอัดที่จุกอยู่อกแปรเปลี่ยนเป็ความสับสนจนทำอะไรไม่ถูก
สมองคิดหาเหตุผลร้อยแปดว่าทำไมเขาถึงเทนัดเดตสำคัญแล้วมาหาเธอที่นี่
แต่ยังไม่ทันจะได้คำตอบเสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะความความคิด
ออด...
เสียงนั้นทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แพรไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องออกช้า ๆ
ปุริมยืนอยู่ตรงนั้น... เสื้อสูทตัวนอกถูกพาดไว้ที่แขนเนกไทถูกคลายออกจนหลวม ทรงผมที่เคยเซ็ตไว้อย่างเนี๊ยบกริบยุ่งเหยิงเล็กน้อยแววตาคู่คมที่มักจะนิ่งสนิทและเ็าอยู่เสมอในตอนนี้กลับดูวุ่นวายใจและเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
“คุณปริม... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ” แพรไหมเค้นเสียงถามคำถามที่เธออยากรู้ที่สุดในตอนนี้
ปุริมไม่ตอบเขาไม่รอคำอนุญาตด้วยซ้ำแต่กลับก้าวขาเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลงกลอนเสียงดังแก๊กทันที
ลมหายใจของเขาแรงกว่าปกติ และกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆที่ลอยมาแตะจมูกทำให้เธอรู้ว่าเขาคงดื่มมาจากที่ร้านอาหารนั่นแล้ว
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ไม่อยากให้ผมมางั้นเหรอ?” ปุริมถามเสียงต่ำ สายตาจับจ้องใบหน้าเนียนของเธออย่างไม่วางตา
“เปล่าค่ะ แพรแค่แปลกใจ...ตอนนี้คุณปริมควรจะอยู่ที่ร้านอาหารกับคุณพิมพ์ใจไม่ใช่เหรอคะ”เธอพูดคำนั้นออกไปตรง ๆ พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้ตัดพ้อทั้งที่ข้างในใจมันเจ็บจนแทบจะทนไม่ไหว
“ผมขอกลับก่อน” ปุริมบอกสั้น ๆพร้อมกับโยนเสื้อสูทลงบนโซฟาอย่างไม่ใยดี “น่าเบื่อ...ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักอย่าง”
คำพูดง่าย ๆ ของเขาทำให้แพรไหมนิ่งอึ้งผู้หญิงที่เพียบพร้อมที่แม่เลือกมาให้เขาเดตได้ไม่ถึงสองชั่วโมงก็ทิ้งมาหาเธอเนี่ยนะ?
ปุริมขยับเข้ามาใกล้เธออีกก้าว มือหนาเอื้อมมาจับที่ต้นแขนของเธอเบา ๆแววตาของเขาเปลี่ยนเป็อ่อนแสงลงเหมือนปุริมคนเดิมที่เธอเคยรู้จักในห้องนอน
“คืนนี้... ผมขออยู่ที่นี่นะแพร”
ความอึดอัดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอจนแทบหายใจไม่ออก แพรไหมมองหน้าผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจตรงหน้า
ความรักตลอด 7 ปี ทำให้เธออยากอยู่กับเขา
แต่อีกใจหนึ่งกลับกระซิบถามเธอว่า... เธอจะเป็แค่ของแก้ขัด เวลาที่เขาเบื่อผู้หญิงคนอื่นไปจนถึงเมื่อไหร่กัน?
แพรไหมนิ่งไปชั่วครู่ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างรุนแรงขณะมองลึกลงไปในแววตาของเขาความอบอุ่นชั่วคราวที่เขาหยิบยื่นให้ กำลังพยายามล่อลวงให้เธอกลับไปเป็ของตายเหมือนเดิม
แต่ในนาทีนี้ความเ็ปจากการถูกมองข้ามซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันทำหน้าที่เป็เกราะกำบังชั้นดี
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาออกห่างเบาๆคราวนี้เธอไม่หลบตา
แต่จ้องลึกเข้าไปในตาของเขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
“คุณพิมพ์ใจไม่น่าสนใจหรือคุณปริมมองว่าไม่มีใครยอมคุณได้เท่าแพรกันแน่คะ”
คำพูดราบเรียบแต่แทงใจดำทำเอาปุริมชะงัก แววตาของเขาไหววูบด้วยความคาดไม่ถึงคิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที
“แพร... นี่คุณประชดผมงั้นเหรอ?” น้ำเสียงของเขาเริ่มเข้มขึ้นความเป็ผู้นำที่ชอบควบคุมทุกอย่างเริ่มกลับมาทำงานเมื่อถูกขัดใจ
“แพรไม่ได้ประชดค่ะ แพรแค่พูดความจริง” แพรไหมก้าวถอยหลังออกมาอีกก้าวเพื่อสร้างระยะห่างระหว่างเ้านายกับเลขาฯให้ชัดเจนขึ้น
“ตลอดที่ผ่านมา แพรยอมทำตามกฎทุกข้อที่คุณตั้งไว้ ไม่เคยเรียกร้องไม่เคยสร้างปัญหา เพราะแพรคิดว่าอย่างน้อยคุณก็ยังให้เกียรติความรู้สึกของแพรในพื้นที่ของเรา...แต่การที่คุณทิ้งคู่เดตที่ผู้ใหญ่หามาให้ แล้วตรงมาหาแพรเพื่อแก้เบื่อแบบนี้มันไม่ได้ทำให้แพรรู้สึกดีเลยค่ะ มันยิ่งย้ำว่าแพรเป็แค่ที่ระบายอารมณ์ของคุณ”
“แพร! มันจะมากไปแล้วนะ”ปุริมตวาดเสียงกร้าวด้วยความโมโห ยิ่งเป็แพรไหม ผู้หญิงที่เคยยอมเขาในทุกเื่ยิ่งทำให้เขาหัวเสีย
“ถ้าคุณปริมคิดว่าการที่แพรปกป้องความรู้สึกตัวเองมันมากเกินไป...งั้นคุณก็กลับไปเถอะค่ะ คืนนี้แพรอยากพักผ่อน”
เธอเดินไปเปิดประตูห้องออกกว้าง เชื้อเชิญให้เขาออกไปทางเดิมที่เข้ามา
ท่าทางเด็ดเดี่ยวของเลขาฯ สาวทำเอามาเฟียหนุ่มในคราบนักธุรกิจถึงกับอึ้งไปปุริมจ้องหน้าเธอนิ่ง ขบกรามแน่นจนเป็สันนูน
ความโกรธและความเสียหน้าแล่นริ้วจนแทบะเิแต่ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาไม่ยอมลดตัวลงไปง้อ
“ดี... ในเมื่อกล้าไล่ผมขนาดนี้ก็จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีแล้วกัน”
ปุริมคว้าเสื้อสูทบนโซฟามาถือไว้เดินกระแทกเท้าผ่านหน้าเธอออกไปจากห้องทันที
เสียงประตูห้องปิดตามหลังดังลั่นะเืไปทั้งห้อง แพรไหมรีบล็อกประตูทันทีก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงบานประตูอย่างหมดแรงน้ำตาที่กักเก็บไว้ไหลทะลักออกมาเป็สาย
เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจคืนนี้ อาจหมายถึงจุดจบของความสัมพันธ์ 7 ปี
และวันจันทร์ที่จะถึง...เธอคงต้องเตรียมตัวรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานอย่างแน่นอน