ไตรภพ ช่อผกา มะลิ และกานติมาได้ขึ้นรถของกองทัพบก โดยพลตรีมนูญได้เดินมาส่งด้วยตนเอง ทั้งยังกำชับให้พลขับขับรถด้วยความระมัดระวังช่อผกาได้แต่สงสัยว่าทำไมพลตรีมนูญจึงดูแลพวกเธอดีเป็พิเศษนัก อาจจะเป็เพราะรู้สึกผิดต่อการกระทำของพันเอกเสถียรก็ได้
ในระหว่างที่นั่งรถอยู่ช่อผกาได้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างมะลิและกานติมา ทำให้ไตรภพรู้สึกอึ้งในความบังเอิญเขาเพียงแต่อยากจ้างครูสอนพิเศษเท่านั้นไม่คิดว่าจะทำให้พี่น้องที่พลัดพรากจากกันหลายปี มาเจอกันด้วยโชคชะตาเช่นนี้
ระยะเวลาไม่นานมากนักทั้งหมดก็ได้ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ช่อผการีบทำความสะอาดบ้านทันทีเพราะทนไม่ได้ที่บ้านกระจัดกระจายไปด้วยเศษอาหารและสิ่งของ โดยมีมะลิ กานติมาและไตรภพเป็ลูกมือ
หลังจากทำความสะอาดด้านล่างเสร็จช่อผกาได้ขึ้นไปจัดห้อง้ากับมะลิทิ้งให้ไตรภพและกานติมาอยู่บริเวณชั้นหนึ่งเพียงลำพังสองต่อสอง
“ยินดีที่ได้พบนะครับ พี่สาว”
ไตรภพยิ้มกว้าง มองใบหน้าสวยคมของหญิงสาววันนี้เธอเกล้าผมไว้ด้านหลัง มัดด้วยโบว์ ทั้งยังสวมใส่ชุดเดรสเรียบร้อยอีกผิดกับการแต่งกายที่ชายหนุ่มเจอเธอในป่าอนุรักษ์ลิบลับ
“นายรู้อยู่แล้วว่าเป็ฉัน เลยจ้าง ?”
“ใช่ครับ ผมรู้อยู่แล้ว”
“นายคงไม่คิดจะล้อฉันเล่นเื่เรียนพิเศษใช่ไหม?”
กานติมาถามไตรภพเพราะชายหนุ่มเป็เพียงนักศึกษาเท่านั้นจะสามารถเสนอเงินจ้างเธอสอนพิเศษได้อย่างไรในราคาเดือนละสี่หมื่นบาท เธอจึงไม่พอใจเล็กๆ เนื่องจากคิดว่าเหมือนไตรภพแกล้งเธอ
“ผมคิดจะจ้างพี่สาวจริง ๆ นะ”
“เอาเถอะ ฉันจะเชื่อนายแล้วกันแล้วก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าพี่ก็ได้ เราก็ไม่ได้ห่างกันขนาดนั้น เรียก ‘กาน’ เฉย ๆก็พอ”
“เอ๋ ไม่ได้ห่างหรอครับ ผมจำได้ลาง ๆว่าพี่สาวอายุยี่สิบสาม แต่ผมอายุสิบแปดปี ห่างกันตั้งห้าปีหนะ”
“นะ นาย!”
กานติมาที่ได้ยินไตรภพเอ่ยเื่อายุจึงสะบัดหน้าด้วยความเคือง เด็กตรงหน้าช่างไม่รู้จักมารยาทของการสนิทสนมกันเลยดูเหมือนเธอจะต้องสั่งสอนชายหนุ่มบ้างแล้ว
“ผมล้อเล่น กาน ก็กาน เรียกผม ไตรภพ ละกันนะ ผมขอเลขบัญชีธนาคารหน่อย”
“นายเอาไปทำอะไร ?”
แม้กานติมาจะสงสัยแต่ก็ได้ให้เลขบัญชีกับไตรภพไปชายหนุ่มกดโทรศัพท์ตามเลขบัญชีที่ได้รับมา ก่อนที่จะมองหน้าหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม
ตริ๊ง
“ผมโอนเงินให้แล้วเป็ค่าเรียนของมะลิล่วงหน้าหนึ่งปี สี่แสนแปดหมื่นบาท”
กานติมารีบกดโทรศัพท์มือถือดูการแจ้งเตือนทันทีเงินถูกโอนเข้ามาตามที่ไตรภพบอกเงินในบัญชีของเธอตอนนี้มีจำนวนมากกว่าสองล้านบาทแล้วเนื่องจากได้รับค่าทำขวัญจากกองทัพจังหวัดจำนวนหนึ่งล้านบาทและเงินที่ไตรภพโอนมาอีก
“นายจะโอนมาให้ฉันทำไม มะลิเป็น้องสาวฉันฉันจะคิดเงินได้อย่างไรกัน เอาเลขบัญชีนายมาเดี๋ยวนี้ ฉันจะโอนคืนนาย”
“ไม่ต้องหรอกถือว่าเป็ค่าที่ให้คุณช่วยดูแลแม่ผมก็ได้ ได้ยินแม่บอกว่าคุณจะมาทำงานที่ร้านอาหารอีกอย่างอนาคตผมก็ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่กรุงเทพฯ ตั้งสามปีผมจะได้ไม่กังวลไง”
ไตรภพอธิบายเหตุผลให้กานติมาฟังโดยพยายามโน้มน้าวให้กานติมารับเงินไปสำหรับจัดการเื่ราวต่าง ๆในบ้านแทนตนในวันที่ตนไม่อยู่ ทั้งยังหยิบยกเื่ของมะลิด้วย
“ก็ได้ แต่ฉันจะเก็บเอาไว้ฉุกเฉินไม่ใช้เงินส่วนนี้ถ้าไม่จำเป็ ยังไงต้องขอบคุณนายมากจริง ๆ นะที่ช่วยน้องฉัน”
กานติมามองเข้าไปในดวงตาของไตรภพเธอรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่ไตรภพดูแลน้องสาวแทนเธอ ช่วยเหลือเธอทั้งยังอนุญาตให้เธอเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในครอบครัว
“คิดมาก”
ไตรภพเอื้อมมือลูบลงบนศีรษะของกานติมาไปมาหน้าของหญิงสาวแดงแจ๋ รีบปัดมือของไตรภพให้ออกห่างจากศีรษะเธอ
“ลามปามใหญ่แล้วนะยะ”
การหยอกล้อของสองหนุ่มสาวเป็ไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลายหลังจากผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ มา
ทางด้านผู้กองชนิตาทันทีที่ประสานงานตำรวจทางหลวงบริเวณหน้าค่ายกองทัพจังหวัด มีเ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บริเวณหน้าทางเข้ากว่าสามสิบคนจอดด้วยรถตำรวจสิบกว่าคัน ซึ่งกำลังยืนกดดันทหารหน้าประตูอยู่
“ผมบอกผู้กองไปแล้วยังไงครับว่ารถคันนี้ไม่ใช่รถของกองทัพ ผู้กองจะมาคาดคั้นได้อย่างไร มีหลักฐานหรือเปล่า”
“มันจะไม่ใช่ได้ยังไง ในเมื่อฉันดูกล้องวงจรปิดตามถนนหลวงอยู่รถคันนี้เข้ามาในกองทัพชัด ๆ คุณดูได้ ฉันมีหลักฐานมากพอไม่ว่างจะมาปรักปรำใครหรอกนะ”
ชนิติเปิด IPad เป็ภาพบันทึกเคลื่อนไหวของรถ Vios ป้ายแดงขับรถอย่างหวาดเสียวและรวดเร็ว ตรงมาบริเวณค่ายทหารซึ่งกล้องจับได้แค่รัศมีของอาณาเขตเพียงเท่านี้
“มีอะไรกัน”
“ทะ ท่านครับ”
พลตรีมนูญลงมาจากรถจิ๊บภายหลังที่ไปส่งไตรภพขึ้นรถอีกด้านหนึ่ง มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสงสัยทำไมตำรวจถึงมาเยอะขนาดนี้
“ท่านนายพล”
“ทำความเคารพท่านผู้บังคับบัญชาการ”
เหล่าทหารที่ยืนอยู่หน้าบริเวณประตูแสดงท่าทางเคารพของทหารอย่างพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บัญชาการออกมาด้วยตนเองเช่นนี้ เป็เื่ยากที่จะพบเห็นได้ทั่วไป
ชนิตารู้จักพลตรีมนูญเป็อย่างดีทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ รวมถึงสื่อออนไลน์ของจังหวัด ล้วนชื่นชมในตัวของนายพลตรงหน้าผู้เปี่ยมด้วยบารมี ได้รับการเคารพ โดดเด่นเื่ความซื่อสัตย์ไม่เคยมีเื่เสื่อมเสียใด ๆ แม้แต่นิดเดียวเป็หนึ่งในผู้มีอำนาจสูงที่สุดในจังหวัด
“คุณคงเป็หัวหน้าของตำรวจทางหลวงผมได้รับการรายงานจากลูกน้องแล้ว รถ Vios คันนั้นเป็ของทหารในกองทัพจริงพอดีมีภารกิจด่วนพิเศษ จึงทำให้ขับรถแบบนั้นทางผมในฐานะผู้บังคับบัญชาขอแสดงความเสียใจพร้อมขอโทษที่ทำให้เกิดความแตกตื่นบนท้องถนน และยินดีรับผิดชอบทุกประการ”
พลตรีมนูญยอมรับผิดกับเื่ราวต่าง ๆโดยไม่ให้สืบสาวราวเื่ไปถึงไตรภพ ด้วยคำอธิบายของพลตรีมนูญทำให้เหล่าตำรวจทางหลวงรู้สึกเลื่อมใสในความเป็สุภาพบุรุษของผู้นำกองทัพจังหวัด
“ในเมื่อเป็ภารกิจพิเศษ ฉันก็พร้อมจะมองข้ามค่ะต้องขอโทษด้วยนะคะที่สร้างความวุ่นวายให้แก่ท่านเดี๋ยวฉันจะถอนกำลังไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
“ฉันสิต้องขอโทษ เดี๋ยวฉันจะให้ลูกน้องของฉันเสียค่าปรับนะให้เป็ไปตามกฎหมายเถอะ เธอเขียนใบสั่งออกมาได้เลยนะ”
พลตรีมนูญไม่้าจะมีปัญหาใด ๆจึงสั่งการให้ทหารด้านหลังจัดการชำระค่าปรับจากตำรวจทางหลวงให้เรียบร้อยเื่ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดและขับรถอย่างหวาดเสียว
“ฉันได้ยินชื่อเสียงเธอมานานนะ ผู้กอง”
“ท่านรู้จักฉันด้วยหรอคะ”
“ฮ่า ๆ หูตาฉันกว้างไกลพอสมควรนะ เธอถูกผู้กำกับย้ายมาช่วยงานราชการเพราะเกี่ยวข้องกับคดีพันเอกเสถียรใช่ไหมหละ”
“ท่านรู้”
ชนิตาเบิกตากว้างอยากใเหตุการณ์พึ่งผ่านพ้นมาไม่นาน แต่ทำไมเื่ราวภายในกองปราบจังหวัดดังกล่าวกลับหลุดรอดไปในกองทัพจังหวัดนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว ข้อมูลข่าวสารภายในกลับรู้ไปยังหน่วยงานอื่น
“ฮ่า ๆ เอาหละเดี๋ยวฉันไปปรึกษาผู้ว่าเพื่อขอคืนความเป็ธรรมให้กับเธอเองถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะ”
พลตรีมนูญพูดตัดบท เดินขึ้นรถทหารแล่นออกไปทันทีด้านชนิตากำลังหวาดกลัวกับแหล่งข่าวเชิงลึกของกองทัพจังหวัด
“ผู้กองครับ จะทำไงต่อดีครับ”
“ถอนกำลัง กลับไปประจำที่ให้เรียบร้อย”
ชนิตาขึ้นรถตำรวจทางหลวงแล่นออกไปจากกองทัพจังหวัดพร้อมผู้ใต้บังคับบัญชากว่าสามสิบคนเธอกลับมาที่ประจำการของตำรวจทางหลวงจังหวัดพร้อมดูเอกสารการเสียค่าปรับของกองทัพที่ได้ดำเนินการทันทีที่พลตรีมนูญพูดถึง
“ผู้กองครับ โทรศัพท์ครับ”
เ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงคนหนึ่งเอาโทรศัพท์มือถือของสำนักงานมาให้ชนิตาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดชนิตารับโทรศัพท์พูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง
“ร้อยตำรวจเอกชนิตา พูดอยู่ค่ะไม่ทราบว่าใครหรอคะ”
“ผมสุรศรี เป็เลขาของท่านผู้ว่าฯสมคิด ผมได้ส่งคำสั่งด่วนไปทางกองปราบจังหวัดแล้วมีผลทันทีให้ผู้กองชนิตาย้ายกลับไปยังกองปราบจังหวัดได้ ”
“แต่เื่นี้ ท่านผู้กำกับเขา…”
ชนิตาถามเื่ผู้กำกับกองปราบจังหวัดที่เซ็นคำสั่งย้ายเธอมาช่วยราชการที่นี่หากย้ายกลับไปเธอจะไม่มีปัญหาหรอกหรอ แล้วคำสั่งนี้มันจริงแค่ไหนกันเธอพยายามคิดทบทวนถึงความเป็ไปได้
“ตอนนี้ผู้กำกับถูกย้ายไปช่วยราชการที่จวนผู้ว่าแล้วคุณอย่าลืมสิว่าตอนนี้ในการปกครองของประเทศไทยตำรวจแต่ละที่ล้วนขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดนะ”
ปลายสายเอ่ยเตือนเื่การปกครองของสำนักงานตำรวจทั่วประเทศแต่เดิมนั้นทุกสถานีตำรวจจะขึ้นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่เมื่อประเทศไทยพัฒนาไปอีกระดับแล้ว เกิดการกระจายอำนาจขึ้นให้แต่ละจังหวัดมีอำนาจปกครองตนเองเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา ที่แต่ละรัฐมีกฎหมายและผู้ว่าการรัฐมีอำนาจสูงสุด
“ค่ะ”
ชนิตาวางสายลง พร้อมกับเช็คไปที่ Emailของเธอ เป็หนังสือโยกย้ายที่เซ็นโดยผู้ว่าราชการจังหวัดน่านให้เธอกลับไปยังกองปราบจังหวัดทันที
ทันทีที่เธอถึงกองปราบจังหวัดบรรยากาศภายในดูวุ่นวายเป็อย่างมากมีเ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงข้าราชการเดินเข้าออกตลอดเวลา
“หมวด เกิดอะไรขึ้น”
ชนิตาเรียกเ้าหน้าที่ตำรวจรุ่นน้องมาสอบถามซึ่งตำรวจคนนั้นกำลังถือกองเอกสารหน้าตื่นวิ่งออกมาจากห้องของผู้บริหารกองปราบจังหวัด
“พี่ชนิตา ผมยุ่งมากคำสั่งจังหวัดลงมาเปลี่ยนผู้บริหารยกชุดเลยทั้งผู้กำกับ รองผู้กำกับ สารวัตรไม่ใช่แค่ย้ายธรรมดานะพี่ มีการตั้งกรรมการสอบวินัยด้วย ”
“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรอ”
“ใช่พี่ เห็นเขาพูดกันว่าผู้ว่าฯสั่งมาเองเลยผมรีบพี่ ไว้ค่อยคุยกันนะ”
ตำรวจคนนั้นรีบวิ่งถือเอกสารไปทันทีทิ้งให้ชนิตายืนงงกับเหตุการณ์ความวุ่นวายตรงหน้า พลางครุ่นคิด อิทธิพลของทางกองทัพช่างหน้าหวาดหวั่นมากนักถึงขนาดแทรกแซงคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดได้