บทที่4 เริ่มงานใหม่
“แย่แล้ว สายแล้ว” ปีย์ชนกสะดุ้งสุดตัวเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนสายวันใหม่เขาแทบอยากเขกกะโหลกตัวเองอย่างแรงที่ดันมาตื่นสายในวันนี้เสียได้
ปีย์ชนกรีบลุกจากเตียงในทันทีและจัดการตัวเองเป็ที่เรียบร้อยอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบวิ่งกระหืดกระหอบลงมาด้านล่าง ที่นั่นปีย์ชนกได้พบกับคุณหญิงอรุณีหรือที่ปีย์ชนกเรียกว่า “แม่ใหญ่” และพี่สาวทั้งสองที่กำลังนั่งทานข้าวเช้าด้วยกันอยู่บริเวณโต๊ะอาหารภายในบ้าน
คุณหญิงอรุณีปรายตามองปีย์ชนกด้วยสายตาดูถูกพร้อมส่งเสียงฮึดฮัดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์“เฮอะ...ทำงานวันแรกก็สายแล้ว ขาดความรับผิดชอบจริงๆไม่รู้ว่าคนตระกูลนี้จะหวังพึ่งพาคนแบบเธอได้หรือเปล่า”
คำพูดประชดประชันของแม่ใหญ่ทำเอาปีย์ชนกถึงกับหน้าเครียดเขายิ้มเจื่อนออกมาพร้อมก้มหน้าลงต่ำด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ
น้ำฟ้าและจันทร์เ้าพี่สาวต่างมารดาทั้งสองต่างมองหน้ากันไปมาด้วยนึกเห็นใจน้องชายต่างมารดาอย่างจับใจก่อนที่น้ำฟ้าจะรีบโพล่งออกมาทันควัน “ปีย์...กินอะไรรองท้องก่อนไหมพี่ให้บุญสมเตรียมรถไว้ให้แล้ว” น้ำฟ้ารีบหยิบแซนด์วิชชิ้นใหญ่ยื่นให้ปีย์ชนกพร้อมดันหลังน้องชายออกจากบ้านโดยเร็ว
“ดูสิให้ท้ายกันขนาดนี้ต่อไปคงต้องยกขึ้นเป็เทวดาแล้วล่ะ” คุณหญิงอรุณียังคงบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจที่ลูกสาวคนโตให้ท้ายเด็กนอกคอกคนนั้น
“โถ่...แม่คะ แม่จะอะไรกับปีย์ชนกนักหนาจันทร์เ้าก็ไม่เห็นปีย์ชนกจะเคยทำอะไรให้แม่ต้องเหนื่อยใจสักที”จันทร์เ้ารีบเบรกแม่ของตนทันที แม้ว่าเธอจะเข้าใจในความเจ็บช้ำของแม่ก็ตามแต่เธอกลับคิดว่าปีย์ชนกไม่ได้เกี่ยวข้องกับความบาดหมางของผู้ใหญ่เลยสักนิดการที่แม่ของตนเอาความเกลียดชังทั้งหมดไปลงกับปีย์ชนกก็ไม่เป็การสมควรเช่นเดียวกัน
คุณหญิงอรุณีหันมองค้อนขวับใส่ลูกสาวคนเล็กทันที“ดีจริง ๆ ลูกของฉัน ต่อไปคงไม่มีใครเห็นหัวหงอกหัวดำของฉันแล้วแน่ๆ” หญิงวัยกลางคนบ่นออกมาด้วยความโมโหอีกครั้ง
น้ำฟ้าที่เดินกลับเข้ามารีบเข้ามาสวมกอดแม่ใหญ่ทันที“แม่คะ พวกเรารักและเคารพแม่จะตาย ใช่ไหมจันทร์เ้า” น้ำฟ้าพยักพเยิดใส่จันทร์เ้า
จันทร์เ้ารีบผสมโรงอีกคน “ใช่ค่ะพวกเรารักแม่ที่สุดเลย” จันทร์เ้าพูดพร้อมเดินไปโอบแม่ใหญ่เข้าด้วยอีกคนหนึ่ง
คุณหญิงอรุณีมองค้อนลูกสาวทั้งสองอีกครั้งด้วยความน้อยใจที่ทั้งสองคอยแต่ปกป้องเด็กนอกคอกคนนั้นตลอดเวลาและยิ่งเมื่อเธอคิดถึงแม่ของปีย์ชนก ความหลังต่าง ๆ มากมายก็ผุดขึ้นมาในใจ องอาจแอบไปมีความสัมพันธ์กับเลขาคนสนิทซ้ำยังมีลูกด้วยกันอีก กว่าที่เธอจะรู้เื่ เด็กคนนั้นก็อายุได้เกือบสามปีความรู้สึกเ็ปมากมายผุดขึ้นในใจอย่างยากที่เธอจะให้อภัยได้
ในขณะที่ปีย์ชนกเมื่อเดินออกจากบรรยากาศอันน่าอึดอัดแล้วเขาก็รีบเร่งเดินทางไปยังบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่งซึ่งเป็บริษัทคู่ค้ากับบริษัทขององอาจชายหนุ่มรีบตรงไปยังประชาสัมพันธ์และยื่นเอกสารให้ทันที “สวัสดีครับ ผมชื่อปีย์ชนกเป็พนักงานใหม่เพิ่งเข้ามาเริ่มงานวันนี้ครับ”
ปีย์ชนกยืนรออย่างกระวนกระวายอยู่สักพักใหญ่ก่อนที่จะมีหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเดินตรงเข้ามาหาเขา “สวัสดีค่ะ พี่ชื่อยุ้ยเป็ฝ่ายบุคคลของบริษัท เชิญทางนี้ค่ะ”
พี่ยุ้ยนำทางให้ปีย์ชนกเข้าไปยังชั้นที่สิบสองก่อนจะหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงานขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง พี่ยุ้ยเคาะประตูพร้อมพาปีย์ชนกเข้าไปภายในห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
“สวัสดีค่ะคุณศิลายุ้ยพาเลขาคนใหม่มาแนะนำตัวค่ะ”
“ศิลา” ชื่อดังกล่าวทำเอาปีย์ชนกถึงกับชะงักไปและเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า ปีย์ชนกก็ได้แต่ตะลึงค้าง “พี่ศิลา”ปีย์ชนกเพ้อออกมาเมื่อได้เห็นใบหน้าของศิลาชัดเจนขึ้น เขาถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่สองมือกำแน่นด้วยความตื่นเต้น นี่คือพี่ศิลาของเขา พี่ชายข้างบ้านที่เขาฝันถึง
ศิลายังคงมีใบหน้าที่หล่อเหลาเช่นเดิมดวงตารียาว จมูกเป็สันคมแต่ที่แตกต่างไปจากเมื่อวันวานคือพี่ศิลาดูสุขุมและเคร่งขรึมมากกว่าแต่ก่อนมากนัก
ปีย์ชนกยิ้มกว้างออกมาอย่างรู้สึกดีใจดวงตาของเขาเป็ประกายระยิบระยับ ในขณะที่ปีย์ชนกกำลังจะอ้าปากพูดอะไรออกมาเขาก็พลันต้องหุบยิ้มลงไปในทันที
“เนี่ยเหรอเด็กฝากที่คุณประทีปส่งมา” ศิลาหรี่ตามองหน้าปีย์ชนกอย่างรู้สึกขัดใจน้ำเสียงเย้ยหยันทำเอาปีย์ชนกถึงกับขนลุกชัน พี่ศิลายังคงปากร้ายเช่นเดิมไม่ผิดแต่ไม่รู้ว่าในตอนนี้พี่ศิลาจะยังเป็พี่ชายที่ใจดีกับเขาเช่นวันวานหรือไม่
ปีย์ชนกก้มหน้าลงต่ำพร้อมสีหน้ารู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงความรู้สึกผิดหวังนี้ไม่ใช่เพราะถูกตำหนิจากการมาสายแต่เป็เพราะพี่ศิลาจำเขาไม่ได้แล้วต่างหาก
พี่ยุ้ยดูท่าทางอึกอักกับคำพูดของศิลาอย่างมากปีย์ชนกจึงรีบโค้งตัวลงกล่าวทักทายแม้จะรู้สึกน้อยใจมากเพียงใดก็ตาม “สวัสดีครับคุณศิลา ผมชื่อปีย์ชนก เป็เลขาคนใหม่ของคุณครับ”
“ปีย์ชนก...”เสียงพึมพำดังแว่วออกมาอย่างแ่เบา พร้อมใบหน้าที่ดูอ่อนโยนลงก่อนที่ศิลาจะปรับสีหน้ากลับมาราบเรียบดังเดิมอีกครั้ง
“เริ่มงานวันแรกก็สายซะแล้วอย่าคิดว่าเป็เด็กฝากจะทำตัวไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ได้นะ”ศิลาต่อว่าออกมาอย่างตรงไปตรงมา
ศิลาไม่พอใจั้แ่ได้รับคำสั่งเื่เด็กฝากคนใหม่นี้ในตอนแรกเขายืนกรานไม่้าเลขาที่มาจากเด็กเส้นเพราะเขา้าเลือกเฟ้นคนที่มีความสามารถอย่างแท้จริงเท่านั้นแต่เป็เพราะคุณประธีป ประธานบริษัทฯ ขอร้องแกมบังคับทำให้สุดท้ายศิลาก็ได้แต่จนใจรับเขาเข้ามาทำงาน และยิ่งเมื่อได้พบกันวันแรกเด็กคนนี้ก็ยังมาสายอีก ดูท่าทางคงเป็พวกลูกคุณหนูบ้านรวยเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อที่มาทำงานเอาสนุกชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้นนั่นทำให้ศิลารู้สึกหงุดหงิดใจเป็อย่างมากที่ต้องทำงานร่วมกับคนประเภทนี้
สายตาของศิลาที่มองปีย์ชนกอย่างดูแคลนทำเอาปีย์ชนกถึงกับหน้าบึ้งขึ้นมา “ผมต้องขอโทษสำหรับวันนี้ต่อไปผมจะตั้งใจทำงานให้มากขึ้นครับ”
ศิลายกยิ้มมุมปากด้วยท่าทางเย้ยหยัน “แล้วฉันจะคอยดู”