เมื่อออกมาจากมิติ ลี่หงต้องอ้าปากค้างตกตะลึงกับบรรยากาศรอบตัว
แม้จะทำใจมาก่อนแล้วว่าตนจะต้องมาโผล่ในป่าอสูรร้อยราชันย์แต่ก็ไม่คิดว่าท่านมหาเทพจะนำตนมาปล่อยในสถานที่แปลกประหลาดแบบนี้
“นี่มันอะไรกัน อุ๊บ!”เมื่อว่าเผลอตัวะโออกมาเสียงดัง ลี่หงต้องรีบเอามือขึ้นมาปิดปากทันที
เหตุที่ทำให้ลี่หงใได้ขนาดนี้ เพราะจุดที่ตนยืนอยู่นั้นรายล้อมด้วยเมฆหมอกสีขาวโพลนจนมองเห็นได้เพียงระยะทางสั้นๆเท่านั้น
“บรรยากาศแบบนี้ นี่มันป่าหมอกที่อยู่ติดกับทะเลสาบร้อยราชันย์ชัดๆทำไมต้องเป็ป่าหมอกแห่งนี้ด้วยนะ ฮึ่ย! ท่านมหาเทพนะท่านมหาเทพส่งใกล้ๆ เมืองหลวงหน่อยก็ไม่ได้” ลี่หงพึมพำขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ ที่ถูกนำมาปล่อยไว้ในป่าหมอกแห่งนี้
จุดที่ลี่หงอยู่ในตอนนี้ก็คือป่าหมอกซึ่งเป็หนึ่งในป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในทวีปปราณฟ้าและเป็เขตที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในป่าอสูรร้อยราชันย์เช่นกันทั้งยังอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงัทะยานเกือบพันลี้
นอกจากสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งแล้ว ป่าหมอกแห่งนี้ยังปกคลุมไปด้วยหมอกหนาตลอดเวลาไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืนทำให้ทัศนะวิสัยเลวร้ายตุ่์เป็อย่างมากแต่กลับเป็ผลดีต่อบรรดาสัตว์อสูรที่มีจมูกและประสาทััที่ดีเลิศ
ที่สำคัญป่าหมอกแห่งนี้ หากเดินไม่ดูทางอาจจะถูกพิษจากพืชพิษนานาชนิดได้อย่างง่ายดายด้วยเหตุนี้ป่าหมอกจึงถูกจัดให้เป็หนึ่งในพื้นที่อันตรายของป่าอสูรร้อยราชันย์
ในขณะที่ลี่หงกำลังบ่นพึมพำกับตนเองอยู่นั้นจู่ๆ เสียงคำรามของสัตว์อสูรก็ดังขึ้น
โฮก! โฮก! โฮก! ได้ยินดังนั้นเ้าตัวก็รีบโคจรพลังใช้ออกด้วยพลังแห่งพฤกษาเพื่อเร้นกายทันที ด้วยพลังแห่งพฤกษาที่ได้รับมาจากท่านมหาเทพีแห่งพฤกษาทำให้ลี่หงสามารถกลมกลืนเป็หนึ่งเดียวกับธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย จากนั้นจึงทะยานขึ้นไปบนต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ
เมื่อขึ้นมาบนต้นไม้ใหญ่ที่สูงกว่าสามสิบเมตรได้แล้วลี่หงก็สอดส่ายสายตามองไปยังผืนป่าที่เต็มไปด้วยหมอกหนา แต่ด้วยร่างกายที่พิเศษ เพียงแค่โคจรลมปราณไปยังดวงตาไม่ว่าจะเป็ความมืดหมอก หนาทึบหรือแม้แต่ภาพมายาก็ไม่สามารถปกปิดดวงตาของลี่หงได้แม้จะอยู่ห่างไกลกว่าครึ่งลี้แต่ลี่หงก็สามารถมองเห็นที่มาของเสียงดังกล่าวอย่างชัดเจน
ด้วยความรู้ที่ได้รับมา ทำให้ลี่หงสามารถบอกได้ว่าสัตว์อสูรที่อยู่ในครรลองสายตานั้นเป็สัตว์อสูรชนิดใดตอนนี้สายตาของลี่หงกำลังจดจ้องไปยังฝูงหมาป่าขนเหล็กนับสิบตัว แต่ละตัวล้วนสูงใหญ่กว่าสามเมตรแถมยังอยู่ในระดับปราณฟ้าขั้นต้นทั้งหมดจะมีก็เพียงตัวที่สูงใหญ่ที่สุดในฝูงเท่านั้นที่อยู่ในระดับปราณฟ้าขั้นห้า
ในขณะที่หมาป่าขนเหล็กตัวหนึ่งเคลื่อนไหวก็ปรากฏให้ลี่หงได้เห็นหมาป่าวายุสองตัวที่ร่างกายเต็มไปด้วยาแฉกรรจ์มากมาย แถมหมาป่าวายุตัวหนึ่งยังนอนจมกองเื แต่สายตากลับจ้องเขม็งไปยังฝูงหมาป่าขนเหล็กด้วยความอาฆาตแค้นแม้จะถูกกลุ้มรุมจากฝูงหมาป่าขนเหล็กนับสิบตัว แต่หมาป่าวายุทั้งสองก็อยู่ในระดับปราณฟ้าขั้นห้าทำให้สามารถยืนหยัดมาถึงจุดนี้ได้
เห็นดังนั้นลี่หงจึงคิดเฝ้าดูเพียงเท่านั้นเพราะอยากดูการต่อสู้ของสัตว์อสูรในโลกใบใหม่นี้ แต่ในขณะนั้นเองสายตาของลี่หงก็เหลือบไปเห็นก้อนขนสีขาวและสีดำดิ้นอยู่ด้านหลังหมาป่าวายุตัวที่นอนจมกองเื เห็นดังนั้นดวงตาหงก็หรี่เล็กจ้องมองไปยังก้อนขนทั้งสอง
“หืม! ลูกหมาป่าวายุหรอแสดงว่าหมาป่าวายุคู่นี้ปกป้องลูกมันอยู่สินะ”เห็นดังนั้นดวงตาลี่หงก็สาดประกายอำมหิตออกมาครู่หนึ่ง แต่ไม่ทันที่จะได้ตัดสินใจทำอะไรสายตาของลี่หงก็เห็นหมาป่าขนเหล็กสองตัวกำลังย่องเข้าหาลูกหมาป่าวายุจากทางด้านหลังโดยมีหมาป่าขนเหล็กตัวอื่นๆหลอกล่อพ่อแม่หมาป่าวายุไว้
เมื่อหมาป่าขนเหล็กที่เป็ตัวล่อกระโจนเข้าหาหมาป่าวายุทั้งสองทั้งสองก็รีบพุ่งไปสกัดฝูงหมาป่าขนเหล็กทันที โดยไม่รู้เลยว่ามีนักล่าอีกสองตัวกำลังรอเวลานี้อยู่
กว่าหมาป่าวายุทั้งสองจะรู้ตัวก็สายไปแล้วเพราะโดนสกัดไว้โดยหมาป่าขนเหล็กตัวจ่าฝูงในระหว่างที่หมาป่าขนเหล็กตัวที่หมายจะขย้ำลูกหมาป่าวายุน้อยอ้าปากกว้าง หมายจะกัดกินลูกหมาป่าวายุน้อยอยู่นั้นพลันเกิดเสียงของวัตถุพุ่งผ่านอากาศมาด้วยความรวดเร็วก่อนจะผ่านหน้าพวกมันไป
ฟิ้ว! ฉับ! ฉับ! กว่าพวกมันทั้งสองจะรู้ว่าเสียงที่ดังขึ้นมานั้นเกิดจากอะไรหัวของพวกมันก็หลุดออกจากคอแล้ว
ตุ๊บ! เสียงหัวหมาป่าขนเหล็กตัวดังกล่าวตกกระทบพื้นดังขึ้นทำให้การต่อสู้ของเหล่าหมาป่าหยุดชะงักในทันที
ก่อนหน้านี้ เมื่อลี่หงเห็นหมาป่าขนเหล็กทั้งสองกำลังจะขย้ำลูกหมาป่าวายุน้อยก็ไม่มีการลังเลใดๆอีกมือน้อยๆเอื้อมไปยังกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ตัวพร้อมกับหักติดมือมา จากนั้นจึงส่งลมปราณไร้ลักษณ์ไปยังกิ่งไม้ทำให้กิ่งไม้สีเขียวแกมน้ำตาลครอบคลุมด้วยลมปราณไร้ลักษณ์สีทอง จากนั้นจึงพุ่งไปยังหมาป่าขนเหล็กตัวดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว
แม้จุดที่อยู่นั้นจะห่างจากจุดต่อสู้ของฝูงหมาป่ากว่าครึ่งลี้แต่ด้วยเคล็ดวิชาเหินเวลาที่ได้รับมาจากท่านมหาเทพ อีกทั้งเ้าตัวยังสามารถฝึกฝนกระบวนท่าย่างก้าวชั่วพริบตาถึงขั้นสูงสุดแล้ว
การจะก้าวเดินไปในระยะเพียงครึ่งลี้ไม่ได้ยากเย็นอะไรสำหรับลี่หงเลยเมื่อมาถึงก็ไม่รอช้าพลันฟาดฟันกิ่งไม่ในมือไปยังคอของหมาป่าขนเหล็กทั้งสองตัวทันที
ทางด้านฝูงหมาป่าขนเหล็ก เมื่อเห็นพวกพ้องถูกสังหารในชั่วพริบตาก็หยุดชะงักทันทีที่พวกมันเห็นว่าตัวการที่ทำให้พรรคพวกถูกสังหารคืออะไร ต่างก็รีบถอยห่างด้วยความรวดเร็วเพราะััถึงอันตรายและภัยคุกคามได้จากมนุษย์ตรงหน้าส่วนหมาป่าวายุสองตัวนั้นก็มีอาการไม่ต่างจากฝูงหมาป่าขนเหล็กมากนัก
เมื่อเห็นอาการตื่นกลัวของหมาป่าวายุทั้งสองลี่หงจึงส่งพลังแห่งพฤกษาที่เป็มิตรต่อสรรพชีวิตไปยังหมาป่าวายุทั้งสองตัวเมื่อััถึงพลังที่อบอุ่นและเป็มิตรจากมนุษย์ตรงหน้า หมาป่าวายุทั้งสองก็รีบเข้าไปหาลูกน้อยทันที
แม้จะยังสงสัยว่าเหตุใดมนุษย์ตรงหน้าถึงมาช่วยพวกตนแต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้หมาป่าวายุทั้งสองเลือกที่จะเชื่อใจมนุษย์ตรงหน้ามากกว่าตั้งตัวเป็ศัตรูเมื่อพบว่าลูกน้อยยังปลอดภัยดีหมาป่าวายุทั้งสองก้าวเดินมายืนเคียงข้างลี่หง
เห็นดังนั้นลี่หงก็แย้มยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจที่พลังแห่งพฤกษาของตนได้ผลพลางมองสำรวจร่างกายของหมาป่าวายุทั้งสองตัวที่สูงใหญ่กว่าสามเมตร จากนั้นก็ยื่นมือน้อยๆไปแตะที่ขาหน้าของหมาป่าวายุแล้วส่งลมปราณเข้าไปรักษาอาการาเ็ของทั้งสอง
ทางด้านพ่อแม่หมาป่าวายุเมื่อได้รับลมปราณจากมนุษย์ตรงหน้าจึงลดคลายความหวาดระแวงลงทั้งยังเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวของมนุษย์ที่มาช่วยเหลือพวกตนมากยิ่งขึ้น
ต่างกับจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็ก เมื่อเห็นเหยื่อเพิ่มมาอีกหนึ่งก็ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความไม่พอใจแถมยังสังหารสมุนของตนไปอีกด้วย ทั้งยังเห็นาแของเหยื่อที่มันหมายจะสังหารกำลังสมานด้วยแล้วมันก็ยิ่งเดือดดาลขึ้นไปอีกพลางสั่งให้สมุนทั้งแปดที่เหลือเข้าโจมตีเหยื่อตรงหน้าทันที
โฮก! เมื่อได้รับคำสั่งบรรดาหมาป่าขนเหล็กอีกนับสิบที่เหลือต่างก็ไม่รอช้าพากันกระโจนเข้าโจมตีทั้งสามจากทุกทิศทาง ยกเว้นแต่ตัวจ่าฝูงเท่านั้นที่สังเกตการณ์อยู่ด้านหลังสองตายังคงจ้องมองมาที่ลี่หงด้วยความอาฆาตแค้นและระวังตัว
หมาป่าวายุทั้งสองตัวหลังจากได้รับการรักษาก็ก้มหัวลงมาถูกกับฝ่ามือของลี่หงเพื่อเป็การขอบคุณพร้อมกับก้าวเดินออกมาประจันหน้ากับฝูงหมาป่าขนเหล็กเมื่อเห็นดังนั้นลี่หงก็ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความพึงพอใจก่อนจะเดินเข้าไปรักษาให้ลูกหมาป่าวายุน้อยทั้งสองต่อ
เมื่อาแหายดีอีกทั้งพละกำลังก็กลับมาดังเดิมหมาป่าวายุทั้งสองตัวก็เริ่มบุกจู่โจมเหล่าลูกสมุนหมาป่าขนเหล็กทันที ด้วยระดับที่มากถึงปราณฟ้าขั้นห้ามีหรือที่เหล่าหมาป่าขนเหล็กที่มีระดับต่ำกว่าจะสู้ได้
แม้จะมีจำนวนมากกว่า แต่ด้วยพละกำลังของหมาป่าวายุที่กลับคืนมาเต็มเปี่ยมและความแค้นที่ถูกฝูงหมาป่าขนเหล็กไล่ล่าสังหารหมาป่าวายุทั้งสองจึงโจมตีอย่างสุดกำลัง ทั้งยังไม่ต้องห่วงลูกๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของมนุษย์ที่มาช่วยเหลือพวกตน
ทางด้านลี่หงในตอนนี้กำลังนั่งเล่นอยู่กับลูกหมาป่าวายุน้อยทั้งสองด้วยพ่อแม่ที่เป็หมาป่าวายุมีขนสีฟ้าขาวแต่ลูกหมาป่าวายุทั้งสองกลับแตกต่างจากตัวพ่อแม่อย่างสิ้นเชิงหนึ่งมีขนสีดำ หนึ่งมีขนสีขาว เห็นดังนั้นลี่หงก็ยิ่งสนใจในลูกหมาป่าวายุน้อยทั้งสองตัวมากยิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกัน สายตาของลี่หงก็ยังจดจ้องไปยังการต่อสู้ของสองหมาป่าวายุกับฝูงหมาป่าขนเหล็กด้วยความตื่นเต้นต่างกับจ่าฝูงของหมาป่าขนเหล็กที่เห็นสมุนของมันถูกสังหารไปทีละตัว
จากที่มันสังเกตการณ์อยู่เื้ัและเห็นว่ามนุษย์ที่เข้ามาช่วยเหลือเหยื่อของมันกำลังนั่งเล่นอยู่กับลูกหมาป่าวายุทั้งสองทั้งยังลดการระวังตัวลง เห็นดังนั้นมันก็พุ่งเข้าโจมตีทันทีแต่หารู้ไม่ว่าลี่หงนั้นกระจายััออกไปรอบตัวเสมอ
“หืม! เ้าจะเล่นกับข้าหรอ”เมื่อเห็นจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กมุ่งหน้ามายังจุดที่ตนอยู่ ลี่หงก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ก่อนจะหันไปลูบหัวลูกหมาป่าวายุน้อยทั้งสองโดยไม่ใส่ใจในการโจมตีของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็ก
หากมีใครมาเห็นการกระทำของลี่หงในตอนนี้คงคิดว่าเ้าตัวไม่บ้าก็สติไม่สมประกอบแน่นอน มีอย่างที่ไหนมานั่งเล่นกับลูกหมาป่าวายุท่ามกลางการต่อสู้ของฝูงหมาป่านับสิบตัวแต่ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานอกจากจะฝึกฝนวิชาต่างๆแล้ว การค้นคว้าในความทรงจำที่ได้รับถ่ายทอดมาก็เป็อีกสิ่งหนึ่งลี่หงสนใจ
เพราะไม่เพียงแต่ความรู้เท่านั้นที่ได้รับการถ่ายทอดมาทักษะการต่อสู้ต่างๆ ก็ได้รับถ่ายทอดมาเช่นกันแถมยังมีภาพการต่อสู้ของท่านมหาเทพีกับฝูงสัตว์อสูรเกเรนานาชนิดติดมาด้วยเพราะเหตุนี้ทำให้ลี่หงไม่รู้สึกเกรงกลัวฝูงหมาป่าตรงหน้าแม้แต่น้อย
“พวกเ้าสองตัวไปวิ่งเล่นในบ้านของข้าก่อนนะ”พูดจบลี่หงก็นำลูกหมาป่าวายุทั้งสองตัวเข้าไปในมิติ แล้วพุ่งเข้าหาจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กด้วยความรวดเร็วชั่วพริบตาลี่หงก็มาโผล่ด้านข้างของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็ก พร้อมกับชกหมัดน้อยๆเข้าไปยังลำตัวของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็ก
ตู้ม! ปัง! แม้จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กจะััถึงการคงอยู่ของลี่หงแต่ก็ไม่สามารถหลบได้ทัน สุดท้ายจึงโดนหมัดน้อยๆของลี่หงต่อยเข้ากลางลำตัว จนกระเด็นไปชนต้นไม้ที่อยู่ห่างไปถึงสิบเมตร
โฮก! เมื่อตั้งหลังได้จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็คำรามออกมาด้วยความเดือดดาลพลางจ้องมายังมนุษย์ตัวจ้อยที่บังอาจโจมตีมันด้วยความโกรธแค้น
ทางด้านลี่หง เมื่อเห็นผลงานของตนก็สบถออกมาด้วยความไม่พอใจเพราะการต่อยครั้งนี้ตนใช้แรงออกไปถึงสามส่วน หากเป็สัตว์อสูรระดับต่ำกว่าปราณปฐีรับรองได้เลยว่าแรงเพียงสามส่วนของลี่หงสามารถสังหารมันได้อย่างง่ายดาย
“ชิ! เบาไปหรอ” หากมีใครมาได้ยินและได้เห็นหมัดน้อยๆที่ไม่ได้เสริมลมปราณแต่กลับสามารถส่งให้หมาป่าขนเหล็กระดับปราณฟ้าขั้นห้า กระเด็นกระดอนไปไกลกว่าสิบเมตรต้องกระอักเืตายแน่นอนทั้งที่ตนมีระดับเพียงปราณฟ้าขั้นแรกเท่านั้น แต่กลับทำร้ายสัตว์อสูรที่มีระดับเหนือกว่าถึงสี่ขั้นได้อย่างง่ายดายแต่กลับไม่พอใจ
หากเป็คนทั่วไปการจะต่อกรกับสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับเดียวกันล้วนเป็สิ่งที่เป็ไปได้ยากยิ่งเพราะสัตว์อสูรนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่าการจะต่อกรกับสัตว์อสูรในระดับเดียวกันนั้นต้องใช้คนมากกว่าห้าคนกลุ้มรุมถึงจะสังหารได้แต่ตัวของลี่หงในตอนนี้กลับมีร่างกายแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าเสียอีก
โฮก! จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กคำรามออกมาด้วยเกรี้ยวกราดพลางพุ่งเข้าหาลี่หงด้วยความรวดเร็วพร้อมกับกางกรงเล็บที่แหลมคมราวกระบี่ชั้นยอด แม้จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กจะพุ่งทะยานมาด้วยความเร็วแต่สำหรับลี่หงนั้นกลับเชื่องช้าราวเต่าคลาน
เมื่อกรงเล็บจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กใกล้เข้ามาเรื่อยๆลี่หงเพียงเบี่ยงตัวออกไปด้านข้างก็สามารถหลบกรงเล็บที่คนอื่นมองว่ารวดเร็วยิ่งได้แล้ว
จากนั้นเ้าตัวก็เตะไปที่ลำตัวของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กอีกครั้งหนึ่งการเตะในครั้งนี้ลี่หงใช้แรงถึงห้าส่วน ทำให้จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กลอยไปไกลกว่าห้าสิบเมตร
หลังจากถูกส่งลอยกระเด็นไปเป็ครั้งที่สองจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็ไม่รอช้าคราวนี้มันพุ่งทะยานเข้ามาหาลี่หงด้วยความรวดเร็วกว่าเดิมมาก พร้อมกับกางกรงเล็บทั้งห้าออกและสะบัดข่วนอากาศตรงหน้าจากนั้นก็ปรากฏเป็คลื่นลมปราณรูปกรงเล็บหมาป่าขนาดใหญ่พุ่งตรงมายังลี่หง
“อ๊ะ! ลืมไปซะสนิทเลยว่ามันใช้ลมปราณได้”เมื่อเห็นการกระทำของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็ก ลี่หงก็ใไม่น้อยเพราะนี่เป็การต่อสู้ครั้งแรกของตนแม้จะรู้ว่าสัตว์อสูรระดับสูงนั้นสามารถใช้ลมปราณได้เหมือนมนุษย์ แต่ก็ยังอดที่จะใไม่ได้เมื่อมาเห็นกับตาแบบนี้
เมื่อััได้ถึงอันตรายจากการโจมตีของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็สายไปแล้วเพราะลมปราณที่ถูกปล่อยออกมานั้นรวดเร็วเป็อย่างมาก กว่าจะรู้ตัวกรงเล็บปราณก็อยู่ห่างจากใบหน้าตนไม่กี่ก้าวเท่านั้นด้วยความตระหนกและใทำให้ลี่หงไม่สามารถหลบหลีกได้ทัน สุดท้ายเ้าตัวจึงทำได้เพียงโคจรลมปราณไปยังแขนทั้งสองข้างแล้วยกขึ้นมากันกรงเล็บปราณที่จู่โจมมา
ปัง! เสียงของกรงเล็บปราณปะทะเข้ากับแขนที่แสนบอบบางหุ้มด้วยลมปราณดังขึ้นพร้อมกับจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กเข้าประชิดลี่หงในเวลาเดียวกัน เมื่อเห็นเหยื่อรับการโจมตีได้มันจึงฟาดกรงเล็บมายังแขนน้อยๆ ของลี่หงอีกครั้ง เพื่อหวังตัดผ่านแขนทั้งสองข้างและตัดศีรษะของมนุษย์ตรงหน้าให้ขาดสะบั้น
ปัง! การจู่โจมอย่างกะทันหันของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กทำให้ลี่หงกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบเมตรไปชนเข้ากับต้นไม้ที่ขวางทางอยู่อย่างจัง
ตู้ม! เมื่อร่างระหงกระแทกเข้ากับสิ่งที่ขวางทางทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่กว่าสองคนโอบหักโค่นลงทันที หลังจากปะทะกับต้นไม้ร่างบางของลี่หงก็ตกกระแทกพื้นทว่าตอนที่ตกกระแทกพื้นกลับเป็ใบหน้าที่บอบบางลงถึงพื้นก่อนส่วนอื่นใด
เมื่อลุกขึ้นมาได้บรรยากาศรอบตัวลี่หงก็ค่อยๆเย็นเยียบ แรงกดดันมหาศาลที่มากกว่าระดับปราณฟ้าขึ้นหนึ่งจะมีได้ถูกปลดปล่อยออกมารอบกายเหล่าหมาป่าขนเหล็กที่กำลังต่อสู้อยู่กับหมาป่าวายุต้องหยุดชะงักทันที เนื่องจากพวกมันจากััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ออกมาจากตัวมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในบริเวณนี้
ทางด้านจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กที่กำลังพุ่งเข้ามาเพื่อจะโจมตีซ้ำก็ต้องหยุดชะงักเพราะแรงกดดันที่มนุษย์ตรงหน้าปลดปล่อยออกมา ส่วนหมาป่าวายุทั้งสองแม้จะััได้ถึงแรงกดดันแต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อพวกมันทั้งสองมากนัก
แม้จะโดนโจมตีจากจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กจนร่างบางกระเด็นไปชนต้นไม้แต่การโจมตีของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กกลับทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนให้กับแขนน้อยๆ ของลี่หงเท่านั้นเพียงโคจรลมปราณไปที่แผลไม่ถึงสองลมหายใจรอยขีดข่วนก็หายสนิทแล้วแต่ที่เ้าตัวโมโหนั้นกลับเป็ใบหน้าบอบบางที่ตกกระทบพื้น
“แก!ไอ้หมาบัดซบ บังอาจมาโจมตีใบหน้าแสนสวยของข้า กว่าข้าจะมีใบหน้าแบบนี้ได้ต้องผ่านอะไรมาบ้างแกรู้ไหมหากใบหน้าข้าเสียโฉมแกจะรับผิดชอบยังไง แล้วแกยังทำให้แขนที่แสนเนียนนุ่มและบอบบางของข้าเป็แผลโทษฐานที่แกบังอาจคิดทำร้ายใบหน้าข้าและทำให้ร่างกายข้ามีาแ พวกแกทุกตัวจะต้องชดใช้”พูดจบลี่หงก็ะเิพลังแห่งพฤกษาออกมา แถมยังโคจรปราณไร้ลักษณ์ผสานเข้าไปอีกด้วย
“พฤกษาพันธนาการ” สิ้นเสียงของลี่หงต้นไม้ที่อยู่โดยรอบต่างก็สั่นไหวราวกับมีลมพายุพัดพา ไม่นานก็มีรากไม้มากมายผุดขึ้นจากพื้นดินเข้าเกี่ยวรัดพันธนาการเหล่าหมาป่าขนเหล็กทั้งหมดไว้ยิ่งลี่หงส่งพลังแห่งพฤกษาไปยังต้นไม้รอบตัวมากเท่าไหร่ความเร็วและความแข็งแกร่งของรากไม้ก็มากขึ้นเท่านั้นแถมยังผสานลมปราณไร้ลักษณ์เข้าไปด้วยยิ่งทำให้รากไม้เหล่านี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าเสียอีก
หลังจากพันธนาการฝูงหมาป่าขนเหล็กเรียบร้อยแล้วระหว่างนั้นลี่หงก็ใช้ออกด้วยกระบวนท่าต่อไปทันที
“พยุหะพรรณพฤกษา พันพฤกษาสังหาร” พูดจบใบไม้นับร้อยนับพันต่างหลุดลอยออกมาจากต้นไม้โดยรอบจากนั้นเหล่าใบไม่ทั้งหลายต่างก็มาหมุนวนอยู่รอบตัวลี่หง พร้อมทั้งชี้ปลายใบไปยังฝูงหมาป่าขนเหล็ก
เมื่อฝูงหมาป่าขนเหล็กได้เห็นความเกรี้ยวกราดของลี่หงต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่นแม้อยากหลีกหนีให้พ้นจากปีศาจตรงหน้า แต่ไม่ว่าจะดิ้นยังไงก็ไม่สามารถรอดพ้นจากรากไม้ที่พันธนาการได้
“สังหาร!” สิ้นเสียงที่เกรี้ยวกราดของลี่หง ใบไม้นับพันต่างก็พุ่งเข้าใส่ฝูงหมาป่าขนเหล็กที่ถูกพันธนาการทันที
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฉึก! ฉึก! ฉึก! เสียงใบไม้พุ่งผ่านอากาศด้วยความรวดเร็วสร้างความหวาดกลัวให้แก่ฝูงหมาป่าขนเหล็กเป็อย่างมาก
จากนั้นเหล่าใบไม้ที่ไร้พิษสงก็กลับกลายมาเป็อาวุธสังหารฝูงหมาป่าขนเหล็กในบัดดลบ้างก็เสียดแทงเข้าไปยังร่างที่ถูกพันธนาการ บ้างก็ตัดผ่านเฉือนเนื้อหนังหมาป่าขนเหล็กที่แม้แต่กระบี่เนื้อดีก็ยังยากจะสร้างาแได้
โฮก!! โฮก!! โฮก!! โฮก!! โฮก!! โฮก!! เสียงร้องคำรามด้วยความเ็ปของเหล่าหมาป่าขนเหล็กดังขึ้นสอดประสานกับเสียงหวีดหวิวของใบไม้นับพันดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ทำให้เหล่าสัตว์อสูรที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็แตกตื่นหนีหายไปคนละทิศคนละทาง
ผ่านไปสามสิบลมหายใจ เสียงครวญครางของเหล่าหมาป่าขนเหล็กก็เงียบหายไปพร้อมกับลมหายใจที่สงบนิ่ง
หลังจากตรวจสอบดูแล้วว่าไม่มีตัวไหนรอดลี่หงก็คลายรากไม้ทั้งหมดให้กลับคืนสู่สภาพเดิมเหล่าใบไม้สีเขียวสดใสที่อาบย้อมไปด้วยเื เมื่อไม่มีพลังแห่งพฤกษาคอยควบคุมต่างก็ร่วงหล่นลงบนพื้นอย่างพร้อมเพรียง
“แฮก! แฮก! เหนื่อยสุดๆเลยแฮ๊ะสงสัยต้องฝึกควบคุมพลังแห่งพฤกษาให้มากกว่านี้แล้ว” พูดจบเ้าตัวก็เดินเข้าไปดูสภาพของเหล่าหมาป่าขนเหล็กที่ถูกสังหารส่วนหมาป่าวายุทั้งสองตัวในตอนนี้ต่างก็จ้องมายังลี่หงด้วยความหวาดกลัว
“เหอะ! เหอะ! สงสัยจะหนักมือไปหน่อย นี่ขนาดยังไม่ได้เสริมปราณไร้ลักษณ์เข้าไปในใบไม้ยังรุนแรงขนาดนี้ไม่อยากคิดเลยว่าหากเสริมปราณไร้ลักษณ์เข้าไป ใบไม้พวกนี้ไม่ตัดผ่านร่างหมาป่าพวกนี้ขาดครึ่งเลยรึ”เ้าตัวพูดขึ้นเมื่อเห็นรอยแผลเหวอะหวะของหมาป่าขนเหล็กทั้งหกตัวเพราะแต่ละร่างนั้นล้วนถูกเฉือนจนไม่มีชิ้นดี บางตัวยังมีใบไม้ฝังอยู่ บางตัวก็ถูกเฉือนเนื้อออกมาเป็ชิ้นๆจากนั้นเ้าตัวก็เก็บซากหมาป่าขนเหล็กทั้งหมดเข้าไปในมิติ
การกระทำของลี่หงล้วนอยู่ในสายตาของหมาป่าวายุสองผัวเมียที่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามนุษย์ตรงหน้าแข็งแกร่งขนาดไหนแล้วก็ไม่กล้าละสายตาไปจากมนุษย์ตรงหน้าแม้แต่เสี้ยวลมหายใจเพราะเกรงว่ารายต่อไปที่จะถูกสังหารคือพวกตน โดยลืมไปเสียสนิทว่าพวกตนยังมีลูกน้อยอีกสองตัวให้ปกป้องอยู่