บทที่6-2 เครื่องประดับกับความงาม
บ้านของครอบครัวนางหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าคฤหาสน์ตระกูลหวัง ในตอนแรกที่ครอบครัวของนางซื้อบ้านหลังนี้พื้นที่ของบ้านมีเพียงแค่ครึ่งเดียว แต่ท่านพ่อได้ซื้อบ้านที่อยู่ติดกันเพิ่มจากนั้นจึงทุบบ้านเก่าทิ้งทั้งหมด แล้วสร้างเรือนใหม่ขึ้น ให้คล้ายกับคฤหาสน์ตระกูลหวังในเมืองหลวงโดยมีเรือนนอนใหญ่สำหรับท่านพ่อท่านแม่ เรือนนอนห้าเรือนสำหรับลูกทั้งห้าคนเรือนนอนสำหรับแขกอีกสองเรือน ส่วนที่พักสำหรับคนรับใช้ ท่านพ่อให้สร้างเป็ตึกสองชั้นจำนวนสามตึกแยกเป็ชายและหญิงอย่างละหนึ่งตึก ส่วนตึกสุดท้ายจะเป็ตึกสำหรับคนที่มีครอบครัวโดยพื้นที่ของห้องจะมีขนาดที่กว้างและใหญ่กว่า
พี่สามของนางเป็คนออกแบบให้มีศาลากลางน้ำไว้สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจเป็อีกหนึ่งสถานที่โปรดของครอบครัวนางเมื่ออยู่กันพร้อมหน้า โดยเฉพาะพี่สี่ที่ชอบขอให้นางเล่นพิณให้ฟังอยู่เป็ประจำ
ในสระน้ำมีปลาหลีฮื้อ (ปลาไนชนิดหนึ่ง)หลากหลายสีสันแหวกว่ายอยู่เป็จำนวนมาก ซึ่งนางเป็คนจัดหาปลาพวกนี้มาเช่นกันเพราะปลาหลีฮื้อเป็สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์พูนสุข กินดีอยู่ดี เจริญรุ่งเรืองร่ำรวยมากมายมหาศาลไม่มีขีดจำกัด มีกินมีใช้ไม่หมดสิ้น
เมื่อหวังิซินก้าวขาลงจากรถม้าคนรับใช้ได้มารายงายนางว่าครอบครัวของนางมาถึงแล้วและกำลังรอนางอยู่ที่ห้องโถงนั่งเล่น
“คารวะท่านพ่อ ท่านแม่ และทุกคนเ้าค่ะ”ิซินยอบกายคารวะทุกคน
“ตามสบายเถิดซินเอ๋อร์เ้าไปช่วยงานพี่สามของเ้า เรียบร้อยดีหรือไม่” เหอฟางหรูเอ่ยถามบุตรสาว
“สถานที่เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะพี่เขยได้ส่งรายชื่ออาหารไปให้หลงจู๊ภัตตาคารเจี้ยนคังเป็ผู้จัดการส่วนเื่ขนมหวานหลงจู๊ไป่ร้านขนมฉิงเล่อเป็ผู้รับผิดชอบเ้าค่ะสำหรับของชำร่วยในงาน ลูกได้จัดเตรียมชุดเครื่องสำอางสำหรับแขกที่เป็สตรีและถุงหอมสำหรับแขกที่เป็บุรุษไว้เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
“ดีแล้วโชคดีที่มีเ้าช่วยแบ่งเบาภาระของเยว่เอ๋อร์พี่สาวของเ้าต้องดูแลลูกที่ยังเล็กถึงสองคน ไหนจะต้องดูแลร้านค้าดูแลศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียง ดูแลจวนท่านรองเ้าเมืองถึงจะมีชงเมิ่งและชงไฉ่เป็ผู้ช่วย แต่ก็ยังถือว่าหนักอยู่ดี” หวังหลินข่ายรู้ดีว่าบุตรสาวของตนเองเป็คนเก่ง สามารถบริหารจัดการได้ทุกเื่ แต่ตนเองผู้เป็บิดาก็ยังคงเป็ห่วงลูกสาวอยู่ดี
“ใช่ขอรับท่านพ่อเยว่เอ๋อร์มีหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบมากจริงๆ ขอรับ”หวังหนิงเฉิงผู้เป็พี่ชายคนโตเห็นด้วยกับสิ่งที่บิดากล่าว
“แต่ลูกเชื่อว่าพี่สามต้องทำได้เ้าค่ะพี่สามของลูกเก่งที่สุดเ้าค่ะ” หวังิซินกล่าวด้วยความมั่นใจในตัวพี่สาวของตนก่อนจะชำเลืองมองไปที่มารดาแล้วกล่าวว่า
“ท่านแม่เ้าคะแต่ตอนนี้ซินเอ๋อร์คิดถึงอาหารฝีมือของท่านแม่มากเ้าค่ะ”
“มิใช่ว่า อาหารของพี่สามเ้าอร่อยที่สุดมิใช่รึ”เหอฟางหรูเอ่ยถามบุตรสาวคนเล็ก
หวังิซินเดินเข้าไปกอดแขนมารดาของตนเองและใช้น้ำเสียงออดอ้อนว่า
“โธ่!ท่านแม่เ้าคะ ข้ากินอาหารฝีมือของท่านแม่มาั้แ่เกิด สำหรับลูกแล้ว อาหารที่อร่อยที่สุดก็คืออาหารของท่านแม่เ้าค่ะ”
“พออยู่กับพี่สาว เ้าก็บอกว่า อาหารของพี่สาวเ้าอร่อยมากที่สุดพอพี่สาวของเ้าไม่อยู่ก็บอกว่าคิดถึงอาหารผีมือแม่ เ้านี่นะจริงๆ เลยไม่รู้ว่านิสัยของเ้าได้มาจากผู้ใด”
“เท่าที่ข้าสังเกตนะเ้าคะ ข้าคิดว่า นิสัยข้าเหมือนท่านปู่เล็กเ้าค่ะ”
“ฮาฮ่า”เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้นในห้องโถงนั่งเล่น
“ตอนนี้ท่านปูเล็กอยู่ที่เมืองหลวงคงได้สำลักน้ำหลายอึกเลยทีเดียว”หวังหนิงเทียนผู้เป็พี่รองของิซินเอ่ยขึ้นทั้งที่กำลังหัวเราะอยู่
“ข้าพูดเื่จริงนะเ้าคะท่านปู่เล็กเป็คนพูดเก่งและเป็คนที่ทำให้พี่สามยอมเข้าครัวทำอาหารให้กินมากที่สุดข้ายังต้องศึกษาจากท่านปู่เล็กอีกมากเ้าค่ะ” หวังิซินรู้สึกว่าตนเองยังต้องเรียนรู้จากท่านปู่เล็กอีกมาก
“แต่พ่อว่าแค่นี้ก็มากพอแล้วล่ะซินเอ๋อร์ อย่าให้มากกว่านี้อีกเลยลูก” คำพูดของหวังหลินข่ายเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนอีกครั้ง
อาหารมื้อเย็นของวันนี้จึงเป็เหอฟางหรูที่เข้าครัวทำอาหารด้วยตนเองลูกสะใภ้ทั้งสองคนขอเข้าไปช่วยแม่สามีทำอาหารด้วย แต่เหอฟางหรูปฏิเสธเพราะกลัวว่าคนท้องทั้งสองคนจะเหนื่อยเกินไป
หลังจากครอบครัวของหวังิซินร่วมกันกินอาหารมื้อเย็นด้วยกันอย่างมีความสุขแล้วต่างคนจึงแยกย้ายกลับเรือนนอนของตนเองเพื่อพักผ่อน เนื่องจากเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาจากตำบลฉางสุ่ย
เรือนนอนของหวังิซินมีชื่อว่าเรือนิซิน ป้ายชื่อเรือนนอนเป็ท่านปู่ของนางที่เขียนให้ ในตอนที่ท่านปู่มาร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ของคฤหาสน์ตระกูลหวังในเมืองเฉิงตือซึ่งเื่นี้ทำให้ท่านปู่เล็กไม่พอใจและงอนนางไปหลายวันเพราะท่านปู่เล็ก้าเป็ผู้เขียนชื่อเรือนให้กับนางเช่นกันแต่ท่านปู่ใช้ข้ออ้างว่า เขาคือท่านปู่ใหญ่
หวังิซินปลูกดอกไม้หลากหลายชนิดไว้รอบเรือนนอนของนางเพราะนางชื่นชอบกลิ่นหอมของดอกไม้ อีกทั้งเมื่อได้เห็นสีสันของดอกไม้ทำให้นางรู้สึกชื่นตาชื่นใจ
ใน่ยามเว่ยของวันถัดมาซิ่งฮวาและเพ่ยฟางกำลังช่วยหวังิซิน พอกหน้าและขัดตัวตามสูตรของหวังิเยว่ผู้เป็เ้าของร้านเสริมความงามอย่างร้านเหม่ยลี่ที่โด่งดังในเมืองหลวงและเมืองเฉิงตือแห่งนี้
หวังิซินเลือกใส่ชุดผ้าไหมสีชมพูซึ่งเป็สีโปรดของนางเนื่องจากงานในวันนี้เป็งานใหญ่ของเมืองเฉิงตือนางจึงเลือกใส่ชุดเครื่องประดับที่พี่สาวของนางสั่งทำเป็พิเศษจากร้านของท่านย่าที่เมืองหลวงเพื่อเป็ของขวัญในวันปักปิ่นของนาง ดรีมเป็ผู้วาดรูปและบอกพี่สามว่านี่คือสัญลักษณ์ของหัวใจ ซึ่งคล้องจ้องกับชื่อของนางเป็สัญลักษณ์ของความรักอย่างหนึ่ง
“คุณหนูของเพ่ยฟางวันนี้งดงามมากเ้าค่ะ” สาวใช้ตัวน้อยเอ่ยชมเ้านาย
“เครื่องประดับชุดนี้งดงามเหมาะกับคุณหนูมากเ้าค่ะรูปแบบก็แปลกใหม่ ไม่เคยเห็นที่ใดเลยเ้าค่ะ” ซิ่งฮวาเอ่ยชื่นชมความงามของเครื่องประดับ
“พี่สามเป็คนวาดแบบ ย่อมไม่ซ้ำกับผู้ใดอีกทั้งช่างที่ร้านของท่านย่าในเมืองหลวงเป็ผู้ทำ ฝีมือย่อมประณีตละเอียดลออ”ครั้งแรกที่หวังิซินได้เห็นเครื่องประดับชุดนี้ นางถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ นางชอบมันมากจึงเอ่ยกล่าวขอบคุณพี่สามไม่หยุด
“ผู้สวมใส่ย่อมต้องงามเช่นกันเ้าค่ะมิเช่นนั้นคงไม่อาจแสดงความงดงามของเครื่องประดับออกมาได้เ้าค่ะ”เพ่ยฟางกล่าวประจบผู้เป็เ้านาย
“ย่อมต้องเป็ตามที่เ้ากล่าวอยู่แล้วเพ่ยฟางเป็เพราะความงามของข้า ฮาฮ่า”
“เ้าค่ะคุณหนู”
ซิ่งฮวา “___”
