ตอนที่สอง
“ไอ้เหนือ กูว่า่นี้มึงดูตัวติดกับไอ้แทนแปลกๆ นะเว้ย เอาจริง กูไม่ชอบหน้ามันเลย” เป้เปิดบทสนทนาขึ้น ทำให้เหนือที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากต้องชะงักเพราะชื่อที่เพื่อนเอ่ยถึง
“เอ่อ สองสามวันมานี้เห็นมึงตามติดมันแจ ทำอะไรของมึงอยู่ว่ะ” ตามมาด้วยเดปที่เลิกหน้าถามขึ้นด้วยความอยากรู้ไม่แพ้กัน
“กูก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้ามันเหมือนกัน แสร้งเป็คนดี ชอบสอดเื่ไม่เข้าเื่ตลอด” บีนเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มพูดเสริมขึ้นอีกคน
“กูอยากรู้เลย มันมีอะไรดีนักหนา ทำไมมึงถึงชอบไปยุ่งกับมันจัง กูไม่เข้าใจ” อายเป็อีกคนที่ไม่คิดว่าจะได้ยินสิ่งเหล่านี้ออกจากปาก ทั้งที่ปกติก็เห็นเข้ากันได้ดีกับทุกคน
“เออ ยังไงก็เื่ของกูเถอะ” เหนือเอ่ยขัดขึ้นเพราะไม่อยากให้เพื่อนๆ พูดเื่ไม่ค่อยเข้าหูไปมากว่านี้
“มึงคงไม่ได้ชอบมันหรอกใช่มั้ย เหนือ” สิ่งที่เป้ถามขึ้นอีกครั้งทำเอาเหนือต้องเงยหน้ามองอย่างไม่พอใจ
“ถามบ้าอะไรของมึง ดูหน้าเพื่อนมึงด้วย มันคงไม่มีทางไปชอบไอ้แทนหรอก ถ้ามันทำแบบนั้น กูคนหนึ่งแหละที่จะเลิกคบมัน” บีนพูดขึ้นอย่างหัวเสีย
“อื้ม กูไม่ได้รู้สึกชอบอะไรมันหรอกเว้ย กูแค่อยากแกล้งมันเล่นก็แค่นั้นแหละ”
“ถ้ามันแค่นั้นก็ดีเหนือ มึงคงไม่ลืมนะว่าไอ้แทนมันทำอะไรไว้บ้าง” เหนือพยักหน้ารับพลางถอนหายใจ
ทำไมเขาจะจำไม่ได้ละ เพราะแทนเป็ต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนโดนทำโทษและเกือบโดนพักการเรียนแทบยกห้องกับการเข้าไปยุ่งเื่ไม่เป็เื่ของมัน
“ตลกดีเน้าะ ทำเป็ไม่รู้เื่ ใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไปได้” อายรีบเสริมขึ้น
“ใช่ม่ะ ไอ้มินอีกคนหลงมันอะไรนักหนา ขนาดพวกไอ้สนเคยพาเข้ากลุ่ม ก็ยังกลับไปอยู่กับไอ้แทนเหมือนเดิม กูไม่เข้าใจเลยจริงๆ” บีนโต้ตอบกลับไปทันที
“คบกับคนอย่างนั้นไปได้ยังไงวะ ดูเสแสร้งชิบหาย” ซันพูดดันขึ้นมาอีกคน
ทำไมกันนะ ยิ่งเขาอยากให้การสนทนาจบลงไวๆ กลับกลายเป็ว่าพูดถึงแต่เื่นี้
“กูรอเอาคืนมันอยู่ กูจะเอามันกลับหนักๆ ให้มันออกไปจากโรงเรียนได้ยิ่งดี” ทุกคนต่างเข้าใจความรู้สึกเป้ที่สุด เพราะว่าเหตุการณ์ครั้งนั้น เป้โดนหนักกว่าทุกคน ถึงขั้นเกือบโดนไล่ออกจากโรงเรียน มันจะแค้นแทนมากแบบนั้นก็ไม่แปลก
“กูว่าพอเถอะ อย่าพูดถึงให้เสียอารมณ์เลย” เหนือพูดขัดเพื่อนขึ้นอีกครั้ง
“กูมีแผน” ซันลอบมองหน้าเพื่อนทุกคนไปมาแล้วเสนอความเห็น
เขาเองก็รู้สึกไม่ชอบขึ้หน้าแทนอยู่เหมือนกัน เพราะมันทำให้คนที่เขาแอบชอบต้องลาออกจากโรงเรียนไป
“ยังไงว่ะ” ทุกคนต่างให้ความสนใจแล้วรอฟังที่ซันจะพูด
“ที่โรงเรียนมีกฏห้ามแกล้งกันถูกมั้ย งั้นเราเปลี่ยนเป็กดดันมันแทนดีหรือเปล่า” ทุกคนพยักหน้าตอบรับเชิงเห็นด้วยยกเว้นเหนือ
“ยังไงว่ามาเลย” บีม
“ก็แค่บอกให้ทุกคนในห้องห้ามคุยกับมันไง ทำเหมือนมันเป็ธาตุอากาศไปเลยได้ยิ่งดี พอไม่มีใครคุยด้วยมันก็กดดัน เดี๋ยวมันก็ออกไปเอง โดยที่เราไม่ต้องลงมืออะไรเลย จะบอกว่ามีคนแกล้งมันก็ไม่ได้” สิ่งซันพูดขึ้นต่อ ทำให้ทุกคนยิ้มกว้างขึ้นอย่างพอใจ
“ความคิดมึงใช้ได้ าประสาทงั้นสิ ก็ดีเลย ขั้นแรกปล่อยข่าวลือแปลกๆ เกี่ยวกับมันดีมั้ย เอาแบบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้มันเลยเป็ไง” บีนเสนอความคิดไปอีกคน
“ดีๆ แค่คิดก็สนุกแล้ว” เป้
“พวกมึงไอ้มิน มันมากับใครว่ะ” คำพูดของอาย ทำให้เพื่อนหันมองตาม มินมากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูท่าทางแล้วคงไม่พ้นแฟน
“ไอ้นี้แหละตัวปัญหา ถ้าทำให้มันเลิกยุ่งกับไอ้แทนได้ มันยิ่งจะสนุกมากกว่านี้อีก” เป้มองไปที่มินแล้วแสยะยิ้มขึ้นมุมปาก
“เดี๋ยวกูจัดการเอง” ถึงเดปจะเสนอตัวจัดการมิน แต่ดูท่ามันแล้วคงเล็งสาวสวยที่เดินคู่กับมินมากกว่า
“เห้ย มึงจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอวะ เหนือ” เหนือยักไหล่ให้บีนเล็กน้อย
“จะกูพูดอะไรละ ก็แล้วแต่พวกมึงเลย อย่ามายุ่งวิธีของกูก็พอ”ถึงเหนือจะตอบเพื่อนไปแบบนั้น แต่กลับไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ในหัวเอาแต่คิดว่าจะหาทางช่วยแทนยังไงดี
“มันต้องอย่างนี้สิวะ กูคิดอยู่แล้งว่ามึงไม่มีทางไปยุ่งวุ่นวายกับไอ้แทนแน่ ถ้ามึงไม่มีแผนอะไร” เหนือลอบกลืนน้ำลายลงคอกับคำพูดของเป้
ความจริงที่เข้าหาแทนเพราะดันไปอ่านไดอะรี่ที่เขียนถึงตัวเองเข้า เลยใช้โอกาสนี้เข้าไปตีสนิท จะบอกว่าชอบเหรอก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น
แต่หลังจากที่ได้เข้าใกล้ก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะตอนที่แทนกำลังยิ้มเหมือนกับว่ามีดอกไม้กำลังเบ่งบานอยู่รอบๆ ใบหน้า ทุกครั้งที่เขาแอบมองแล้วเห็นรอยยิ้มนั่น มันทำให้โลกของเขาสดใสขึ้นมาทันที แต่ติดที่เพื่อนๆ ไม่ชอบขี้หน้าแทนนี่สิ ทำให้เขาคิดไม่ตกเลยว่าจะเอาไงเื่แทนดี
“ว่าแต่มึงจะย้ายบ้านไปวันไหน ให้พวกกูไปช่วยเปล่า” เป้ถามขึ้นอีกครั้ง หลังจากบทสนาเื่แทนคุณจบไป
“ไม่ต้องหรอก พ่อกูจัดการเรียบร้อยแล้ว จะเหลือแค่ย้ายตัวกูนี่แหละเข้าไป”
“มึงย้ายไปอยู่ไหน” อาย
“หมู่บ้านXXX” เพื่อนๆ พยักหน้ารับ แล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้ากันต่อ
เหนือลอบมองหน้าเหล่าเพื่อนๆ ด้วยความหนักใจ เขาต้องทำยังไงพวกนี้ถึงจะมองแทนคุณดีขึ้นมาได้บ้างต่อให้เื่ทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นมันจะเป็ฝีมือแทนคุณจริงๆ แต่มันต้องมีวิธีสิ วิธีที่จะทำให้ทุกคนยอมรับแทนคุณได้
…
“พี่แทนค่ะ ตื่น รู้มั้ยว่าบ้านข้างๆ มีคนย้ายเข้ามาอยู่แล้วนะ พ่อให้ไปช่วยเขาขนของ” น้องใจมักขึ้นมาปลุกผมบนห้องแบบนี้เป็ประจำ ไม่ว่าจะเป็วันธรรมดาหรือวันหยุด ถ้าเกิดว่าวันนั้นผมตื่นสายอย่างเช่นวันนี้
“วันนี้ไม่ได้ไปโรงเรียนขอนอนต่ออีกหน่อยนะ” ผมตอบน้องกลับไปเสียงอ่อน วันหยุดแท้ๆ ทำไมต้องตื่นเร็วด้วย
“พี่แทนไม่ได้ไปโรงเรียนก็จริง แต่พี่ต้องลุกแล้ว” ผมยังไม่ยอมตื่น น้องเลยดึงแขนผมให้ลุกขึ้นนั่งด้วยความงัวเงีย
“ขอเวลาอีกห้านาทีนะ” พูดจบก็ล้มตัวลงนอนพร้อมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหน้าเพื่อตัดปัญหา แต่น้องใจก็คือน้องใจตามใจผมที่สุด ไม่ได้ปลุกผมต่อแต่สิ่งที่น้องพูด ทำให้ผมต้องรีบลุกขึ้นแทบทันที
“ได้ค่ะ ห้านาทีใช่มั้ย งั้นหนูจะไปบอกให้พ่อขึ้นมาปลุกเอง”
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง พี่ตื่นแล้ว” เมื่อเห็นว่าน้องกำลังเดินไปหน้าประตู ผมเลยรีบเอ่ยห้ามขึ้น
“งั้นก็รีบๆ เลยค่ะ พ่อรอนานแล้ว” ผมที่ฉีกยิ้มกว้างให้ เมื่อน้องใจเดินกลับมาหา
“จะให้พี่ลงไปสภาพนี้หรือไง ขอไปล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อก่อนได้หรือเปล่า” ผมก้มมองสภาพตัวเองที่ไม่น่าจะออกไปไหนได้ เสื้อยืดตัวโคร่งๆ ใส่สบายๆ กับกางเกงขาสั้น ไหนจะผมที่ชี้ฟูจากการเพิ่งตื่นนอนอีก จะผมให้ลงไปสภาพนี้จริงเหรอ
“ไม่ต้องแล้วค่ะ รีบมาเลย ก็ใครใช้ให้พี่ตื่นสายกันละ” น้องใจดึงมือผมเดินตามแล้วพาลงไปหาพ่อที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้าน
“จะออกไปสภาพนี้จริงเหรอลูก” พ่อเลิกหน้าถามขึ้น เอื้อมมือมาจัดทรงผมให้เข้าที แล้วเลื่อนมือลงไปเช็ดขี้ตาออกให้
“ใช่ค่ะพ่อ ถ้ารอพี่แทนล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อนบ้านคงขนของเสร็จเรียบร้อยก่อนพอดี” ผมหันมองค้อนให้น้องสาวพร้อมแยกเขี้ยวให้ไปหนึ่งที
ผมไม่ใช่คนทำอะไรเชื่องช้าแบบที่น้องว่าสะหน่อย
“เอาเถอะๆ อย่าว่าพี่แบบนั้นใจ ป่ะๆ ไปทำความรู้จักเพื่อนบ้านใหม่กัน จะได้ไปช่วยขนของด้วย” พ่อพูดจบก็เดินนำหน้าพวกเขาตรงไปที่บ้านข้างๆ ทันที
“พี่แทนว่า เพื่อนบ้านใหม่จะเป็ยังไงคะ” น้องใจถามขึ้น ระหว่างทางที่กำลังเดินตามพ่อไปบ้านข้างๆ
“ไม่รู้สิ ต้องได้เจอก่อน” ผมยังไม่เคยเห็นหน้าเห็นตาคนข้างบ้านเลยจะรู้ได้ไงว่าเพื่อนบ้านใหม่จะเป็ยังไง น้องใจก็ถามอะไรไม่คิด
“หนูเห็นว่าบ้านนี้มีลูกชายด้วยนะ หล่อด้วย” ผมหันไปเลิกหน้ามองน้องพลางยกยิ้มให้ ท่าทางดูเหมือนภูมิใจที่ได้อวดลูกชายเพื่อนบ้านหน้าบานขนาดนั้นมันคืออะไรกัน
“สีหน้าแบบนี้ เคยเจอเขาเหรอไงเรา หืมมม” ผมยื่นมือไปลูบหัวน้องอย่างเอ็นดู
“ไม่เคยอะ พ่อบอกมาอีกที” ผมยกนิ้วโป้งให้ไป เมื่อน้องตอบกลับแล้วยิ้มให้จนตาปิด
“ใจลูก เื่แบบนี้ทำไมใส่ใจจัง เื่เรียนใส่ใจแบบนี้บ้างหรือเปล่า” พ่อหันมาเอ็ดลูกสาว
“พ่ออะ หนูแค่พูดเล่นเอง เน้อะๆ พี่แทน” น้องรีบเดินเข้าไปเกาะแขนพ่อไว้แล้วหันกลับมาหาส่วนร่วม
“ให้มันจริงเถอะ” พ่อบีบจมูกลูกสาวเข้าให้อย่างเอ็นดู ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ผม
“สวัสดีครับคุณศิลป์ ขนของกันเหนื่อยเลย” เมื่อเดินเข้าไปในบ้านพ่อก็ทักคนที่กำลังยกของลงจากหลังรถ ทำให้คนนั้นต้องวางของลงแล้วหันกลับมาทักทาย
“อ้าว สวัสดีครับคุณเด่น ก็เรื่อยๆ ครับ นี่ก็ใกล้จะขนเสร็จกันแล้ว วันนี้มีเ้าลูกชายตัวดีมาช่วย ก็เบาแรงไปเยอะ”
“ผมพาเด็กๆ มาช่วย มีอะไรบอกได้พวกเขาได้เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ลูกชายก็หล่อ ลูกสาวก็น่ารัก บ้านนี้หน้าตาดีกันทั้งบ้านนะเนี่ย”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ เด็กๆ นี่ลุงศิลป์เ้าของบ้าน” พ่อหันกลับมาหา ก่อนจะแนะนำให้อีกคนรู้จัก
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ”
“ไหว้พระเถอะลูก” ลุงศิลป์รับไหว้แล้วตอบกลับมา
“อ้าว สวัสดีค่ะคุณเด่น เด็กๆ นี่ใครกันเหรอคะ” ผู้หญิงอีกคนทักขึ้นหลังเดินออกมาจากในบ้าน
“ลูกผมเองครับ” พ่อตอบกลับไป
“ว้า มีลูกโตทันใช้นะคะเนี่ย” เธอเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วยิ้มให้ผมกับน้องอย่างอ่อนโยน เห็นรอยยิ้มแบบนี้แล้วคิดถึงแม่จัง
“ไปเด็กๆ ไปช่วยคุณป้าขนของ” พ่อหันมาสั่งผมกับน้องอีกครั้ง
“ครับ/ค่ะพ่อ”
“ตรงนี้ไม่มีอะไรแล้ว งั้นไปช่วยป้าจัดของในบ้านแล้วกัน” คุณป้ามองไปรอบๆ แถวนั้น เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรให้ยกเข้าไปในบ้านแล้วนอกจากกล่องที่อยู่ข้างสามีเลยชวนเด็กๆ เข้าไปช่วยจัดของในบ้าน
“ครับ/ค่ะ” พวกเขาขานรับแล้วเดินตามเข้าไปในตัวบ้าน
“เข้ามาเลยจ้า ไม่ต้องเกรงใจ นั่งก่อนเดี๋ยวป้าไปหาน้ำหาขนมให้ทาน”
“เดี๋ยวหนูช่วยค่ะ” น้องใจเดินเข้าไปประกบคุณป้าแล้วยิ้มกว้างให้
“มาเลยจ้า” คุณป้าตอบรับก่อนที่ทั้งสองจะเดินหายเข้าไปในครัว
“ว้าว บ้านน่าอยู่จัง” เมื่อผมอยู่ในห้องรับแขกคนเดียวเลยเดินสำรวจดูรอบๆ ถึงภายในบ้านจะคล้ายๆ กันแต่การตกแต่งบ้านหลังนี้ดูดีสุดๆ น่าอยู่กว่าบ้านเขาตั้งเยอะ
“อะแฮ่ม” ผมกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบรูปที่วางไว้บนตู้โชว์ก็ต้องชะงัก เพราะเสียงกระแอมที่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“นะ เหนือ” ผมอุทานขึ้นเมื่อหันกลับไปเจอหน้าเหนือเข้าและดูเหมือนจะถูกใจเหนืออยู่ไม่น้อยที่ได้เจอผมอยู่ในบ้าน
“มึงตามกูมาถึงบ้านเลยเหรอเนี่ย หืม” เหนือจับมาที่ไหล่ทั้งสองข้างเพื่อกันไม่ให้ผมหนีออกจากตรงนี้ไปได้
“บ้าน นี่บ้านมึงเหรอ” ผมถามขึ้นอย่างเกร็งๆ ทำเป็ไม่รู้ว่าที่นี่เป็บ้านของเหนือ ทั้งที่รู้อยู่แล้วเพราะรูปที่ผมจะหยิบขึ้นมาดูเป็รูปของมัน
“ถ้ากูรู้ว่าบ้านมึงกูไม่มาเหยียบหรอก ใครจะไปคิดว่าเพื่อนบ้านใหม่จะเป็ครอบครัวมึงละ” ผมพูดขึ้นพร้อมๆ กับเหนือที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยแทน มึงควรดีใจไม่ใช่เหรอที่ได้อยู่ใกล้กูนะ” ผมส่ายหน้ารัวๆ แล้วพยายามดันตัวเหนือออกห่าง
แต่เหนือกลับรั้งผมเข้าหา ใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวแล้วเลื่อนอีกข้างขึ้นมาจับท้ายทอยผมไว้แน่น
“เหนือ ปล่อย” ผมพยายามยันตัวเหนือออกห่าง แต่มันกลับโอบผมไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม ไหนจะสายตาที่มองมานั่นอีก โอ้ยย ใจเต้นแรงไปหมดแล้ว นี่เหนือจะทำให้ผมรู้สึกแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กันนะ
“ขึ้นไปบนห้องกูมั้ยแทน” เหนือก้มลงกระซิบที่หูเบาๆ มันยิ่งทำให้ผมใจเต้นแรงมากขึ้นไปอีก แทบไม่ได้ฟังสิ่งที่เหนือพูดด้วยซ้ำ รับรู้แค่ลมแ่ๆ ที่กระทบเข้ากับใบหู ทำเอาหน้าร้อนผ่าวไปหมด
“แก้มแดงนะแทน เป็อะไรหรือเปล่า”
“เปล่า ใครแก้มแดงไม่มีสักหน่อย แล้วก็ปล่อยกูได้แล้ว”
“อะแฮ่ม รู้จักกันเหรอจ้ะ หนุ่มๆ” เสียงคุณป้าทำให้เหนือยอมปล่อยผมเป็อิสระ น้องใจอีกคนเป็อะไรมากหรือเปล่ายืนบิดอยู่ได้ ช่วยเป็ห่วงพี่ก่อนได้หรือเปล่า ไม่ใช่ส่งสายตาเป็ประกายแบบนั้น
“แฟนผมเองแม่” เหนือคว้าเอวผมเข้าไปกอดไว้อีกครั้งแล้วตอบแม่กลับไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“กรี๊ดดด พี่แทน นี่มันพรหมลิขิต...” ผมมองน้องใจที่กรี๊ดออกมาพร้อมส่งยิ้มเก้อๆ ให้ ก่อนจะเบนสายตาหันไปมองคุณป้าสิ่งที่ได้เห็นทำให้ผมต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้ เพราะสายตาคุณป้ามองมาที่ผมกับเหนือ ตาเป็ประกายไม่ได้ต่างไปจากน้องใจเลย
“ยังไงกันจ้ะ เด็กสองคนนี้” คุณป้าถามขึ้นอีกครั้งทำให้ผมต้องรีบผลักเหนือออกห่างแล้วยกมือปฏิเสธรัวๆ
“เพื่อนกันครับคุณป้า เหนือมันชอบแกล้งผม” ทันที ที่ผมอธิบายทั้งคุณป้าและน้องใจที่กำลังยิ้มหน้าบานอยู่พร้อมใจกันหุบยิ้มลงแทบจะทันที
“อ้าวเพื่อนกันเหรอ ดีจ้ะ ดี แม่ใหมดเลย” คุณป้าทำท่าเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะทำเป็ยกมือขึ้นทาบอกตัวเองเหมือนโล่งใจ
“แม่ครับ ไม่เชื่อที่ผมพูดเหรอไง”
“ไอ้เหนือ ขอโทษครับคุณป้า” ผมเรียกชื่อเหนือขึ้นเสียงแข็งแล้วเหยียบเข้าไปที่เท้ามันอย่างจังเพื่อให้มันหยุดเล่นสักที ก่อนจะหันมาก้มหัวขอโทษคุณป้าแล้วฉีกยิ้มเจื่อนๆ ให้
“หยุดแกล้งน้องแทนได้แล้วเหนือ มาๆ กินขนมกัน” คุณป้าวางขนมลงบนโต๊ะ ตีเข้าที่แขนลูกชาย ก่อนจะกวักมือเรียกให้ไปกินขนมด้วยกัน
“น้องแทนเหรอแม่ รู้จักเขาดีแค่ไหนกัน เรียกซะสนิทสนมเลยนะ” เหนือเข้าไปเกาะแขนคุณป้า แล้วหันมาแย่งขนมที่ผมกำลังจะยัดเข้าปากเอากินหน้าตาเฉย
“เหนือ อยากกินทำไมไม่หยิบกินดีๆ” คุณป้าตีเข้าที่แขนลูกชายอีกครั้งพร้อมเอ็ดขึ้นเสียงดัง
“ครับๆ” เหนือตอบกลับไปงั้นๆ แหละ เพราะคุณป้าหันหน้าไปมองน้องใจปั๊บ มันก็แย่งขนมที่ผมกำลังจะยัดเข้าปากไปอีกรอบ จนผมได้แต่ขึงตาโตใส่อย่างทำอะไรมันไม่ได้
“งั้นกินเสร็จแล้วน้องใจช่วยป้าจัดของในครัวแล้วกันเน้าะ ส่วนเหนือพาเพื่อนขึ้นไปช่วยจัดห้องดีกว่า เหลือแต่ห้องลูกที่ยังไม่เรียบร้อย” คุณป้าจัดแจงสิ่งที่จะให้ผมกับน้องช่วยงาน พร้อมเหนือที่ตอบรับแล้วยิ้มกว้างให้
“ครับแม่”
“ผมว่า ผมช่วยคุณป้าดีกว่าครับ” เห็นเหนือยิ้มแบบนั้น ทำเอาผมไม่อยากขึ้นไปช่วยมันเลย มันต้องวางแผนแกล้งอะไรผมอยู่แน่ๆ
“ไปกัน จะได้รีบจัดรีบเสร็จ” เหนือคว้าข้อมือผมแล้วเดินตรงไปที่บันได โดยที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวและยังคาบขนมไว้ในปาก
ไหนบอกว่ากินเสร็จก่อนไง ไม่เข้าใจเหนือเลยจริงๆ ทำไมชอบแตะเนื้อต้องตัวผมจัง ยิ่งเหนือทำอย่างนี้ ยิ่งทำให้ผมคิดว่ามันเองก็มีใจให้ผมเหมือนกัน
“แม่ครับ ความจริงแล้ว แทนกำลังจีบผมอยู่ มันทำเป็ซึนไปงั้นแหละ ใช่ม่ะ” เหนือหันกลับไปบอกคุณป้าแล้วก้มลงมากระซิบข้างหูผมเบาๆใช่หรือเปล่าผมไม่รู้หรอก แต่ที่แน่ๆ เหนือกำลังทำให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองแล้วจริงๆ ว่ามันก็มีใจให้ผมอยู่ไม่ต่างกัน
“จ้า"คุณป้าตอบกลับเสียงลากยาว ก่อนจะหันไปซุบซิบอะไรบางอย่างกับน้องใจอย่างอารมณ์ดี