ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 6 บทที่ 158 ยังอยากจะสูบเลือดจากเธอ

            จิ่งเยี่ยนกุยถอนหายใจอย่างเงียบๆ ก่อนหน้านี้เธอได้บอกหลิวหงอิงไว้แล้วว่าก่อนจะย้ายบ้าน อย่าเพิ่งบอกเรื่องที่เธอซื้อบ้าน เพราะกลัวจะมีปัญหาตามมา แต่เรื่องที่หลิวหงอิงจะมาช่วยงานในเมือง ก็คงต้องปรึกษากับเชอฉางเกินอยู่ดี ดังนั้นเรื่องนี้หลิวหงอิงจะต้องบอกเชอฉางเกินอย่างแน่นอน

            และเชอฉางเกินก็เป็นคนดี แต่แค่ชอบเรื่องซุบซิบไปบ้าง การที่เขาเก็บเรื่องนี้ไว้ได้หลายวันก็ถือว่ายากแล้ว

            เชอฉางเกินก็รู้สึกกระดากใจมาก เพราะต่อไปภรรยาของเขาจะต้องมาช่วยงานให้จิ่งเยี่ยนกุย เมื่อหลิวชุนฮวารู้เรื่องนี้ก็จะต้องอาละวาดไม่หยุดแน่นอน ปิดอย่างไรก็คงปิดไม่มิด

            เขาได้เล่าถึงต้นสายปลายเหตุ “วันนี้จิ่งเจี้ยนกั๋วมาหาฉัน บอกว่าตอนที่เขาไม่อยู่ คนในบ้านเราไปรังแกหลิวชุนฮวา เขาจะมาเอาเรื่อง ฉันไม่พอใจก็เลยทะเลาะกัน พอทะเลาะกันก็เลยพลั้งปากพูดเรื่องนี้ออกไป”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าตอนที่เขาทะเลาะกับจิ่งเจี้ยนกั๋ว คงจะแอบคิดอยากโอ้อวดอยู่ด้วย ถ้าเขาอดทนไม่พูดเรื่องนี้ออกไปได้ ก็คงไม่ใช่รถซุบซิบประจำหมู่บ้านแล้ว

            เธอพูดอย่างใจเย็น “เรื่องนี้พวกเขาก็ต้องรู้สักวัน ยังไงก็ต้องมีเรื่องแบบนี้อยู่ดี วันนี้หมอเชอบอกเรื่องนี้กับจิ่งเจี้ยนกั๋ว ก็แค่ทำให้มันเร็วขึ้น ไม่มีอะไรมากมายหรอกค่ะ”

            เมื่อเธอพูดแบบนี้ เชอฉางเกินก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น “หลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วพาลูกสามคนไปดักรออยู่ที่บ้านเก่าแล้ว คาดว่าคืนนี้คงจะมีเรื่องแน่ๆ”

            จิ่งเยี่ยนกุยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เรื่องนี้ดูเป็นเรื่องถนัดของหลิวชุนฮวามากจริงๆ

            หยางหว่านซิ่วอดไม่ได้ที่จะด่า “หลิวชุนฮวาเป็นตัวก่อกวนจริงๆ ตราบใดที่ยังมีมันอยู่ ก็ไม่มีวันสงบสุขเลย!”

            จิ่งเยี่ยนกุยคิดว่าเรื่องในบ้านไม่ควรดึงซูไป่ชิงเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงพูดว่า “พี่ซูคะ ส่งฉันแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ฟ้าก็มืดแล้วด้วย คงไม่รั้งพี่ไว้แล้วค่ะ”

            แต่ซูไป่ชิงกลับเป็นห่วง “ตอนนี้ฉันก็ไม่มีอะไรทำ ไปดูด้วยกันเถอะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น จะได้ช่วยอะไรได้บ้าง”

            เมื่อเห็นว่าเขาตั้งใจจะตามไปด้วย เธอก็ปล่อยให้เขาไปด้วย

            แต่เธอไม่ได้ตรงกลับไปที่บ้านเก่า แต่ไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านก่อน

            หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยได้เล่าเรื่องที่หลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วไปดักรอที่บ้านให้ฟังแล้ว เธอก็พูดว่า “หนูโดนทำร้ายก็ไม่เป็นไร แต่คุณปู่คุณย่าอายุมากแล้ว ครั้งก่อนหลิวชุนฮวาก็เคยทำร้ายคุณย่าจนสลบไป วันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะอาละวาดขนาดไหน เลยอยากจะขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านค่ะ”

            หยางหว่านซิ่วไม่อยากให้ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องน่าอับอายภายในครอบครัว แต่เพราะเธออายุมากแล้ว แบกรับไม่ไหวที่จะต้องมาเหนื่อยกับเรื่องพวกนี้ แถมจิ่งเยี่ยนกุยก็เป็นเด็กดี มีเหตุมีผล ในขณะที่บ้านของลูกชายคนโตทำแต่เรื่องที่น่ารังเกียจ ครั้งก่อนที่จิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวามาบ้าน ก็ทั้งหลอกลวงทั้งขโมย ทำให้คุณย่าเสียความรู้สึกอย่างมาก

            เมื่อคิดดูแล้วก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องรักษาหน้าตาของลูกชายคนโตอีกต่อไป เพราะเขาถูกภรรยาทำให้หน้าด้านไปแล้ว ในเมื่อเขาไม่ห่วงหน้าตา เธอก็ไม่จำเป็นต้องปกปิด

            หยางหว่านซิ่วเช็ดน้ำตา “ซวยจริงๆ ที่มีลูกหลานแบบนี้ ทำให้ผู้ใหญ่บ้านต้องมาเห็นเรื่องน่าอับอาย”

            ฉินตงเฉียงปลอบใจหยางหว่านซิ่วสองสามคำ จากนั้นก็มองจิ่งเยี่ยนกุยที่ดูใจเย็นและสุขุม เมื่อนึกถึงท่าทางดุดันของหลิวชุนฮวา เรื่องที่หลิวชุนฮวาได้ก่อไว้ในช่วงหลายเดือนมานี้ ทำให้ทั้งหมู่บ้านอิ๋นซานไม่มีความสงบสุขสักนิด

            คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย แล้วพูดเสียงต่ำ “หลิวชุนฮวาทำตัวแย่ลงทุกวัน เรื่องครั้งก่อนก็ยังไม่จบ คราวนี้ยังกล้ามาอาละวาดอีก หมู่บ้านจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปแน่!”

            เมื่อพูดจบ เขาก็มองไปที่จิ่งเยี่ยนกุยแล้วพูดว่า “เธอเป็นเด็กดีและกตัญญู โตขึ้นมาก็อย่าลืมหมู่บ้านก็แล้วกัน”

            จิ่งเยี่ยนกุยเข้าใจความหมายของเขาในทันที จึงพูดอย่างขมขื่น “ถ้าหลิวชุนฮวาไม่มาวุ่นวายที่บ้านทุกวัน หนูก็คงไม่พาคุณปู่คุณย่าหนีความวุ่นวายหรอกค่ะ ผู้ใหญ่บ้านดูแลหนูมา หนูจำไว้ในใจเสมอค่ะ ถ้าต่อไปหากมีหน้ามีตา ก็จะต้องตอบแทนหมู่บ้านแน่นอนค่ะ”

            คำพูดของเธอไม่ใช่แค่คำพูดที่พูดกันไปตามมารยาท เธอเติบโตที่นี่ คนในหมู่บ้านก็มีทั้งดีและไม่ดี แต่โดยรวมแล้วก็ยังเป็นคนซื่อตรง ถ้าต่อไปโรงงานยาของเธอเปิดกิจการ ก็จะรับคนจากในหมู่บ้านก่อน

            ฉินตงเฉียงในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดี เขาหวังว่าทั้งหมู่บ้านจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อได้ยินคำพูดของจิ่งเยี่ยนกุยก็รู้สึกสบายใจ

            เมื่อก่อนคนในหมู่บ้านเคยด่าจิ่งเยี่ยนกุยว่าเป็นคนอกตัญญู แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา จิ่งเยี่ยนกุยก็ดูแลหยางหว่านซิ่วเป็นอย่างดี แถมเมื่อมีชีวิตที่ดีขึ้นก็ยังดูแลหยางหว่านซิ่วและจิ่งจงอี้อีกด้วย ซึ่งก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเธอเป็นคนไม่ลืมบุญคุณ

            เมื่อเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้ว ถ้าเขาเจอแม่เลี้ยงอย่างหลิวชุนฮวา ก็คงต้องหาทางตัดความสัมพันธ์ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งก็ได้

            ฉินตงเฉียงในฐานะผู้ใหญ่บ้านย่อมทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ เมื่อเขากับจิ่งเยี่ยนกุยกลับไปที่บ้านเก่า เขาก็ได้สั่งให้ลูกชายคนเล็กไปเชิญผู้อาวุโสของตระกูลจิ่งและญาติผู้ใหญ่มา

            ตอนนั้นหลิวชุนฮวากำลังนั่งอยู่กับจิ่งเจี้ยนกั๋วตรงบันไดบ้านเก่า เมื่อได้ยินเสียงรถแต่ไม่เห็นจิ่งเยี่ยนกุย เธอก็คิดว่าบ้านตระกูลฟางขับรถกลับมาแล้ว

            เธอพูดกับจิ่งเจี้ยนกั๋วว่า “พ่อแม่แกนี่ใจดำจริงๆ แกเจ็บขนาดนี้ยังไม่สนใจเลย! เดี๋ยวถ้าพวกมันกลับมา แกอย่าทำตัวไม่เอาไหนเหมือนครั้งก่อนเชียวนะ!”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วรู้สึกอายเล็กน้อยกับการทำเรื่องแบบนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “พ่อกับแม่ก็อายุมากแล้ว อีกเดี๋ยวเธออย่าทำอะไรเกินไป อย่าทำร้ายแม่จนสลบไปอีก”

            “พ่อแม่แกไม่เห็นใจแกเลย แกยังเข้าข้างพวกมันอีก!” หลิวชุนฮวาเอานิ้วจิ้มหน้าผากของเขา “ทำไมแกมันไม่ได้เรื่องอย่างนี้!”

            สีหน้าของจิ่งเจี้ยนกั๋วไม่สู้ดีนัก หลิวชุนฮวาพูดต่อว่า “ช่างเถอะ รู้ว่าแกเป็นคนกตัญญู แต่จะกตัญญูก็อย่าโง่ให้มากนัก พูดแล้วพ่อแม่แกก็มีเล่ห์เหลี่ยมเยอะจริงๆ เห็นว่าจิ่งเยี่ยนกุยมีอนาคต ก็เลยดึงตัวหล่อนไปเพื่อหาความสบาย”

            “แกต้องรู้ไว้ว่า พวกเราเลี้ยงจิ่งเยี่ยนกุยมา ตอนนี้หาเงินได้แล้ว เงินนั้นก็ต้องเป็นของพวกเรา! ฉันเห็นว่าจิ่งเยี่ยนกุยแต่ก่อนก็เป็นเด็กดีมีเหตุผล พอเข้าไปอยู่ในบ้านเก่าก็เปลี่ยนไป คงเป็นพ่อแม่แกยุแหย่แน่นอน ไม่อย่างนั้นหล่อนจะเปลี่ยนไปขนาดนั้นได้ยังไง?”

            หลิวชุนฮวาพูดด้วยความโมโหยิ่งกว่าเดิม “เรื่องที่จิ่งเยี่ยนกุยไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพวกเรา ก็คงเป็นตาแก่ยายแก่สองคนนั้นบอก! ฉันไม่เคยเห็นตาแก่ยายแก่หนังเหนียวหน้าไม่อายเท่าสองคนนั้นมาก่อน แย่งลูกสาวไปจากลูกชายกับลูกสะใภ้ ทำไปได้!”

            ถึงแม้ว่าจิ่งเจี้ยนกั๋วจะรู้สึกว่าหลิวชุนฮวาด่าพ่อแม่ของเขาว่าเป็นตาแก่ยายแก่หนังเหนียวฟังดูไม่ดีเท่าไร แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะตอนนี้เขาแขนขาดแล้ว คงยากที่จะเลี้ยงดูภรรยาได้ ก็ต้องยอมตามหลิวชุนฮวาไปก่อน ถ้าทำให้เธอไม่พอใจจนไม่ยอมอยู่กับเขา เขาจะทำอย่างไร?

            หลิวชุนฮวาด่าพ่อแม่ของเขา แต่เขากลับไม่กล้าปริปาก ในใจหล่อนก็เลยรู้สึกดีใจเล็กน้อย แล้วยังพูดว่า “ฉันก็ซวยจริง ๆ ที่แต่งงานกับคนไม่ได้เรื่องอย่างแก ต้องมาถูกพ่อผัวแม่ผัวเคี่ยวกรำทุกวัน!”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199