ท่าเรือพื้นที่ซึ่งใช้สำหรับการขนย้ายสินค้าแน่นอนว่าย่อมมีสินค้าอยู่หลากหลายประเภททั้งที่ถูกและผิดกฎหมาย เื่ธรรมดาในสังคมที่ต้องมีของแบบนี้ปกติเขาจะไม่ค่อยสนใจเสียเท่าไหร่ หากวันนี้มันมีอะไรผิดแปลกออกไปจากเดิมเสียหน่อย
เ้าตัวที่ถือปืนเป็คนคุมงานมีข้อมูลที่เขา้าพอสมควรไม่ว่าจะเป็เวลาที่นัดขนถ่ายสินค้า ตำแหน่งที่จะต้องพาเด็กไปเพื่อเตรียมขนย้าย เสียอย่างตรงที่มันไม่รู้รายละเอียดในเชิงลึกไปกว่านั้น
นั่นทำให้เขาตัดสินใจว่าอย่างแรกที่ต้องทำคือทำลายพื้นที่ในการขนถ่ายสินค้าของพวกมันเสียก่อน
“ ครั้งนี้ไม่มีกองหนุนเหมือนทุกที ช่วยไม่ได้ละนะ ” ปกติจะมีคนชี้เป้าหรือระบุตำแหน่งเพื่อความสะดวกและฉับไวในการลงมือครั้งนี้เขาต้องพึ่งตัวเอง
ใช่จะเป็เื่ใหญ่โตสำหรับคนอื่นอาจคิดว่าคนกลุ่มนี้จำเป็หากเขาไม่ใช่ การมีคนกลุ่มนั้นช่วยให้งานง่ายขึ้นเขาไม่เถียงแต่ไม่มีก็ไม่ถึงตาย ถ้าเอาตัวรอดเองไม่ได้ก็ยากจะอยู่ในโลกนี้
อย่างแรกที่เขาทำในยามมาถึงไม่ใช่การเข้าไปแต่เลือกจะเงียบและฟัง หนึ่งในประสารทััที่มีประโยชน์รองจากการมองเห็นทั้งยังครอบคลุมมากกว่า ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิทตัดการรับรู้ด้านหนึ่งออกเพื่อรีดเร้นศักยภาพออกมาให้ถึงขีดสุด
“ รีบๆเข้าไปได้แล้วไอ้เด็กเวร เดี๋ยวจะพาไปหาที่อยู่ใหม่ ”
“ ไม่เอา ปล่อยนะ ปล่อย อุ ” เสียงของร่างนั้นขาดห้วงเช่นเดียวกับลมหายใจที่สะดุด มองไม่เห็นภาพหากก็เดาได้ทันทีว่าต้องถูกทำอะไรสักอย่างเข้าใส่
เสียงเล็กๆดังจอแจและสะท้อนก้องเหมือนอยู่ในพื้นที่อับ เสียงของบรรดาร่างที่กำลังรายล้อมพูดคุยและหัวเราะอย่างรื่นเริงในการขัดขืนของคนที่ตนจับ หรือต่อให้ไม่ได้พูดหรือเอื้อนเอ่ยก็ยังระบุเสียงลมหายใจได้
“ สิบสี่ ยืนยันแน่ๆแล้วห้าว่ามีปืนส่วนที่เหลือ... ช่างแม่งละกัน ” ความคิดทั้งหมดหลุดออกไปจากสมองทันทีที่จับได้ว่ามีอะไรบางอย่างเข้ามาใกล้
เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ทำให้ชายหนุ่มต้องเลือกจะหลบเข้าไปในมุมอับ เป็เวลาเดียวกันกับหนึ่งในพวกมันเดินผ่านมาทางนี้พอดี ฝีเท้าและท่าทางปราศจากความเคร่งเครียดคงเป็เพียงการเดินตรวจตราหรือไม่ก็การเดินเล่นธรรมดา
น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ใจดีขนาดจะให้มันรอดกลับไป
พริบตาก่อนมันจะเดินมาถึงตัวมือก็ตรงเข้าคว้าจับก่อนหมัดจะกระแทกใส่ลูกกระเดือก แรงต่อยที่มากพอจะทำให้ลมหายใจเกิดอาการติดขัดตามมาด้วยหัวที่จับฟาดกับคอนเทนเนอร์เหล็ก เพียงเสี้ยววินาทีก็กระชากสติของฝ่ายตรงข้าม
การปะทะที่เกิดอย่างไรก็ย่อมเป็จุดสนใจไม่รอให้ทางนั้นเดินเข้ามาตรวจก็อ้อมไปอีกทาง อาศัยความสนใจที่พุ่งไปยังทิศทางวกอ้อมมารวบเ้าตัวที่กำลังเพ่งความสนใจไปยังบริเวณที่เกิดเื่ มือกระชากคอเสื้อก่อนหมุนเหวี่ยงฟาดร่างนั้นลงไปพื้นตามด้วยเท้าที่กระแทกซ้ำ หมดโอกาสให้ทางนั้นป้องกันตัวหรือโต้ตอบใดๆ
“ เฮ้ย อะไรวะ เกิดอะไรขึ้น ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแตกตื่นจากร่างที่ยังเฝ้าพวกเด็กๆ อาวุธในมือถูกหยิบขึ้นมาเตรียมรับในสิ่งที่กำลังจะเกิด
เสียงปืนถูกปลดเซฟท่าทางคงเตรียมตัวรับมือเขาเอาไว้หากเหมือนจะยังระบุตำแหน่งไม่ได้จึงได้แต่กวาดปืนออกไปมั่วๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะโผล่มาจากทิศทางไหนจึงได้แต่กวาดสายตามองอย่างร้อนรน
เขาเองก็ไม่ได้คิดจะโผล่หน้าออกไปเป็เป้าซ้อมลองะุให้ใคร ถึงเก่งกาจก็ไม่ได้จะฟันแทงไม่เข้าแค่ปืนธรรมดาก็สร้างาแหรืออาจฆ่าตนได้ แต่ต้องหมายความว่ามันมีโอกาสและยิงใส่เขาได้ตรงเป้า
เท้าสะกิดท่อเหล็กอันหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นก่อนขว้างไปซ้ายขณะที่เขาเคลื่อนไปขวา การก้าวเท้าว่องไวหลบเลี่ยงออกจากรัศมีก่อนท่อเหล็กที่ขว้างออกไปจะกระทบกับคอนเทนเนอร์
“ ตรงนั้น!! ” เสียงะโตามด้วยะุที่ระดมยิงจากปืนในมือและเหมือนเป็สัญญาณ ปืนกระบอกที่เหลือต่างระดมยิงออกไปอย่างพร้อมเพรียงทั้งที่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเป้าหมาย
“ ใครสั่งใครสอนให้ใช้อาวุธประเภทปืนแบบนั้นวะนั่น? ” เล็งไว้แบบนั้นก็จริงแต่ไม่คิดว่าจะบ้ากันได้ขนาดนี้จากที่้าดึงความสนใจกลับได้ประโยชน์หลายต่อ เพราะเสียงที่ดังเกินไปทำให้พวกที่เหลือไม่ทันได้ยินเพื่อนอีกสองคนที่โดนเก็บแต่อย่างใด
อย่างว่าพวกนี้ก็เป็แค่นักเลงหัวไม้ไม่ใช่พวกที่มีฝีมืออะไร แค่ได้รับการจ้างให้มาคุ้มกันสินค้าตามใบสั่งแต่ไม่ค่อยมีฝีมืออะไร ไม่รู้เพราะเห็นเป็งานเบ็ดเตล็ดเล็กๆหรือเปล่าจึงได้ไม่มีพวกเขี้ยวลากดินมาให้เขาลำบาก
อาศัยเพียงมือเปล่าถ้าไม่รีบร้อนก็น่าจะจัดการทั้งหมดได้ อาจลำบากกับพวกที่กระจุกกันเจ็ดแปดคนที่อยู่ตรงกลางแต่ไม่ใช่ปัญหาขอแค่กระโจนลงไปกลางวงโอกาสชนะก็สูงอยู่
มันกลับผันเปลี่ยนเมื่อเขาได้ยินเสียงร่างสามร่างร่วงลงไปกองกับพื้นในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ อยู่ตรงนั้นสินะ!! ” เหมือนเคยพวกที่ถือปืนเองก็ไม่คิดทำอะไรนอกจากยิงมั่วไปยังต้นเสียงหวังจะให้มันถูกเป้า หากความสนใจของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่ที่พวกมันอีกต่อไป
ไม่ใช่เื่บังเอิญพวกที่ยังมีสติและพยายามรวมตัวเพื่อไม่ถูกจัดการร่วงลงไปอย่างว่องไว เวลาในการลงมือแค่หนึ่งถึงสองวิแต่กลับส่งพวกที่กระจุกตัวลงไปกองไม่ถึงนาทีก็ลดจำนวนลงไปได้กว่าห้า ยืนยันถึงฝีมือของผู้ลงมือได้เป็อย่างดี
“ อีหร็อบนี้มันไม่สวยแล้วนา ” สีหน้าอาจยิ้มแย้มในใจกลับรู้สึกหวั่นเกรงกับสิ่งที่กำลังเกิด
ไม่ใช่เื่แปลกที่แก๊งค์อื่นจะมีนักฆ่าหรือพวกนักสู้มืออาชีพ นอกจากเส้นสายที่พึ่งมีกับพวกตำรวจแล้วตัวตนประเภทเขาหรือพวกมีฝีมือการต่อสู้และฆ่าฟันยังจำเป็ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองคาเมล็อตแห่งนี้
กับเมืองที่มีคนประหลาดวิ่งกันให้วุ่นไม่ว่าจะเป็มูนไนท์หรือทริกส์เตอร์นั่นแค่พวกที่เด่นพอจะเป็ที่จดจำ มีพวกอยากลองของหรือเห่อตามกระแสทั้งหลายผุดขึ้นมาหรืออยากลองดีอยู่เหมือนกัน อาจไม่สร้างปัญหาเท่าตัวมูนไนท์แต่ก็สร้างความรำคาญและอีกหลายๆอย่างให้
นั่นทำให้แก๊งค์ใหญ่ๆต่างเริ่มจะจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมา กรณีของเขาเองก็ใช่ที่ไต่เต้ามาได้จนถึงวันนี้เพราะความชำนาญในการต่อสู้แบบประชิดตัว ยังไม่รวมคนในสายงานอีกเป็จำนวนมากที่ถูกว่าจ้างมาเพื่อคุ้มกันหรือเก็บกวาดศาลเตี้ยทั้งหลาย
กับมูนไนท์มันยากจะได้ผลหลายต่อหลายคนลองแล้วก็ไม่เคยสำเร็จแต่กับคนอื่นไม่ใช่ ตัวเขาถึงจะทำเหมือนโลกหล้าข้าแน่เพียงไหนถ้าเจอเ้าพวกนี้ก็อาจหืดจับได้เหมือนกัน
อันที่จริงไม่ได้กลัวเขาไม่เคยกลัวใครหรืออะไรอยู่แล้ว ปัญหาเพียงอย่างเดียวคือเป้าหมายของเขาคือพาเด็กๆออกไป ไม่ว่าเ้าคนที่โผล่มาจะมาจากแก๊งค์ไหนแต่ถ้ามันได้รับคำสั่งให้ปิดปากทุกคน การปกป้องพวกเด็กๆพร้อมสู้ไปด้วยนั้นยากจะเป็ไปได้
“ ไม่มีเวลาจะมาคิดแล้วด้วย ” เงาร่างสีดำนั้นเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วไต่ทะยานขึ้นไป้า อาศัย่เวลาที่เ้าพวกนั้นจดจ้องไปด้านข้างหมายจะจู่โจมช่องโหว่
“ เอาวะเป็ไงเป็กัน ” เวลากระชั้นจนไม่สามารถหยุดคิดสิ่งที่เขาเลือกคือกระโจนลงไป อาศัย่เวลาที่ร่างนั้นทะยานและโจมตีกลางวงล้อมจู่โจมจากด้านข้าง ะโถีบเข้าใส่หนึ่งในพวกมันจนหมดสติกลางอากาศ
การลงมือที่ทำให้ฝ่ายนั้นรู้ตัวว่าไม่ได้มีเพียงแค่ตนแต่ก็ไม่มีเวลาจะมาหยุดคิด เท้าตวัดกระแทกเข้าใส่หยุดยั้งปืนที่กำลังเล็งมาทางตน ตามมาด้วยอาวุธที่ปาดเข้าใส่ลำคอส่งให้ร่างนั้นลงไปนอนชักกระตุกอยู่กับพื้น
“ วะ เหวอ ” เสียงร้องของร่างหนึ่งที่มองเพื่อนของตนล้มตายราวใบไม้ร่วงคล้ายเรียกสติของคนอื่นๆ ปืนเริ่มยกเล็งเข้าใส่ร่างของศัตรูมันกลับไม่ทำให้พวกเขาตื่นตระหนก
คนมาใหม่สะบัดมือออกไปคราหนึ่งคุไนสั้นสองเล่มก็ปักเข้าใส่ หนึ่งปักแขนอีกหนึ่งปักที่ข้อมือจนปืนที่ถืออยู่ร่วงหล่นก่อนฟาดดาบเข้าใส่ ขจัดภัยคุกคามที่พุ่งมาทางตนอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดเกินใคร
ริกเนสกลับไม่ได้โชคดีปานนั้นเขาไม่ได้พกของแสนสะดวกอย่างอาวุธขว้างมาด้วย สิ่งที่เขาใช้งานมีเพียงร่างกายและกำปั้นของตน่เวลานี้จึงกลายเป็การเสียเปรียบ กระนั้นชายหนุ่มกลับไม่มีแม้แต่เสี้ยวของความร้อนใจ
“ boost ” คำสั่งเสียงที่เป็เหมือนสัญญาณพร้อมมือที่เอื้อมไปแตะที่เข็มขัด พริบตานั้นร่างกายของเขาก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง
ร่างกายร้อนระอุพลังงานถูกดึงไปใช้และเผาผลาญเืในกายเดือดพล่าน ประสารทััถูกเร่งเร้าเช่นเดียวกับขีดจำกัดทางกายภาพ อัตราการสูบฉีดเืและการเต้นของหัวใจแรงขึ้นน้ำตาลภายในร่างถูกนำไปเผาผลาญด้วยระดับความเร็วเกินปกติ
ไวกว่าความคิดร่างที่เคยอยู่ห่างพลันพุ่งทะยานเข้าไปใกล้ไวเกินกว่าจะโต้ตอบ พริบตาก็ไปหยุดอยู่กึ่งกลางระหว่างสองร่างที่ยังคงถือปืนตามมาด้วยมือที่คว้าจับเข้าไปที่ลำคอ นิ้วกดลงไปบนจุดที่เล็งไว้ไม่กี่อึดใจสติของร่างทั้งสองก็ดับวูบ
มันกลับไมได้ทำให้ชายหนุ่มยินดีหรือคลายความระวังตัวสักเท่าไหร่
“ ไม่นึกว่าจะได้เจอกันที่นี่เลยนา ลมอะไรพัดมาล่ะนั่น? ” สายตาเหลือบไปทางด้านหลังหากไม่ได้ลดความระวังตัวลง ตรงข้ามร่างกายกลับถูกเร่งเร้าพร้อมจะตอบสนองสิ่งใดก็ตามที่คุกคามใส่ตน
ที่อยู่ด้านหลังเป็ร่างๆหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยสีดำสนิทชุดผ้าสีดำสนิท แต่คนที่เคยแลกหมัดด้วยอย่างเขารู้ดีว่าด้านในมีทั้งเกราะแบบพิเศษ ปลอกแขนและสนับแข้ง ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าสีดำและหน้ากากไม้สีขาว ด้านหลังเหน็บดาบไอกุชิสองเล่มก็จริงหากในตัวยังมีคุไนนับสิบเก็บซ่อนตามส่วนต่างๆของร่างกาย
ไม่มีใครรู้จักหน้าค่าตาหรือชื่อจริงแต่ทุกคนต่างเรียกขานหมอนี่ว่านินจาสายลมคาไมทาจิ
แตกต่างจากเขาหมอนี่เป็คนที่อยู่ในขั้วตรงข้าม ไม่ได้รับการว่าจ้างหรือยุ่งเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมกลับเป็คนเข้าไปปราบปราม ถึงขั้นเก็บนักฆ่ามีฝีมือจากแก๊งค์อื่นได้เลยทีเดียว
ทักษะต่อสู้อยู่ในระดับสูงเกียร์ที่น่าจะเป็เกียร์เสริมพลังกำลังหรืออะไรที่ทำช่วยในการลอบเร้น การลงมือที่ถนัดคือลอบโจมตีอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบรู้ตัวอีกทีก็ถูกเล่นงาน สร้างปัญหาให้กับหลายๆแก๊งค์จนถูกขึ้นบัญชีดำเป็รองแค่มูนไนท์
เรียกได้ว่าถ้าให้ไล่รายชื่อพวกที่คอยกวาดล้างอาชญากรต่อจากมูนไนท์ทุกคนจะคิดถึงนินจาผู้นี้
และเพราะทางนั้นเป็พวกที่ทำตัวออกไปทางศาลเตี้ยจึงเคยประมือกับเขามาบ้าง ผลการต่อสู้ไม่ทันปรากฏก็จำต้องถอนตัวไปเสียก่อน ครั้งนั้นเขาครองความได้เปรียบด้วยรูปการและสภาพแวดล้อม ถ้าต้องประมือกันอีกก็ยากจะบอกได้ว่าใครจะเป็ผู้ชนะ
หากก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะหวาดกลัวถ้าต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง
“ ทำไมมาอยู่ที่นี่? ” เหมือนทางนั้นเองก็แปลกใจการที่เขามาอยู่ตรงนี้เหมือนกัน
“ ขอย้อนคำถามนี้กลับไปหาแกเลย เขตสิบหกนี่มันห่างกับเขตดูแลประจำของแกคนละมุมเมือง เดี๋ยวนี้ขยายเขตทำกินแล้วเรอะ ” อย่างหนึ่งที่ทำให้อาชญากรรมหรือฮีโร่ทั้งหลายหลีกเลี่ยงการปะทะ ส่วนหนึ่งก็มาจากเขตการดูแลด้วย
เมืองคาเมล็อตเป็เมืองที่มีพื้นที่กว้างขวางคนเพียงคนเดียวไม่มีทางเข้าไปเกี่ยวหรือดูแลได้ทุกเื่ความจริงข้อนี้ไม่ว่าใครก็ต้องยอมรับ รายนี้เองก็รับรู้จึงเลือกจะดูแลเพียงเขตหนึ่งถึงเขตห้าไม่ค่อยได้ออกมาจากเขตบ่อยนัก การเจออีกฝ่ายที่นี่จึงเป็เื่ที่ชวนให้แปลกใจอยู่เหมือนกัน
“ ขอถามแค่อย่างเดียวริกเนส เกรย์ฮาร์ท ช่วยตอบมาความเป็จริงด้วย ” ปากว่ามือกลับยังไม่คลายออกจากด้ามดาบบ่งบอกว่าทางนั้นไม่มีความเชื่อถือใดๆให้เขา “ แกเกี่ยวข้องอะไรกับเื่นี้หรือเปล่า? ”
“ เฮ้ยๆ พูดงี้อยากจะมีเื่จริงๆใช่มะไอ้นินจา คิดว่าฉันคนนี้จนตรอกขนาดไปหาเื่เ้าพวกตัวกะเปี๊ยกในคอนเทนเนอร์นี้งั้นเรอะ ”
“ ก็ไม่รู้หรอกว่าชาวบ้านจะมองฉันเป็ยังไงแล้วก็ไม่สนด้วย แต่ที่ยืนยันได้อย่างหนึ่งคือตราบเท่าที่เ้าพวกนี้ยังไม่ถูกอาบย้อมพวกมันก็เป็แค่เด็ก ไอ้หน้าไหนที่คิดจะทำร้ายเด็กพวกนี้ก็เป็ได้แค่เศษขยะที่ไม่สมควรจะมีชีวิตเท่านั้น ”
“ ที่ฉันมานี่ก็ด้วยเหตุผลเดียว คือช่วยเ้าเด็กพวกนี้ ” ความตั้งใจถูกประกาศอย่างชัดแจ้งไม่รู้ว่าใครจะมองเช่นไรแต่นี่แหละคือเขา ถึงขั้นนี้ถ้าไม่ถูกใจก็คงต้องมาฟาดปากกันสักตั้ง
ไร้การตอบรับอย่างที่ควรเป็ความเงียบโรยตัวชวนให้รู้สึกอึดอัด หน้ากากไม้ปิดบังทั้งสีหน้าและแววตาจนเขาอ่านทางนั้นไม่ออกแต่ว่าคิดเห็นเช่นไร หมัดกำแน่นเตรียมพุ่งออกทันทีที่ทางนั้นคิดจะโจมตีเข้าใส่
“ ถือว่าครั้งนี้ฉันผิดเองแล้วกัน ขอโทษด้วย ” ไม่ว่าเปล่าร่างในชุดดำยังก้มศีรษะประกอบ ความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้คนฟังพยักหน้ารับ
“ เอ้อ มันต้องแบบนี้ผิดก็ยอมรับผิด ถ้าทุกคนว่าง่ายๆแบบแกชีวิตคงสบายขึ้นแยะ ว่าแต่บอกมาได้แล้วมั้งทำไมแกถึงล้ำเขตออกมาขนาดนี้ เหมือนในเขตสองเองก็เริ่มมีปัญหาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง ”
“ เขตสี่มีคดีลักพาตัวเด็กเป็จำนวนมาก เหยื่อมักเป็ลูกของแรงงานหรือไม่ก็พวกคนที่ไม่มีสัญชาติ การแจ้งตำรวจหรือการดำเนินการอะไรจึงเป็ไปอย่างล่าช้า ” ไม่ใช่เื่ที่ต้องน่าแปลกใจเพราะระบบราชการประเทศนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้หวังเป็ชิ้นเป็อันอยู่แล้ว
“ เล็งเหยื่อเจาะจงเป้าได้แสดงว่าถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่ก็ต้องเป็คนที่ไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ที่ตามมาถึงนี่ได้เพราะไปไล่จับพวกที่มาป้วนเปี้ยนด้วยท่าทางน่าสงสัยล่ะสิท่า ” ในเมื่อทางนั้นเล่ามาแล้วเขาเองก็ไม่ควรจะปิดเงียบ อย่างไรมันก็ไม่ใช่เื่ลับอะไรปานนั้นอยู่แล้ว
อาจยกเว้นเื่ที่ตนโดนเด็กอายุสิบสองล้วงกระเป๋าไว้สักหน่อย...
“ หมายความว่าพวกมันเลือกเหยื่อกันอย่างอิสระ ขอแค่มีสินค้าไปป้อนให้ปลายทางได้ก็พองั้นสินะ ” รูปแบบการลงมือค่อนข้างแตกต่างทางเขตต้นๆจะเน้นการจับพวกเด็กที่อยู่ในการดูแลของผู้ปกครอง ทางนี้กลับเล็งเป้าไปยังเด็กจรจัดหมายความว่าพวกมันไม่ได้จัดการอย่างเป็ระบบเสียเท่าไหร่
ประกอบกับพวกที่เขาเค้นคอในรอบแรกไม่ได้มีคนรู้เื่อะไรนัก ย่อมหมายความว่าในที่นี้ต้องมีใครสักคนที่ให้ข้อมูลที่พวกเขา้าได้
ฝ่ายของนินจาไม่พูดอะไรมือดึงดาบสั้นก่อนฟาดลงไปบนโซ่เหล็กที่ใช้การล็อค การกระทำทื่อด้านทั้งยังคล้ายจะโง่เขลาโซ่เหล็กทั่วไปไม่มีทางขาดด้วยดาบที่ยาวไม่ถึงครึ่งเมตร นั่นคือสามัญสำนึกของใครหลายคน
คมดาบตัดผ่านโลหะมันเคลื่อนผ่านอย่างลื่นไหลราวกับไม่เคยมีอะไรขวางกั้น การลงมืออันน่าทึ่งกลับไม่ได้อยู่ในความสนใจด้วยเกียร์ที่ทางนั้นใช้ ดาบในมืออาจบางเบากลับตัดโลหะได้ง่ายเหมือนเต้าหู้
“ ไม่ต้องกลัวพวกฉันมาช่วย คนร้ายถูกปราบหมดแล้ว ”
“ คาไมทาจินี่!! ” เสียงร้องจากเด็กบางคนที่เคยเห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับตัวตนนั้น เด็กคนอื่นได้ยินบางส่วนก็ตาลุกวาวหากก็ยังมีพวกที่หวาดกลัวเสียจนไม่กล้าลุกออกไป
“ หยุดเลย อย่าพึ่งบ้าดารานาไอ้หนูทั้งหลาย ตอนนี้พวกแกยังไม่ปลอดภัยนาเหวย ถ้ายังไม่รีบเผ่นออกไปตอนนี้เดี๋ยวไอ้พวกบ้านี่ก๊กใหม่จะเข้ามากัน คราวนี้พวกเราไม่ไปช่วยกลับมาแล้วนาบอกก่อน ” มือทั้งสองข้างปรบคล้ายเรียกร้องความสนใจจากพวกเด็กๆ
“ ถ่างหูฟังกันให้ดีๆล่ะพวก วิ่งไปทางขวาพักหนึ่งจะเจอถนนใหญ่มีรถตำรวจคันหนึ่งจอดอยู่ ไปขอความช่วยเหลือจากพวกเขาคิดว่าคงไม่น่ามีใครปฏิเสธ คิดว่าไม่เกินพรุ่งนี้ก็น่าจะได้กลับบ้านเกือบทุกคน ”
“ เอ้า จะรออะไรล่ะเฮ้ย วิ่งดิวิ่ง!! ” กำปั้นกระแทกเข้าใส่แผ่นเหล็กจนเสียงดังสนั่น อาการใลามไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่งร่างเล็กวิ่งตะบึงกันออกไปอย่างรวดเร็ว พริบตาก็หายออกจากไปบริเวณท่ามกลางสายตาไม่พอใจของอีกคน
“ ทำบ้าอะไร? ” การให้พวกเด็กๆวิ่งออกไปเองอันตรายเกินไปยิ่งเป็ในย่านปลอดผู้คนแบบนี้ด้วยยแล้ว
“ ไม่เอาน่าพวกเราไม่มีเวลาว่างมาเป็พี่เลี้ยงเด็กขนาดนั้นหรอกนาเหวย ขืนชักช้าเกิดพวกที่บงการหลุดมือเื่จะยุ่งกว่านี้อีก ” พวกเขาอาจทำลายการค้าของพวกมันครั้งนี้ได้แต่ถ้าพวกเขาไม่ไปจัดการเ้าตัวต้นเื่มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
การค้าเป็ล่ำเป็สันย่อมหมายความว่าต้องมีคนรู้เห็นหรือสนับสนุน ตราบเท่าที่พวกเขายังไม่ทำอะไรสักอย่างกับพวกมันการบุกมาช่วยพวกเด็กๆก็เป็แค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ปล่อยไว้มันก็มีแต่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
หากมัวแต่ชักช้านอกจากจะทำให้มันหนีไปครั้งหน้าที่พวกมันคิดจะทำอาจใช้วิธีการที่แยบยลยากจะสืบเสาะหรือโหดร้ายทารุณกว่านี้ ถ้าเป็แบบนั้นสิ่งที่มันทำก็จะกลายเป็ความผิดของพวกเขาด้วยเช่นกัน
“ ถึงแบบนั้นการปล่อยพวกเด็กๆไปกันเอง... ”
“ คิดว่าฉันมาที่นี่โดยไม่คิดอะไรเรอะ ก่อนเข้ามาซัดกับพวกมันฉันทำตัวเป็พลเมืองดีโทรแจ้งตำรวจที่ชื่อเลโอ ไลโอนิสไปแล้วว่าได้ยินเสียงเด็กร้องแปลกๆ ช่วยมาดูหน่อย ” ก็ใช่จะทำอะไรโดยไม่คิดถ้าไม่มีคนในแก๊งค์ช่วยเขาไม่มีเวลามาคุ้มกันพวกเด็กๆไปส่งตำรวจ
ทางที่ดีที่สุดคือโทรแจ้งตำรวจให้มาทำหน้าที่ตามภาษีที่พวกเขาจ่าย และชื่อที่เขาบอกออกไปก็เป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับกรณีแบบนี้
แถมการที่พวกเด็กๆกรูกันออกไปไม่ว่าตำรวจจะยกพลกันมาเพียงไหนก็ต้องเทความสนใจไปทางนั้น ซื้อเวลาให้พวกเขาได้หลายนาทีกว่าพวกนั้นจะรู้ตัวว่าพวกเด็กๆมาจากทางไหน มากพอจะให้พวกเขาสำรวจพื้นที่และเค้นข้อมูลจากเ้าพวกที่กองกันอยู่บนพื้น
คนฟังก็เริ่มจะเข้าใจเจตนาของชายหนุ่มแม้จะไม่ได้อธิบายอะไรนัก กระนั้นเ้าตัวก็ยังไม่ค่อยชอบวิธีการแบบนี้เสียเท่าไหร่
“ ก็อย่างที่ว่าแหละนะ ตอนนี้พวกเราอยากรู้ว่านายจ้างของแกเป็ใคร ช่วยบอกพวกเราหน่อยจะได้ไหม? ” สายตาเหลือบไปทางด้านหลังหนึ่งในร่างที่ต้องคมดาบ แม้จะมีคุไนปักอยู่ที่อกหากก็ยังรักษาสติของตนไว้ได้
“ ไปตายซะ ไอ้พวกระยำ ” น้ำลายถูกพ่นออกมาบ่งบอกว่าไม่มีความคิดจะให้ความร่วมมือแต่อย่างใด
ท่าทางเช่นนั้นชวนให้ร่างในชุดดำขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกไม่พอใจ ผิดกับฝั่งของคนถามที่พอได้ยินดังนั้นรอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้า
“ ไม่ต้องรีบไล่กันขนาดนั้นก็ได้น่า สักวันพวกเราก็ต้องตายอยู่แล้วออกจะปกติ ” แตกต่างจากรายของนินจาความร้อนใจใดๆแทบไม่มี ทั้งที่เ้าตัวก็รู้ถึงเวลาที่แสนจำกัดของตน “ แต่รู้อะไรไหมเื่ตายหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จริง ส่วนวิธีตายเนี่ยมันอีกเื่ ”
“ อะ อ๊าก... ” เสียงนั้นขาดห้วงเพราะมือข้างหนึ่งเอื้อมไปอุดมันเอาไว้อย่างทันท่วงที ขณะที่มืออีกข้างของชายหนุ่มก็ใช้คุไนในมือบิดหมุนคว้านปากแผลไปในตัว
“ ชู่ๆ เงียบหน่อย มันรบกวนชาวบ้านชาวช่องเขา เสียงตัวผู้ร้องก็ฟังแล้วไม่น่าอภิรมย์ด้วย ” พูดเหมือนเป็เื่เรื่อยไปหากมือก็ขยับเพื่อบิดคว้านปากแผลให้ฉีกออก โลหิตสาดกระเซ็นท่ามกลางร่างที่กำลังดิ้นพล่านอย่างทรมาน
“ โห ท่าทางจะเจ็บน่าดู เดี๋ยวจะดึงออกให้แล้วกัน ” ไม่ทันได้โต้ตอบใดๆสิ่งที่เสียบอยู่ในอกก็ถูกกระชากออกสุดแรง ความเจ็บมากเกินกว่าจะบรรยายจนร่างนั้นสั่นกระตุกปากก็ขยับคล้ายจะสาปแช่งแต่ก็ทำไม่ได้อย่างใจนัก
“ เอ้า ไม่อยากให้ดึงแล้วทำไมไม่รีบบอก งั้นฉันเอามันกลับเข้าไปที่เดิมก็ได้ ” คุไนที่ถอนออกไปก่อนหน้าถูกนำมาเสียบยังตำแหน่งเดิม การกระทำเหมือนโง่งมหากกลับทำให้คนโดนแทบอยากจะตายไปให้พ้นๆเสียเดี๋ยวนี้
“ เอาล่ะทีนี้ก็มาถึง่เวลาคำถามแล้วนะ ฉันจะถามแกอีกครั้งแกต้องคายสิ่งที่แกรู้ทั้งหมดออกมาแล้วฉันจะให้แกตายอย่างเป็สุข หรือแกเลือกจะปิดบังข้อมูลที่ฉัน้าแล้วฉันจะเอาความไม่พอใจหัวหน้าของพวกแกมาระบายที่แกทั้งหมด ซึ่ง... เชื่อเหอะ แกไม่อยากจะโดนอะไรแบบนั้นหรอก ” มือยังคงจับอยู่ที่คุไนชวนให้ดวงตาของเหยื่อเหลือกลาน ความเจ็บเริ่มกัดกินสติจนปล่อยให้ความกลัวแล่นพล่านได้แต่พยักหน้าถี่รัวเป็คำตอบ
“ มันต้องแบบนี้สิ ถ้าแกทำตัวว่าง่ายๆไม่ดื้อมาั้แ่ต้นก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้ว ” เมื่อได้เห็นท่าทางเช่นนั้นเขาก็ลดมือออกก่อนเริ่มเปิดปากถาม เช่นเดียวกับทางนั้นที่คายข้อมูลที่เขา้าออกมารัวเร็วจนแทบจะกัดลิ้น ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวคือทำอย่างไรก็ได้ให้ตนหลุดพ้นจากปีศาจตนนี้
ภาพที่ชวนให้คนที่มองจากวงนอกรู้สึกหวาดหวั่น การสอบสวนใช่ว่าตนจะไม่เคยทำแค่ไม่ได้หนักหนาถึงเพียงนี้ คว้านปากแผลของเหยื่อไปมาเพื่อบีบให้สารภาพยังพอรับ ที่ชวนให้ขนหัวลุกที่สุดคือรอยยิ้มที่แสยะกว้างท่ามกลางความทรมานและเสียงโหยหวนของทางนั้น
มันราวกับมารร้ายที่กำลังรื่นเริงกับความทรมานของเหยื่อในมือ