บทที่ 5 ฉันจะเป็ Keeper
คุณยุทธีพาฉันไปดูงานที่แผนกสืบค้นเป็ที่แรก แผนกนี้เงียบมาก เหลือคนอยู่ในแผนกไม่กี่คน นอกนั้นออกไปทำงานข้างนอกกันหมด ยังดีที่ยังเหลือหัวหน้าแผนกอยู่ หัวหน้าแผนกเป็ผู้หญิงชื่อ คุณกีต้าร์ เธออธิบายลักษณะงานให้ฉันฟังเสียละเอียดยิบ พูดจนน้ำไหลไฟดับประหนึ่งไม่ได้พูดกับใครมาซัก 10 ปี ก็แผนกเงียบขนาดนี้ สงสัยป้าแกไม่มีคนให้คุยด้วยเลยเก็บกดรึเปล่านะเนี่ย ตอนนี้ป้าแกกำลัง้าคนเพิ่ม พอรู้ว่าฉันกำลังหาตำแหน่งฝึกงานอยู่ก็พูดเชิญชวนฉันเสียยกใหญ่ ฉันสนใจตำแหน่งไฟเดอร์ฝ่ายค้นคนอยู่เหมือนกันนะ เมื่อชาติก่อนตอนที่เพิ่งก่อตั้งองค์กรใหม่ ๆ ฉันก็เป็คนลงไปลุยหาคนเองเลย
ส่วนแผนกสำรวจก็เงียบกริบเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เพราะออกไปทำงานข้างนอกกันหมดหรอกนะ ยังมีคนในแผนกอยู่บ้าง แต่ต่างคนต่างหมกมุ่นอยู่กับงานของตัวเอง ไม่มีใครพูดคุยกันเลย ดูคร่ำเคร่งกันน่าดู หัวหน้าแผนกนี้ไม่อยู่ รองหัวหน้าแผนกหนุ่มมาดตี๋นาม นาย จึงเป็คนพาฉันดูงานแทน นายอธิบายลักษณะงานให้ฉันฟังแบบเนื้อ ๆ เน้น ๆ ชัดเจนแจ่มแจ้ง ไม่ได้มีน้ำโหลงโจ้งเหมือนที่ป้ากีตาร์แกอธิบาย เป็เอ็กพลอเรอร์ก็ดีนะ ได้ออกไปท่องเที่ยวชมธรรมชาติบ่อย ๆ แต่วันไหนต้องเข้ามาทำงาานที่นี่เจอบรรยากาศแบบนี้ฉันก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกันนะ
“จบการดูงานแล้วครับ สำหรับตำแหน่งคีปเปอร์ไม่สามารถเข้าไปดูงานได้นะครับ อย่างที่ผมบอก งานทุกอย่างในแผนก SMP เป็ความลับครับ”
“เฮ้อ…เสียดายจัง คีปเปอร์เป็ตำแหน่งที่วิกกี้อยากจะดูงานมากที่สุดเลยค่ะ” ฉันถอนหายใจอย่างเสียดาย
“งั้นก็ไปดูเลยสิจ๊ะ” เสียงปริศนาดังมาจากทางด้านหลังฉัน ฉันกับคุณยุทธีหันไปมองที่มาของเสียงพร้อมกัน ต่างคนต่างอุทานชื่อเ้าของเสียงออกมา
“เลดี้ฮันน่า!”
ใครจะไปคาดคิดว่าเลดี้ฮันน่าจะให้เกียรติฉันถึงขนาดให้สิทธิพิเศษได้ดูงานที่แผนก SMP ที่ปกติใครก็ขอดูไม่ได้แบบนี้ แน่นอนว่าฉันได้ไปดูคนเดียว คุณยุทธีก็ต้องถูกอัปเปหิกลับแผนกไปตามระเบียบ ตอนนี้ฉันกับเลดี้ฮันน่า และคุณคาน่าจึงอยู่ในลิฟท์สีแดงที่กำลังขึ้นไปชั้น 81 ที่เป็ที่ตั้งของแผนก SMP
“ไม่คิดว่าเลดี้จะให้เกียรติมาพบวิกกี้ด้วยตัวเองแบบนี้เลยค่ะ” ฉันพูดขึ้น
“ถ้าอาไม่มา วิกกี้ก็พลาดโอกาสที่จะได้ดูงานตำแหน่งคีปเปอร์น่ะสิ” เลดี้ฮันน่าพูดกับฉันอย่างผู้ใหญ่ใจดีคุยกับเด็ก ๆ บุคคลิกตอนนี้ช่างต่างกับภาพลักษณ์ที่ปรากฏภายนอกโดยสิ้นเชิง เลดี้ฮันน่าเป็ลูกพี่ลูกน้องกับพ่อฉัน และอายุน้อยกว่าพ่อฉัน ถ้านับกันตามศักดิ์แล้วก็ถือว่าเป็อาของฉัน
“ทำไมถึงใจดีกับวิกกี้ขนาดนี้ล่ะคะ วิกกี้เกรงว่าจะมีคนไปโพนทะนาเอาได้ค่ะ” ฉันอดสงสัยไม่ได้ เป็ใครก็ต้องมีสงสัยกันบ้างล่ะ
หลายปีที่ผ่านมาถึงเลดี้ฮันน่าจะแสดงให้คนในตระกูลเห็นว่าไม่คิดจะตัดญาติขาดมิตรกับฉัน แต่ในกรณีนี้มาปฏิบัติกับฉันพิเศษขนาดนี้ก็น่าสงสัยไม่น้อย ถึงเลดี้จะรู้ว่าจิติญญาของฉันเป็ใครแต่คนอื่นเค้าไม่รู้นี่นา ถึงจะให้เหตุผลว่าพวกเราเป็คนตระกูลเดียวกันก็ตามเถอะ แต่กับคนอื่นในตระกูลที่เลดี้สนิทชิดเชื้อมากกว่าฉันก็ยังไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์ใด ๆ เลยมั้ง
“ใครอยากพูดอะไรก็ปล่อยเค้าไปเถอะ ปากของใครก็ของคนนั้น เราไปควบคุมปากใครไม่ได้อยู่แล้ว” เลดี้ฮันน่ายิ้มพูด “อาก็แค่ทำสิ่งที่อาคิดว่าดีที่สุด”
ลิฟท์มาถึงชั้น 81 พอดี บทสนทนาจึงจบแค่นั้น เมื่อเดินจากลิฟท์สิ่งแรกที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็คือ…ประตูนิรภัยสีขาวบานใหญ่ที่ต้องเข้ารหัส คุณคาน่าเดินไปใส่รหัสผ่าน ประตูปลดล็อกเปิดออกให้เห็นพื้นที่เล็ก ๆ คล้ายอุโมงสั้น ๆ ที่ปลายอุโมงค์มีประตูอยู่อีกบานหนึ่ง
“ตรงนี้เป็โซนตรวจจับสิ่งของต้องห้าม พวกสารเคมีบางอย่าง อาวุธ รวมถึงหุ่นยนต์ AI ไม่สามารถเข้าไปได้” คุณคาน่าหันมาอธิบายกับฉัน เมื่อเราเดินเข้าไป ผนังอุโมงค์ก็เรืองแสงสีแดงอ่อน ๆ ขึ้น ไม่มีสัญญาณเตือนที่บอกว่ามีสิ่งผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น พอแสงดับลงเราก็เดินมาถึงปลายอุโมงค์พอดี แล้วประตูบานตรงหน้าก็เปิดให้เราเข้าไปข้างในโดยอัตโนมัติ
แผนก SMP ไม่ได้เป็อย่างที่ฉันจินตนาการไว้เลย ก่อนหน้านี้เห็นที่แผนกสำรวจดูคร่ำเคร่งกันขนาดนั้น ฉันก็คิดว่าที่ SMP ก็คงคล้าย ๆ กัน แต่ที่ไหนได้ มันต่างกันโดยสิ้นเชิง พื้นที่กว้างขวางที่ปรากฏตรงหน้าฉันตอนนี้น่าจะเป็โถงส่วนกลางสำหรับพักผ่อนที่ทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้ตามสบาย เพราะฉันเห็นมีทั้งคนที่กำลังห่มผ้านอนหลับสบายอยู่บนโซฟา บางคนนั่งเล่นนั่งคุยพักผ่อนกันเรื่อยเปื่อย แต่เมื่อทุกคนเห็นเลดี้ฮันน่ากับคุณคาน่าเข้าก็ต่างลุกขึ้นมากล่าวทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ยกเว้นก็แต่คนหลับอ่ะนะ ฉันมองไปรอบ ๆ ฝั่งซ้ายมีห้องทำงานอยู่หลายห้อง ส่วนฝั่งขวาเห็นแต่ประตูนิรภัยบานใหญ่ซึ่งก็คงเป็ส่วนของห้องแลปสำหรับทำการทดลองต่าง ๆ ที่ต้องเก็บเป็ความลับสุดยอดแน่นอน
“สวัสดีค่ะ เลดี้ฮันน่า ไม่เห็นได้รับแจ้งว่าเลดี้จะมาเลยค่ะ มีเื่ด่วนอะไรรึเปล่าคะ” หญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงรีบเดินมาต้อนรับเลดี้ฮันน่า เธอเพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงานเมื่อเห็นเลดี้ฮันน่าเข้ามา เมื่อทุกคนเห็นว่ามีคนมาต้อนรับเลดี้ฮันน่าแล้ว ก็พากันกลับไปทำกิจกรรมที่เคยทำก่อนหน้าต่อ
"ฉันไม่ได้มีเื่ด่วนอะไรหรอก…เจซซี่ ฉันแค่พาหลานสาวมาดูงานของคีปเปอร์เท่านั้นเอง” เลดี้ฮันน่าหันมาทางฉัน คุณเจซซี่แสดงสีหน้าสงสัยขณะหันมองมาทางฉัน ฉันจึงรีบเดินเข้าไปหาเลดี้ฮันน่า
“นี่คือวิกกี้ โนเรีย เธอจะเข้ามาฝึกงานที่เดอะนอร์ กำลังเลือกดูอยู่ว่าจะทำงานในตำแหน่งอะไรดี เธอสนใจตำแหน่งคีปเปอร์มาก ฉันก็เลยพามาดู” คุณเจซซี่จ้องฉันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า
“ปกติคนในตระกูลโนเรียไม่ค่อยสนใจจะเป็คีปเปอร์กันเท่าไหร่นี่คะ มีอยู่หลายคนเหมือนกันที่มาฝึกงานเป็คีปเปอร์แล้วไม่ผ่าน อย่างที่รู้ ๆ กันว่าคีปเปอร์ไม่ใช่งานง่าย ๆ” โอ๊ะโอ…นี่ป้าเจซซี่เริ่มจะตั้งแง่กับฉันแล้วสิ คงเพราะเห็นฉันเป็เด็กเส้นที่ระดับผู้นำองค์กรพามาด้วยตัวเองเลยสินะ ชิ! ก็เอาซี่! ไหน ๆ เลดี้ฮันน่าก็แสดงเจตจำนงค์ให้ฉันเห็นว่าพร้อมจะสนับสนุนฉันเต็มที่ งั้นฉันก็ขอใช้อภิสิทธิ์ให้เต็มที่ไปเลยแล้วกัน ในเมื่อฉันอยากเป็คีปเปอร์งั้นฉันก็จะเป็คีปเปอร์นี่แหละ ถึงความสามารถของฉันตอนนี้ยังไม่ถึงขั้น แต่ของอย่างนี้มันฝึกกันได้อยู่แล้ว แล้วฉันก็มั่นใจมากด้วยว่าตัวเองจะทำได้ดีแน่นอน
“คุณเจซซี่คิดว่าสายตาเลดี้ฮันน่าฝ้าฟางจนมองเห็นอะไรไม่ชัดเจนเหรอคะ” คุณคาน่าพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท โอ๊ะโอ…เหมือนฉันจะได้กลิ่นทะแม่ง ๆ แฮะ
คุณเจซซี่กระแอมในลำคอก่อนจะพูดว่า “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะคุณคาน่า ก็แค่พูดให้ฟังถึงเื่ที่ผ่านมา” แล้วเลดี้ฮันน่าก็พูดต่อไปว่า
“คุณเจซซี่ไม่ต้องกลัวนะคะ ว่าจะต้องเสียเวลาอันมีค่าให้กับคนในตระกูลโนเรียคนนี้ค่ะ คุณก็รู้ว่าใครไม่ดีไม่เหมาะสม ดิฉันไม่มีทางสนับสนุนให้ทำงานที่เดอะนอร์แน่นอน คนไร้คุณภาพแล้วจะทำงานออกมาให้มีคุณภาพได้อย่างไร ถูกต้องมั้ยคะ” คุณเจซซี่ถึงกับเงียบไปครู่หนึ่งแล้วรีบพูดว่า
“ดิฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยค่ะ ยังไงเดอะนอร์ก็เป็องค์กรของเลดี้อยู่แล้ว เลดี้้าอะไร ดิฉันก็พร้อมน้อมรับทุกอย่างค่ะ” คุณเจซซี่อธิบาย “ถ้าอย่างนั้นเชิญเลดี้กับคุณคาน่าไปพักผ่อนที่ห้องรับรองก่อนนะคะ รบกวนคุณวิกกี้รอตรงนี้สักครู่ แล้วเดี๋ยวดิฉันจะกลับมาพาคุณไปดูงานของคีปเปอร์ค่ะ” คุณเจซซี่ผายมือเชิญเลดี้ฮันน่ากับคุณคาน่าเตรียมจะเป็คนนำทางเลดี้ไปห้องรับรอง
“ไม่ต้องหรอก ฉันจะไปกับวิกกี้ด้วย ถือว่ามาเยี่ยมชมงานของแผนกนี้ไปด้วยในตัว” เลดี้ฮันน่ายกมือปฏิเสธคุณเจซซี่ ทำเอาคุณเจซซี่รู้สึกเก้อไป ก่อนจะเปลี่ยนมาผายมือไปอีกทาง
“ถ้าอย่างนั้นเชิญทุกคนที่ห้องทำงานของคีปเปอร์ทางด้านนี้ค่ะ” ฉันเดินตามหลังเลดี้ฮันน่ากับคุณคาน่าที่ตามคุณเจซซี่เข้าไปในห้องทำงานที่ดูเหมือนจะเป็ห้องใหญ่ที่สุด
ห้องทำงานของคีปเปอร์กว้างมากจริงๆ เกือบจะพอ ๆ กับโถงส่วนกลางเลยก็ว่าได้ โต๊ะทำงานสีขาวถูกออกแบบให้เป็วงกลมแบบวงแหวนที่สามารถนั่งทำงานได้ประมาณเกือบ 20 คน มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 โต๊ะ ตั้งเรียงกันแบบแถวหน้ากระดาน แต่ละโต๊ะมีคีปเปอร์นั่งทำงานอยู่ประปราย เบื้องหน้าของคีปเปอร์แต่ละคนมีจอภาพแบบโฮโลแกรมปรากฏอยู่ คีย์บอร์ดบนโต๊ะก็เป็แบบโฮโลแกรมเช่นกัน และสามารถใช้ระบบัักับจอภาพได้ด้วย
ตอนพวกเราเดินกันเข้ามา ทุกคนหันมามองและทำท่าจะลุกยืนขึ้นยกมือไหว้เลดี้ฮันน่า แต่เลดี้ห้ามไว้บอกให้ทุกคนทำงานกันต่อไป พวกเค้าจึงนั่งไหว้เลดี้แทนก่อนพากันหันกลับไปทำงานของตัวเองกันต่อ คุณเจซซี่หันมาอธิบายกับฉันว่า
“ส่วนใหญ่งานหลัก ๆ ของคีปเปอร์จะต้องออกไปทำงานนอกสถานที่พร้อมกับบรรดานักวิจัยของแผนก เหมือนจะคล้ายกับงานของเอ็กพลอเรอร์นะ แต่แตกต่างกันที่งานที่คีปเปอร์ทำมันยากกว่า เพราะแผนกเราวิจัยเฉพาะงานยาก ๆ งานที่เป็ความลับเฉพาะ งานที่ต้องใช้นักวิจัยระดับสุดยอดที่มีฝีมือและเทคนิคพิเศษ และเพราะมันไม่ใช่งานวิจัยทั่วไป ที่ที่เราไปกันก็ไม่ใช่พื้นที่ทั่วไปด้วยเช่นกัน นักวิจัยบางคนของเราไม่มีพลังพิเศษ คีปเปอร์นอกจากจะช่วยซัพพอร์ตงานทุกอย่างให้นักวิจัยแล้ว บางครั้งก็ต้องเป็เหมือนบอดี้การ์ดให้นักวิจัยที่เป็คนธรรมดาเ่าั้ด้วยเมื่อเราต้องไปในสถานที่ที่เสี่ยงอันตรายมาก ๆ ..” คุณเจซซี่อธิบายเน้นย้ำให้ฉันรู้สึกว่าคีปเปอร์มันคืองานยากลำบากมากนะ ฉันก็ยืนฟังนิ่ง ๆ อยู่กับที่ ส่วนเลดี้ฮันน่ากับคุณคาน่าพากันเดินไปดูจุดอื่น
“พลังพิเศษของคุณคืออะไรคะ ฉันจะได้จัดกลุ่มทำงานที่เหมาะสมให้คุณถูก” คุณเจซซี่ถามฉันหลังจากอธิบายรายละเอียดงานเบื้องต้นจบ ฉันชั่งใจครู่เดียวก็ตอบคุณเจซซี่ไป
“ฉันมองเห็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับคนที่ฉันััตัวได้ค่ะ” คุณเจซซี่ขมวดคิ้วนิดหน่อยเมื่อได้ฟังคำตอบจากฉัน
“ดูเหมือนพลังลักษณะนี้ไม่ค่อยเหมาะกับงานของคีปเปอร์เท่าไหร่เลยนะคะ ฉันนึกงานให้คุณไปทำไม่ออกเลย”
“จริงเหรอคะ แต่วิกกี้นึกได้เยอะแยะเลยนะคะ เช่น ถ้าเราไปทำงานในป่าในดงแล้วคนในทีมไม่รู้ไปถูกตัวอะไรทำร้ายเข้า วิกกี้ก็สามารถใช้ความสามารถของวิกกี้ย้อนไปดูภาพเหตุการณ์ก่อนหน้าของคน ๆ นั้นได้จะได้รักษาอาการได้ถูกไงคะ ภาพที่วิกกี้เห็นไม่ใช่ภาพจำของคน ๆ นั้นนะคะ แต่เหมือนวิกกี้ไปยืนดูอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย วิกกี้สามารถเห็นรายละเอียดได้มากกว่าเ้าของความทรงจำด้วยซ้ำ และอีกอย่างความสามารถนี้ของวิกกี้มันล้วงความลับของคนอื่นได้นะคะ เช่น…ถ้าเราเห็นคนที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย วิกกี้ก็สามารถล่วงรู้ความคิดของเค้าได้เมื่อได้ััตัว” พูดจบฉันก็ยิ้มมองคุณเจซซี่ คุณเจซซี่เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เลดี้ฮันน่ากับคุณคาน่าเดินมาพอดี เธอจึงหยุดพูด
“เป็ไงบ้างวิกกี้ ลองดูแล้วอยากจะเป็คีปเปอร์มั้ย” เลดี้ฮันน่าถามฉัน
“อยากค่ะ วิกกี้รู้สึกว่าคีปเปอร์นี่แหละ เหมาะกับวิกกี้ที่สุด” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจหนักแน่น เลดี้ฮันน่ากับคุณคาน่ายิ้มให้ฉัน ก่อนที่เลดี้ฮันน่าจะหันไปพูดกับคุณเจซซี่
“คุณเจซซี่คะ ยินดีด้วย คุณมีคนช่วยงานในแผนกเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วค่ะ เชื่อใจฝีมือวิกกี้ได้เลย เธอไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังแน่นอน” คุณเจซซี่รับคำเลดี้ แต่ดูเหมือนจะยิ้มได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ ฉันมองคุณเจซซี่ ในหัวก็อดคิดไปไม่ได้ว่า
‘ป้าเจซซี่คนนี้มีพิรุธ! ดูก็รู้ว่าไม่อยากให้ฉันมาทำงานที่แผนก เลดี้ฮันน่ากับคุณคาน่าต้องรู้อะไรบางอย่างแน่นอน เอ๊ะ…เดี๋ยวก่อนนะ นี่เลดี้คงไม่ได้กะจะใช้ฉันมาจัดการป้าเจซซี่คนนี้หรอกนะ’
-------------------------------------------
ตอนหน้า ผู้! มาแล้วจ้า เค้าจะเป็นยังไงน้าา นางเอกของเราก็มีเรื่องใหญ่ให้ต้องตัดสินใจเหมือนกันนะ