เธอหยิบปากกาของผมจากใต้โต๊ะของเธอละยื่นมันมาให้ผมและผมก็รับเอาไว้
“นี่เธอชื่ออะไร”
จริงๆ ผมรู้จักชื่อเธออยู่แล้วแค่อยากทำให้เป็ธรรมชาติและทำให้มีเื่ชวนคุย
“ฉันชื่อลิตา ยินดีที่ได้รู้จักนะเลออน”
ผมรับปากกามาจากเธอ
“อือ ขอบใจนะ”
ผมไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ทั้งสิ้นและตอบเธอไปอย่างเ็า
ลิตาเป็เด็กกิจกรรม สกิลระดับC นอกจากกิจกรรมเธอก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย
ผมเคยชอบเธอตอนมาที่โรงเรียนนี้ครั้งแรก แต่เธอไม่ได้สนใจในตัวผม เธอเป็แฟนของซีหลังจากจบม.3เหมือนว่าพวกเขาเริ่มคุยๆ กันมานานแล้วและซีก็สารภาพรักหลังจบม.3ไป
ถึงเธอจะนิสัยดีแต่รสนิยมการเลือกคบแฟนของเธอเองนั่นละที่นำพาเธอไปสู่อนาคตที่ดำมืด ผมไม่สนใจเธอหรอกนะครั้งนี้ ถึงอย่างนั้นผมก็อดคิดไม่ได้เลย
ว่ามันจะดีแค่ไหนถ้าผมทำให้เธอเป็เครื่องมือให้ผม และใช้งานเธอแต่นั่นมันก็คงเป็เื่ที่ยากอยู่ดี เลิกคิดเื่เธอดีกว่ารกสมองมากพอแล้ว
ผมค่อยๆ ฟุบหน้าตัวเองลงไปที่โต๊ะระหว่างที่ครูสอน
“น่าเบื่อจังเลยนะ”
ผมบ่นอยู่เพียงลำพัง
“อะไรน่าเบื่อหรอ เลออน อา...เค…ออส!”
ผมรีบตื่นและเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอคือครูสอนคณิตที่มาจากไหนไม่รู้
“ครูสั่งให้ทำแบบฝึกหัด นี่เธอจะหลับในคาบครูหรอ”
ครูใช้มือของเธอดึงหูของผม
“>..<อาจารย์ผมขอโทษ”
นั่นเรียกเสียงหัวเราะให้เพื่อนร่วมห้องทั้งห้อง
“เธอเป็เด็กใหม่ มาจากบ้านนอกควรตั้งใจเรียนมากกว่านี้พื้นฐานของเธอจะดีแค่ไหน หรือว่าเธอเรียนไม่รู้เื่เลยแอบนอน”
“เปล่าครับผมตื่นเต้นที่ได้มาเรียนที่ใหม่ผมเลยนอนไม่หลับ”
คุณครูสอนคณิตตอนมัธยมต้นของผมเธอคนนี้เป็ครูที่ดีห่วงใยผม เพราะผมย้ายมาใหม่กลัวว่าผมเรียนตามเพื่อนไม่ทัน
“งั้นก็แสดงว่าเรียนรู้เื่สินะ”
เธอเริ่มบิดหูของผมจนแดง และบรรยายกาศเริ่มตึงเครียด
“งั้นเธอก็ไปทำโจทย์หน้ากระดานให้ดูหน่อยสิอยากรู้พื้นฐานเธอดีแค่ไหน”
“ครับๆ แค่ทำโจทย์ในแบบฝึกนี้ก็พอสินะ”
ผมหยิบหนังสือแบบฝึกและออกไปที่หน้าชั้นเรียน ยูพูดตามหลังผมว่า “สู้ๆ นะ”
ตอนนี้ผมอยู่หน้าห้องเรียนแล้วสายตาของเพื่อนกำลังจ้องมองผม
“อาจารย์คือว่า ต้องทำหน้าไหนครับ”
“หน้าที่….ร้อย
ผมทำโจทย์นั้นอย่างง่ายดายและแสดงว่าผมกำลังคิดอยู่นาน นั่นเพื่อการตบตา แค่อยากให้ดูว่าผมใช้ความคิดบ้าง ถึงแม้ความจริงแค่มองโจทย์ก็ตอบได้ทันที
“ผมทำเสร็จแล้วครึ่งหนึ่ง แต่มันจะดีกว่านี้ไหมครับถ้าให้เพื่อนที่แอบหลับเหมือนผมมาทำเหมือนกัน”
ต้องกระตุ้นสักหน่อย
“หื้ม”
ครูเริ่มมองไปรอบๆ เจอซีที่เอาหนังสือมาตั้งเพื่อบังหน้าตัวเองไว้ คุณครูค่อยๆ เดินไปปลุก
“นี่เธอ ไปทำโจทย์นั่นต่อทีสิ”
“อ่ะเดี๋ยวผมเขียนโจทย์ไว้ให้ดีกว่า”
ผมเขียนโจทย์ให้กับซี โจทย์ข้อแรกกับข้อสอง ง่ายมาก ข้อสามผมตั้งโจทย์เองให้กับเขาเป็โจทย์ที่ยากมากๆ โจทย์นี้ผมจำได้เป็โจทย์ที่ใช้สอบวัดผลความรู้ของนักเรียนมัธยมต้นที่เรียนจบแล้ว
“ชิ ไอ้หมอนี่มันเล่นฉันแล้ว”
ซีค่อยๆ ลุกออกมาจากโต๊ะและผมก็กำลังเดินกลับไปที่โต๊ะ
ตุ้บ
ซีตั้งใจเดินชนผม และมันก็กระซิบเบาๆ
“แกอย่าคิดว่าจะอยู่โรงเรียนนี้สบายเลย”
ผมยิ้มรับอย่างสดใส
“แกเองก็เหมือน”
บทสนทนาเมื่อครู่มีเพียงผมและซีที่ได้ยิน
ซีเริ่มทำโจทย์ไปอย่างง่ายดาย แต่แล้วก็สดุดโจทย์ข้อที่3
เขาเริ่มเขียนวิธีทำ แต่ทำยังไงก็ทำไมได้
“เป็อะไรไป ซี”
คุณครูถาม
“นายทำไม่ได้หรอ ขนาดเลออนที่มาใหม่ยังทำได้เลย นายเป็เด็กเก่าแถมบ้านยังอยู่ในเมืองอีกแย่กว่าเลออนอีกไม่ใช่รึไง”
“คือว่า ครูโจทย์ข้อนี้มัน…”
สิ้นสุดเสียงพูดของซีคุณครูก็เริ่มเดินไปที่ด้านหน้าชั้นเรียน
“โจทย์ข้อนี้มันทำ…ไม…?!”
โจทย์ค่อนข้างยากเกินไปสำหรับเด็กมัธยมปี2 แต่สำหรับคุณครูที่มีความรู้มองความจากโจทย์เด็กม.2ไม่ออกหรอก
“โจทย์นี้มันก็ปกตินินายทำไมได้หรอซี เลออนนายเป็คนตั้งโจทย์นี้ใช่ไหม?”
“ครับ ผมว่าก็ไม่ยากอะไรนะ”
“บ้ารึไง โจทย์แบบนี้มันยากเกินไปใช่ไหมทุก…..”
“คำตอบคือ 4.73 ทุกคนเองในห้องก็ทำกันได้หมดนิใช่ไหมทุกคน”
ผมรีบชิงบอกคำตอบไปก่อนเพื่อให้เกิดความคิดร่วมกันและดึงความคิดนั้นไปตามทิศทางของผม
การบอกคำตอบและชักชวนผู้คนให้อือ อ่อไปตามกันเป็เื่ที่ง่ายดาย ดีกว่าตอบว่าฉันทำไม่ได้
การตอบแบบนั้นจะทำให้ตัวเองดูโง่ในชั้นเรียน
“ใช่แล้ว ก็ตามที่เลออนพูดนั่นละฉันว่าโจทย์นี้ไม่ยากขนาดนั้น”
ยูพูดสนับสนุนผม เมื่อผมบอกคำตอบการบอกหาวิธีที่จำให้ได้คำตอบนั่นมันก็ง่ายดาย
“อ่าตามนั้นละมันไม่ยากอะไรมาก”
กาฟิวส์ เบรด แจ็คเริ่มพูดสนับสนุนคำพูดของผมทำให้คนในห้องยิ่งคล้อยตามกันไป
“เอ๋ งั้นก็แสดงว่า ซี นายโง่ที่สุดในห้องเรียนนี้สินะ ไม่เหมาะกับเป็ห้อง1เลย”
ผมพูดจายั่วยุเขาอีกครั้ง ทุกคนเริ่มเกิดความคิดเดียวกับผม ตอนนี้ผมควบคุมความคิดคนในห้องและสร้างจุดยืนของตัวเองให้อยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา ตรงข้ามกับซีที่เคยอยู่จุดบนๆ ของห่วงโซ่นี้
ก็ตกลงมายังจุดต่ำสุดแทนผม ตอนนี้ผมสร้างจุดยืนของผมเรียบร้อยจะทำอะไรก็ง่าย
“กะ…แก….”
“เอาละไปนั่งที่ซะ ไอ้โง่”
ครูเองก็คงผิดหวังสินะ น้ำหนักของคุณครูยิ่งเพิ่มจุดยืนอันแข็งแกร่งให้แก่ผม บอกตามตรงการที่คุณครูพูดสนับสนุนเหนือความคาดหมายนิดหน่อย
ซีค่อยๆ กลับมานั่งที่คุณครูก็มองตามแผ่นหลังนั้นจนเขานั่งที่เสร็จก็ที่คุณครูจะหันหน้าเขากระดานไปสอนต่อ คุณครูก็มองมาที่ผมและยิ้มอย่างมีเล่ห์ใน
“เอาละ บทต่อ..”
การเรียนในคาบคณิตค่อยๆ ผ่านไป ที่คือ่ที่กำลังพักเปลี่ยนคาบกัน วิชาต่อไป วิชาต้นกำเนิดพลังสินะ
เรามีเวลาก่อนครูจะมาสอนราวๆ 5นาที
แต่ยังมีบางคนจ้องมองผมด้วยความแค้นเคืองอยู่ด้านหลังจนทำให้ผมเสียวสันหลังวูบ
งั้นเพิ่มไฟเข้าไปอีกหน่อยละกัน
ผมหันไปมองที่ซี และหยิบปากกาของตัวเองขึ้นมามือขวาของผมจับปากกาอยู่ผมทำท่าทางชีไปที่ปากกาของผมให้ซีด้วย
เขามองผมด้วยสายตาที่สงสัยในการกระทำของผม
และผมก็โยนปากกาไปข้างหน้า
“หว่า..”
ผมสกิดลิตาที่อยู่ตรงหน้า
“ลิตา ลิตาช่วยเก็บกาให้หน่อยได้ไหมฉันเผลอทำหล่นอีกแล้ว”
ผมมองกลับหาซี และตีคิ้วทั้ง2ข้างของผมอย่างหน้าไม่อาย
เดิมที ที่เขาเกลียดและโกรธผมอยู่แล้ว ช่วยเพิ่มไฟเข้าไปอีก โดยการยุ่งกับผู้หญิงที่เขาชอบ
“นี่ เลออนปากกาของนาย”
“อ่า ขอบคุณนะ”
ผมเอื้อมมือไปหยิบปากกาโดยตั้งใจที่จะจับมือของลิตา
“เอ๋…ขอโทษนะ..”
ผมเผลอ ไม่สิผมตั้งใจที่จับมือลิตา
“อ่อ ไม่เป็ไรนายคงไม่ใสินะเลออน”
ไม่ฉันตั้งใจเต็มๆ เลย
“อ่อ คือเลออนโจทย์ข้อนั่นที่ซีทำมันยากมากเลยนะพูดตามตรงฉันเองก็คิดว่าฉันก็ทำไม่ได้…”
แปลกนิดหน่อยที่เธอไม่โกรธผม ใบหน้าของเธอเริ่มแดงนิดๆ แปลกๆ
“ฉันว่า…นายคงเรียนเก่งระดับ1สินะ”
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกลิตา ว่าแต่เธอมาจากไหนหรอ…”
ผมชวนลิตาคุยไปพักใหญ่ๆ ระหว่างบทสนทนานั้นมีสายตาอันดุดันจ้องมองมาที่พวกเรา ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ แต่ที่แปลกใจคือลิตาไม่สนใจสายตานั้นเลย
เราแลกเปลี่ยนความคิดกันเธอรู้สึกสนุกสนานที่ได้คุยกับผม
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกครั้งจนถึง่เวลาเลิกเรียนทุกคนแยกย้ายกัน
แจ็ค กาฟิวส์ เบรด พวกเขาชวนกันไปเล่นเกมบ้านของพวกเขาอยู่ในตัวเมือง
ส่วนยูก็อยู่บ้านนอกเหมือนกันทุกคนค่อยๆ ออกจากห้องไป
“อ่ะ ไว้เจอกันนะเลออน”
“อืม ผมยิ้มและโบกมือลาลิตา”
“เอ๋ แปลกจังแฮะนายสนิทกับเธอเร็วจังเลยนะสนิทกับสาวสวยในห้องด้วย”
“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกคงเพราะฉันมาใหม่คนเลยสนใจ”
“ว่าแต่นายรอรถอยู่ไหน ด้านหลังหรือด้านหน้าโรงเรียน”
“ด้านหลัง”
“แย่จังเลย ฉันอยู่ด้านหน้าโรงเรียนงั้นไว้เจอกันนะเด็กใหม่”
ผมโบกมือลายูไปและผมกำลังเตรียมตัวออกจากห้อง
ผมเดินออกมาจากห้องและรู้สึกได้ว่าชาย3คนกำลังเดินตามผม
“เป็ไปตามคาดสินะ”
ผมพูดคนเดียวระหว่างเดินทาง
ตอนนี้ผมเดินมาที่ห้องน้ำหลังโรงเรียน ที่รถรับส่งนักเรียนมารับมีทั้งด้านหน้าและด้านหลังผมด้านหลังคนค่อนข้างน้อย
กำลังจะเดินเข้าไปห้อง และแล้วเื่ที่ผมคิดเอาไว้ก็เกิดขึ้นผมถูกดึงตัวมาหลังห้องน้ำ
คนที่เป็คนลากตัวผมมาคือซี เขาดันผมเข้ากำแพงและยืนเรียงกัน3คน
“นายนี่มัน วอนหาเื่จริงๆ เข้ามาใหม่ไม่มีสกิลอะไรเลย เมล็ดพันธุ์วิวัฒนาการก็ไม่มี แต่ยังทำตัวอวดดี”
“นี่นายโกรธฉันอยู่หรอ”
“ยังจะถามมาได้ ฉีกหน้าฉันต่อหน้าเพื่อนในห้องและคุณครูยิ่งไปกว่านั้นมายุ่งกับผู้หญิงของฉันอีก”
“ใคร ลิตานะหรอ ไม่รู้สิเธอก็น่ารักดีนะฉันจะลองจีบดูดีไหมนะ”
ตอนนี้ซีกำลังโกรธแบบสุดๆ
“จับมันไว้ ฉันจะอัดมัน”
มันสั่งให้ลูกน้องจับตัวผมและล็อกแขนทั้ง2ข้าง
ตอนแรกผมมีท่าทีขัดขืน
“นายวอนหาเื่เองนะ”
ตุ้บ เสียงหมัดที่เข้ามาที่ท้องของผม และแทงเข่ามาเรื่อยๆ
คงใกล้ถึงเวลาแล้วสินะ
“นะ…นายพอเถอะฉะ…ฉันขอโทษ…”
“มันสายไปแล้วโว้ยย…
ซีไม่หยุดและเริ่มซ้อมผม ไปหลายหมัด
“อึก”
ผมตั้งใจปล่อยให้ตัวเองโดนซ้อมไป จริงๆ เป้าหมายของผมคืออย่างอื่นที่สำคัญกว่า
ตุ้บ จู่ๆร่างของซีก็กระเด็นออกไปไกลต่อหน้าต่อตาผม เขาโดนเท้าปริศนาฟาดที่ลำคอ
“มาแล้วสินะ ฮ่าๆ”
<<<สกิลไททัน 20%กำลังทำงาน>>>
“พวกนายนี่มันน่าสมเพชจริงๆ รังแกเด็กใหม่แบบนี้ แถมยังเล่นรุมตั้ง3คนอีก”
“วะ…เวฟ…”
ผมทำหน้าตาประหลาดใจ แต่จริงๆ คือผมรู้อยู่แล้ว
“พอดีว่ารถรับส่งมาแล้วแต่ว่าฉันยังไม่เจอนายน่ะเลยคิดว่านายอาจมาเข้าห้องน้ำหรืออะไรพวกนี้”
“ก็อย่างที่เห็นฉันมีเหตุผลที่ทำให้ไปรอไม่ได้…”
“ไสหัวไปซะถ้ายังไม่อยากเจ็บตัวไอ้พวกเวร”
พวกเพื่อนของซีรีบวิ่งหนีไปโดยไม่ได้สนใจซีที่นอนหลับอยู่และเวฟก็มาพยุงตัวผม ตัวของผมมีรอยช้ำนิดๆ หน่อยๆ
“นายเป็ไรมากไหม”
“ก็อาจจะมากกว่านี้ถ้านายมาช้า”
เวฟค่อยๆ พยุงตัวผมและเดินไปที่รถรับส่งนักเรียนพวกเราขึ้นรถกันเวฟนั่งอยู่ข้างๆ ผมในตอนนี้
“อ่า แย่จริงๆ เลยพวกนั้น”
“คงเป็เพราะฉันไม่มีสกิลหรือเมล็ดพันธุ์อะไรนั่นเลยตกเป็เป้าของคนพวกนั้น”
ผมทำหน้าตาเศร้าลงนิดหน่อยราวกับคนสิ้นหวังในชีวิตรั้วโรงเรียน
“อืม ฉันคงไม่เข้าใจความรู้สึกนายดีมากนักว่าเกิดมาไร้พลังนั้นเป็แบบไหนต้องขอโทษจริงๆ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกชีวิตมันเลือกเกิดไม่ได้นิ แบบนี้ฉันคงโดนแกล้งทุกวันสินะ”
ผมทำหน้าตาเศร้าลงกว่าเดิมราวกับจะร้องไห้
เวฟมองผมด้วยสายตาสงสารและเอามือมาจับที่ไหล่ผม
“งั้นเอางี้หลังเลิกเรียนนายเดินมารอรถรับส่งกับฉันสิจะได้ไม่มีคนคอยแกล้งส่วนตอนพักเราก็เจอกันตอนเล่นฟุตบอลอยู่นิเนาะส่วนเวลาในห้องเรียนก็มีเพื่อนคอยดูแลอยู่แค่นี้ก็ปลอดภัยแล้ว”
“จริงหรอ ขอบใจนายมากๆ นะ”
ผมพูดอย่างมีความหวังและจากนั้นเราก็เริ่มคุยกันมากขึ้น เราคุยกันตลอดทางกลับบ้าน
ใกล้ถึงบ้านผมก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
“เอ๋”
ผมเผลออุทานออกมา เมื่อเห็นสายที่ไม่ได้รับจากเฮเลน10สาย ผมดันเปิดโหมดปิดเสียงไว้จนไม่รู้ว่เธอโทรมา มีเื่อะไรรึเปล่า
“หื้ม เฮเลนใครหรอ”
เวฟเห็นสายที่ไม่ได้รับจากมือถือผม
“น้องสาวนะ”
“นายมีน้องเหมือนกันหรอ! ผู้ญิงหรือผู้ชาย ฉันเองก็มีน้องเหมือนกันเป็ผู้ชาย เ้านั่นนะน่ารักมากเลย”
เวฟ บุคลิกที่โดดเด่นอีกอย่างคือ เป็คนติดน้องจากนั้นเราก็คุยกันเื่น้องของพวกเรากันทำให้เราสนิทกันง่ายกว่าเดิมเยอะ
การสานสัมพันธ์กับเวฟคือกุญแจสำคัญในการเรียนต่อมัธยมต้น
สุดท้ายแผนทั้งหมดของวันนี้ก็เป็ไปตามที่วางเอาไว้
ขอบคุณนายมากนะซีที่ทำให้ฉันกับเวฟสนิทกันกว่าถึงแม้จะแลกมาด้วยาแ
สุดท้ายสิ่งสำคัญก็คือเป้าหมายของฉันสำเร็จแล้ว วิธีการนะไม่สำคัญแม้ต้องแลกด้วยอะไรฉันก็ไม่สน อดีตของฉันนะเคยอ่อนโยนและใจดีมามากเกินไปแล้ว
เมื่อผมมาถึงบ้านผมรีบถอดชุดนักเรียนของผมและเปลี่ยนชุดเป็ชุดลำลอง
ผมรีบตรงดิ่งไปหาเฮเลนในทันทีเห็นเธอโทรมาสาย
ผมเปิดประตูบ้านดังอย่างรวดเร็ว
“เฮเลน!”
ผมเปิดประตูเจอเด็กหญิงผมสีเงินกำลังนั่งกอดอกทำหน้าบึ้งใส่ผม
ไอ้ความรู้สึกเย็นะเืนี่มันอะไร
เฮเลนไม่พูดอะไรและเชิดหน้าหนีผมขึ้นไปบนห้องนอนของเธอ
“สตีฟ เธอเป็อะไรรึเปล่าเห็นโทรมาตั้งหลายสาย”
“อ่อ คือผมก็ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์มากเท่าไหร่นะครับแต่เธอไม่ได้เป็อะไรเลยบ่นแต่ว่าทำไม พี่ชายไม่รับสาย”
อ่อ งอนสินะ
“นี่เฮเลน แค่เื่นี้เองหรอ”
เธอยังคงนิ่งเงียบ
เอาไงดีนะผมค่อนข้างเหนื่อยละเพลียเอามากๆ กับการไปโรงเรียนใหม่วันแรก
“เห้อ ตอนนี้คงจะเล่นตัวสุดๆ งั้นเอาไว้ค่อยง้อพรุ่งนี้ละกันผมเพลียมากๆ เจอแบบนี้ผมก็ยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่ งั้นฉันไปก่อนนะไว้เจอกันพรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่”
ร่างกายของเรายังเป็เด็กอยู่ ยังไงก็ต้องพักผ่อนเยอะกว่าตอนอายุ30มากกว่าอยู่แล้ว
ผมเดินออกมาจากบ้าน และมีสายตาของเฮเลนที่มองตามหลังผม
“ฮึก ทำไม ทำไมพี่ชายไม่สนใจฉันเลย ฉันเองก็เป็ห่วงพี่ชายมากๆ แท้ๆ”
เฮเลนเธอกำลังร้องไห้ตามแผ่นหลังของพี่ชายของเธอ
อีกมือซ้ายจับตุ๊กตาหมีตัวเล็กส่วนมือขวาเธอกำลังเช็ดน้ำตาของตัวเอง
เมื่อผมมาถึงบ้านผมทานข้าวอาบน้ำเสร็จและทิ้งตัวนอนในทันทีโดยทิ้งปัญหาทุกอย่างเอาไว้
“ปัญหาวันนี้ค่อยแก้ไขในวันพรุ่งนี้ละกัน ฉันเพลียเอามากๆ ไม่ไหวแล้วละ…”
ผมหลับตาลงอย่างช้าๆ
และเช้าวันต่อมา
ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกดทับตัวผมที่ด้านข้างซ้าย
ผลข้างเคียงของการโดนกระทืบเมื่อวานรึเปล่านะ ผมค่อยๆ ลืมตาและมองไปที่จุดผมโดนกดทับ
และแล้วผมก็เจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิด!