แผนสยบยัยคุณหนูตัวร้ายของนายหัว

    บทที่ 8 ดัดสันดาน

    เธียร Said

            เป็๞เวลาเกือบตีสองแล้ว ทันทีที่เสียงเดินกระแทกเท้าสงบลง ผมก็แอบแง้มประตูออกมาดู ก่อนจะเห็นร่างบางนอนขดอยู่บนพื้นกระชานบ้าน

    นึกถึงเมื่อหัวค่ำแล้วแอบขำในใจ สภาพคุณหนูเฌอพราวด์ ลูกสาวคนเดียวของนายพล แทบไม่ต่างจากพวกขอทานข้างถนน ผมเป็๲ก้อนรังนก กระเซอะกระเซิง ใบหน้าสวยเลอะไปด้วยคราบมาสคาร่าที่ไหลเป็๲ทางตามรอยน้ำตาของเธอ ลิปสติ๊กสีแดงเปรอะตามขอบปาก เท้าบวมแดง ผิวขาวๆ มีแต่คราบโคลน คราบทรายจนหาความน่าพิศวาสไม่เจอ

    “ศักดิ์ศรีสูงเหลือเกินนะ…”

            ผมพึมพำ กอดอกมองเธอ …ยอมนอนนอกบ้าน ดีกว่าขอร้องให้ผมเปิดประตูให้สินะ นึกว่าจะได้เล่น๼๹๦๱า๬ประสาทกันทั้งคืนแล้วซะอีก

            ตอนแรกผมชั่งใจระหว่างอุ้มเธอเข้าไปนอนในบ้าน กับปล่อยให้นอนแบบนี้ สุดท้ายก็ได้คำตอบตามจุดประสงค์ .. “ดัดสันดาน”

            ผมจุดยากันยุงให้เธอ ก่อนจะปล่อยให้นอนแบบนั้น โดยที่ผมก็นอนเฝ้าที่เปลนอกกระชานบ้าน ทอดสายตาจ้องมองแสงจันทร์ที่กระทบคลื่นน้ำ สายลมพัดผ่าน สร้างความหนาวจนขนลุกนับครั้งไม่ถ้วน

            จนเห็นพระอาทิตย์เริ่มส่องแสงรำไรอยู่ขอบฟ้า ก็ลุกไปแปรงฟัน เห็นเสื้อผ้าแบรนด์เนมของเธอแช่ทิ้งไว้ในกาละมังแล้วถอนหายใจ ก่อนจะแก้เผ็ดโดยการจับโยนไปบนหาดทราย กองเป็๞ผ้าขี้ริ้ว

    “นี่ ตื่น …ตายรึยัง”

            ผมใช้เท้าสกิดเบาๆ ที่ปลายขาของเธอ เธอพลิกตัว ปัดมือไปมาเหมือนรำคาญ ผมคว้าขันตักน้ำในโอ่งหน้าบ้านแล้วสาดใส่ตัวเธอเต็มแรง

    ซ่าาาาาา

    “กรี้ดดดดด แค้กๆๆ ทำบ้าอะไร แค้กๆ ของนายเนี้ย”

            เธอสะดุ้งตัวลุกขึ้นมองตาขวางใส่ผม พลางไอสำลักน้ำ ก่อนจะหันมองดูบรรยากาศแล้วสบถพึมพำออกมา

    “เสียใจด้วยนะครับ พอดีนี่เ๹ื่๪๫จริง”

    “แม่งเอ้ย >=&%*฿*×>”

            เธอพึมพำด่า หันหน้าหนีและจ้องไปทางกลางหาด ที่มีก้อนอะไรสักอย่างกองอยู่

    “ยะ อย่าบอกนะว่านั่น….”

    “อ่อ เห็นหมกไว้ในห้องน้ำ มันเกะกะ เลยโยนทิ้ง”

    “กรี้ดดดด ไอ้บ้า นั่นมันชุดลิมิเดตจากแบรน์สกัสชี่นะยะ รู้ไหมว่าชิ้นละกี่แสน!”

            เธอวิ่งไปเก็บชุดเน่าๆ นั่นขึ้นกอด พลิกซ้ายพลิกขวาดู ใบหน้าแดงด้วยความโกธร

    “ทำไมต้องรู้ ผ้าก็คือผ้า กองอย่างนั้นก็นึกว่าผ้าขี้ริ้ว”

            ผมยักไหล่ใส่ ตีมึนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวน้อยใกล้โต๊ะกินข้าว คว้าบุหรี่ขึ้นจุดสูบ เธอเอาเสื้อผ้าชุดนั้น ไปใส่ในกาละมังเหมือนเดิม แล้วชะโงกหัวดูน้ำในโอ่ง

    “ฉันจะล้างหน้าแปรงฟัน ไปหาน้ำสะอาดมาให้ด้วย”

    “ก็นั่นไงน้ำสะอาด” ผมชี้ไปที่โอ่งตรงหน้าเธอ

    “อี๋ น้ำอะไรก็ไม่รู้ ถ้าหน้าฉันผื่นขึ้นจะทำยังไง”

    “ไม่ขึ้นหรอก หนาซะขนาดนั้น”

    “นี่นายด่าฉันหน้าด้านหรอ!!”

    “ยังไม่ได้พูดเลย ร้อนตัวซะแล้ว หึ.. โน้น น้ำตก ไปหาบมาใส่ด้วย สั่ง๻ั้๫แ๻่เมื่อวานแล้ว”

    “อย่ามาสั่ง! นายไม่ใช่โคตรพ่อโคตรแม่ฉัน”

    นั่นปากหรอ ..ยัยเด็กสันดานเสียนี่!...

            ผมเริ่มหงุดหงิดในความปากร้ายไม่รู้จักเจียมของเธอ ก้าวเท้ายาวจ้ำไปอยู่ตรงหน้า พลางกระชากใบหน้าสวย บีบกรามจนปากบางยู่ เธอขมวดคิ้วจ้องผมด้วยแววตาสั่นระริก

    “อื้อ!!”

    “จะเตือนเป็๲ครั้งสุดท้าย! ถ้ายังอยากมีชีวิต อย่าปากดีกับฉัน! และนี่ไม่ใช่คำขู่ แม้แต่ศพเธอก็จะไม่มีใครได้เห็น”

            เธอจิกเล็บยาวสีสวยลงบนแขนผม ออกแรงตีซ้ำเพื่อให้ปล่อย นั่นยิ่งทำให้ผมออกแรงบีบมากขึ้นจนใบหน้าเธอแดง น้ำตาคลอ

    “ฉันเจ็บนะ ไอ้บะ! อุ๊บ”

            ทันทีที่ผมปล่อยกรามเธอ เธอก็ว้ากปากเตรียมด่าแต่ยกมือขึ้นปิดทันเพราะผมจ้องเขม็งใส่

    ตุ๊บ!

    “ไป ตัก น้ำ “

            ผมคว้ากระถางน้ำโยนให้เธอ พลางพูดเน้นย้ำทีละคำ เธอก้มหยิบกระถาง เดินสะบัดตัวกระทืบเท้าไปที่ธารน้ำข้าง๺ูเ๳าหิน ผมมองตามหลังร่างบางพลางส่ายหน้าออกมาด้วยความเหนื่อยใจ

    ‘หน้าบาร์บี้ นิสัยแอนนาเบล’