ตอนที่ 13 ความจริง
“นี่มันเื่อะไรกัน” รองแม่ทัพผู้น่าเกรงขามเอ่ยขึ้นฉางเฟยมองดูคนตรงหน้าต้องแต่หัวจรดเท้าก่อนที่เ้าตัวจะวิ่งไปหลบด้านหลังคนตรงหน้าทันที
“รองแม่ทัพหานเ้าเด็กคนนี้แอบเข้ามาพวกข้าจึงต้องจับตัวออกไป”
รองแม่ทัพเช่นนั้นรึถึงว่าชุดดูไม่เหมือนกับนายทหารยามสองคนนั้นถ้าโตขึ้นมาแล้วได้ใส่ชุดเช่นนี้คนดูดีไม่น้อย
“หนุ่มน้อย...เ้าจงกลับออกไปเถิดที่แห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับเ้า”แน่นอนว่ารองแม่ทัพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไพรเราะไม่ดุด่าว่าร้ายให้ฉางเฟยเพราะอีกฝ่ายก็เป็เพียงแค่เด็กธรรมดา
“ขะข้า....ก็แค่อยากมาดูเท่านั้น”
“ตอนนี้ยังมิใช่เวลาของเ้าที่จักเข้ามาดูหากเ้าโตขึ้นแล้วค่อยเข้ามาเป็ทหารเ้าจักได้ดูจนทั่วและจักไม่มีผู้ใดว่าเ้าหรือไล่จับเ้าออกไป”
“ข้ามาไกลเพียงนี้ได้โปรดให้ข้าเดินดูสักนิดก็ได้”
“มาไกลเช่นนั้นรึเ้ามาจากที่ใดเล่าดูการแต่งตัวนั้นไม่เหมือนคนจากเมืองหลวง”
“ข้ามาจากเมืองหวงซุน”
“เช่นนั้นรึข้าช่างเห็นใจเ้ายิ่งนัก มาเถิด...ข้าจักพาเ้าเดินชมเองส่วนพวกเ้ากับไปได้แล้ว”
รองแม่ทัพหานออกเดินนำฉางเฟยชมรอบๆกองบัญชาการแม้จักไม่มีอะไรมากนักแต่เขาก็จักพาชมดูถือว่าไม่เสียหายเท่าไหร่
“ข้าลืมถามเ้าไปหนุ่มน้อยเ้ามีชื่อแซ่หรือเปล่า...”
“มีขอรับข้าชื่อ มู่ฉางเฟย”
มู่ฉางเฟยสกุลมู่นี่มันคล้ายกับท่านอ๋องฉิน หรือจะเป็มู่ที่มีความหมายไม่เหมือนกันหานเมิ่งแอบขบคิดในใจ
“เอาล่ะวันนี้ข้าไม่ว่างพอที่จักพาเ้าเดินได้ทั่ว เ้าก็รีบๆกลับบ้านไปได้แล้ว”
“ขอรับ...ว่าแต่ท่านชื่ออะไรข้าจักได้จำเอาไว้”
“ข้าหานเมิ่ง”
“ขอรับท่านลุงหานเมิ่งสักวันข้าต้องได้เจอกับท่านอีก”
ฉางเฟยบอกลาอีกฝ่ายก่อนจักกลับไปหาจื่อเซวียนที่โรงน้ำชาเพราะอีกฝ่ายได้บอกว่าจักรอเขาอยู่ที่นั่นหลังที่เขาเที่ยวจนสมใจ
“หานเมิ่งเด็กคนนั้นเป็ผู้ใดเหตุใดเ้าต้องพาเดินชมกองบัญชาการ”
หานเมิ่งสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆฉินอ๋องก็เอ่ยขึ้นมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวเขาหันกลับไปมองฉินอ๋องก่อนจะโค้งศีรษะคำนับ
“ท่านอ๋องเด็กคนเมื่อกี้ขอข้าอยากเข้ามาดูภายในกองบัญชาการเท่านั้นพะยะค่ะ เป็เด็กที่มาจากเมืองหวงซุนชื่อ...มู่ฉางเฟย”
“มู่...ฉาง...เฟย”
ฉินอ๋องเอ่ยทวนชื่อของเด็กที่หานเมิ่งเอ่ยถึงมันช่างคับคล้ายคบคาเหมือนชื่อนี้มันคุ้นหูเขาแปลกๆ แถมยังมีคำว่ามู่อีก
“ตอนนี้เด็กคนนั้นไปไหนแล้ว”
“ท่านอ๋องมีสิ่งใดรึพะยะค่ะ”
“มู่ฉางเฟยชื่อนี้เป็ชื่อของลูกข้า...หานเมิ่งรีบไปตามหาเด็กคนนั้นเร็ว”
ฉินอ๋องรีบวิ่งออกไปที่หน้าประตูของกองบัญชาการพร้อมกับหานเมิ่งหานเมิ่งรีบถามยามที่เป็นายทหารสองคนที่ยืนเฝ้าประตูทางเข้าก่อนจะชี้ว่าฉางเฟยไปทางไหน
พวกเขาออกติดตามหาฉางเฟยไปทั่วเมืองแต่ก็มิเห็นเจอตัวของเด็กชายที่พวกเขาตามหาส่วนฉางเฟยนั้นก็มิได้หลบซ่อนแต่อย่างใด เขาก็เล่นเล่นไปทั่วตามประสาก็เท่านั้น
ปึ๊ก!!
“โอ๊ย!!”ฉางเฟยถูกใครบางคนชนเข้า
“เ้าเป็อะไรหรือไม่”ฉินอ๋องเองหากว่ากระทำให้ผู้อ่านเจ็บโดยเจตนาแล้ว เขาจักไม่หนีแต่ก้มลงมาพยุงฉางเฟยขึ้น
“ขอบคุณท่านลุงข้ามิได้เป็อะไรมาก”
“เ้ามิเป็อะไรก็ดีแล้วเช่นนั้นข้าขอตัว”
แก๊ะ!!
มีบางอย่างตกลงบนพื้นหลังจากที่ฉินอ๋องปลีกตัวไปฉางเฟยรีบเก็บมันขึ้นมาก่อนจะเรียกเ้าของสิ่งของนั่น แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“ป้ายนี่มันอะไรกัน”ฉางเฟยมองดูที่ป้ายหยกในมือ ก่อนจะคิดว่ามันคือสิ่งใดกันแน่แถมที่ป้ายยังมีอักษรซึ่งเขียนคำว่ามู่ เหมือนชื่อของเขาด้วย
“มู่...อย่างนั้นรึ”
ทางด้านฉินอ๋องวิ่งไปทั่วเมืองแล้วก็ยังไม่เจอไปตรงจุดนัดพบกับหานเมิ่งก็ไม่มีอะไรทั้งคู่ ส่วนเ้าเด็กน้อยฉางเฟยนั้นนำป้ายไปถามว่าสามารถนำไปคืนใด้ที่ใดคนแถวนั้นก็บอกไปว่าไม่ที่จวนมู่ก็คงเป้นกองบัญชาการ แน่นอนว่าจวนมู่เขาไม่รู้จักแต่กองบัญชาการเขาพึ่งจะไปมาไม่นาน
“ท่านลุง...ข้านำสิ่งนี้มาคืนท่าน”
ฉินอ๋องกับหานเมิ่งรีบหันขวับไปมาตามเสียงก่อนจะพบกับเด็กชายที่ยืนและยื่นป้ายประจำตัวอยู่ต่อหน้า
“ฉางเฟย...”
“ขอรับ”
เป็หานเมิ่งที่เอ่ยปากเรียกชื่ออีกฝ่ายส่วนฉางเฟยเองก็ตอบกลับไปเช่นกัน ฉินอ๋องเองมองมายังฉางเฟยแบบไม่วางสายตาเด็กคนนี้รึที่ชื่อมู่ฉางเฟย
“เ้า...”ฉินอ๋องหันไปถามฉางเฟย
“ถามข้ารึขอรับ”
“ใช่ข้าถามเ้า เ้ามาจากที่ใด พ่อแม่เ้าชื่อแซ่อะไร”
ฉางเฟยงงกับบุคคลตรงหน้าที่จู่ๆก็ถามถึงพ่อแม่ของเขาแถมยังเป้นคนที่เพิ่งเคยเจอหน้าด้วยแล้วยิ่งไม่ปลอดภัยเป็อย่างยิ่ง
“ทำไมข้าต้องบอกกับท่านด้วยเล่าใหญ่มาจากที่ใดกันถึงกล้ามาสั่งข้า”
ฟังเพียงแค่คำตอบของเด็กตรงหน้าแล้วฉินอ๋องเองก็เืขึ้นหน้าเ้าเด็กนี้นี่โอหังยิ่งนักจับมาตีสักทีสองทีจักเป็ไรไป
พรึ๊บ! แปะ!!
ฉินอ๋องเอื้อมมือไปกะจะคว้าเสื้อเ้าเด็กที่อยู่ตรงหน้าแต่ฉางเฟยรู้ตัวทันจึงรีบหลบและปัดออกอย่างเร็ว
“ท่านจักทำอะไรข้า”
“พอก่อนฉางเฟย....ส่วนท่านก็อย่างพึ่งวู่วามไป”หานเมิ่งรีบเอาตัวเข้ามาขวางก่อนที่เื่จะลามไปกันใหญ่
“นี่...ฉางเฟยที่ท่านผู้นี้ถามเ้าไปก็เพื่อตามหาคนสักคนอยู่ งั้นข้าขอถามเ้าได้หรือไม่ฉางเฟย”
“ได้ขอรับท่านลุง”
“พ่อแม่ของเ้าชื่อแซ่อะไร”
“พ่อของข้าเสียไปนานแล้วส่วนแม่ของข้านามว่า เสี่ยวเฟย ข้าอยู่กับท่านแม่และท่านน้าของข้าอ้อ...ท่านน้าของข้าชื่อเจียงเอ๋อ”
ไม่ผิดตัวเป็แน่ฉินอ๋องคิดอยู่ภายในใจเส้าเฟยแอบหนีเขาไปจริงๆแล้วตรงหน้าเขาก็ยังเป็สายเืของเขา
อึก...
ฉินอ๋องโผลงเข้าไปกอดฉางเฟยเอาไว้แน่นอีกฝ่ายนั้นก็มิทันได้ระวังตัวเองแถมตอนนี้ยังถูกชายแปลกหน้าสวมกอดหายใจแทบไม่ออกอยู่แล้ว
“ปล่อยข้า....”
สุดท้ายแล้วฉินอ๋องก็ยอมผละกอดออกเขามองไปยังฉางเฟยสลับกับนึกถึงหน้าของเส้าเฟย ช่างมีความคล้ายคลึงกันยิ่งนักนิสัยที่ตามตัวได้ยาก...
“แล้วแม่ของเ้าไม่ได้มาด้วยรึ”ฉินอ๋องเอ่ยถามต่อ
“แม่ของข้ามิชอบเดินทางไกลส่วนข้านั้นมากับคุณชายจื่อเซวียนมาข้าขายที่เมืองหลวงอีกไม่นานข้าก็กลับเมืองของข้าแล้ว”
เสื้อผ้าหน้าตาผิวพรรณบ่งบอกได้ชัดว่าเส้าเฟยมิได้ละเลยว่าเด็กคนนี้เป็ลูกของใคร เขาได้ดูแลเด็กคนนี้มาเป็อย่างดีดูก็รู้ว่ามิใช่เด็กธรรมดาทั่วไป
“เช่นนั้นรึแล้วเหตุใดท่านพ่อของเ้าถึงไม่อยู่แล้ว”
“ข้ามิรู้ได้ว่าเพราะเหตุใดแต่ท่านแม่ต้องรู้เป็แน่ขอรับ”
เส้าเฟยจักไปบอกอะไรได้เล่าว่าท่านพ่อของเ้าตายเพราะเหตุใดก็เพราะว่าพ่อของเ้ายืนอยู่ตรงหน้าเ้าแล้วฉางเฟย
“แต่ท่านแม่ข้ายังบอกอีกว่าท่านพ่อของข้าเป็คนที่กล้าหาน มีความเมตตา และที่สำคัญไปกว่านั้นท่านแม่ยังบอกว่าท่านพ่อของข้าเก่งมาก”
ฉางเฟยเอ่ยออกมาได้อย่างภาคภูมิใจในตัวท่านพ่อของเขาแต่หารู้ไม่ว่าฉินอ๋องแทบจะหมดความอดทนที่เส้าเฟยบังอาจบอกกับบุตรชายของเขาว่าเขานั่นได้ตายไปแล้ว
“ฉางเฟย...เ้านี่ช่างเป็เด็กที่ฉลาดยิ่งนัก”ฉินอ๋องเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบที่ท้ายทอยของฉางเฟยเบาๆ
“ท่านแม่ก็บอกข้ามาเช่นนั้น”
สมแล้วที่เป็ลูกของข้า
ฉางเฟยยังงงกับสถานการณ์ในตอนนี้ท่านลุงตรงหน้าสองคนนี้เขาถามถึงท่านพ่อกับท่านแม่ของเขาทำไมแต่มันก็ไม่ได้น่าสงสัยอะไรหรอก แต่ฉางเฟยรู้สึกว่ามันแปลกอยู่ดี
“ท่านลุงทั้งสองหากมิมีอะไรแล้วข้าขอตัวกลับได้หรือไม่ขอรับ”
“เดี๋ยวก่อน...เ้ายังไปมิได้”ฉินอ๋องเอ่ยขึ้น
“เหตุใดข้าถึงยังไปมิได้นี่ก็เลยเวลากินข้าวของข้าแล้ว”
“เ้าหิวเช่นนั้นรึ”
“ขอรับ”
“งั้นเ้าก็มากินข้าวกับข้า...”
“มิได้ขอรับแม่ข้าสอนว่าห้ามไปกับคนแปลกหน้า”
ฉินอ๋องชะงักไปชั่วครู่ก่อนจักขบคิดในใจว่าเส้าเฟย...เ้าช่างสอนลูกของเ้าได้ดีจริงๆหากเ้าไม่ปิดบังว่าข้าเป็พ่อแล้วล่ะก็...
“แปลกหน้าที่ใดเล่าข้าเป็ถึงแม่ทัพใหญ่เ้าจักกลัวอะไร”
“ท่านรึแม่ทัพใหญ่ดูไม่น่าเชื่อถือเลยขอรับท่านลุงผู้นี้ยังดูเหมือนกว่าท่าน”ฉางเฟยพูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปทางหานเมิ่ง
ฉินอ๋องกำหมัดแน่นเมื่อฉางเฟยเอ่ยออกมาเช่นนั้นไม่ผิดเป็แน่นิสัยการพูดการจาเช่นนี้หากแม่มิใช่เส้าเฟยคงเป็ไปมิได้คำพูดที่ดูเกรงอกเกรงใจแต่แฝงไปด้วยความเ็ป
“เอาอย่างนี้ไปกินข้าวที่โรงเตี๊ยมใกล้ๆดีหรือไม่”
ฉางเฟยคิดเล็กน้อยว่าคงไม่เป็อันตรายจึงตอบตกลงไปแล้วฉินอ๋องเองก็พาฉางเฟยมายังโรงเตี๊ยม
“ทะท่านอ๋อง...”
พอมาถึงที่โรงเตี๊ยมคนที่ออกมาต้อนรับกับพูดตะกุกตะกักใช่แล้ว...นางตรงหน้าใเมื่อเจอกับฉินอ๋อง
“ท่านหลางผิง...เหตุใดท่านถึงมาอยู่ตรงนี้”
“ทูลท่านอ๋องข้าถูกไล่ออกจากจวนหลี่ข้าไม่มีที่ไปจึงมาทำงานที่โรงเตี๊ยม”
“เหตุใดท่านไม่....”
“ท่านอ๋องมาถึงที่นี่แล้วเชิญนั่งที่โต๊ะก่อนเพคะ”