หนี่เฟิ่งจิวกลายเป็หญิงบ้าโดยสมบูรณ์เธอหลุดเข้ามาในยุคสมัยของแคว้นฮั่ว ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผ่านมาแล้วกี่พันปีจากเฉิงตูสู่แคว้นฮั่วไม่ใช่เื่น่ายินดีเลยสักนิด
“ท่านพี่เพคะ หญิงประหลาดผู้นั้นจะให้อยู่ในจวนฐานะอะไร?”
“เป็สาวรับใช้เ้าดีหรือไม่”
“แต่นางเป็บ้า ข้าไม่อยากเหนื่อยกับนาง” หลงหลี่เหมยน้องสาวบุญธรรมของท่านอ๋องไม่ต้องบอกหรอกว่าทำไมเธอถึงคิดว่าหนี่เฟิ่งจิวบ้าก็หน้าเหมือนหลี่หลันเพื่อนสนิทของเธอซะขนาดนั้น
หญิงสาวตื่นเต้นะโสวมกอดไปเต็มแรงก่อนจะรับรู้ว่าเธอเป็น้องสาวของท่านอ๋อง
“บอกชื่อของเ้ามา เป็ใคร? มาจากไหน?”
“หนี่เฟิ่งจิว”
“หืม? สกุลหนี่มาจากที่ใดกันทั่วแคว้นฮั่วส่วนมากก็ใช้สกุลหลงเป็หลัก”
หนี่เฟิ่งจิวกรอกตามองบน ป่านนี้ทุกคนคงกำลังรุมด่าเธอที่เบี้ยวประชุมกลับไปก็คงตกงานแบบไม่มีอะไรกั้น ชีวิตของหญิงสาวโสดวัยสามสิบ กำลังเจอเื่แฟนตาซีแต่ไม่มีใครรู้
“จะปล่อยนางไปก็ยังไงอยู่ คนเขาจะหาว่าข้าใจร้ายใจดำ”
“แต่เราไม่ควรไว้ใจนาง”
“นี่! เจียงเหวินเ้าก็เห็นอยู่ว่าหญิงผู้นี้เป็บ้า นางจะทำสิ่งใดกับท่านพี่ได้”
“คุณหนู!”
“จะทำไมกับข้าเล่า ชิ!!”
เสี่ยวเหยาที่นั่งอยู่ก็เริ่มส่ายหน้ามองหนี่เฟิ่งจิวก็เห็นว่าเธอไม่ได้สนใจอะไร ยังคงนั่งจมอยู่กับความคิดของตนเธอเป็โฉมงามที่สมองฟั่นเฟือนและสติปัญญาต่ำต้อย
“ฉันไม่ได้บ้า! คนเราไม่จำเป็ว่าต้องบ้าเพราะแปลก”
“คำพูดเ้าพิกลนัก”
“ท่านอ๋อง เมตตาฉันเถอะนะคะ ขืนไล่ฉันไปก็ไม่รู้จะอยู่ที่ไหนฉันไร้บ้านไร้ครอบครัว” หนี่เฟิ่งจิวต้องงัดมารยาหญิงออกมาใช้ บางทีบรรพบุรุษของเธออาจจะมีแต่ใครบ้าจะออกไปตามหา หญิงสาวไม่ได้อยากเป็เด็กดีตามหาต้นตระกูลในตอนนี้
“เจียงเหวินจัดที่จัดทางให้นาง จนกว่าจะตามหาที่มาได้”
“ท่านอ๋อง!”
“เมตตาประชาชน เป็สิ่งที่ผู้นำต้องมีไม่ใช่หรือยิ่งนางสติไม่ดีแบบนี้ ใจคอของเ้าจะให้ข้าขับไล่นางไปที่ใด?”
“เอ่อ ไม่ใช่นะขอรับ”
เจียงเหวินคนสนิทของท่านอ๋องแอบหน้าเสียคงจะระแวดระวังหลังให้เ้านายจนลืมนึกถึงความจริงหลี่เหมยปรายตามองหนี่เฟิ่งจิวสักพักก็เดินออกไป
ทั้งห้องเงียบสนิทเหลือเพียงเสี่ยวเหยาและหญิงบ้าที่หลงเข้ามาในจวนสกุลหลงแห่งนี้
“ตอนเข้ามาที่นี่ เ้าบอกว่ามารอใครบางคน”
“อ่อ เหยาตง เขาเป็ดารานักแสดงที่ฉันคลั่งไคล้หลงรัก”
“สามีของเ้ารึ??”
“ให้ตายเถอะ! ฉันก็อยากให้เขามาเป็ของฉันเหมือนกันท่านอ๋องก็ตาถึงเหมือนกันนะ”
คำถามของเสี่ยวเหยาทำหนี่เฟิ่งจิวยิ้มไม่หุบแต่ในสายตาของคนเป็อ๋องแล้ว ลักษณะเดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวนิ่งนี่มันค่อนข้างชัดเจน
“สติเ้า เป็มานานแค่ไหนแล้ว”
“ฉันไม่ได้บ้า!”
“กำลังคุยอะไรกันน้องพี่ แหม่!เ้ามีแขกเสียด้วย” ชายอีกคนในชุดปักลายั ใบหน้าละหม้ายคล้ายท่านอ๋องอยู่พอสมควรรอยยิ้มแฝงความเ้าเล่ห์ก็โปรยมาแต่ไกล
“มีสิ่งใด”
“มาเยี่ยมเยือนไม่ได้หรือ แล้วนี่....”
“สาวรับใช้ของข้า”
“ห๊ะ! หา...สะสาวรับใช้หรือคะ เอ่อ”
“อ่อ ข้าเสี่ยวตง เป็พี่ชายของท่านอ๋องเสี่ยวเหยาผู้นี้น่ะ”
หนี่เฟิ่งจิวเหมือนอยู่ในกองถ่ายละครย้อนยุคพวกกำลังภายในของซีรี่ย์จีน จุดประสงค์ของการมาโผล่อยู่ที่นี่ยังไม่รู้แต่ตอนนี้ต้องหาหนทางกลับบ้านให้ได้ก่อน
“ข้าว่าท่านควรกลับไปได้แล้ว ที่นี่มีสิ่งใดให้องค์รัชทายาทมาสนใจ”
“....อ...อะ องค์รัชทายาท !!”
“ใอะไร”
“ปะ เปล่าค่ะ ตามสบายเลย” หนี่เฟิ่งจิวเกือบหัวหลุดออกจากบ่าแล้วไหมล่ะมีอย่างไหนมานั่งชูคอต่อหน้าทายาทของกษัตริย์ พี่น้องคู่นี้เหมือนไม่ลงรอยกัน
หญิงสาวเห็นแววตาที่พร้อมแข่งขันอยู่เสมอเสี่ยวตงเป็พี่ชายที่ดูสุขุมแต่ก็เ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก ในขณะที่เหยาตง เอ้ย! เสี่ยวเหยาดูฉลาดและมีความขี้เล่น
ใดๆก็คือยุคสมัยนี้ผู้ชายหล่อหมดหล่อไปยันเจียงเหวินคนสนิทของท่านอ๋องกันเลยทีเดียว
“เอ่อ ขออภัยขอรับแต่แม่นางผู้นั้นต้องไปเรียนรู้งานกับคุณหนูหลี่เหมย”
“ห้ะ!”
“ไปสิ จะมัวนั่งงงอะไรอยู่”
หนี่เฟิ่งจิวกับชุดเกะกะจนแทบสะดุดหน้าทิ่มกิริยามารยาทของเธอไม่ได้ดีมากนัก ท่าทางกระโดกกระเดกผิดวิสัยของหญิงแห่งแคว้นฮั่วแต่กลับเป็ที่ชื่นชอบขององค์รัชทายาทที่นั่งจิบชาอยู่
“ข้าชอบนางนะ”
“สนมของท่านล้นตำหนัก ลามออกมาถึงนอกวัง”
“เ้าก็พูดเกินไป”
“บอกเหตุผลที่ท่านมาที่จวนข้าเถอะ”
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่คิดถึงเ้า ใจคอจะตั้งสกุลตั้งรกรากอยู่ที่นี่เลยรึ?”
“หึหึ!เหมือนว่าท่านจะหวังดี”
“เสี่ยวเหยา”
“ท่านน่ะ ไม่ได้อยากให้ข้าชูคอเป็คู่แข่งหรอก”
“เ้าพูดอะไร?”
อ๋องเสี่ยวเหยาส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะบอกให้เจียงเหวินส่งรัชทายาทกลับวังระหว่างเขาและพี่ชายไม่สามารถนับได้ว่าเป็พี่น้องทุกสิ่งทุกอย่างต้องแข่งขันมาโดยตลอด
การที่เสี่ยวเหยาเป็ลูกของอนุ ทำให้เขาต้องมารับตำแหน่งอ๋องแคว้นฮั่วปล่อยให้พี่ชายดูแลงานวังหลวงในฐานะองค์รัชทายาท
“ท่านอ๋อง องค์รัชทายาทเ้าเล่ห์แผนการเยอะ ท่านต้องระวังตัวให้มาก”
“ผ่านพ้นคืนจันทร์เต็มดวงไปแล้ว”
ความลับที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าอ๋องเสี่ยวเหยามีคำสาปติดตัวมาั้แ่กำเนิด คืนจันทร์เต็มดวงส่องสว่างจะไม่สามารถหลับใหลมิเช่นนั้นจิตจะล่องลอยหลุดออกไปจากร่าง
ไม่ว่าจะเสาะแสวงหาอาจารย์จากที่ใดก็ยังไม่พบคนที่จะช่วยแก้คำสาปของท่านอ๋องได้
“บางทีนาง อาจเป็กุญแจพาเราแก้ไขสถานการณ์ได้”
กรี๊ดดดดด !ตู๊มมมม !!!!
เสียงกรีดร้องโวยวายจากด้านนอกทำให้คนที่กำลังสนทนาอยู่ต้องผุดลุกออกไปดูแล้วก็เห็นว่าเป็หลี่เหมยที่ลอยคออยู่ในบ่อบัว ส่วนหนี่เฟิ่งจิวกำลังยืนมองอย่างไม่ใส่ใจ
“ท่านพี่ !นังบ้านี่มันผลักข้าลงในบ่อ”
“เ้า !!!”
“น้องสาวของคุณใช้ฉันลงไปเก็บบัว พอฉันไม่ลงก็จิกหัวของฉัน”
“โกหก เ้าพูดสิ่งใดออกมา”
หนี่เฟิ่งจิวเห็นสายตาคาดโทษจากท่านอ๋องแน่นอนอยู่แล้วว่าผู้ชายก็แบบนี้ มองมารยาหญิงไม่ออกน้ำตาของหลี่เหมยคงทำให้เสี่ยวเหยาตาบอดไปแล้ว
“ท่านพี่ ! ฮึกกกก ช่วยน้องด้วยมันจะฆ่าน้องแล้ว”
“ไปเอาหลี่เหมยขึ้นมา !!”
เจียงเหวินคือคนที่ต้องรับเคราะห์กรรมของคุณหนูเขาเป็สหายที่เล่นด้วยกันมาั้แ่เล็ก รู้จักนิสัยของหลี่เหมยดีกว่าใครหญิงสาวชอบกลั่นแกล้งผู้อื่นเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
“หนี่เฟิ่งจิว !! เ้าตามข้ามาเดี๋ยวนี้”
เ้าของชื่อสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะยอมเดินตามไปแต่โดยดีนังคุณหนูบ่อโคลนนั่นทำเหมือนจะดีกับเธอแต่สุดท้ายก็ใช้อำนาจข่มขู่ให้เธอคอยเอาอกเอาใจ
คิดจะตอแหลให้ผู้ชายเขาสนใจสิบปีก็ยังน้อยไปเลยสำหรับมารยาข้างถนนแบบนั้น
“อธิบายมาว่าเ้าทำสิ่งใดลงไป”
“ก็บอกแล้วไงคะ!ว่าคุณหนูอยากให้ฉันลงไปเก็บบัว แต่ฉันไม่อยากลง”
“แล้วอย่างไร?”
“เธอกระชากหัวฉัน แล้วฉันต้องทนหรอคะ?”
“เ้าไม่ควรใช้กำลังรุนแรง”
“อ่อ การที่ฉันสอนให้เธอรู้ว่าไม่ควรทำแบบนี้กับผู้อื่นถือเป็การใช้กำลังรุนแรง” หน้าของเขาเหมือนเหยาตงที่เธอรัก แต่นิสัยใจคอนี่มันไม่ได้เลยจริงๆนะ
“เ้าผลักหลี่เหมยตกบ่อบัว”
“เห็นกับตาหรือคะ แหม่!พูดเหมือนมานั่งจ้อง ฉันไม่ได้ผลักเธอค่า เธอลื่นตกลงไปเองเนาะ”
หากจะถามหาพยานก็คงไม่มีใครเป็ให้เธอสาวรับใช้พวกนั้นก็คือทาสผู้ภักดีของคุณหนูหลี่เหมยถ้าไม่ติดว่าหน้าเหมือนหลี่หลัน แม่จะฟาดด้วยถาดในมือที่ถือมา
“ต่อไปมาดูแลข้า อยู่กับใครยากเสียจริง”
“เหอะ!”
"หนี่เฟิ่งจิว !! เ้าคิดว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบไหน”
หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถามของเสี่ยวเหยาเธอเดินกลับห้องของตัวเองก็พบว่าหลี่เหมยชำระล้างร่างกายสะอาดเอี่ยมสายตาที่ส่งมาบอกเลยว่าพร้อมกระชากหัว
“นังบ้า !โดนท่านพี่ทำโทษมาล่ะสิ”
“ใครจะมาทำโทษฉัน? คนตอแหลไม่มีวันชนะหรอกย่ะ”
“กรี๊ดดดด!!!! นังบ้า”
“ครั้งหน้าแม่จะฟาดด้วยรองเท้าให้หน้าแหก กล้าก็เข้ามาเลยสิ”
“อิบ้า !!! จะไปไหนก็ไปเลย”
หนี่เฟิ่งจิวยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีนึกไปถึงแองจี้เลขาสาวของบอสที่ชอบปั่นประสาทกลับไปคราวนี้เธอจะหยุมหัวมาเช็ดพื้นสักทีสองทีเอาให้รู้ว่าไม่ควรบ้าใส่คนที่บ้ากว่า
“แม่นาง!”
“คุณนี่เอง มีอะไรคะ”
เจียงเหวินที่ยืนรออยู่ก็รีบเดินมาพร้อมกับบอกวิธีการดูแลท่านอ๋องในเื่ต่างๆ รวมไปถึงการนอนในคืนวันจันทร์เต็มดวงที่ท่านอ๋องต้องห้ามนอนอีกด้วย
“ทำไมล่ะคะ?”
“ท่านถือเคล็ด หากนอนแล้วจะหม่นหมองราศีไม่จับ”
“อ่อ แบบนี้นี่เอง”
“แม่นางจะต้องดูแลเื่นี้ให้เคร่งครัด ท่านอ๋องเชื่อเื่พวกนี้มาก” เจียงเหวินน่าไปเล่นละครเหมือนกันนะตาแข็งเชียวเวลาที่พูดเื่แต่งเื่เล่าหนี่เฟิ่งจิวแม้สงสัยในบางเื่แต่ก็ไม่ได้ซักถามเจียงเหวินเพราะคงเป็สิ่งที่ท่านอ๋องไม่อยากให้รู้
“ว่าแต่ พี่ชายของท่านอ๋องเป็องค์รัชทายาท แล้วท่านอ๋องล่ะคะ?”
“ท่านอ๋องก็เป็โอรสของฮ่องเต้”
“ว้าว !ต้องพูดาาศัพท์อะไรไหม พอดีฉันไม่เคยคุยกับเ้า”
ท่าทางประหลาดนั้นทำให้เจียงเหวินต้องรีบเบรกก่อนกลัวหนี่เฟิ่งจิวจะเผลอไปพูดอะไรบ้าๆเข้า นี่ก็ไม่รู้เลยว่าท่านอ๋องคิดยังไงถึงให้หญิงบ้ามาเป็สาวรับใช้ข้างกาย
เสี่ยวเหยานะเสี่ยวเหยา แบบนี้มันเรียกว่าผีผลักหรือเปล่าผลักคนบ้าเข้าจวนอ๋องเนี่ย !