บทที่ 15 สร้างเื่อีกแล้ว
ถึงแม้ว่าสวี่หรานจะช่วยให้เยียนฮ่าวแยกบ้านได้สำเร็จ แต่คะแนนงานทั้งหมดของเยียนฮ่าวเมื่อคำนวณออกมาแล้วมีเพียงสามสิบสองหยวน แม้ว่าจะรวมเงินเล็กๆ น้อยๆ ของเธอเข้าไปด้วย ก็ยังไม่พอสำหรับการสร้างบ้านด้วยซ้ำ แค่ซื้ออิฐก็ไม่พอแล้ว
บริเวณใกล้กับโรงเรียนมีบ้านอิฐร้างอยู่หลังหนึ่ง ทว่าหลังคาของมันพังไปแล้วส่วนหนึ่ง และหน้าต่างก็เหลือแต่กรอบ สวี่หรานจึงใช้โอกาสใน่พักกลางวันถามครูใหญ่หวังว่าบ้านหลังนั้นเป็ของใคร
"บ้านหลังนั้นเหรอ? เป็ของคนในหมู่บ้านน่ะ ทว่าข้างในมีคนตายและยังค่อนข้างห่างไกลผู้คน ดังนั้นมันเลยร้างมาหลายปีแล้ว" ครูใหญ่หวังกล่าว
สวี่หรานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถึงยังไงก็เป็บ้านอิฐ ถ้าซ่อมหลังคาและหน้าต่างก็น่าจะพออยู่ได้ ส่วนเื่ที่มีคนตาย เธอไม่ได้ใส่ใจ เธอเองก็ยากจนแทบจะไม่เป็คนอยู่แล้ว จะกลัวอะไรอีก? นอนบ้านผีสิงก็ยังดีกว่านอนข้างถนนแหล่ะ!
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาที่หน้าประตูโรงเรียน ดูแล้วเธอน่าจะมีอายุไม่เกินสามสิบปี
"ครูใหญ่หวัง หนังสือที่ฉันฝากให้เอามาให้ คุณได้เอามาหรือเปล่าคะ?" อู๋ซิ่วหรงถามด้วยรอยยิ้ม
ครูใหญ่หวังพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม "เพิ่งจะเอามาวันนี้เองเธอก็มาพอดีเลย นี่คุณครูสวี่ เพิ่งมาใหม่สอนภาษาอังกฤษเก่งมากเลยล่ะ!" น้ำเสียงของครูใหญ่มีความหมายแฝงอยู่
อู๋ซิ่วหรงได้ยินดังนั้นจึงรีบพูดกับสวี่หรานทันที "เคยได้ยินครูใหญ่หวังชมคุณครูสวี่มาเหมือนกัน ในหมู่บ้านนี้คงหาคนที่เก่งภาษาอังกฤษแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว!"
"สวัสดีค่ะ…เอ่อ ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ" สวี่หรานกล่าวทักทาย
ทันใดนั้นครูใหญ่หวังก็แนะนำ "นี่คืออู๋ซิ่วหรง ภรรยาของหัวหน้าทีมผลิตของหมู่บ้านเรา เธอเคยเป็ปัญญาชนหญิงที่ถูกส่งมาที่นี่ และก่อนหน้านี้ก็เป็ปัญญาชนที่ทำงานอยู่ที่นี่ด้วยนะ!"
"พี่อู๋ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" สวี่หรานจับมือกับอู๋ซิ่วหรงแล้วพูดว่า "พี่อู๋สนใจภาษาอังกฤษเหรอคะ?"
"แน่นอนสิ ตอนนี้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษแล้ว แต่การเรียนด้วยตัวเองก็ไม่ได้ทำให้เข้าใจขึ้นเลย" อู๋ซิ่วหรงพูดพร้อมกับยิ้ม
สวี่หรานยิ้ม จากนั้นก็พูดกับอู๋ซิ่วหรงว่า "พี่อู๋ ถ้าอยากเรียนและมีตรงไหนที่ไม่เข้าใจก็สามารถถามฉันได้เลย ถ้าฉันรู้ฉันจะช่วยอธิบายให้อย่างแน่นอนค่ะ!"
ได้ยินแบบนั้นอู๋ซิ่วหรงก็ดีใจและรีบพูดขึ้นทันที "ตกลงตามนั้นนะ ถ้าถึงเวลาแล้วอย่าเบี้ยวไม่ยอมสอนฉันล่ะ"
"ไม่มีทางอยู่แล้วค่ะ" อู๋ซิ่วหรงเป็ถึงภรรยาของหัวหน้าหน่วยผลิต ตอนนี้มีเพื่อนเอาไว้ก็ไม่เสียหาย
ครูใหญ่หวังหยิบหนังสือภาษาอังกฤษขึ้นมา จากนั้นสวี่หรานก็รับมาดู จุดสำคัญของเนื้อหาไม่ได้ยาก โดยเฉพาะกับเธอยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่
…
ปลายเดือน ในที่สุดเหยียนฮ่าวก็ได้รับเงินค่าแรง แต่ปรากฏว่าโจวจิน ฮวาแกล้งป่วย หลังจากกลับมาจากเมืองหลวง เธอก็เอาแต่บอกว่าตัวเองป่วยเป็โน่นเป็นี่ ต้องใช้เงินเยอะ ไม่อย่างนั้นก็ต้องรอความตายเท่านั้น
เดิมทีเยียนฮ่าวตั้งใจจะเอาเงินให้สวี่หราน แต่เขาก็ปล่อยให้โจวจินฮวาป่วยโดยไม่สนใจไม่ได้
สวี่หรานเห็นว่าสีหน้าของโจวจินฮวาไม่ได้ดูเหมือนคนป่วย เธอกำลังปรึกษากับเหยียนฮ่าวว่าจะให้เงินดีหรือไม่ ก็ได้ยินหลิวชุ่ยเฟินเล่าว่า โจวจินฮวาไม่ได้ไปโรงพยาบาลที่เมืองหลวง แต่ไปที่ร้านสหกรณ์ ซื้อของมาเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่ได้ป่วยจริง หล่อนแค่แกล้งทำ!
เื่เก่ายังไม่ทันจบ โจวจินฮวาก็สร้างเื่ใหม่อีก คราวนี้บอกว่าเธอแก่แล้วร่างกายเริ่มอ่อนแอแล้ว ดูแลบ้านไม่ไหว อยากให้เหยียนเยว่กับเหยียนชิวลาออกจากโรงเรียน แล้วกลับมาทำงานบ้าน
"เื่เลวๆ แบบนี้ไม่มีพลาดสักเื่!" สวี่หรานหมดคำพูด เธอหันไปมองเหยียนฮ่าว " ทำไมไม่ให้ลูกชายตัวเองลาออกมาดูแลล่ะ?" เธอไม่เคยเจอคนหน้าด้านขนาดนี้มาก่อน!
ตอนเย็นเหยียนฮ่าวไปคุยกับน้าจ้าว โจวจินฮวาได้ยินเข้าก็พูดขึ้นว่า "คนอื่นพูดจาเหลวไหลแกก็เชื่อเหรอ? ฉันเลี้ยงดูพวกแกมาจนโต ตอนนี้คิดจะอกตัญญูแบบนี้ได้ยังไง?"
เหยียนฮ่าวไม่อยากให้น้าจ้าวต้องลำบากใจ จึงพูดว่า ถ้าน้าสะใภ้ป่วยจริงๆ ผมจะดูแลเอง"