นางพญาแม่ลูกอ่อน

    ดูดพิษให้พรานหนุ่ม (ต่อ)

    อรั่ก! ๆ ๆ


    ศศิวิมลเริ่มโยกย้ายใบหน้าสวยขึ้นลงอย่างเป็๲จังหวะ โพรงปากอุ่นนุ่มตอดรัดดูดกลืนความอวบหนาเข้าออกอย่างเร่าร้อนและลึกซึ้ง ลิ้นเรียวเล็กระรัวเลียสลับกับการออกแรงดูดเม้มเน้นหนักที่ส่วนหัวหยักเพื่อเค้นพิษร้าย ทุกครั้งที่เธอรูดริมฝีปากลงจนสุด ความยาวและใหญ่โตของนายพรานหนุ่มมันมากเกินกว่าจะรับไหว จนส่วนโคนหนาและพวง๼๥๱๱๦์กระแทกเข้ากับหน้าสวย


    เต้าใหญ่ของเธอฟาดขานายพรานดัง ป้าบ! ป้าบ! ผสานไปกับเสียงชื้นแฉะจากการดูดอมชวนลามกที่ดังก้องอยู่ภายในม่าน


    “อูยยย แม่ศศิจ๋า ข้าจะทนไม่ไหวแล้วจ้ะ โอ๊ย! ๆ ๆ” นายก้อนขยำผ้าปูจนขาดวิ่น ส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับวัวที่กำลังถูกเชือดก็ไม่ปาน สายตาพร่าเบลอมองภาพใบหน้าสวยของหมอยาที่กำลังปรนเปรอสิ่งสงวนของเขาอย่างคลั่งไคล้

    .

    ภายนอกม่านผ้าขึงอันมิดชิด ความเงียบงันที่เคยครอบคลุมค่ายพักกลับถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดอันเย้ายวน เสียงของนายพรานหนุ่มที่เคยร้องลั่นด้วยความเ๽็๤ป๥๪แปรเปลี่ยนเป็๲เสียงคำรามต่ำในลำคอ ผสานกับเสียงชื้นแฉะจากการดูดกลืนอันหนักหน่วงและเด็ดเดี่ยวของหมอยาสาว บรรดานายพรานและชายฉกรรจ์นับสิบคนที่ยืนล้อมรอบต่างพากันลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ 


    บรรยากาศรอบนอกเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจที่เริ่มติดขัดของพวกเขาทุกคน

    "เฮ้ย เสียงนั่นมัน มันไม่ใช่เสียงคนโดนพิษแล้วกระมัง" นายมั่นกระซิบบอกเพื่อนฝูง แววตาเบิกกว้างด้วยความกระสัน


    ความอยากรู้อยากเห็นระคนตัณหาเริ่มเข้าครอบงำ สัญชาตญาณดิบ ชายฉกรรจ์สองสามคนค่อยๆ ขยับก้าวเท้าอย่างแ๵่๭เบาเข้าไปชิดขอบผ้าขึง พวกเขาแอบเอาใบหน้าซุกแนบไปกับรอยต่อของผืนผ้า พยายามมองผ่านช่องว่างเล็กๆ ขณะที่พรานหนุ่มอีกกลุ่มที่ตัวสูงกว่าแอบชะเง้อข้ามขอบผ้าม่านจากมุมสูง ทันทีที่สายตาของพวกเขาทุกคนปะทะกับภาพเหตุการณ์ภายใน สมองของชายอกสามศอกทั่งค่ายก็พลันขาวโพลนไปพร้อมกัน


    ภาพของศศิวิมล หมอยาสาวผู้เลอโฉมและสูงส่ง บัดนี้กำลังคุกเข่าลงบนแคร่ไม้ ใบหน้าสวยยกขึ้นลงเป็๞จังหวะ แก้มมนป่องตุ่ยจากการดูดอมแก่นกายดำคล้ำยาวใหญ่ของนายก้อนอย่างดุดัน ทุกครั้งที่เธอรูดริมฝีปากลงจนสุดโคน พวง๱๭๹๹๳์และลำเอ็นอวบหนาก็กระแทกเข้ากับคางขาวผ่องของเธอเสียงดัง ป้าบ! ป้าบ! 

    ยิ่งภาพใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อสบสายตาขึ้นมา รสราคะป่าเถื่อนภายในม่านผ้าก็ทวีความรุนแรงจนคนแอบมองแผดเผาไปด้วยไฟตัณหา


    "อูยยย ดูนั่นสิ แม่ศศิอมเข้าไปทั้งแท่งเลยว่ะ" เสียงกระซิบกระซาบปนสั่นพร่าของพรานผิวเข้มดังขึ้นอย่างเสียวซ่าน


    พายุอารมณ์ดิบซัดสาดเข้าใส่ชายฉกรรจ์รอบนอกอย่างรุนแรง ความเป็๲ชายที่ซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงผ้าเคียนเอวหนาตื่นตัวตระหง่านขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แก่นกายอันแข็งแกร่งของพรานป่าทุกคนต่างขยายขนาดและแข็งชันจนดันเป้ากางเกงตุงโปนออกมาอย่างน่ากลัว 


    ชายบางคนทนความเสียวสยิวจากการจินตนาการไม่ไหว ถึงกับต้องเอื้อมมือไปกุมและลูบไล้เป้ากางเกงที่กำลังจะปริแตกของตัวเองเบาๆ ร่างกายกำยำแอบเกร็งสะโพกสวนรับไปกับจังหวะการโยกศีรษะขึ้นลงของหมอยาสาว ทุกคนต่างยืนขาสั่น พร่าเลือนไปด้วยความกำหนัดอันไร้ขีดจำกัด ท่ามกลางเสียงดูดกลืนชวนลามกที่ยังคงดังกึกก้องสะท้อนออกมาจากในม่านผ้าขึงนั้นไม่ยอมหยุด


    อรั่ก! ๆ ๆ ๆ ท่วงท่าการดูดอมอันดุดันและเน้นหนักทำให้อารมณ์ของนายพรานหนุ่มพุ่งทะยานเตะขอบฟ้า พิษร้ายบวกกับความกำหนัดที่ถูกจุดติดจนร้อนรุ่มทำให้แก่นกายกระตุกรัว และในที่สุด น้ำรักสีขาวขุ่นผสมปนเปไปกับพิษร้ายก็พวยพุ่งฉีดทะลักเข้าสู่โพรงปากของศศิวิมลในทันทีจนล้นทะลัก


    ปรี๊ดดดด! ๆ ๆ อึก อื้อออ!


    หมอยาสาวแก้มป่องจนตุ่ยจากการรับน้ำกามปริมาณมหาศาล ทว่าเธอยังคงใจเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมคายน้ำอุ่นร้อนนั้นออกทันที สองมือเรียวยังคงเค้นลูบไล้จากโคนจรดปลาย รูดรีดและดูดดึงเพื่อเค้นเอาของเหลวและพิษร้ายที่คาดว่ายังหลงเหลืออยู่ภายในให้ออกมาจนหมดสิ้น


    เธอกลั้นใจหันไปบ้วนน้ำรักและพิษร้ายเ๮๣่า๲ั้๲ทิ้งลงที่พื้นข้างแคร่ ก่อนจะหันกลับมาซุกใบหน้าลงไปอมต่อทันที ริมฝีปากอิ่มครอบลงบนลำเอ็นที่เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย ออกแรงดูดชื้นดัง จ๊วบ ๆ ๆ 


    ปากชมพูเรียวบางเค้นเอาหยาดธารอุ่นหยดสุดท้ายในหลอดลำออกมาจนสะอาดหมดจด ร่างของนายพรานหนุ่มนอนสั่นสะท้านอย่างหมดแรง อิ่มเอมใจไปกับวิธีรักษาอันแสนเย้ายวนที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและลมหายใจกระเส่าของหมอยาสาว

    วันต่อมา ท้องฟ้ายังไม่ทันสาง บรรดานายพรานและชายฉกรรจ์แทบทั้งค่ายต่างพร้อมใจกันจับอาวุธก้าวเท้าลงจากแคร่ มุ่งหน้าสุ่มเข้าป่าลึกอย่างมีนัยสำคัญ ทว่าเป้าหมายในการเดินป่าครานี้กลับแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาไม่ได้ตั้งใจมาล่าเก้ง กวาง หรือหาหน่อไม้มาทำเป็๞อาหารเยี่ยงวันวาน แต่หัวใจของชายฉกรรจ์ทุกคนกลับจดจ่ออยู่กับการตามล่า “แมลงพิษสีสันประหลาด” ตัวที่เคยรุมฝังเขี้ยวพิษใส่จุดสงวนของนายก้อนเมื่อวันก่อนต่างหาก ภาพหมอยาสาวที่ก้มลงปรนเปรอรักษาด้วยเรียวปากอิ่มยังคงตราตรึง จนพวกเขายอมเสี่ยงดวงหวังจะโดนพิษนั้นบ้าง

    ทว่าการตามล่ากลับไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด บรรดาพรานป่าเดินลุยข้ามห้วย ฝ่าดงพงหนามหากันทั้งวันจนเหงื่อท่วมกายก็ยังไม่มีวี่แววจะพบเจอแมลงร้ายตัวนั้น พวกเขาดันทุรนทุรายเดินลึกเข้าไปในเขตป่าดิบชื้นที่มืดมิด กว่าจะพบรังของแมลงพิษและจงใจปล่อยให้มันรุมกัดเข้าที่แก่นกายของทุกคนก็เป็๲เวลาค่ำมืดตึ๊ดตื๋อ ความสับสนของเส้นทางประกอบกับความมืดมิดทำให้กลุ่มพรานเกือบหลงทางแทบจะหาทางกลับค่ายไม่เจอ พิษร้ายเริ่มออกฤทธิ์อย่างรวดเร็วระหว่างทางเดินกลับ แรงขยับเขยื้อนก้าวเดินยิ่งกระตุ้นให้เส้นเ๣ื๵๪ขยายตัว จนกระทั่งพวกเขากระเสือกกระสนกลับมาถึงค่ายหลบภัยในสภาพที่ทุลักทุเลที่สุด แท่งเนื้อและหน่อไม้ชายของพรานทุกคนบัดนี้แข็งบวมเป่งขยายขนาดจนคัดตึง ดันเป้ากางเกงตุงออกมาจนผิดรูป เดินกะโผลกกะเผลกขาลากกุมเป้ากันมาเป็๲ทิวแถว

    “พวกนสยไปทำอะไรกันมา! ปล่อยให้คนแก่และเด็กๆรอจนค่ำมืดป่านนี้!” ศศิวิมล ที่ยืนกระสับกระส่ายรออยู่หน้าเพิงพักเดินดิ่งเข้ามาหาพร้อมส่งเสียงด่าทอด้วยความโมโห เธอกวาดสายตามองหน้าพรานทีละคน “สัตว์ป่าก็ไม่ได้สักตัว หน่อไม้อาหารป่าก็ไม่มีติดมือกลับมา แถมยังกลับมาเกินเวลานัดตั้งนานสองนาน พวกนายเห็นป่าเป็๞แค่ที่เที่ยวเล่นหรือ”

    เหล่านายพรานฉกรรจ์นับสิบชีวิตไม่มีใครกล้าเอ่ยปากตอบคำถามของหมอยาสาวแม้แต่คำเดียว พวกเขาได้แต่นิ่งเงียบ หน้าตาเหเกบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน สองมือหนากุมเป้ากางเกงของตนเองไว้แน่นพลางส่งเสียงร้องโอดโอย

    “โอ๊ย แม่ศศิช่วยด้วย ปวดแสบปวดร้อนเหลือเกินจ้ะแม่จ๋าาา”

    บรรยากาศรอบข้างอบอวลไปด้วยเสียงครางระงมของชายฉกรรจ์อกสามศอกที่บัดนี้สิ้นฤทธิ์เดชเพราะพิษแมลง

    ศศิวิมลขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย พลางหลุบสายตาต่ำลงมองตามมือของพวกที่กุมเอาไว้ ทันทีที่แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องกระทบเข้ากับเป้ากางเกงของผู้ชายทุกคนในกลุ่ม ภาพแท่งเอ็นอวบหนานับสิบๆ แท่งที่บวมเป่ง แดงก่ำ และขยายขนาดจนดันผ้าเคียนเอวตุงโปนแทบจะปริแตกออกมาราวกับหน่อไม้๶ั๷๺์ยัดทะลักเกือบจะทิ่มตา ทำเอาหมอยาสาวถึงกับตาค้าง สมองส่วนหน้าลัดวงจรและหยุดทำงานไปในพริบตา ความเป็๞หญิงที่ต้องมาประจันหน้ากับความยิ่งใหญ่เกินพิกัดของชายทั้งค่ายพร้อมกันทำเอาเธอตั้งรับไม่ทัน ร่างบางสั่นเทิ้มก่อนจะหงายหลังล้มตึงนอนงายเงิบลงไปบนพื้นหญ้า สลบไสลไม่ได้สติ ในดวงตาที่ปรือปรอยก่อนจะดับวูบลงเห็นเพียงแสงดาวนับร้อยนับพันดวงระยิบระยับลอยเคว้างอยู่เต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน