“กลับมาซะดึกดื่นเชียวนะพวก อย่าบอกนะว่าหลงทาง” เสียงทักทายดังขึ้นในทันทีเมื่อนิกซ์และอารันเปิดประตูห้องพักเข้ามา ชายหนุ่มหน้าตาอารมณ์ดี แต่เมื่อมองดูให้ดีจะพบว่าโครงหน้ามีความแตกต่างจากคนอื่นๆอยู่เล็กน้อย บัดนี้กำลังนั่งเอกเขนกบนเตียงรอคอยเพื่อนของเขาอย่างสบายใจ
อันที่จริงก็ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
กว่าจะวิ่งกลับมาก่อนก็เหนื่อยอยู่ไม่น้อย
ห้องพักในหอแต่ละหอล้วนเหมือนกันไม่มีแตกต่าง เว้นเสียแต่ว่านักเรียนคนไหนทุนหนา ก็สามารถขนย้ายข้าวเครื่องใช้ตลอดได้ตามสะดวก เตียงสามเตียงตามจำนวนคนพอดิบพอดีไม่มีขาดไม่มีเกิน หน้าต่างสองบานขนาดพอเหมาะก็ยังพอให้ช่องหายใจบ้าง ห้องน้ำที่สามารถใช้ได้อย่างไม่เคอะเขิน รวมไปถึงตู้เก็บของเพียงตู้เดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมหนึ่งของห้อง ใกล้กันนั้นยังมีโต๊ะเก้าอี้หนึ่งตัววางเอาไว้เพื่อสำหรับทำงาน
ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม ได้ประมาณนี้ก็หรูแล้ว
โนอาห์คิดเช่นนั้นหลังจากได้มาเห็นห้องพักในคืนแรก
“เห็นไหมนิกซ์ ฉันบอกแล้วว่าเ้านี่มันต้องอยู่ในห้องแน่ๆ” อารันที่เดินมาสบทบหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปปล่อยให้ชายตัวเล็กยืนเกาหัวอยู่ตรงประตูคนเดียว
สาเหตุที่นิกซ์และอารันกลับมาช้า อาจจะกล่าวได้เต็มปากว่าเป็ความผิดของโนอาห์เต็มๆ โดยหลังจากที่นักเรียนสองคนทำธุระในห้องสมุดเสร็จ นิกซ์เองก็พลันเกิดความสงสัยว่าทำไมคนที่ขอตัวกลับไปยังไม่กลับมา เลยขอลองหาในห้องสมุดดูให้ทั่วก่อน ซึ่งแน่นอนว่าอารันเองก็เอ่ยปรามพร้อมยิ้มขำไปั้แ่แรก น่าเสียดายที่นิกซ์ไม่ได้ฟังคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย
“ช่างมันเถอะครับ เพราะยังไงสำหรับผมก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วล่ะ” นิกซ์ถอนหายใจออกมาเบาๆ โนอาห์ที่ฟังอยู่เลิกคิ้วออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ภายในหัวจะประมวลความคิดอะไรออกมาได้ เหลือบตามองไปทางพ่อค้าหนุ่มอย่างมีนัยยะสำคัญ
“ฉันว่าคงไม่ได้มีนายหรอกมั้งนิกซ์ ที่คุ้มน่ะ...จริงไหมเพื่อน” เขายักคิ้วหลิ่วตาให้กับอารันจนดูตลกมากกว่ากวนประสาท
“คงน้อยกว่านายล่ะมั้ง” คำตอบที่ถึงกับทำให้คนตั้งใจหาเื่หยุดชะงัก ยิ้มเจื่อนๆก่อนจะกลับไปคุยกับนิกซ์ที่พึ่งนั่งอยู่บนเตียงเช่นเดียวกันกับเขา
“พรุ่งนี้นี่...” ชายหนุ่มทำท่าเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่า คู่สนทนาที่ดูเหมือนจะเดาออกว่าเพื่อนของตน้าจะพูดอะไรก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาให้กับความจำของโนอาห์
“วิชาเวทมนตร์เบื้องต้นน่ะครับ คุณโนอาห์คงเตรียมตัวเอาไว้อยู่แล้วสินะ” นิกซ์ตอบ แต่ว่าปฏิกิริยาของโนอาห์ก็ทำให้เขารู้คำตอบได้เองโดยอัติโนมัติ
คำตอบที่สวนทางกับความเป็จริงโดยสิ้นเชิง
หนึ่งในสาเหตุที่ชิวหลงหรือในตอนนี้ก็คือโนอาห์ตัดสินใจเข้ามายังสถานศึกษาเป็ครั้งแรก ส่วนหนึ่งก็เพราะศาสตร์ประหลาดที่โลกใบนี้เรียกกันว่าเวทมนตร์ ชายต่างโลกรู้สึกประหลาดใจในศาสตร์นี้อยู่พอตัวั้แ่แรกเห็นอารันสาธิตให้เขาดูโดยผ่านม้วนคัมภีร์เวท แม้การพลิกแพลงจะทำได้ยากหรือทำไม่ได้เลยผิดกับลมปราณที่เขารู้จัก ทว่าเวทมนตร์กลับมีให้เลือกใช้มากกว่า ที่สำคัญยังใช้งานง่ายจนตัวเขาเองที่ไม่รู้อะไรก็สามารถร่ายเวทมนตร์ได้ ถึงแม้จะเป็ระดับต่ำๆก็ตาม
ซึ่งก็ถือเป็ปริศนาอีกข้อที่ยังกวนใจโนอาห์อยู่เสมอมา
“แต่ครั้งแรก คงเป็แนะนำตัวเบื้องต้นนั้นแหละครับ อันที่จริงผมว่าระดับคุณโนอาห์ไม่เห็นต้องมากังวลเลยนี่ วันที่สอบเข้าก็ทำได้ตั้งขนาดนั้น...” นิกซ์เอ่ยชมด้วยสีหน้าที่จริงใจและจริงจัง แต่ว่าฝ่ายที่ถูกชมเองก็กระดากปากเสียเหลือเกิน ว่าวันนั้นตนไม่ได้ใช้เวทมนตร์ในลักษณะที่เรียกได้ว่าเป็การเป็งานเลยแม้แต่น้อย
“ใครว่าล่ะ!! ตอนนี้สายเืจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ในตัวมันกำลังเดือดพล่านอยู่ต่างหาก คอยดูเถอะเพื่อน...พรุ่งนี้รับรองว่าสนุกแน่” โนอาห์หัวเราะร่า ยกคำอ้างโมเมได้หน้าตาเฉย ในขณะที่นิกซ์เองก็ค่อยๆยิ้มโล่งอกออกมาได้ เพราะเมื่อยามใดที่เพื่อนของเขามีสภาพเช่นนี้ได้ นั้นก็แสดงว่าไม่มีอะไรต้องกังวล
และหนึ่งในนั้นก็ประโยคที่เตรียมเอาไว้บอกเพื่อนต่างโลกของเขาโดยเฉพาะ
ถ้ามันง่ายแบบนั้นก็ดีน่ะสิ
เป็อย่างที่เขาบอกไว้ทุกประการ เืภายในร่างมันกำลังสูบฉีดอยู่จริงๆ แต่สาเหตุนั้นกลับตรงข้ามกับที่โนอาห์คิดเอาไว้โดยสิ้นเชิง ใครจะไปรู้ล่ะว่าหลังจากทำจิตใจให้ปรอดโปร่ง ปล่อยหัวให้ว่างเปล่าเพื่อเตรียมรับสิ่งใหม่ๆที่เขาจะได้จากการเข้าเรียนวิชาเวทย์มนตร์เบื้องต้น สิ่งที่เขาได้ยินและได้ฟังก็แทบทำเอาหนึ่งในยอดฝีมืออันด้นๆของยุทธภพถึงสั่นสะท้านไปทั่วเรือนร่าง
ในด้านอาจารย์ตัวผู้สอนนั้นไม่มีปัญหาอย่างที่เขาคิด แม่มดสาวสวยชื่อว่าโดโรธี อายุอานามพอจะเป็พี่เขาได้ถ้าไม่ติดว่าอารันมากระซิบข้างหูบอกอายุที่แท้จริงของคุณเธอ อายุเกือบปาเข้าไปเลขสามหลัก ที่น่าใยิ่งกว่านั้นคือยังมีจอมเวทอยู่ไม่น้อยที่หน้าตาสวนกับอายุ เหตุเป็เพราะสายเืทางเผ่าพันธ์ของเอลฟ์ที่ไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง และอีกกึ่งหนึ่งเป็แม่มดทางตอนเหนือของไอช่า
ลูกที่ได้เลยออกมาเป็ซะแบบนี้
ใน่แรกอาจารย์โดโรธีได้อธิบายที่มาของวิชานี้ด้วยน้ำเสียงรื่นหูชวนฟังมากกว่าชวนหลับ พร้อมกับเน้นย้ำกับชับนักหน่าวามีสำคัญยิ่งยวดในโรงเรียนที่มีชื่อต่อท้ายเวทมนตร์ เปรียบยกตัวอย่างง่ายๆก็คือต่อให้วิชาอื่นๆจะทำได้ไม่ดีจนเกือบตกเหว แต่ถ้ามาโดดเด่นในวิชานี้ ชื่อเสียงในโรงเรียนก็พร้อมจะต้อนรับอยู่เสมอๆ เช่นเดียวกับนักเรียนที่มาสังคมจอมเวทชนชั้นสูงซึ่งยึดติดเื่นี้ยิ่งกว่าอะไร แต่โนอาห์ก็คิดว่าเป็แค่บางคนเท่านั้น
ก็ใครใช้ให้เซเรน่ากับซายากะเข้าข่ายพวกที่ว่ากันล่ะ
และเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง อาจารย์แม่มดก็พลันเอื้อยเอ่ยสิ่งที่จะมาทำกันในวันนี้ด้วยรอยยิ้ม แต่น่าเสียดายที่เขากลับยิ้มไม่ออก จริงอยู่ที่ว่าในคาบนี้จะเป็วิชาพิเศษซึ่งไม่มีการเรียนร่วม ก็เป็ข้อดีอีกอย่างสำหรับเซเรน่าที่กลัวเขาจะทำตัวขายขี้หน้าในเื่ไม่เป็เื่
“เอาล่ะนักเรียนทุกคน ก่อนอื่นเพื่อที่ครูจะได้รู้ว่าพวกเธอมีพื้นฐานกันขนาดไหน ให้แสดงเวทมนตร์ประจำตัวหรือไม่ก็สายเวทมนตร์ประจำตัวเลยนะจ๊ะ โดยครูจะให้ออกมาแสดงทีละคนเรียงที่หน้าห้องนะ จะได้ตรวจเป็รายคนไป เริ่มจากคนแรก ไรอัน ดีเทล” ประโยคเ้าปัญหาที่แม้จะยาวเหยียด แต่โนอาห์ยังจำได้ทุกคำพูด ซ้ำร้ายยังลอยไปลอยมาในชวนสยองให้เข้านอนั้แ่เช้าตรู่
เวทมนตร์ประจำตัว สายเวทมนตร์ประจำตัว
มันคือซาลาเปากุ้ยช่ายอะไรกัน
แม้สีหน้าที่แสดงออกมาภายนอกจะยังเรียบนิ่งดุจสายน้ำเย็นตามป่าเขา แต่ภายในกลับร้อนระอุเหมือนเตาปิ้งย่างที่ใกล้จะะเิอยู่รอมร่อ ระหว่างนั้นเองไรอันที่เป็คนถูกเรียกชื่อก็ได้เดินออกไปยังหน้าชั้นเรียนเพื่อที่จะแสดงสิ่งเล็กๆที่เรียกว่าเวทมนตร์ประจำตัวให้ใครต่อได้ยลโฉมเป็ครั้งแรก
ไรอันยืนเด่นเป็ตระหง่านในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆมองกันตาใสแป๋ว โดยเฉพาะโนอาห์ที่จ้องเขม็งเสียยิ่งกว่าใครๆ ทันใดนั้นไรอันพลันร่ายเวทขึ้นมาพร้อมกันสองบท ดูยังไงก็คือเวทมนตร์ธาตุไฟกับธาตุน้ำ พลางสลับอย่างนี้ไปเรื่อยๆอย่างละสองบท และยังไม่ทันที่ชายต่างโลกจะได้ซึมซับสิ่งที่ตนกำลังมองอยู่ อาจารย์โดโรธีก็ดันปรบมือพร้อมกับกล่าวชม เช่นเดียวกับคนอื่นๆในห้องเรียนที่ทำแบบเดียวกัน
ในเมื่อคนแรกยังมองไม่ออก มันก็ต้องมองออกซักคนแหละน่ะ
โนอาห์คิดในใจเช่นนั้น ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตามองเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆอย่างตั้งใจ
แต่แล้วความตั้งใจของชายหนุ่มกลับล้มเหลวมากกว่าบังเกิดผล ยิ่งดูแต่ละคนก็ยิ่งพบกับความสับสนที่เริ่มก่อตัวอยู่ในใจ เดรคปาก้อนหินทะลุวงเวทที่เขาเรียกมาจนเป็เส้นแสงสีแดง ดรากูนไม่ได้ร่ายเวทมนตร์เหมือนคนก่อนหน้า เขาแค่ผายมือออกด้านข้างทำใจให้ดูโล่งๆ พริบตานั้นมานาที่ควรจะมองไม่เห็นกลับส่องแสงเจิดจ้าจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดูสวยงามซะจนหาคำอื่นใดมาเปรียบเทียบไม่ได้
“เวทมนตร์ประจำตัวเป็สิ่งที่จะแตกต่างกันไปในแต่ละตัวบุคคล” อารันพูดเบาๆพอให้โนอาห์ได้ยินเพียงคนเดียว และนั้นจึงเป็ครั้งแรกที่โนอาห์เริ่มจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว
สิ่งที่ไรอันทำเมื่อมาคิดดูให้ดีจะพบว่าจอมเวทปกตินั้นทำไม่ได้ การร่ายเวทสองบทในเวลาเดียวกันเป็เื่ยากพอๆกับการโคจรลมปราณสองชนิดไปพร้อมๆกัน แต่ไรอันสามารถทำได้เหมือนหายใจก็แสดงว่าเ้าตัวต้องมีความสามารถอะไรพิเศษซุกซ่อนเอาไว้อยู่ ส่วนเดรคคงเป็การเพิ่มความเร็วและพลังให้กับวัตถุจนเกิดเป็เวทมนตร์ขนาดย่อมๆ
เช่นเดียวกับคนอื่นๆที่ผลัดกันมาแสดงเรื่อยๆ ดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
“แต่ทำไมถึงไม่มีใครพูดเื่นี้กันเลยล่ะ” โนอาห์ถามกลับ ถ้าเกิดมีความสามารถระดับนี้กันอยู่จริงๆ ก็สมควรจะเป็ที่โจษจันกันบ้าง ไม่ใช่มีเหมือนไม่มีซะจนเขาไม่รู้สี่รู้แปดอะไรกับคนอื่นด้วยเลย จะว่าไปเ้าพ่อค้าตัวดีก็ไม่ได้บอกเขาั้แ่แรกด้วยซ้ำ
“เื่นี้นายคงเข้าใจยิ่งกว่าใครๆ ไม่มีใครอยากเปิดเผยความสามารถของตัวเองให้คนอื่นดูนักหรอก สิ่งที่เห็นอาจจะเป็เพียงแค่เสี้ยวเดียวที่พวกเขามีก็ได้” อารันยิ้มตอบ “อีกอย่าง เื่พวกนี้มันเป็พื้นฐานในพื้นฐานที่จอมเวททุกคนพึ่งรู้เป็อย่างดี ก็เหมือนกับการที่เราเดินวิ่งได้นั้นแหละ เื่ปกติที่ใครๆก็ทำได้คงไม่ต้องมาโพนทะนาให้คนอื่นเขาฟังหรอกจริงไหม” คำตอบที่กระจ่างแจ้งทุกข้อสงสัยในของโนอาห์อย่างสิ้นเชิง เปรียบไปแล้วก็เหมือนยอดวิชาในแผ่นดินที่เขาจากมา ถ้าไม่จำเป็จริงๆก็ไม่ต้องแสดงให้คนอื่นรู้
เพราะยิ่งรู้กันมากเท่าไหร่ ก็มีความเป็ไปได้ที่จะมีคนค้นพบจุดอ่อนของตัวเองมากขึ้น
เมื่อถึงตอนนั้นเื่ขำขันก็จะไม่น่าสนุกอีกต่อไป
“นั้นรวมไปถึงนายด้วยงั้นสิ” ชายหนุ่มกระตุกรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่ถูกเรียกคนต่อไปก็คืออารันเอง เ้าตัวเพียงไหวไหล่วืดก่อนจะเดินออกไปด้วยสีหน้าปกติชวนหมั่นไส้ยิ่งนัก
แต่ก่อนไปมันก็ทิ้งคำพูดไว้ให้เขาหนึ่งประโยค
“เวทมนตร์ประจำตัวไม่ได้มีกันั้แ่เกิด จอมเวทบางคนค้นพบกันั้แ่อายุเท่าๆกับพวกเรา บางคนก็รู้ตัวว่ามีั้แ่ยังเด็ก หรือแม้กระทั่งพวกที่ไม่รู้อะไรเลยจนตายไป ที่ฉันไม่บอกั้แ่แรกก็เพราะแบบนี้แหละ นายเองจะปวดหัวเอาซะเปล่า” ชายหัวเขียวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วดีกว่าเป็ไหนๆ” คำพูดที่ดูเหมือนจะทำให้โนอาห์ยิ้มออกได้เป็ครั้งแรก
เพราะตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่าควรจะทำยังไงกับเวทมนตร์ประจำตัวดี
ก่อนจะต้องหุบยิ้มลงเมื่อเห็นสิ่งที่อารันมันกำลังทำอะไรอยู่ วงเวทเกือบสิบวงลอยวนอยู่รอบตัว แต่ละวงมีสีสันแตกต่างชวนละลานตายิ่งนัก ถึงแม้จะไม่ทรงพลังหรือสวยงาม แต่ถ้าเื่ของความตระการตาเชื่อได้ว่าในห้องนี้ยากจะหาใครเทียบเคียงได้แล้ว
และยิ่งหนักไปกว่านั้นอีกเท่าตัว เมื่อวงเวทแต่ละวงเริ่มเปลี่ยนลวดลานและสีสันไปเรื่อยๆ รวมทั้งแยกตัวออกจากกันไปมาจนเพิ่มจำนวนวงเวทให้มากขึ้นกว่าเดิม จากหนึ่งเป็สอง จากสองเป็สี่ จนในที่สุดก็มีมากกว่ายี่สิบวงเข้าไปแล้ว
ก่อนที่ทุกอย่างจะหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นเพียงอารันสะบัดมือเบาๆเหมือนไล่แมลง เสียงชมมากกมายรวมถึงคำแซวดังออกมาไม่ขาดสาย ในด้านของความสามารถถึงแม้จะไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่ต่างเชื่อว่าคงไม่น้อยหน้าไปกว่ารูปลักษณ์ภายนอกอย่างแน่นอน
แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่เวทมนตร์ประจำตัวของอารัน
แต่เป็ชื่อต่อไปที่อาจารย์โดโรธีเรียกนี่สิ
“โนอาห์ อิคารอส เชิญลุกมาได้เลยนะจ๊ะ” อาจารย์โดโรธีประกาศชัดถ้อยชัดคำ
โนอาห์ออกไปยืนอยู่หน้าห้องด้วยใบหน้าที่พยายามรักษารอยยิ้มไว้อย่างสุดความสามารถ จริงอยู่ที่เขาพอจะพบหนทางแล้วควรจะทำอย่างไร แต่ในเมื่อคนก่อนหน้ามันดันเล่นไว้ใหญ่ตั้งขนาดนั้น ประกอบกับเสียงเชียร์เกรียวกราวจากพ่อยกที่ไม่รู้เขาไปมีมาั้แ่ตอนไหน คงเป็เพราะผลงานในการสอบอันโดดเด่นของเ้าตัว เลยทำให้คนอื่นๆคิดโนอาห์เก่งกว่าอารัน
และอารันคนที่ว่าก็พึ่งจุดเชื้อเพลิงไปหมาดๆ
“เวทมนตร์ประจำตัวของโนอาห์น่ะ สุดยอดกว่าฉันอีกนะ” ประโยคสั้นๆกับเป็ตัวจุดชนวนได้เป็อย่างดีดังขึ้นออกมาจากปากของเ้าตัว ก่อนเดินยิ้มๆกลับไปนั่งที่อย่างใจเย็น
ในขณะที่โนอาห์นั้นตาค้างไปตั้งนานแล้ว
โนอาห์ลอบถอนหายใจก่อนจะกลับมาสู่ความเป็จริงที่เพื่อนๆที่แสนดีต่างพากันส่งเสียงเชียร์อีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขายังยืนนิ่งอยู่ อาจารย์แม่มดเองก็ได้แต่ยืนยิ้มให้กำลังใจอยู่ทางด้านซ้าย ชายต่างโลกที่แต่เดิมเป็จอมยุทธ์ถอนหายใจเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะเริ่มลงมือแสดงเวทย์ประจำตัวซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะออกมาอีท่าไหน
ลมปราณมหาเมฆา เคล็ดปลดปล่อย
ทุกสรรพสิ่งกลับเงียบเสียงลงราวกับปูทางให้พ่อมดจากต่างโลกผู้นี้สำแดงเดช
เดชอำนาจที่แม้แต่คนจุดเพลิงอย่างอารันยังใรวมถึงตัวโนอาห์เอง