บทที่ 49 มีดเล่มนั้น ทำลายอนาคตแพทย์ศัลยกรรมกระดูก
ลู่ฮ่าวไม่เปิดโอกาสให้กู้ย่าฮุยปฏิเสธ เขาพาเพื่อนไปโรงแรมหล่งซานอย่างมัดมือชก
กู้ย่าฮุยไม่คุ้นเคยกับที่แห่งนี้ เขาทำได้เพียงปล่อยให้ลู่ฮ่าวจัดการ
“ไม่ใช่ว่าแกไปรับคุณปู่ลู่เข้าเมืองหรอกหรือ ทำไมถึงหายหน้าหายตาไปนานขนาดนี้?”
ลู่ฮ่าวตอบอย่างไร้อารมณ์ “มีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อย”
กู้ย่าฮุยเอ่ยปาก “พวกอาจารย์ต่างกังวลเกี่ยวกับมือของนาย ทุกข์ใจกันไปหมดแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะนายไปบังมีดให้เขา คนที่ได้รับบาดเจ็บครั้งนี้ต้องเป็นอาจารย์ นายก็รู้อาจารย์ของพวกเราเป็นหมอมายี่สิบกว่าปี เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกของประเทศ นี่ถือว่านายได้ปกป้องมือผ่าตัดหนึ่งผู้เชี่ยวชาญเอาไว้ โรงพยาบาลอยากให้นายรีบกลับไปรับคำสรรเสริญได้แล้ว”
กู้ย่าฮุยยกนิ้วหัวแม่มือให้เขา “เหล่าลู่ นี่สิถึงเป็นนาย”
ช่วงขึ้นวอร์ด*[1] พวกเขาช่วยกลุ่มนักเรียนแพทย์จากผู้ป่วยที่เกิดคุ้มคลั่งขว้างปามีด ในตอนนั้นมีเพียงลู่ฮ่าววิ่งเข้าไปรับมีดแทนอาจารย์อย่างรวดเร็ว
ส่วนในเรื่องสรรเสริญเป็นสิ่งที่กู้ย่าฮุยกล่าวเพิ่มขึ้นมา ลู่ฮ่าวได้ยินแล้วก็ยังคงเฉยเมย “ก็แค่เรื่องเล็กน้อย แค่นี้ไม่ต้องพูดถึงหรอก”
“ตกแต่งบ้านนายตามต้องการให้หมดแล้วนะ ปรับปรุงเรียบร้อย อย่าว่าแต่คุณปู่อาศัยอยู่ที่นั่นเลย ต่อให้เป็นห้องวิวาห์ของนายยังครบครันเลย”
ได้ยินคำพูดของกู้ย่าฮุย การแสดงออกของลู่ฮ่าวก็แข็งกระด้างเล็กน้อย ดวงตาฉายแววลุ่มลึกออกมา
ห้องวิวาห์…
ชายหนุ่มหวนนึกถึงอักษรมงคลบนกำแพงบ้าน ฉากเจ้าสาวนั่งอยู่บนเตียงแวบเข้ามาในความคิด พลันชะงักเล็กน้อย
กู้ย่าฮุยเห็นเขาหยุดเดินก็เอ่ยแซว “ล้อเล่นน่า รู้หรอกว่านายมันพระถังซัมจั๋ง”
“แบกอะไรมาเยอะแยะขนาดนี้” ลู่ฮ่าวเหลือบมองกล้องห้อยไหล่ของกู้ย่าฮุย “มาเล่นน้ำบนภูเขาหรือไง?”
กู้ย่าฮุยหัวเราะเบา ๆ “บนเนินดินเหลืองสูงนี้จะมีน้ำได้อย่างไร อารองของฉันนะสิ เขาเคยซ่อมรางรถไฟที่นี่มาก่อน ดันคิดถึงรางรถไฟที่นี่ ให้มาถ่ายรูปกลับไปให้ดู”
“อารองไม่ได้ทำธุรกิจหรือ?” ลู่ฮ่าวเคยได้ยินกู้ย่าฮุยบ่นเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวมาก่อน
กู้ย่าฮุยอธิบายว่า “ก่อนจะเข้าสู่วงการธุรกิจเคยเป็นช่างเทคนิคบนรถไฟ สร้างรางรถไฟจากที่นี่หลานเฉิง ก็เลยคิดถึงที่นี่ไง”
ลู่ฮ่าวหยุดตรงทางเข้าโรงแรมหล่งซาน กล่าวด้วยน้ำเสียงซับซ้อน “ถึงแล้ว อยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน”
ใบหน้าของเขาก็ถูกทำลายที่นี่เช่นกัน
ลู่ฮ่าวมองประตูโรงแรมหล่งซาน มุมปากปรากฏรอยยิ้มขมขื่น เพื่อช่วยชีวิตผู้คน ทำให้ตัวเองดูดีมีคุณธรรม เขาจะเสียใจภายหลังไหมนะ?
เขาไม่รู้เลย รู้เพียงแต่ว่า ไม่ว่าจะป้องกันมีดแทนอาจารย์หรือช่วยเฉินเหล่าออกมาจากกองเพลิง ทุกอย่างล้วนเป็นการตอบสนองของสัญชาตญาณในยามวิกฤต
เขาเลยไม่ทันได้พิจารณาไตร่ตรองใด ๆ
กู้ย่าฮุยแบกกระเป๋าเดินทางเข้าไปในโรงแรมหล่งซานกับลู่ฮ่าว
เมื่อถึงแผนกต้อนรับก็เห็นว่ามีหญิงสาวกำลังฟุบหน้างีบหลับอยู่
กู้ย่าฮุยเคาะนิ้วลงบนโต๊ะสองครั้ง “พี่สาว อย่าเพิ่งหลับ ตื่นมารับแขกก่อน”
หญิงสาวได้ยินเสียงผู้ชาย เธอก็ลืมตาขึ้น กำลังจะอ้าปากตวาดด่าคนพูด แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอก็ตกลงมาที่ใบหน้าของลู่ฮ่าว “ฮีโร่ นายฮีโร่วันนั้นใช่หรือเปล่า?”
“พี่สาว เปิดหนึ่งห้อง” หญิงสาวจำลู่ฮ่าวได้ ชายหนุ่มก็ยังสงบนิ่ง มือยกโบกให้กู้ย่าฮุยเอาบัตรประชาชนออกมา
“นายเป็นเพื่อนเสี่ยวลู่ใช่ไหม ใบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง?” หญิงสาวมองมาที่ลู่ฮ่าว สีหน้าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
ในคืนที่เกิดเพลิงไหม้ เธอเข้ากะอยู่ที่นี่ เป็นเธอที่ตะโกนว่าห้องสองศูนย์สามมีคนอยู่ ลู่ฮ่าวคนนี้รีบเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่ถามอะไรสักคำ
ต่อมาก็ได้ยินว่าใบหน้าของชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอรู้สึกเสียใจอย่างมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอตะโกนเรียกให้ช่วย ผู้ชายคนนี้คงไม่บาดเจ็บเช่นนี้
ลู่ฮ่าวเฉยเมยต่อความเป็นห่วงของหญิงสาว เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ดีมากแล้ว"
เธอรับเงินไป แต่ยังไม่รีบไปเปิดห้องให้พวกเขา “คุณรอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวโทรหาหัวหน้าสักครู่”
พูดจบเจ้าตัวก็รีบกดโทรออก
กู้ย่าฮุยยืนอยู่ข้างกาย เห็นการแสดงออกของพนักงานเก็บเงินสาวต่อลู่ฮ่าวก็รู้สึกว่าผิดปกติ
“ฮีโร่อะไร เกิดอะไรขึ้น?” เขาถามลู่ฮ่าวที่ยืนอยู่ข้างกาย
คนผู้นี้ทำความดีกี่อย่างกัน?
"เรื่องเล็ก"
พนักงานเก็บเงินสาวรีบโทรหาหัวหน้าเพื่อรายงานสถานการณ์ จากนั้นก็วางสาย
“สหายลู่ฮ่าว คุณพักที่นี่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย คุณจะอยู่กี่วันคะ?”
"เพื่อนของผมจะพักที่นี่ครับ"
ลู่ฮ่าวมองกู้ย่าฮุย "นายจะอยู่วัน?"
กู้ย่าฮุยได้ยินว่าลูฮ่าวสามารถพักฟรีก็เบิกดวงตากว้างดั่งตาหงส์ ก่อนจะหรี่ตาลง ให้ตายเขาก็ไม่ยอมเอาบัตรประชาชนออกมา “ใช้บัตรประชาชนของนายเปิดไป จองสามวันก่อน”
ลู่ฮ่าวมองชายหนุ่มผู้ร่ำรวยสวมใส่แบรนด์เนมทั้งตัวแล้วถึงกับพูดไม่ออก
กู้ย่าฮุยไม่ยอมหยิบบัตรประชาชนออกมา ลู่ฮ่าวจึงใช้บัตรประชาชนตัวเองเปิดห้องให้กู้ย่าฮุย พนักงานเก็บเงินยิ้มพลางรับบัตรของลู่ฮ่าวมา จากนั้นเปิดห้องทิวทัศน์ที่ดีที่สุดในโรงแรมให้เขา
หลังจากปิดประตู กู้ย่าฮุยก็วางสัมภาระลง เปิดประเด็นถามลู่ฮ่าวทันที “เกิดอะไรขึ้น ทำไมนายกลายเป็นฮีโร่ล่ะ?”
ลู่ฮ่าวอธิบายอย่างรวบรัดตัดตอนเกี่ยวกับการกระทำกล้าหาญของตนตอนช่วยชีวิตคนในกองเพลิง
กู้ย่าฮุยหลังจากฟังจบก็ได้แต่ถอนหายใจ “นายก็เป็นซะแบบนี้”
เพิ่งจะเสียสละตนเองช่วยชีวิตผู้อื่นในโรงพยาบาล กลับมาบ้านเกิดยังช่วยชีวิตคนไว้อีก
กู้ย่าฮุยยังคงติดใจอยู่เล็กน้อย ชายหนุ่มเดินไปห้องน้ำเพื่อล้างมือ ปากยังคงกล่าวตำหนิ “ตอนนี้บาดแผลเป็นอย่างไรบ้าง ให้ฉันดูบาดแผลบนใบหน้าซิว่าไหม้ไปขนาดไหนแล้ว”
พูดจบ กู้ย่าฮุยก็ยื่นมือออกไป แต่ลู่ฮ่าวขวางไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง "ไม่เป็นไร ไม่ต้องดู"
เห็นเขาเป็นแบบนี้ กู้ย่าฮุยก็ตกใจ
ลู่ฮ่าวไม่ยอมให้แกะผ้าก๊อซออก กู้ย่าฮุยเป็นอันต้องยอมแพ้เลยมองไปที่แขนของเขาแทน “แขนเป็นอย่างไรบ้าง?”
ลู่ฮ่าวยกแขนขึ้นสองครั้ง พยายามกำมือ ไม่ได้ปกปิด “ยังสั่นอยู่ ตอนนี้คงพิการไปแล้ว”
ทันทีที่พูดถ้อยคำเหล่านั้นออกมา กู้ย่าฮุยก็รีบปฏิเสธทันที “เป็นไปไม่ได้ พิการอะไรกัน เพิ่งจะผ่านมาเท่าไรกันเชียว กระดูกเสียหายต้องได้รับการซ่อมแซมหนึ่งร้อยวัน นี่ยังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเดือนเลย อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ”
พูดถึงตรงนี้ กู้ย่าฮุยก็เงียบทันที
คนธรรมดายังสามารถหลอกตัวเองได้
แต่พวกเขาเป็นแพทย์ แพทย์ที่รู้จักโครงสร้างร่างกายมนุษย์เป็นอย่างดี
ลู่ฮ่าวได้รับบาดเจ็บที่เส้นประสาท ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเขาจะสามารถฟื้นตัวได้ ในอนาคตไม่รู้ว่าจะกลับเข้าห้องผ่าตัดได้อีกหรือไม่
จู่ ๆ กู้ย่าฮุยก็กระแทกกำปั้นเข้ากับผนังห้อง ตะโกนด่าอย่างโกรธเคืองว่า “บัดซบ คนไข้คนนั้นก็เป็นบ้าแล้วหรือไง ไม่ดูแลกระดูกร้าวของตัวเองให้ดี เอาแต่โทษฝีมือแพทย์ มีอะไรทำไมไม่พูดกันดี ๆ ถึงกับต้องหยิบมีดมาแทงคน สมองกลับไปหมดแล้ว”
ทุกคนในโรงพยาบาลต่างดีใจที่มีดไม่กรีดแขนของหัวหน้าแผนกโรคกระดูก ไม่เช่นนั้นมือของศัลยแพทย์แผนกโรคกระดูกที่ผ่านการอบรมมาหลายสิบปีของประเทศจะต้องถูกทำลาย
แต่มีเพียงไม่กี่คนที่คิดว่ามีดเล่มนั้นอาจตัดความฝันและทำลายอนาคตของแพทย์หนุ่มอย่างลู่ฮ่าว
มีดเล่มนั้น ทำลายอนาคตแพทย์ศัลยกรรมกระดูกไปเสียแล้ว
กู้ย่าฮุยเป็นคนช่างพูดเสมอมาก แต่ในเวลานี้เขาพูดอะไรไม่ออก ลู่ฮ่าวก็เงียบเช่นกัน บรรยากาศในห้องเงียบงันลงในทันใด
ลู่ฮ่าวคุ้นเคยกับความเงียบ แต่กู้ย่าฮุยทนบรรยากาศเช่นนี้ไม่ได้ เขาจึงต้องเปลี่ยนเรื่อง
“ใช่แล้ว คุณตาฝากถามว่าใบสั่งยาของนายมาจากไหน”
ลู่ฮ่าวตอบกลับ “แพทย์แผนจีนพื้นบ้านเป็นคนออกให้”
กู้ย่าฮุยบ่นพึมพำ “คุณตาศึกษาใบสั่งยาแพทย์แผนจีนมาทั้งชีวิต ใบสั่งยาที่ทำให้เขาประหลาดใจมีน้อยมาก แต่ใบสั่งยาของนาย คุณตามองเหมือนเป็นสมบัติล้ำค่า เขาถึงกับเขียนลงไปด้วย แถมยังโทรไปโอ้อวดกับเพื่อนเก่าของเขาเหมือนตัวเองออกใบสั่งยาให้เองอย่างไรอย่างนั้น”
คาดไม่ถึงว่าใบสั่งยาที่ทำให้คุณตาประหลาดใจจะมาจากแพทย์แผนจีนพื้นบ้าน
กู้ย่าฮุยถอนหายใจ “ดูเหมือนว่ายอดฝีมืออยู่ในหมู่ชาวบ้าน คำกล่าวนี้น่าจะไม่ใช่เรื่องโกหก”
คุณตาของกู้ย่าฮุยยอมรับใบสั่งยาของเจียงหนาน ลู่ฮ่าวรู้สึกคาดไม่ถึงเป็นอย่างมาก
ในขณะเดียวกันก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น คุณปู่กินยาจีนเข้าไปแบบนี้ ไม่แน่อาจจะได้ผลก็ได้
ตอนนั้นเองลู่ฮ่าวก็นึกถึงยาฟื้นฟูที่เจียงหนานเคยพูดถึง
ใช้กับรอยแผลไฟไหม้เห็นผลชะงัดนักงั้นหรือ?
กู้ย่าฮุยศอกเข้าอย่างจังใส่ชายที่กำลังเหม่อลอย กล่าวต่อว่า “คุณตาให้นายขอข้อมูลแพทย์พื้นบ้านคนนั้นให้หน่อย”
เรื่องนี้ลู่ฮ่าวไร้ความสามารถจะช่วยเหลือ "คนในชนบทไม่มีเครื่องมือสื่อสารหรอก"
“อย่าบอกนะว่า” กู้ย่าฮุยพุดต่อ “ฉันมาที่นี่พร้อมภารกิจ หนึ่งคือเยี่ยมนายแทนอาจารย์ สองคือถ่ายรูปให้อารอง และสามคือขอช่องทางการติดต่อแพทย์แผนจีนคนนั้น ฉันทำคุณตาโกรธไม่ได้หรอก ฉันต้องทำภารกิจให้สำเร็จเท่านั้น”
โดยเฉพาะคุณตา ก่อนกู้ย่าฮุยจะออกเดินทาง ชายชราย้ำเขามาเป็นพันครั้ง
หากไม่ได้ข้อมูลติดต่อแพทย์แผนจีนผู้นั้น เขาไม่ต้องคิดจะกลับบ้านเลย
*[1] วอร์ด มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Ward หมายถึง ห้องพักผู้ป่วยที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาล บ้างก็เรียกว่า ‘ตึกผู้ป่วย’ ‘ตึกผู้ป่วยใน’ ‘หอผู้ป่วย’ ‘ตึกคนไข้’ เป็นต้น