หญิงสาวนักผจญภัยเดินตามรีออนมาแบบงงๆ เธอเดินตามชายคนที่ทำให้เธอรอดพ้นจากวิกฤตมาได้ หากไม่มีเขาคนนี้เธอคงจะตกนรกหมกไหม้ไปตลอดชีวิตที่เหลืออย่างแน่นอน ตอนที่โจรป่า และมีชื่อเสียงมากขนาดนั้นเธอก็ทำใจไว้แล้วในส่วนหนึ่ง แต่ภายในใจลึกๆก็ยังหวังที่จะให้พวกเพื่อนที่เป็นนักผจญภัยช่วยเหลือในตอนนั้น ยอมรับเลยว่าเธอรู้สึกผิดหวังในการกระทำของพวกเขาเหล่านั้นมาก และการที่เธอตัดสินใจเดินตามชายคนนี้มาอย่างไม่ลังเล มันก็ยังดีกว่าที่จะอยู่รวมกลุ่มกับคนที่ไม่มีน้ำใจรักตัวกลัวตายอย่างนั้น รีออนพาเธอเดินมาที่กลุ่มของแคทเทอรีน ที่เบียทีสกำลังแอบดูลาดเลาอยู่ตรงประตูรถม้า เมื่อเธอเห็นว่ารีออนเดินเข้ามาก็รีบบอกกับนายหญิงของตัวเองว่าท่านรีออนกลับมาแล้ว แคทเทอรีนรีบวิ่งเข้ามาหารีออนด้วยความเป็นห่วงเป็นใย มันผิดแปลกจากที่มันควรจะเป็นไปมาก ทำไมเธอถึงต้องเป็นห่วงเขาทั้งๆที่พึ่งพบเจอกัน แต่เรื่องของหัวใจที่มันเรียกร้อง มันก็ช่วยไม่ได้เลยที่จะไม่ทำตามสิ่งที่มันขอ เธอวิ่งมาหยุดด้านหน้าของรีออนก่อนจะกล่าวออกมา“ท่านรีออน เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นรึเจ้าคะ... แล้วท่านได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เธอกล่าวออกมาอย่างร้อนรน มองไปรอบๆตัวของชายคนที่เธอเป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้พบอะไรผิดสังเกตเลย ส่วนทางด้านของรีออนก็ยังคงคิดอยู่ภายในจิตใจว่าจะกล่าวออกไปดีหรือไม่ เพราะว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นคือโจรป่าบุกปล้น ด้วยความที่เขาห่วงความรู้สึกคน และยิ่งกับคนที่พึ่งจะพบกับเรื่องอย่างนี้เมื่อตอนเช้าอีก มันยิ่งทำให้เขาต้องคิดเข้าไปใหญ่ กลัวว่าพวกเธอทั้งสามคนจะคิดมากจนวิตกกังวลใจ เขาคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบกลับออกไป“แค่กระต่ายวิ่งชนกับดักที่ข้าทำไว้น่ะ ไม่ได้มีอะไรหรอก.. แต่ก็เล่นเอาซะตกอกตกใจกันหมดเลยทั้งค่าย” รีออนกล่าวออกไป มันสร้างความสงสัยให้กับหญิงสาวคนที่ตามมาเป็นอย่างมาก และไม่นานแคทเทอรีนก็พึ่งจะสังเกตเห็นตัวของเธอเข้า เธอจึงถามว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใคร
รีออนเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็แต่งเรื่องออกไป การที่จะเล่าความจริงออกไปนั้นมันก็เกี่ยวกับโจรป่าพวกนั้นอยู่ดี และเรื่องที่เขาแต่งมาเล่าให้ทั้งสามคนฟังนั้น มันก็ทำให้พวกเธอเข้าใจหัวอกคนเป็นผู้หญิงเหมือนกัน จึงต้อนรับเธออย่างดี แถมยังให้เข้ามาพักผ่อนภายในรถม้าด้วยกันอีก เรื่องที่เล่านั้นก็จะประมาณว่า เธอคนนี้กำลังจะถูกข่มขืนจากเหล่านักผจญภัยผู้ชายที่เห็นว่าเหตุการณ์กำลังชุลมุนวุ่นวาย จึงแอบทำอะไรไม่ดีไม่ร้ายกับเธอคนนี้ และเธอก็มีชื่อว่า ‘มิรา’ หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จสิ้นแล้ว แน่นอนว่ามิรากล่าวขอบคุณรีออนเป็นการใหญ่ที่ได้ช่วยเหลือเธอเอาไว้ จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันพักผ่อน จนถึงยามเช้าตรู่ และไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกเลยหลังจากผ่านเรื่องนั้นมาได้ มิราตัดสินใจที่จะกลับเมืองพร้อมกับแคทเทอรีน และดูเหมือนว่าพวกเธอจะสนิทกันมากขึ้นอีกด้วย พวกเขาคาดว่าไม่น่าจะเกินเวลาเที่ยงวันก็น่าจะเดินทางถึงที่หมายเมืองเลบานอลแล้ว หลังจากที่ทานอาหารเช้ากันแล้ว พวกเขาก็ออกเดินทางในทันที ซึ่งแคทเทอรีนก็เป็นคนบังคับม้าเหมือนอย่างเคย แต่ในตอนที่ถนนหนทางเป็นเส้นตรงนั้น เธอมักจะยื่นเชือกเอาไว้ให้รีออนลองขับดูบ้าง ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่น่าหมั่นไส้มาก สำหรับคนภายในรถม้าที่ต้องมาดูทั้งสองคนพลอดรักกัน“ดูเหมือนว่าคุณหนูของพวกเราจะได้พบกับชายที่ตัวเองต้องการเสียแล้ว.. เห้อ ดูซิ เล่นซะข้าก็อยากมีอย่างนั้นบ้างเลย พวกเจ้าสองคนคิดเหมือนกันหรือไม่” เบียทีสกล่าวออกมา พร้อมกับยิ้มหวานออกมา เมื่อเห็นคุณหนูของเธอแอบจับมือของท่านรีออน และแน่นอนว่าเธอก็จินตนาการการจับมือของตัวเองเป็นมือของชายในฝันอย่างฟินๆ“ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ ข้าอยากเห็นคุณหนูของเรามีความสุขอย่างนี้ไปตลอดเลย.. ถ้าไม่ติดเรื่องของท่านมาร์ควิสเจอริโก้ ล่ะก็..” บีเรียกล่าวออกมาอย่างจนใจ เธอรู้เหตุ และผลว่าทำไมท่านมาร์ควิสบิดาของคุณหนูต้องการให้แคทเทอรีนแต่งงานกับองค์ราชทายาทสวะนั้นดี เพราะว่าหากแต่งเข้ากับตระกูลของพระราชาแล้ว และยิ่งเป็นองค์รัชทายาทนั้นอีก มีหรือตำแหน่งสำคัญที่มีให้ใช้เฉพาะพระเครือญาติอย่างดยุค จะไม่ตกมาถึงเขาคนที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรในตอนนี้ก็กลับรู้เรื่องมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือมิราที่พึ่งจะรู้ว่าจริงๆแล้วแคทเทอรีนที่เธอพูดคุยกันอย่างสนิทสนมเมื่อคือนั้นจะเป็นถึงว่าที่องค์ราชินีในอนาคตของอาณาจักรนี้ เธอที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง และลองคิดทบทวนดูอีกที ว่าเมื่อคืนเธอได้ทำอะไรที่ไม่ดีกับแคทเทอรีนบ้างพวกเขาเดินทางไปเรื่อยๆ และใกล้ที่จะถึงตัวเมืองแล้ว แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็ปรากฏออกมา ทำให้พวกเขาถึงกับตกใจ มันเป็นนกตัวสีฟ้า ลักษณะคล้ายๆกับนกกระจอกเทศในโลกก่อนของรีออน และแน่นอนว่ามันวิ่งเร็วเป็นอย่างมาก แคทเทอรีนที่กำลังควบคุมม้าอยู่ก็ตกใจหักรถม้าหลบทันที แต่มันก็ยังโชคดีที่รถม้าไม่ตกลงไปข้างทาง เพราะด้วยประสบการณ์ของแคทเทอรีนที่ขับขี่ม้ามาตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เธอสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันการณ์ พวกเขามองยังตัวของสัตว์เจ้าปัญหาที่วิ่งเข้ามาตัดหน้าพวกเขา เมื่อแคทเทอรีนมองมันไปดีๆแล้ว เธอก็อุทานออกมาว่า“นั่นมัน...บูลรันเนอร์นี่น้า...” รีออนที่ได้ยินก็รู้สึกสงสัยว่าทำไมเธอถึงดูตกใจมากขนาดนั้น เพราะตัวของเขาที่มาจากโลกก่อน ไม่ได้รู้ถึงความสำคัญของสัตว์เจ้าตัวนี้เลย ถึงจะพอศึกษาเรื่องราวมาจากหนังสือตอนสมัยอยู่พระราชวังซาทารอส แต่มันก็ไม่ได้ละเอียดมากนัก“แล้วมันตัวอะไรล่ะนั่น นกกระจอกเทศสีฟ้าชัดๆ” รีออนสบถออกมาหลังจากมองมันดีๆแล้ว แต่แคทเทอรีน และคนอื่นๆเมื่อได้ยินว่า ‘นกกระจอก’ ก็รีบหันมามองหน้ารีออนกันใหญ่ พวกเธอตกใจที่ชายคนนี้กล้าเรียกบูลเบิร์ดว่านกกระจก เพราะมันเป็นสัตว์อสูรที่จับตัวมันได้ยาก ภายในตลาดกว่าจะได้มันมาขายก็เรียกว่านานๆทีจะมีสักครั้ง และอีกอย่างราคาของมันค่อนข้างที่จะสูงเอามากๆ“ท่านรีออน...ข้าเข้าใจว่าท่านมีความสามารถ.. แต่เจ้าบูลรันเนอร์นั้นถึงมันจะเป็นนกกระจอกสำหรับท่าน แต่มันก็หาตัวจับได้ยาก และอีกอย่างมันเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ขนของมันสามารถเอาไปทำชุดราตรีได้อย่างงดงาม ด้วยความหายากนี้มันทำให้ชุดๆนั้นราคาพุ่งสูงไปถึง 25 เหรียญทองเลยทีเดียว นอกจากนั้นเนื้อของมันยังหวานหอม และน่ารับประทานอย่างยิ่ง...” เมื่อได้ยินคำอธิบายของแคทเทอรีน ดวงตาของรีออนก็เปร่งประกายเป็นรูปเหรียญทองในทันที และจินตนาการถึงเงินที่จะได้รับ ถึงตอนนี้เขาจะมีเงินที่มากมายถึง 10 เหรียญทองกับอีกเศษๆที่ติดตัวมา แต่การเพิ่มเงินให้กระเป๋าตัวเองนั้น มันเป็นเรื่องที่สมควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะโลกนี้ยังมีอะไรที่เขาอยากจะศึกษาวิจัยอีกมากมาย ดังนั้นมีเงินมากไว้ก่อนมันก็จะดีกว่า“แล้วทำไมเจ้าไม่พูดออกมาตั้งแต่ทีแรกเล่า” รีออนพุ่งตัวไปหวังที่จะจับมันในทันที แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่รีออนคิด เจ้านกตัวนั้นจู่ๆมันเร่งฝีเท้าเพื่อจะหนีเขาไปให้ไกล เพราะมันจับจิตสังหารของรีออนได้เป็นอย่างนี้ เมื่อมันเพิ่มความเร็วอย่างกะทันหัน มีหรือที่รีออนจะยอมน้อยหน้า เขาวิ่งเข้าไปข้างๆมัน ก่อนที่จะยิ้มให้มันไปหนึ่งช็อต แน่นอนว่าเจ้านกนั้นมันถึงกับตกใจ มันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมนุษย์คนนี้ถึงวิ่งตามมันได้ทัน ทั้งๆที่คนอื่นๆที่มันเคยพบเจอ ไม่มีใครตามความเร็วของมันได้เลยสักคน แต่มันก็ได้เพียงแค่คิดเพียงเท่านั้น จู่ๆมือของรีออนที่กำหมัดอยู่นั้นก็เข้าปะทะที่หัวของมันอย่างจัง และนั่นมันก็เป็นภาพสุดท้ายที่เจ้านกนั้นเห็น ก่อนที่ภาพจะดับลงไป