บทที่ 5
วันเวลาผันผ่านขอทานน้อยในวันนั้น กลายมาเป็เด็กเวรในวันนี้ ครานี้หลินเซียวได้ขวัญกล้าเทียมฟ้าก่อวีรกรรมครั้งใหญ่จนทำให้โม่อวี้หรานของขึ้น อย่างไม่เคยเป็มาก่อน
หลินเซียวในวัยเจ็ดขวบแอบลงเขาครั้งแรก ทางขึ้นเขาสำนักเทียนซิน แม้จะไม่มีอันตรายมากมายนัก มีเพียงปีศาจชั้นต่ำที่เร่ร่อนอยู่รอบๆ เขาเท่านั้น แต่สำหรับเด็กน้อยที่พึ่งก่อลมปราณได้ กลับเปรียบเสมือนมดไรเมื่อเจอกับพวกมันทั้งฝูง การจะเอาตัวเองไปประเคนให้มันถึงที่ จะให้เรียกว่าสติดี คงไม่ได้กระมัง
ใต้เขาเทียนซินปรากฏร่างเด็กน้อยหัวทุยในชุดแดงเข้ม มือซ้ายถือไม้เท้า มือขวาถือกระบี่ไม้สำหรับฝึกของสำนัก ยืนหมดแรงท่าทางน่าสงสาร ผมเผ้าพะรุงพะรัง หน้าตามอมแมมถ้าไม่ติดว่าเสื้อผ้าที่ใส่อยู่เป็ของชั้นดี คงไม่ต่างจากขอทานเมื่อตอนนั้นกระมัง
หลินเซียวเดินลงเขามาผ่านบรรไดไม่รู้กี่พันขั้น แรกๆ ะโทีสี่ขั้น พลังปราณล้นเหลือโดดด่องๆ พักหลังเริ่มหาไม้เท้ามาช่วยพยุงผ่านไปอีกสักพักเขาแทบคลานเสียด้วยซ้ำกว่าจะถึงตีนเขา พลังปราณเหือดแห้งแทบลมจับ
ภาพเมืองที่แสนวุ่นวาย ปรากฏแก่สายตา ร้านรวงพ่อค้าแม่ขายเปิดเพิงเต็มสองข้างทาง โรงสุราสูงสง่าเบื้องหน้ามีหอโอสถ เื้ัมีหอโคมแดง ใกล้ๆ มีการแสดงไต่เชือกจะตกอยู่รอมร่อช่างตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก เด็กน้อยแม้จะเคยร่อนเร่มาก่อน แต่หลายเมืองที่เขาเคยพบเจอ ไม่ได้คึกคักเช่นนี้
สายตาโดดดึงดูดด้วยสิ่งล่อตาล่อใจมากมายเดินหลงทิศหลงทาง เขาใจหายเพราะกลัวจะกลับสำนักไม่ถูก เดินไปเดินมาตรงหน้ามีร้านขายของจิปาถะเก่าๆ ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว หลินเซียวกำลังจะเปิดประตู แต่ประตูถูกผลักออกมากระแทกหน้าเขาก่อน
ร่างเล็กในชุดสีแดงหงายหลัง เงยหน้ามาพบเด็กน้อยอายุใกล้เคียงกับเขาแต่งกายด้วยผ้าไหมชั้นดีลายเมฆาสีเขียวอ่อน ดูแล้วน่าจะเป็คุณชายบ้านใด หว่างคิ้วขมวดแทบเป็ปมเมื่อพบว่าตัวเองชนกับเด็กที่ไหนไม่รู้ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเตรียมเดินจากไป
“เ้าจะไปไหน ขอโทษข้าเดี๋ยวนี้!” หลินเซียวตาแดงเด้งตัวขึ้นไปกระชากหัวอีกฝ่าย
“เ้ามายืนขวางประตูเองทำไม”
เด็กน้อยชุดเขียวกระชากกลับ ทั้งสองตะลุมบอนอย่างไม่ยอมแพ้
“ฮึก เ้าหน้าขนข้าจะฟ้องศิษย์พี่ข้า”
หลินเซียวเริ่มน้ำตาแตก จากเดิมที่ใจเสียอยู่เพราะมีชนักติดหลังแอบลงเขา มาคนเดียวทั้งยังหลงทาง ไหนจะมาโดนประตูกระแทกหน้าอีก
เด็กน้อยชะงักกึก เริ่มทำตัวไม่ถูก ปกติเขาต่อยตีกับเด็กแถวนี้ประจำ แต่ไม่เคยตีใครจนร้องไห้แบบนี้มาก่อน
“เ้าปล่อยข้าก่อน แล้วข้าจะปล่อยเ้า ”เด็กน้อยว่าพลางผ่อนแรง
หลินเซียวใช้กระบี่ไม้ฟาดแขนเด็กชุดเขียวรัวๆ "เ้าสิปล่อย! ฮึก แงง ”
เด็กชุดเขียว “ข้านับหนึ่งถึงสามปล่อยพร้อมกันนะ”
หนึ่ง สอง สาม พรึ่บบบ
หลินเซียวกระชากคอเสื้อเด็กชุดเขียวล้มกองไปกับพื้น
ทั้งคู่เกือกกลิ้งอยู่ครู่นึงก็หยุดเพราะหมดแรง เด็กสองคนมองหน้ากันที่อยู่ในสภาพมอมแมม หลินเซียวจากที่ดูไม่ได้อยู่แล้วตอนนี้ยิ่งแล้วใหญ่เป็ขอทานไปเรียบร้อย
เด็กชุดเขียว “เ้าหยุดร้องได้หรือไม่ ข้าขอโทษก็ได้”
หลินเซียวน้ำตาแตก “เ้าไปไกลๆ ข้า ข้าจะหาศิษย์พี่ใหญ่ ฮือ ”
เด็กชุดเขียวลุกขึ้นพยุงหลินเซียวปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าให้ พร้อมยัดลูกอมเข้าปากหลินเซียวเม็ดนึงแล้วถาม “เ้ามาจากที่ใด ”
หลินเซียวชี้ขึ้นไปขนเขา “ข้ามาจากบนนู้น” ปากอมลูกอมแก้มป่อง
เด็กชุดเขียวผงะ เ้าเด็กสภาพขอทานนี่เป็ศิษย์สำนักเทียนซินงั้นรึ ไหงถึงอ่อนแอเช่นนี้เล่า
“ข้าหลงทาง” หลินเซียวจับแขนเสื้ออีกฝ่ายมองตาปริบ หยาดน้ำตาหยดติงๆ เด็กชุดเขียวหมดคำจะพูด
“งั้นข้าจะพาเ้าไปส่งเอง” เด็กชุดเขียวจูงมือหลินเซียวเดินย้อนกลับไปทางเข้าเมือง หลินเซียวเดินตามเด็กชุดเขียวต้อยๆ อย่างเรียบร้อย ปากยังคงอมลูกอมเม็ดนั้นไว้อยู่
“ท่านช่างดียิ่งนัก” หลินเซียวเอ่ยขึ้น เหมือนลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยฟาดเขาเยี่ยงไร พลางจับมือเด็กชุดเขียวแน่น
“ข้าดีอย่างไร ”เด็กชุดเขียวมองหน้าหลินเซียว
“ท่านให้ลูกอมข้า ”หลินเซียวยิ้มแป้น ตาที่แดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาเมื่อไม่กี่เค่อที่แล้วโค้งเป็รูป
เด็กชุดเขียวหันขวับมามองหลินเซียวอีกรอบ ใครให้ของกินก็ว่าดีหมดเลยรึ เ้าเด็กนี่ใจง่ายเกินไปรึเปล่า
“เ้ามีชื่อว่าอย่างไร ”
“หลินเซียว ท่านเล่า? ”เขาตอบเสียงใส
“ข้าสวี่ผิงอัน ”เด็กชุดเขียวตอบ
หลินเซียว “พี่ผิงอัน ท่านรู้ทางได้อย่างไร ”
สวี่ผิงอัน “แถวนี้คือถิ่นข้า”
หลินเซียวหยุดเดิน รั้งแขนสวี่ผิงอันไว้ “ข้าอยากหาศิษย์พี่ใหญ่ แต่ข้าปวดขาแล้ว ”
สวี่ผิงอัน “งั้นเ้าขี่หลังข้า ”
หลินเซียวะโขึ้นหลังสวี่ผิงอันอย่างคล่องแคล่ว กอดคอเกี่ยวขาแน่น
“ท่านช่างดียิ่งนัก ”พูดจบหลินเซียวก็ผลอยหลับไป สวี่ผิงอันรวบรวมพลังปราณไว้ที่ขาก่อนจะสะกิดฝ่าเท้าะโสี่ห้าทีก็ถึงยอดเขาแล้ว หลินเซียวงัวเงียไม่รู้ความ รู้ตัวอีกทีตรงหน้าก็ปรากฏใบหน้าถมึงทึงของศิษย์พี่ใหญ่แล้ว
เด็กน้อยะโลงจากหลังสวี่ผิงอันวิ่งไปหาโม่อวี้หราน ในสภาพสกปรกมอมแมม โม่อวี้หรานหิ้วคอเสื้อหลินเซียวคำนับให้สวี่ผิงอันหนึ่งที ก่อนจะลากคอหลินเซียวเข้าสำนักไป
ยังไม่ทันจะได้คาดโทษเ้าตัวดีกลับชิงจับไข้สลบสไหลไปก่อน เนื่องจากใช้พลังปราณจนเกือบหมด โม่อวี้หรานกับมู่ไป๋ผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลหลินเซียว ส่วนโหย่วจิ่งทำหน้าที่ต้มยาหม้อกรอกปากศิษย์น้องเล็ก ดูแลกันไปสามสี่วันหลินเซียวก็ฟื้นมาทำหน้าสลอนหัวหด ด้วยคนกลัวความผิด
“ข้าบอกแล้วว่าเ้าเด็กนี่น่ากลัว” โหย่งจิ่งจับยากรอกปากหลินเซียวไป บ่นไป
“อ่อก ค่อกแค่กๆ ศิษย์พี่สามท่านจะฆ่าข้ารึ”
"สมควรโดร สมควรโดน" มู่ไป๋พยักหน้า
“เป็อย่างไร ลงเขาไปครานี้ สนุกหรือไม่” โม่อวี้หรานนั่งกอดอก จ้องหน้าหลินเซียวเขม็ง ในมือมีกระบี่ไม้ไว้ใช้ทำอะไรก็ไม่อาจทราบได้
หลินเซียวหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากมู่ไป๋ แต่กลับโดนเมิน เด็กน้อยยู่หน้าใส่เขา ก่อนจะหันมายิ้มให้โหย่วจิ่ง จึงโดนกรอกยาใส่ปากอีกรอบ ทำเอาสำลักหน้าเขียวหน้าแดง
หลินเซียววิ่งไปคุกเข่าแทบเท้าโม่อวี้หรานมือจับแขนทำหน้าอ้อน “ข้าผิดไปแล้วศิษย์พี่ใหญ่ ”
โม่อวี้หรานสะบัดแขนออก “โอ้ รู้ด้วยว่าตัวเองผิด ”
หลินเซียวเงียบไม่เอ่ยปาก ในใจกลัวศิษย์พี่ใหญ่ยิ่งนัก ตอนนี้ได้แต่ทำใจดีสู้เสือไปก่อน
“เ้ารออาจารย์กลับมาก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องอาจารย์แน่ ”
โหย่วจิ่งซ้ำเติม หลินเซียวเบ้ปากใส่โหย่วจิ่งก่อนจะหันมาเจอหน้าดุๆ ของโม่อวี้หราน แล้วก้มหน้าลงเหมือนสำนึกผิดเสียเต็มที
“เ้าโดนแน่ เ้าโดนแน่” มู่ไป๋พยักหน้า
“เ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่พาเ้ามาส่งคือผู้ใด” โม่อวี้หรานถาม
“พี่ผิงอันน่ะรึ ทำไมขอรับ” โม่อวี้หรานหน้ากระตุก เ้าเด็กนี่ลงเขาไปวันเดียวกลับถึงขั้นเรียกชื่อกันอย่างสนิทสนมเสียแล้ว
“เขาเป็ศิษย์เอกของอาจารย์ลุงยอดเขาชิงเฟิง ก่อนจะเข้าสำนักฐานะเขาเป็ถึงองค์ชายเ้าตัวดีเ้าไปรบกวนเขาได้อย่างไร” โม่อวี้หรานบิดหูหลินเซียว ที่โม่อวี้หรานรู้เพราะเขาก็มาจากที่เดียวกับสวี่ผิงอัน
หลินเซียวตาโตนี่เขาถึงกับไปทึ้งหัวองค์ชายของแคว้นเข้าแล้ว ขวัญกล้าเสียจริง
หลินเซียวเล่าเื่ราวให้ศิษย์พี่ทั้งหลายฟัง โม่อวี้หรานถึงกับเหม่อลอย ก่อนจับกระบี่ไม้วิ่งไล่ฟาดหลินเซียวทั่วสำนัก โหย่วจิ่งกับมู่ไป๋หัวเราะลั่น
กว่าจะสำเร็จโทษได้หลินเซียวโดนฟาดจนตัวเขียวตัวม่วงกลับไปล้มหมอนนอนเสื่ออีกรอบ โหย่วจิ่งทำหน้าที่หมอยาที่ดีจับหลินเซียวพอกสมุนไพรทั่วร่าง ปล่อยให้แห้งจนแข็ง แล้วเอาลงไปแช่ในน้ำอุ่น ใช้กระบวยคนหมุนๆ วนๆจนหลินเซียวลายตา รับการรักษาอย่างเต็มรูปแบบ
สามวันให้หลังหลินเซียวอาการดีขึ้นพร้อมทั้งตัวเขียวคล้ำด้วยสมุนไพรนานาชนิดที่โหย่วจิ่งใช้พอกร่างเขา แต่ใบหน้ากลับสีเหลืองอ๋อย เป็ที่ขบขันกันไปหลายวัน หลินเซียวได้แต่แง่งอนศิษย์พี่สามเพราะมีความผิดจึงได้แต่ยอมเป็ตัวตลกของสำนัก
จะว่าไปแล้วพี่ผิงอันเป็อย่างไรบ้างนะ ยอดเขาชิงเฟิงอยู่ที่ใดกัน ยังไม่ได้ถามให้รู้ความก็โดนศิษย์พี่ใหญ่ไล่ฟาดก่อนแล้ว หากมีวาสนาคงได้พบกันกระมัง หลินเซียวคิดพร้อมทั้งแทะตีนไก่ตาลอย