วันที่ 33 เดือนเยอร์รัส ปีที่ 20
***แม่สาวเอลบ (A-) [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
“จากนี้ไปพื้นที่ทุกภาคส่วนของป่าทิศเหนือจะถูกจัดใช้เป็สนามสอบภาคสนามของนักเรียนการทหารปีหนึ่ง คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโปรดรีบออกไปจากพื้นที่ด้วย กิว~”
เสียงประกาศของอาจารย์เผ่าภูติคนหนึ่งได้ดังไปทั่วพื้นที่ทิศเหนือของโรงเรียน
พอรู้ตัวอีกทีก็ถึงวันสอบกลางเทอมไปแล้ว
แต่ฉันกลับรู้สึกว่าไม่จำเป็ต้องจริงจังกับการสอบมากเท่าไหรอีกต่อไป
ถ้าเป็นักเรียนรุ่นก่อน พวกเขาจะต้องพยายามอย่างหนักในการเอาตำแหน่งโควต้ามา เพื่อให้ได้ไปลงพื้นที่จริงเร็วที่สุดกัน
แต่เนื่องจากมีความ้ากำลังคนจำนวนมากสำหรับการบุกเบิกทวีปใหม่ ทางรัฐบาลเลยตัดสินใจสนับสนุนด้วยเงินทุนจำนวนมหาศาล
ผลลัพธ์ที่ได้คือนิคมขนาดใหญ่กับโรงเรียนสาขาบนพื้นที่บุกเบิกในทวีปใหม่นั่นเอง
เป็โชคดีของฉันที่เกิดมาในรุ่นซึ่งพวกเขาสร้างนิคมเสร็จพอดี
ดังนั้นฉันจึงเข้าสอบในวันนี้ด้วยอารมณ์ที่แปลกไปจากคนอื่น
นั่นคือการที่จะได้สนุกไปกับเื่ราวความรักของพรุนกับโฮปยังไงละดอง!
"เชิญนักเรียนปีหนึ่งเข้าสนามสอบได้ โจทย์สอบคือ [จงทำการบุกเบิกพื้นที่จำลองสมมุติ] กำหนดการสี่ชั่วโมง ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องสื่อสารทุกประเภท รวมไปถึงอุปกรณ์ไฮเทคช่วยเหลือทุกชนิด พื้นที่บุกเบิกในทวีปใหม่มันไม่มีของสะดวกสบายแบบนั้นให้ใช้หรอกนะกิว~"
ผู้คุมสอบกล่าวเช่นนั้นปิดท้าย ก่อนจะเริ่มเปิดฉากการสอบขึ้น
ได้เวลาเริ่มทำตามแผนการแล้วดอง~
ตามปกติแล้ว ประเภทของสัตว์อสูรที่อาศัยในป่าของโรงเรียนจะถูกแบบออกเป็สองส่วนใหญ่ ๆ
หนึ่งคือส่วนป่าธรรมชาติที่ปล่อยให้มีสัตว์อสูรอยู่อาศัยตามระบบนิเวศจริง
สองคือผืนป่าปลอมสำหรับใช้ฝึกต่อสู้ที่มีแต่โกเลมจำลองระบบนิเวศของพวกอสูร
ซึ่งในตอนนี้ พื้นที่ผืนป่ากว้างประเภทที่สองตรงหน้ากำลังถูกรุกรานด้วยฝูงนักเรียนสวมผ้าคลุมสีเทานับพันคน
มีทั้งนักเรียนที่ทำแผนที่ด้วยการสำรวจอย่างค่อยเป็ค่อยไป
มีคนที่สนใจเพียงแค่สำรวจทรัพยากรณ์ แล้วเริ่มทำการถางป่า ะเิูเา เผากระท่อมเพื่อความรวดเร็วในการเข้าถึงพื้นที่
มีแม้แต่พวกสมองกล้ามที่มุ่งมั่นต่อการปราบอสูร แล้วพุ่งเข้าไปในส่วนลึกของป่า
ผลลัพธ์ของการบุกเบิกนักเรียนที่เปี่ยมไปด้วยความฝันนั้น กำลังทำให้สิ่งแวดล้อมตรงหน้าถูกทำลายจนเหี้ยนภายในพริบตาเดียว
ไม่คิดจะรักษาธรรมชาติกันหน่อยเลยหรือยังไงดอง?
"กลุ่มของเรามาเน้นเก็บคะแนนด้วยการทำแผนที่กันเถอะดอง"
"... หืม!? "
โฮปหันมาจ้องทางฉันด้วยแววตาที่ตื่นใ
"เออ… ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นละดอง? "
"เปล่า แค่คิดว่าเธอไปกินยาลืมเขย่าขวดมาหรือยังไงนะ เพราะปกติเธอต้องพูดประมาณว่า [ไปล่าอสูรโหด ๆ กันเถอะดอง!] แบบนั้นสิ"
เค้าไม่ได้สมองกล้ามนะ! ก็… อยากจะตบมุขแบบนั้นอยู่ แต่เดียวมันจะลากยาวเลยหยุดตัวเองเอาไว้ก่อน
ตอนนี้ต้องหาทางแยกตัวให้โฮปกับพรุนได้อยู่กันสองต่อสองแบบเนียน ๆ เป็อันดับแรกต่างหาก
"เดียวพวกเราจะไปสำรวจพื้นที่ติดริมน้ำ ฝากพวกพรุนกับโฮปไปสำรวจทำแผนที่ตรงป่าด้านในทีดอง"
"ทำไมถึงต้องแยกกลุ่ม? แล้วทำไมถึงมีแค่ผมกับพรุนที่ต้องแยกไปสอง---"
"ฝากด้วยนะดอง! "
"เดียวก่อนสิเฮ้ย! "
ว่าแล้วฉันก็พาคนที่เหลือวิ่งหนีออกมาอย่างรวดเร็วดัง [พิ้ว~] โดยที่ทิ้งพวกเขาสองคนเอาไว้แต่เพียงลำพัง
สิบนาทีต่อมา~
"หุ หุ หุ เป็ยังไง แผนแยกตัวของฉันเนียนดีมั้ยดอง"
ฉัน ไฮเจน เยลโล่ และแฟต พวกเราสี่คนกำลังนั่งซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ห่างจากพวกพรุนราวยี่สิบเมตรได้
"โคตรพ่อโคตรแม่เนียนมากค่ะ"
"ใช่มั้ยละ~"
"ฉันประชดค่ะ"
"..."
แฟตไม่ยอมรับมุขฉันอะ…
"เอาเถอะ ก่อนอื่นเลย กับดักที่ฉันฝากให้ทำเอาไว้เป็ยังไงบ้างแฟต ไฮเจน? "
"เรียบร้อยดีค่ะ ว่าแต่แผนที่สำรวจที่จะเป็คะแนนของพวกเรา…"
"เยลโล่ โชว์ผลงานให้ดูหน่อยสิดอง"
"ได้เลยปิ้ว! "
ภูติน้อยเยลโล่แสดงหนังสือรายงานเข้าเล่มที่ตีพิมพ์มาอย่างเรียบร้อยโรงเรียนภูติให้แฟตกับไฮเจนดู
"สุดยอด… ทำได้ยังไงกันค่ะเนี่ยค่ะเนี่ย? "
"แค่ใช้เส้นสายสืบหาล่วงหน้าว่าเขาจัดสอบที่ไหน แล้วแอบมาทำแผนที่เอาไว้ก่อนเท่านั้นเองดอง~"
ความจริงคือฉันแอบไปค้นในคอมของท่านแม่ ว่าเขาจะจัดสอบกันที่ไหนต่างหากดอง
"ขี้โกงมากค่ะ แต่ฉันไม่รังเกียจวิธีแบบนี้หรอกค่ะ"
"เ้าเล่ห์ใช้ได้ คงไม่มีใครรู้หรอกว่าความจริงพวกเราทำข้อสอบเสร็จก่อนจะเริ่มเสียอีกนะ"
"ใช่มั้ยละดอง~"
พวกเราสี่คนเริ่มหัวเราะกันอย่างชั่วร้ายพร้อมกัน
"มีเสียงประหลาดดังมาจากตรงนั้นค่ะ"
"โอเค"
*เปรี๊ยง! *
เสียงลั่นรังสีทำลายล้างได้พุ่งตรงมาทางพวกเรา
และคนที่ยิงคือเ้าโฮป
พุ่มไม้ด้านข้างที่ห่างออกไปราวหนึ่งเมตรได้ถูกเจาะเป็รูกว้างขนาดสามสิบเิเ
พวกเราทั้งสี่คนต่างพร้อมใจกันหุบปากเงียบด้วยสีหน้าขาวซีด
เ้าโฮปยิงแม่นขึ้นเยอะเลยดอง...
หลังจากนี้คงต้องระวังปากตัวเองเอาไว้เสียหน่อยแล้ว
แผนการแรกของลิลลี่ออฟซิเดียน
[หากว่าตกอยู่ในอันตราย หัวใจจะสั่นไหว และนั่นอาจทำให้เข้าใจผิดว่ามันคือความรัก]
เธอใช้แินั้นในกับดักแรกของเธอ
เธอทุ่มทั้งกาย เวลาและจิติญญา ร่วมมือกับอีกทั้งสามคนในการสร้างมันขึ้นมา
[โกเลมเบฮีมอธ] สุดยอดผลงานรังสรรค์จากจิติญญาของเธอ
แกนของมันสร้างมาจากสุดยอดเทคโนโลยีที่เธอไปแอบ [ขอยืม] มาจากห้องวิจัยของผู้อำนวยการยะมะโตะโดยที่เ้าตัวไม่ได้รับรู้ด้วย
"แบบนั้นเขาเรียกว่าหัวขโมยค่ะคุณลี่"
ส่วนร่างกายของมันนั้น ทำมาจากแร่โลหะผสมเส้นใยเพชรสังเหคราะห์พิเศษ
มันมีความเหนี่ยวทนทานระดับที่ต้องใช้นิวเคลียร์ทำลาย ถึงจะฆ่ามันลงได้
แต่เธอยังคิดว่าแค่นี้ยังไม่พอที่จะสร้างความตื่นตระหนกได้มากพอ
ดังนั้นเธอจึงเสริมพลังให้มันสามารถยิงะเิพลาสม่าออกมาจากปากได้เป็ออฟชั่นเสริม และพ่วงด้วยโหมด [คลั่ง] ที่สามารถทำให้มันเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าเดิมถึงสามเท่าตัว
ซึ่งเ้าตัวอันตรายนี้กำลังนอนหลับไหลอยู่ในหลุมพรางลึกที่ทำขึ้นโดยแฟตกับไฮเจนซันไฟล์อยู่ตรงหน้านี้
"พวกเราคงไม่กลายเป็ฆาตกรไปก่อนใช่ไหมคะคุณลี่? ”
"ไม่หรอกแฟต...ละมั้ง..."
ลิลลี่ออฟซิเดียนตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหรนัก
ในตอนนั้นเองที่สตรีเผ่าั์กับชายเผ่ามนุษย์กำลังเดินคู่เข้ามาใกล้จุดสังหาร
พรุนเป็คนเดินนำหน้าพร้อมสอดส่องพื้นที่โดยรอบ และมีโฮปเป็คนจดบันทึกพร้อมถ่ายรูปเพื่อทำแผนที่
พวกเขาสองคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไร้ที่ติ
หากมองผ่านสายตาของเ้าสองหน่อเผ่าภูติตัวป่วน มันคือภาพชวนจิ้นที่ทำให้ทั้งสองคนต้องน้ำลายไหลอย่างมีความสุข
แต่หากมองผ่านสายตาของแฟตกับไฮเจนซันไฟล์ มันก็แค่ภาพของเพื่อนที่กำลังทำข้อสอบอย่างเอาเป็เอาตาย จนทำให้พวกเขาทั้งสองเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา
"เอาไงก็เอา"
แฟตคิดว่ามันสายเกินกว่าที่จะหันหลับกลับไปแล้ว
พวกเขาทั้งสี่คนต่างกลั้นหายใจอย่างรุนแรง ในตอนที่เหยื่อทั้งสองกำลังย่างสามขุมเข้าสู่ลานปะา
หลุมที่ลึกลงไปสิบเมตรด้านล่าง คือลานปะาที่พร้อมจะกระชับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
ห้าเก้า
สี่เก้า
สามเก้า
ในตอนนั้นเอง---
*โกรวววว! *
ก็มีบางสิ่งซึ่งมีขนสีทองสวมผ้าคลุมสีเทาตัวโทรมะโลงมาจากยอดไม้
มันกระโจนลงมาอย่างรวดเร็วลงสู่หลุมพรางที่เพื่อนรักได้เตรียมมอบเอาไว้ให้
พื้นกิ่งไม้แห้งที่ถูกเอากองหญ้ามาสุมอันเกิดจากน้ำพักน้ำแรงทั้งคืนของไฮเจนซันไฟล์กำลังเกิดเสียงปริแตกดังน่ากลัว
ร่างสีทองร่วงทะลุผ่านพื้นพรางตาลงไปสู่เบื้องล่าง
"บุ? ... โกรวววว!? "
เ้าปีศาจลึกลับสีทองส่งเสียงประหลาดใจออกมาแวบหนึ่ง ก่อนที่จะร่วงลงไปในหลุมลึกภายในพริบตา
"ฮูมมมมมม! "
"อุเกี๊ยกกกกกกก! "
พร้อมกับมีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาจากหลุมนั้นในเวลาต่อมา
นักเรียนทั้งหกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างไม่อาจไล่ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทัน
"เออ...เมื่อกี้ตัวอะไรร่วงลงไปนะดอง? "
"มองไม่ทันเหมือนกันค่ะ…"
พวกเธอไม่รู้ว่าใครเป็คนที่ตกลงไปในหลุม
"เกือบไป มีหลุมอยู่ตรงนี้ด้วยค่ะโฮป"
"คงมีตัวอะไรมาทำรังเอาไว้ละมั้ง? อันตรายชะมัด ไปทางอื่นกันเถอะ"
กับดักแรกของลิลลี่ออฟซิเดียนจึงล้มเหลวไม่เป็ท่าด้วยเหตุผลนี้ไปอย่างน่าเสียดาย...
"ยังไม่ยอมแพ้หรอก กับดักที่สอง! ของเหลวลึกลับ X! "
[อะดรีนาลีน] นั้นมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว เืสูบฉีดจนหน้าแดงฉาน
[เทสโทสเตอโรน] และ [เอสโตรเจน] คือฮอร์โมนเพศที่ทำให้เกิดตัณหา ซึ่งค้นพบว่ามีอยู่ในร่างกายเหมือนกันของทั้งห้าเผ่าหลัก
โดยเฉพาะของสตรีเผ่าั์ที่มีต่อมผลิตฮอร์โมนใหญ่เป็พิเศษ เลยยิ่งสามารถถูกกระตุ้นเร้าอารมณ์ได้ง่ายและรุนแรงมากกว่าเผ่าอื่น ๆ
"ด้วยสสารมืด X ที่ฉันทุ่มผลิตวิจัยมาทั้งคืนขวดนี้ มันจะเข้าไปกระตุ้นอารมณ์ของทั้งสองคนจนรักกันแน่นอนดอง! "
"เคยทดลองใช้มาก่อนหรือยังคะ? "
"เื่หยุมหยิมอย่าไปใส่ใจดอง! "
"แบบนี้ก็ได้เรอะปิว! "
สถานที่ใช้งานคือบริเวณที่มีพืชลมกรดขึ้นหนาทึบ
พืชลมกรดคือพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดิน และมีรากโผล่ปรากฏอยู่บนดิน
รากของมันจะเติบโตเป็รูปใบพัด และมันจะหมุนตลอดเวลาเพื่อสร้างกระแสลมให้อากาศโดยรอบผิวราก
เห็นว่าเป็ระบบปรับสภาพแวดล้อมความชื้นให้เหมาะสมกับที่มันชอบ
แผนการของฉันคือการนำสารลึกลับปล่อยออกไปตามสายลม แล้วให้มันปลิวกระจายไปโดนพวกเขาสองคนดอง!
"พวกเขามาแล้ว จัดการเลยไฮเจน! "
"รับทราบ"
ขวดที่บรรจุสารลึกลับสีดำ X ได้ถูกปล่อยลงมาจากที่สูง
สารเหลวได้กระจายตัวเป็ละอองเล็ก ๆ คล้ายหมอก ก่อนจะถูกพัดกระจายไปทั่วโดยรากของพืชลมกรด
หมอกสีดำเคลื่อนตัวไปตามลมสู่จุดที่พรุนกับโฮปยืนอยู่...
*โกร๊ววววว! *
ในพริบตานั้นเองที่ปีศาจร้ายประจำโรงเรียนปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
มันปีนกลับมาจากนรก หนีจากเ้าโกเลมสุดแกร่งของลิลลี่ออฟซิเดียน กลับขึ้นมาเพื่อไล่ล่าเหยื่อที่มันหมายตาเอาไว้
ถึงจะมีสภาพโทรมพร้อมาแจำนวนมาก แต่ความเร็วของมันยังคงยอดเยี่ยมจนนักเรียนทั้งหกคนไม่มีใครไหวตัวทัน
สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้น มีเพียงแค่ภาพเงาสีทองที่กระโจนออกมาจากพุ่มไม้ตรงหน้าของพรุนกับโฮป
ใช่แล้ว กระโจนออกมาคั่นกลางระหว่างหมอกสีดำที่เกิดจากสารลึกลับ X กับพวกเขาพอดี
"อะเฮือก!? "
เ้าปีศาจสีทองสูดสารกระตุ้นทางเพศเข้าไปจนเต็มปอด
สารกระตุ้น X ใช้เวลาหนึ่งวินาทีกับการซึมสู่กระแสเื
ใช้เวลาอีกหนึ่งวินาทีกับการกระจายไปสู่ต่อมฮอร์โมนตรงสมอง
และใช้อีกหนึ่งวินาทีกับการแสดงอาการออกมา
เ้าโลกของปีศาจร้ายได้ขยายใหญ่แข็งขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
แข็งจนรู้สึกเ็ป
เพียงแค่จะยืนตัวตรงยังมิอาจทำได้
เพราะลุกไม่ขึ้น เลยทำให้หยุดตัวเองไม่ได้
เ้าปีศาจขนทองที่พุ่งตัวออกมาเต็มแรง จึงหน้าคว่ำกลิ้งปลิวหายไปจากสายตาของนักเรียนทั้งหกคนภายในห้าวินาทีเท่านั้น
"เออ... เมื่อกี้ใช่ตัวเดียวกับเมื่อกี้นี้หรือเปล่าดอง… "
กับดักที่สาม! กับแผนการ [ผีหลอกค่า~]
แผนการนี้จะต้องลงแรงปลอมตัวเป็ผี แล้วเข้าไปหลอกให้เพื่อนของพวกเธอใกลัว
ถึงภายนอกจะเป็เผ่าั์ที่ดูกล้าแกร่ง แต่หัวใจภายในย่อมเป็สาวน้อยไม่มีเปลี่ยน
ลิลลี่ออฟซิเดียนเชื่อมั่นอย่างหมดหัวใจว่าเพื่อนสาวั์คนนี้ จะต้องกลัวผีอย่างแน่นอน
ความหวาดกลัวจะเอาชนะเหนือความเหนี่ยมอาย ซึ่งนั่นจะทำให้เธอกล้าที่จะเข้าใกล้ชิดเพื่อนหนุ่มโฮปมากยิ่งขึ้น
"ได้เวลาปลอมเป็ผีแล้วดอง! "
"พร้อมแล้วปิว! "
ภูติน้อยสองคนได้เอาผ้ามาคลุมโปงตัวเอง พร้อมกับสร้างลูกไฟพลาสม่าขึ้นมาลอยเอาไว้อยู่ที่ด้านหลัง
ส่วนไฮเจนซันไฟล์กับแฟตจะรับหน้าที่ให้เสียงประกอบกรีดร้องอันน่ากลัวมาจากในป่าที่มืดมิดแทน
"มาแล้ว เริ่มแผนได้ดอง! "
ในตอนนั้นเองที่เป้าหมายของพวกเธอก้าวเท้าสามขุมเข้ามาสู่พื้นที่พอดี
"แถวนี้บรรยากาศชวนวังเวงจังค่ะ"
พรุนพูดเช่นนั้นด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
แต่ภูติน้อยทั้งสองไม่พลาดที่จะจับความหวาดกลัวซึ่งเจือปนมากับน้ำเสียงนั้นได้
แผนนี้ต้องสำเร็จ!
เธอคิดเช่นนั้น
"กีสสสสสสส! "
ท่ามกลางความมืดสลัวอันเนื่องจากต้นไม้หนาทึบที่บดบังแสง
ณ ที่แห่งนั้นกำลังมีเสียงขูดเนื้ออันน่าหวาดเสียวดังก้องกังวาล
"... เสียงอะไรคะ? "
"อะไร? อย่าบอกนะว่าเธอกลัว? "
"..."
ถึงแม้ว่าหน้าจะนิ่งเฉย แต่ร่างกายของแม่สาวเผ่าั์กลับเริ่มสั่นรุนแรงมากขึ้น
สายลมพัดโกรกผ่านแมกไม้ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัด
เสียงขูดเนื้อที่ชวนหวาดเสียว
เสียงผีเท้ามนุษย์ที่ดังมาจากรอบด้านซึ่งไม่ใช่เกิดจากของพวกเขาทั้งสองคน
สิ่งเหล่านี้ทำให้เส้นบาง ๆ บางอย่างของแม่สาวพรุนกำลังจะปริขาดออกมา
"แฮ่! "
แล้วมันก้ปริขาดในท้ายที่สุด
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด! "
หนึ่งวินาทีที่พวกภูติทั้งสองปรากฏตัวขึ้นมาจากพุ่มไม้ตรงหน้าพรุน
พร้อมกับอีกหนึ่งวินาทีที่พรุนส่งหมัดขวาตรงออกไป
โชคดีที่พรุนหลับตาชก หมัดอันรุนแรงของเธอจึงพลาดเป้าเบี่ยงไปทางขวาเพียงหนึ่งมิลลิเมตรเท่านั้น
แรงสายลมจากหมัดนั้นได้กรีดผ้าคลุมสีขาวจนขาดครึ่ง
ภูติทั้งสองที่ตั้งใจจะหลอกแกล้งเพื่อนได้มองเห็นดินแดนสุขาวดีในชั่ววินาทีนั้น
ส่วนหมัดของพรุนที่พลาดเป้านั้น… ดันบังเอิญไปโดนเ้าปีศาจสีทองที่กำลังลอบเข้ามาโจมตีจากด้านหลังของภูติน้อยทั้งสอง
"กรีด กรีด กรีด กรีด กรีด กรีด กรีด! ตัวอะไรไม่รู้น่าหยะแหยงค่ะ! อย่าเข้ามาใกล้น้า~! "
พรุนยังคงกระหน่ำหมัดออกไปไม่หยุดทั้งที่หลับตา
เ้าปีศาจสีทองผู้โชคร้ายโดนพายุหมัดกระหน่ำใส่ตามจังหวะเสียงกรีดร้องของพรุนชนิดไม่ทีท่าว่าจะหยุดลง
ถ้าเป็ปกติมันคงหลบได้ แต่นี่โดนทั้งสุดยอดโกเลมเบธีมอธกระทีบมา แล้วยังโดนยาปลุกเซ็กส์กระตุ้นมาอีก เ้าปีศาจเลยอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์เท่าไหรนัก
"อย่าเข้ามาใกล้น้า~! "
พรุนกรีดเสียงร้องน่ารักที่หาฟังได้ยากยิ่งออกมา พร้อมกับทุ่มแรงทั้งหมดในชีวิตชกออกไป
เ้าปีศาจขนทองถูกหมัดที่รุนแรงเท่าปืนใหญ่ชกจนปลิวกระเด็นหายกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง
ส่วนเ้าภูติน้อยสองคนที่ตั้งใจจะแกล้งเธอนะหรือ?
แน่นอนว่าหวาดกลัวจนฉี่ราดหมดสติไปเป็ที่เรียบร้อยอยู่ตรงนั้นไปแล้ว…
***ผู้กล้าเผ่ามนุษย์สัตว์ [แบไรต์]
ข้ากำลังนอนแหงนมองท้องฟ้าอยู่กลางผืนป่าของดินแดนที่ไม่รู้จัก
ทั่วทั้งร่างกายของข้าเต็มไปด้วยเื ใบหน้ายุบ ดั้งจมูกอาบเื ฟันและเขี้ยวที่ภาคภูมิใจเองก็ยังหักสะบั้นลงมาจนแทบหมดปาก
“ข้าคงไม่รอดกลับไป…”
เป็เวลาหนึ่งปีครึ่งที่ข้าได้แอบลอบเข้ามาในเมืองของศัตรูที่ไม่รู้จัก
ตอนนี้ดินแดนของข้ากำลังถูกรุกรานจากเผ่าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เื่ราวมันเกิดขึ้นมาได้หลายปีแล้ว
เมื่อสิบปีก่อนมีเผ่าพันธุ์ที่แปลกตามารุกรานที่ทวีปของพวกเรา
พวกเราใช้สัตว์เลี้ยงาเข้าขับไล่พวกมัน แต่กลับถูกปราบจนหมดไม่มีเหลือในชั่วพริบตา
พวกมันร้ายกาจมาก โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่มีเขาผมสีส้มเปลวเพลิง
พวกมันใช้อาวุธที่พวกเราไม่รู้จักเข้าทำลายกองทัพสัตว์าจนสิ้นซาก
พวกมันสร้างความหวาดกลัวให้กับพวกเรา สุดท้ายจึงตัดสินใจอพยพทิ้งถิ่นกำเนิดเข้าไปในส่วนลึกของทวีป พร้อมกับทิ้งเชื้อโรคจำนวนมากเป็ของขวัญให้พวกมัน
ในตอนนั้นพวกเราคิดอย่างไร้เดียงสา ว่าพวกศัตรูคงถอนกำลังกลับไปเอง หากต้องพบกับโรคภัยไข้เจ็บที่ไร้ทางรักษาเ่าั้
แต่ศัตรูของพวกเราดันอยู่รอดมาได้เป็ปีโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะถูกโรคภัยเ่าั้ทำร้ายได้
แถมศัตรูของพวกเราไม่หยุดอยู่แค่บริเวณพื้นที่ริมชายหาดของทวีป
พวกมันเริ่มเข้ารุกรานพื้นที่ป่าของพวกเรา ทำลายแหล่งอาหารที่สำคัญยิ่งของพวกเราราวกับฝูงสัตว์ที่หิวกระหายไม่รู้จักพอ
พวกมันเริ่มตั้งรกราก ตั้งเป็อาณาจักร และเริ่มขยายพันธุ์ในอัตราที่น่ากลัว
เพราะแบบนั้น ทุกคนจึงเริ่มหมดความอดทนและจะลองเดิมพันทำาเต็มรูปแบบกับผู้รุกรากดู
ให้พวกมันรู้ว่าดินแดนแห่งนี้เป็ของใคร
แต่พวกเราไม่รู้อะไรที่เกี่ยวกับศัตรูเลย
ดังนั้นในฐานะผู้กล้าของเผ่า ข้าจึงอาสาเสี่ยงตายออกไปสืบถึงฐานที่มั่นของศัตรูด้วยตัวเองก่อน
ดั่งคำพูดที่ว่า [รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง]
ข้าใช้เวลาสามปีแอบแฝงอยู่ในเมืองของศัตรู และใช้เวลาอีกหนึ่งปีกับการหาช่องทางลักลอบขึ้นเรือมาถึงอีกฟากของโลก
ข้าใช้เวลาอีกหนึ่งปีครึ่งแอบอยู่ที่ทวีปของศัตรูจนเริ่มเรียนรู้ภาษาของพวกมันมาได้บ้างแล้ว
เทคโนโลยีของพวกมันน่าทึ่งมาก
พอยิ่งได้เห็นกับตาก็ยิ่งพบกับความมืดมนว่าจะเอากำลังที่ไหนไปสู้กับพวกมัน
จนกระทั้งวันหนึ่งข้าได้สืบพบกับข้อมูลสำคัญบางอย่าง
ดูเหมือนว่าพวกมันจะมีแผนการส่งกองกำลังเสริมจำนวนมากไปรุกรานที่ทวีปของข้าอีกครั้ง
ถึงจะตีความอักษรไม่ได้ทั้งหมด แต่จำนวนอาจมีถึงหลักล้านคนได้
นอกจากข้อมูลจำนวนกำลังพลแล้ว มันยังมีรายละเอียดของแผนผังฐานทัพใหม่พวกศัตรูด้วย
ข้าพยายามนำข้อมูลนั้นกลับออกไป แต่ในวันนั้นข้ากลับพบพวกศัตรูยืนลาดตระเวนอยู่สองคน
คนหนึ่งมีผิวสีเขียวผมสีม่วงตัดสั้นตัวสูงใหญ่ ส่วนอีกคนมีปีกโปร่งแสงผมสีเขียว
เป็โชคร้ายของข้าเองที่วันนั้นหิวโซ เลยทำให้ถูกซัดกระเด็นจนทำข้อมูลสำคัญปลิวหายไป
แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าพวกศัตรูกำลังจะลงมือบุกโจมตีครั้งใหญ่ ดังนั้นข้าจึงต้องเร่งมือหาข้อมูลของศัตรูให้มากยิ่งขึ้น
ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจลงมือฆ่าพวกศัตรูเพื่อที่จะเอาศพกลับไปวิเคราะห์จุดอ่อนแทนแผนผังฐานทัพที่สูญหาย
แต่เนื่องจากตัวเมืองของศัตรูนั้นเต็มไปด้วยเวรยามหนาแน่น กับเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดเสียงประหลาดยามที่พยายามบุกรุกเข้าไปในบ้านคน ข้าเลยต้องดักรออยู่ในป่าแห่งนี้เพื่อรอจังหวะวันที่ข้าจะสามารถสังหารพวกมันได้สักคน
แต่ข้าทำพลาด ต่อให้ทำลายสิ่งที่น่าจะเป็วัตถุเตือนภัยของพวกมันไปแล้ว ข้าก็มิอ่านสังหารศัตรูของพวกเราได้แม้แต่คนเดียว
นี่หรือคือผู้กล้าของเผ่า? ข้าไม่สมควรได้รับนามนี้มาเลยแม้แต่น้อย
จนกระทั้งวันนี้เองก็ยังพลาดท่าซ้ำแล้วซ้ำอีก
พลาดท่าไปติดหลุมกับดักที่มีสัตว์ร้ายนอนรออยู่ข้างใน
พลาดท่าไปสูดดมสารพิษประหลาดที่ทำให้ตัวเองล้มทั้งยืน
แล้วยังประมาทพลาดท่าถูกศัตรูประเคนหมัดใส่เต็มแรงจนเือาบ
ตัวตนของข้าที่แอบลักลอบเข้ามาในทวีปของศัตรูคงถูกพวกมันรู้แล้ว
นี่คงเป็วันสุดท้ายของชีวิตข้า
ศัตรูคงไม่ปล่อยให้ข้ารอดชีวิตแน่นอน
ข้ารู้สึกได้ถึงศัตรูจำนวนมากที่อยู่ภายในป่าแห่งนี้
พวกมันคงระดมกำลังมาเพื่อจับตัวข้า
แต่ข้าจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกจับไปเป็หนูทดลองเด็ดขาด
“ไพไรต์ ข้าขอโทษ”
ข้าพึมพำชื่อของลูกชายตัวเองออกมา พร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยขาสองข้างที่อ่อนแรง
ชีวิตนี้จักขอสู้สุดชีวิตและขอตายลงในฐานะผู้กล้าของเผ่าพันธุ์
จะขอตายไปพร้อมกับเอาชีวิตของศัตรูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ข้าหยิบจดหมายบรรจุขวดออกมา พร้อมกับเป่าปากเรียกคู่หู
สิ่งมีชีวิตคล้ายงูเห่าตัวหนึ่งซึ่งยาวสิบเมตรกำลังผุดขึ้นมาจากผิวดิน
มันมีเกล็ดสีขาวใสคล้ายกับผลึกแร่ควอตซ์ที่สวยงาม ดังนั้นข้าจึงตั้งชื่อให้กับมันว่า [ควอตซ์]
“เอาข้อความนี้กลับไปที่ทวีป เอากลับไปส่งให้กับหัวหน้าเผ่าซะ แล้วอย่ากลับมาอีก”
*ฉ่า*
เ้าควอตซ์พยักหน้าตอบรับข้าด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย ก่อนจะมุดกลับลงไปในดิน
ข้อมูลที่ข้าเก็บสะสมมาทั้งหมดทั้งชีวิตได้ถูกส่งต่อกลับไปให้ทุกคนแล้ว
ไม่มีอะไรที่ค้างคาอีกต่อไป
“นี่จะเป็การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของข้า...”
ว่าแล้วข้าก็ก้าวเท้าที่หนักอึ้งเพื่อกลับไปสู่สนามรบของข้าอีกครั้ง
ก้าวเท้าไปสู่ความตายด้วยเจตจำนงของตัวเองเช่นนั้น