ลมหนาวยามราตรีพัดโชยผ่านป่าหมื่นสรรพสัตว์ใบไม้สั่นไหวราวกับกระซิบคำเตือน สายหมอกบางเบาลอยเคว้งคว้างระหว่างลำต้นไม้ใหญ่ท่ามกลางความมืดมิดมีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างเรือนยอดลงมากระทบพื้น
ร่างสูงโปร่งในชุดดำสนิทยืนนิ่งอยู่บนกิ่งไม้สูงใบหน้าของเอี้ยเสวียนเรียบเฉย ไร้อารมณ์แต่ในดวงตาคู่นั้นเจือไปด้วยประกายเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งกลิ่นเืและควันไฟลอยมาตามสายลม เขากวาดตามองไปยังค่ายพักของหลี่หลางเทียนที่ตั้งอยู่ในหุบเขาเบื้องล่าง
เอี้ยเสวียนมองภาพนั้นด้วยสายตาเยียบเย็นความทรงจำวันที่คนในตระกูลเอี้ย ที่เสียชัวิตผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง เสียงกรีดร้องทุกอย่างยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
"ข้าจะไม่ฆ่าพวกเ้า"เอี้ยเสวียนกระซิบกับตัวเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลังอำมหิต ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยน้ำตาที่ไม่อาจหลั่งไหล"ข้าจะให้พวกเ้าได้ัันรกบนดินก่อนิญญาจะตกนรกแท้"
ค่ำคืนผ่านไปรุ่งอรุณแรกแย้มแสงสีทองอ่อนส่องลอดผ่านกิ่งไม้เสียงตึงตังของการเก็บกระโจมและอาวุธดังไปทั่วค่ายสมาชิกของตระกูลหลี่และพันธมิตรจัดแถวเตรียมปฏิบัติการค้นหา
"เหตุการณ์ที่คนตระกูลเอี้ยะเิตันเถียนฆ่าตัวตายเมื่อคืนทำให้เราสูญเสียคนไปเกือบครึ่ง"หลี่หลางเทียนยืนอยู่หน้ากองไฟที่เหลือเพียงเถ้าถ่าน ใบหน้าบึ้งตึงดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ "ไอ้หนูเอี้ยเสวียนมันเก่งกว่าที่คิดแต่มันต้องาเ็ไม่น้อย แบ่งกลุ่มออกเป็ 20 กลุ่มย่อยกลุ่มละ 3-4 คน ค้นหาทุกตารางนิ้ว! มันหนีไม่รอดแน่!"
เสียงขานรับดังพร้อมเพรียงกลุ่มแรกเริ่มออกเดินทางเข้าสู่ป่าลึกไม่มีใครสังเกตเห็นเงาดำที่แฝงตัวอยู่ในพุ่มไม้ไม่ไกล
"ขอบคุณเอี้ยหลัน"เอี้ยเสวียนกระซิบ นึกถึงข้อมูลล้ำค่าที่เอี้ยหลันพูดให้เขาฟังก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจฟังแต่ด้วยความสามารถในการเรียกความจำ่นั้นๆกลับมาได้ทำให้เอี้ยเสวียนสามารถวาดแผนผังความสัมพันธ์ของกลุ่มต่างๆที่เข้ามาแข่งขันในครั้งนี้
“ขอโทษด้วยท่านพ่อข้าคงไม่สามารถทำตามคำขอของท่านได้ซะแล้วในครั้งนี้”เอี้ยเสวียนคำนึงขึ้นพร้อมรอยยิ้มแสนเศร้า เมื่อนึกถึงคำกล่าวของบิดาของตนเองที่ฝากเอี้ยหลันมาบอกว่าให้ตนเองลดความบ้าคลั่งลงบ้าง
ยามเที่ยงวันดวงอาทิตย์ส่องแสงจ้าผ่านเรือนยอดไม้เป็หย่อมๆกลุ่มลาดตระเวนจากตระกูลหลี่สามคนเดินตรวจตราอย่างระมัดระวัง อาวุธพร้อมในมือ
"เฮ้ได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า?" หนึ่งในนั้นหยุดชะงักมือจับด้ามดาบแน่น
"ไม่มีอะไรแค่ลมพัดใบไม้" อีกคนตอบ แต่สีหน้าไม่สู้มั่นใจนัก
"แปลกแท้ป่านี้เงียบเกินไป ไม่มีแม้แต่เสียงนก"
จู่ๆ พุ่มไม้ด้านข้างก็สั่นไหวทั้งสามคนหันไปพร้อมกัน ร่างในชุดสีเขียวคุ้นตาออกมาจากพุ่มไม้อย่างทุลักทุเลใบหน้าเต็มไปด้วยเื
"ช่วยด้วย! เอี้ยเสวียน...เขาซุ่มโจมตีเรา!"ชายผู้นั้นล้มลงกับพื้น หายใจหอบแรง
"เกิดอะไรขึ้น?"หนึ่งในสามรีบเข้าไปประคอง
"พวกข้ากำลังลาดตระเวณอยุ่ทันใดนั้นเอี้ยเสวียนก็พุ่งออกมาทำร้ายพวกข้าข้าหนีออกมาได้ทันจนมาพบพวกท่าน "
ทั้งสามคนมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวงหนึ่งในนั้นรีบส่งสัญญาณนกหวีดเรียกความช่วยเหลือ แต่ยังไม่ทันได้ยินเสียงตอบรับเสียงกรีดร้องก็ดังมาจากทิศตะวันตก ตามด้วยทิศตะวันออก แล้วก็ทิศใต้ทั่วทั้งป่าเต็มไปด้วยเสียงอาวุธกระทบกัน
"ไม่จริงนี่มันอะไรกัน?" ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่สุดร้องออกมา
ชายาเ็ที่พวกเขาเพิ่งช่วยเหลือฉวยโอกาสนั้นชกเข้าไปที่หน้าด้วยพลังมหาศาลประกอบกับไม่ได้ตั้งตัวชายคนดังกล่าวถึงกับสลบในทันที เอี้ยเสวียน พลิกตัวอย่างรวดเร็วพุ่งเข้าหาคนที่เหลืออีกสองคนด้วยสายตาและความว่องไวของเขาทำให้จู่โจมครั้งเดียวโดนที่จุดตายของทั้งสอง ทำให้ทั้งคู่หมดสติไปในหมัดเดียว
เอี้ยเสวียนเช็ดเืปลอมบนใบหน้าออกดวงตาเ็าราวกับน้ำแข็ง "การล้างแค้นของข้าเริ่มแล้ว” ก่อนที่เอี้ยเสวียนจะจับทั้งสามคนมัดรวมกันแล้วเอามีดกรีดที่หน้าอก ของทั้งสามคนว่า “คนต่อไป”
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าความมืดแผ่คลุมป่าหมื่นสรรพสัตว์ คืนนี้เป็คืนเดือนมืด ไม่มีแสงจันทร์ส่องทางความมืดแ่าราวกับหมึกดำสายลมยามค่ำคืนพัดโชยเสียงใบไม้เสียดสีกันฟังคล้ายเสียงกระซิบราวกับิญญากำลังร่ำไห้
กลุ่มลาดตระเวนของตระกูลอวิ๋นหกคนเดินรวมกันก่อนที่จะพบกับพวกของตนที่โดนมัดและหมดสติ พร้อมทั้งตัวอักษรที่หน้าอก ทั้งหมดตื่นตระหนก คนหนึ่งในนั้นพูดว่า”ระวัง เอี้ยเสวียนมันคงอยู่แถวนี้” ทุกคนมือกุมอาวุธแน่น เสียงลมพัดดังมาจากทุกทิศทาง ทำให้เปลวไฟจากคบเพลิงไหวสั่นตลอดเวลาทำให้เกิดเงาที่เปลี่ยนแปฃลงไปตามแสง
"อย่าแยกจากกัน!"หัวหน้ากลุ่มะโ ดวงตากวาดมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง "ใช้คบไฟส่องทางเดินเข้าไปดูสิว่าใครที่ถูกมัดอยู่ระวังอย่าเดินห่างกัน!"
ทันใดนั้นเองเมื่อเท้าของทั้งหกคนก้าวมาสู่หน้ากลุ่มคนที่ถูกมัดอยู่พื้นดินตรงที่ยืนอยู่ก็ยุบลงไป
“เฮ้ย...เกิดอะไรขึ้น”หัวหน้ากลุ่มร้องขึ้นด้วยความใ
“ช่วยด้วย” หนึ่งในลูกน้องะโเสียงสั่น "ข้าโดนอะไรไม่รู้กัด” คนในกลุ่มนั้นพูดต่อได้
“ข้าด้วย....โอ้ยนี่มันมดนี่”ได้ยินดังนั้นทุกคนอาศัยคบไฟที่ยังไม่ดับมองไปที่ด้านล่างเมื่อเห็นเค้าทุกคนถึงสยดสยอง เมื่อเห็นว่าที่พื้นเต็มไปด้วยมดนับแสนตัว
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นบนขอบหลุมพร้อมทั้งเสียงตบมือเบาๆและเงาร่างๆปรากฎขึ้นคือเอี้ยเสวียนนั่นเอง“ปิ้งป่องฉลาดมาก...เ้าพวกนี้คือมดคันไฟหัวเหล็กสัตว์อสูรระดับหนึ่งพวกมันตายง่ายมากทันทีที่มันกัดพวกเ้ามันจะตายและพิษของมันก็ไม่สามารถฆ่าพวกเ้าได้ แต่ว่า...” เอี้ยเสวียนทิ้ง่ในการพูดก่อนที่จะกล่าวต่อว่า“พิษของพวกมันจะทำให้ระบบประสาทของคนเรารับรู้ความเ็ปได้เพิ่มมากขึ้นนั่นหมายความว่าถ้าพวกเ้าโดนเข็มเล่มเดียวแทงคงไม่รู้สึกอะไรแต่ถ้าโดนเข็มแทงพร้อมๆกันสักแสนเล่ม อืมน่าสนใจจริงๆ” ก่อนที่เอี้ยเสวียนจะโยนอีกสามคนที่ถูกมัดลงมา“เอาละหวังว่าพวกเ้าคงไม่เหงานะ อ้อลืมบอกไปอีกอย่างพิษของเ้าพวกนี้ยังทำให้เกิดอาการขยับตัวไม่ได้ประมาณ 7 วันก็จะหาย ดังนั้นพวกเ้านอนอยู่ในนี้ให้สบายนะ” ก่อนที่เอี้ยเสวียนจะหายไป
“เอี้ยเสวียน....เ้าต้องไม่ตายดี......อ๊ากกกกกกก”เสียงหนึ่งในนั้นะโขึ้นมา ก่อนที่เกิดเสียงร้องที่ทรมานดังขึ้น
ท่ามกลางความโกลาหลในป่า เอี้ยเสวียนสวมเสื้อผ้าของคนตระกูลจ้าวและปะปนอยู่ในกลุ่มคนเมื่อสบโอกาสเอี้ยเสวียนกลอบลงมือทำร้ายสมาชิกของตระกูลจ้าวจนาเ็สาหัสและจารึกคำว่า “คนต่อไป” ลงไปบนร่างของสมาชิกตระกูลจ้าว
หลังจากนั้น คนตระกูลต้วนก็พบว่าตนในตระกูลของตนถูกพบในสภาพที่ร่างกายบอบช้ำ เส้นชีพจรเสียหายอย่างหนักแทบจะเรียกได้ว่าพิการทำให้พวกเขาเริ่มรู้สึกหวาดกลัว เรียกว่าแค่เสียงลมพัดใบไม้ไหวก็ทำให้พวกตระกูลต้วนขวัญเสียแล้ว
อีกสองวันต่อมา สมาชิกตระกูลต้วนจ้าวและโม่ มาถึงบริเวณที่ตระกูลหลี่พักอยู่เมื่อทั้งสี่ตระกูลรวมตัวกันและจ้าวเหวินเหยียนบอกสถานการณ์ทุกคนรู้สึกตึงเครียดขึ้นมา
หลี่หลิงเทียนลุกขึ้นยืนสีหน้าเคร่งขรึม "ข้ามีแผน... ข้าส่งข่าวไปหาตระกูลเหวินแล้วขอให้พวกเขาส่งคนมาช่วย"
จ้าวเหวินเหยียนพยักหน้าเห็นด้วย"ข้าก็ส่งคนไปติดต่อตระกูลจางเช่นกัน พวกเขาเป็ศัตรูกับตระกูลเอี้ยมานานคงยินดีที่จะช่วย"
ต้วนิเทียนแค่นหัวเราะ"ข้าจะส่งคนไปติดต่อกับพวกกลุ่มนักสู้อิสระโดยให้รางวัลทุกคนที่มาด้วยเงินคนละ10000 เหรียญทอง มีคนที่สนใจจะเข้ามาช่วยจำนวนหนึ่ง"
โม่เฉวียนสบตากับทุกคนก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ "ส่วนข้าจะติดต่อกับตระกูลหวงพวกเขาอยู่ที่ทิศตะวันตกของป่า"
ทั้งสี่คนมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มมาดร้าย
"เรามีกำลังเสริมจากสี่ทิศทาง"จ้าวเหวินเหยียนพูด "ถ้าเอี้ยเสวียนหนีไปทางไหน ก็จะต้องเจอกับกับดัก"
"ทีนี้เราต้องวางแผนไล่ต้อนมัน"ต้วนิเทียนกล่าว "ต้องระวัง อย่าให้มันรู้ตัว"
แสงจันทร์อ่อนๆ ลอดผ่านเมฆหนาทึบเอี้ยเสวียนนั่งสมาธิอยู่บนยอดไม้สูงที่มองเห็นค่ายของศัตรูทั้งสี่ฝ่ายเขาไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่มาหลายวันแล้ว แต่แรงแค้นทำให้เขายังคงมีพลังต่อสู้
"มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล"เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาดำสนิทกวาดมองความเคลื่อนไหวด้านล่าง"พวกมันแยกย้ายกันบ่อยเกินไป... เหมือนกำลังเตรียมอะไรบางอย่าง"
ใน่สามวันที่ผ่านมาเอี้ยเสวียนสังเกตเห็นว่ามีสมาชิกหลายคนจากแต่ละตระกูลแยกออกไปเป็กลุ่มเล็กๆก่อนจะกลับมาพร้อมสีหน้าที่มีความหวัง
"ต้องมีอะไรสักอย่าง..."เขาตัดสินใจสืบข่าวโดยการจับตัวของสมาชิกคนนึงของตระกูลต้วนแล้วทำการสอบสวนหาข้อมูลเมื่อได้ฟังข้อมูลต่างๆเขาหลับตาลง
เอี้ยเสวียนลืมตาขึ้นสีหน้าเคร่งเครียด "พวกมันเรียกกำลังเสริมเข้ามา!"
เขาะโลงจากต้นไม้อย่างรวดเร็วร่างกายเคลื่อนไหวเหมือนเงารวดเร็วจนตาธรรมดามองไม่เห็น"ต้องเปลี่ยนแผน"
เอี้ยเสวียนรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถต่อกรกับกองกำลังขนาดใหญ่ได้เขาต้องใช้ข้อได้เปรียบตรงที่ตัวเขาอยู่ในความมืดและรู้ข่าวของศัตรูแต่ศัตรูไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย
วันรุ่งขึ้นในขณะที่กลุ่มตระกูลจางกำลังเดินทางไปสู่จุดนัดหมายทันใดนั้นเองก็มีเสียงธนูดังขึ้นแล้วธนูหลายสิบดอกก็พุ่งเข้ามาทำร้ายคนของตระกูลจางาเ็ไปหลายคน
“ระวังมีคนลอบทำร้าย”จางจวี๋หัวหน้ากลุ่มะโขึ้นมา “บุกไปข้างหน้าดูสิว่าใครกล้ามาลอบทำร้ายพวเรา”ทุกคนมุ่งไปข้างหน้าด้วยความโกรธแค้น
ในขณะเดียวกันกลุ่มของพันธมิตรสี่ตระกูลที่กำลังมารับกลุ่มตระกูลจางเมื่อไปถึงบริเวณที่ตระกูลจางโดนจุ่โจมหนึ่งในนั้นเห็น เอี้ยเสวียนที่ยืนอยู่ข้างหน้า แล้วะโว่า “ตามหาข้าหรือ คิดว่าพวกเ้ามีพวกแค่คนเดียวหรือ..บุก”เอี้ยเสวียนกล่าว แล้วบุกเข้าหากลุ่มพันธมิตรทั้งสี่ตระกูลในขณะที่กำลังต่อสู้กันนั้นพันธมิตรทั้งสี่ตระกูลก็พบว่าข้างหลังเอี้ยเสวียนมีกองกำลังนับสิบตามมาด้วยพลังและกลิ่นอายดุร้ายจึงมีคนลงมือทำร้ายฝั่งตรงข้ามทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนโดยที่เอี้ยเสวียนได้หายตัวไปแล้ว
ด้วยการสร้างสถานะการณ์ดังกล่าวทำให้เหตุการณ์ลุกลามออกไปเหมือนไฟลามทุ่งเนื่องจากเมื่อมีการต่อสู้กันขึ้นมาก็มักจะมีการชวนสมัครพรรคพวกให้มาช่วยโดยไม่มีใครรู้ว่าเื่เกิดจากอะไรแต่กลายเป็ว่าทุกคนเข้ามาสู่าครั้งนี้โดยไม่รู้ตัวไฟแห่งการต่อสู้ลุกลามไปทั่ว
"ป่าหมื่นสรรพสัตว์..."เอี้ยเสวียนมองดูสมรภูมิรบเบื้องล่าง "วันนี้เ้าจะได้เห็นหมื่นศพ"ก่อนที่เค้าจะสวมหน้ากากสีดำสนิทที่มีรอยเืสีคล้ำติดอยู่โดยเฉพาะในส่วนที่เป็ั์ตาที่มีรูปอักขระโบราณซ้อนกันเป็รูปวงกลม 4 ชั้น มันคือหน้ากากแห่งวิถี—ศาสตราอักขระชิ้นแรกที่เอี้ยเสวียนสร้างขึ้นเอง มันปรากฏตัวหลังจากที่เอี้ยเสวียนร่ำเรียนการเขียนอักขระและหลอมศาสตราจากตระกูลว่ากันว่าวันที่หน้ากากนี้สร้างเสร็จเกิดปรากฎการณ์สายฟ้าที่กระหน่ำลงมาถึง 9ครั้ง ตัวหน้ากากทำจาก เหล็กดวงดาว หลอมรวมกับกระดูกอสูรขั้นหกโดยใช้ไฟวิเศษที่เอี้ยเสวียนได้มาดดยวาสนาคือไปวิเศษ อัคคักลืนหิมะ
เมื่อสวมใส่ หน้ากากจะปิดั้แ่หน้าผากจรดั์ตาเหลือเพียงแววตาที่เรืองรองด้วย จักษุแห่งอักขระสี่ชั้น
รอยเืสีคล้ำที่แห้งกรังด้านนอก...คือสิ่งที่ ไม่เคยลบออกั้แ่วันแรกที่เขาสร้างมันเสร็จ
ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายเอี้ยเสวียนแฝงตัวเข้าไปในค่ายพักของตระกูลหลี่ที่เหลือเพียงคนเฝ้าค่ายไม่กี่คนเขาเคลื่อนไหวราวกับเงา ไร้เสียง ไร้ร่องรอย แทรกผ่านจนพบกับหลี่หลางเทียนที่กำลังยืนมองความโกลาหลด้านหน้าอยู่ด้วยสายตางุนงง
"เป็ไงฉากนี้ดูน่าสนใจดีมั้ย"เอี้ยเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ "ข้าอุตส่าห์ลงทุนลงแรงไปตั้งหลายวันเพื่อสร้างฉากนี้"
หลี่หลางเทียนะโถอยหลังชักดาบออกมาจากเอว "เอี้ยเสวียน! ไอ้ลูกเศษสวะ!เ้ากล้าดียังไงถึงมาที่นี่!"
เอี้ยเสวียนก้าวเข้ามาอย่างช้าๆบรรยากาศรอบตัวเขาราวกับอากาศแข็งตัว"ข้ากล้ามากพอที่จะเข้ามาฆ่าเ้าด้วยมือของข้าเอง"
หลี่หลางเทียนหัวเราะเสียงดัง"เด็กนรก! เ้าคิดจริงๆ หรือว่าจะเอาชนะข้าได้? ข้าคือทายาทแห่งตระกูลหลี่! ข้าคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของแคว้นเย่!"
"แล้วยังไง"เอี้ยเสวียนตอบ ยังคงเดินเข้าไปใกล้
"หึหึ แล้วยังไงนั่นก็คือเ้าคงไม่คิดว่าคนที่เ้าลงมือต่อสู้ทั้งหมดจะมีฝีมือสู้ข้าได้หรอกนะ?" หลี่หลางเทียนตอบ พร้อมกับโจมตีทันทีโดยตวัดดาบฟันลงมาอย่างรวดเร็วเสียงดาบผ่าอากาศดังหวือ แต่เอี้ยเสวียนมองเห็นช่องว่างต่างๆในกระบวนท่าของหลี่หลางเทียนและสามารถหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
"เ้าช้าเกินไป"เอี้ยเสวียนกระซิบ ปรากฏตัวด้านหลังของหลี่หลางเทียนอย่างรวดเร็ว แล้วใช้เท้าถีบเข้าไปที่ก้นของหลี่หลางเทียนอย่างแรงจนหัวคะมำ
หลี่หลางเทียนหันกลับมาโจมตีอีกครั้งด้วยสีหน้าที่แดงก่ำด้วยความอับอายเพราะการกระทำของเอี้ยเสวียนมันคือการหยามน้ำหน้าของตนเองอย่างแรง “เอี้ยเสวียน....เ้าบัดซบ” “กระบวนท่าดาบวารีคลั่ง”หลี่หลางเทียนะโพร้อมทั้งใช้กระบวนท่าไม้จายของตนเองออกมาเมื่อกระบวนท่าดาบวารีคลั่งถูกใช้ออกมาเสมือนกับมีคลี่นที่ไร้รูปร่างพุ่งเข้าใส่ทุกทิศทุกทาง
แต่เอี้ยเสวียนอาศัยความสามารถในการมองและความเร็วของตนหาช่องว่างและถีบไปที่ก้นของหลี่หลางเทียนจนหัวคะมำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"เ้า...เอี้ยเสวียนเ้าบัดซบแน่จริงมาสู้กับข้าตรงๆสิ เ้ารู้จักแต่หลบหรือ!" เขาร้องออกมาด้วยความโกรธ
"ตามคำขอของเ้า....อย่าลืมนะว่าเ้าขอร้องข้าเอง"เอี้ยเสวียนตอบ ทันใดนั้นเงาร่างของเขาก็พร่าเลือนจนเหมือนกับเงาก่อนที่จะประชิดร่างของหลี่หลางเทียนแล้วใช้หมัดชกเข้าไปที่ทุกส่วนของร่างกายอย่างเต็มกำลังหลี่หลางเทียนที่โดนโจมตีอย่างกระทันหันยังไม่ทันตั้งตัวก็รู้สึกถึงความเ็ปทั่วกายรู้สึกได้ว่ากระดูกแตกร้าว อวัยวะภายในาเ็สาหัสแม้กระทั่งรู้สึกได้ถึงว่าิญญาของตนก็ถูกต่อยจนจะหลุดออกจากร่าง
ส่วนเอี้ยเสวียนที่ลงมือไม่ได้สังเกตว่าภายในร่างกายของตนเองตอนที่ออกแรงชกไปยังหลี่หลางเทียนก้อนพลังงานที่ได้มาจากัเจียวกำลังหมุนอย่างรวดเร็วที่ให้เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายของเอี้ยเสวียนขยายขนาดใหญ่ขึ้นเส้นโลหิตและเส้นชีพจนหนาขึ้นยืดหยุ่นมากขึ้น
เมื่อเอี้ยเสวียนหยุดมือ หลี่หลางเทียนที่ร่างกายเหมือนดินเหลวก้อนนึงก็ล้มลงไปกองที่พื้นเขาพยายามขยับร่างกาย แต่รู้สึกได้ว่ากระดูกทุกท่อนแตกร้าว เขาล้มลงกับพื้น
"เป็ไปไม่ได้เ้าไม่ได้ใช้แม้กระทั่งพลังปราณ ทำไม....?" หลี่หลางเทียนถามด้วยน้ำเสียงเริ่มสั่นความกลัวปรากฏชัดในดวงตา "หากเ้า้าฆ่าข้า ก็จงฆ่าเลยอย่าทรมานข้าเช่นนี้!"
เอี้ยเสวียนย่อตัวลงมองหน้าศัตรูอย่างใกล้ชิด "ฆ่าเ้าหรือ? ไม่นั่นมันผิดกฎของการแข่งขัน อีกอย่างพวกเอี้ยหลันคงยังไม่อยากให้เ้าตายง่ายเกินไป"
“บอกมาใครทำไมเ้าถึงตั้งตัวเป็ศัตรูกับข้า....เพราะว่าข้ากับเ้าเพิ่งเคยเจอหน้ากันทำใม” เอี้ยเสวียนถามเสียงเรียบ
“ฮ่าๆๆๆ เ้าไม่มีทางรู้จากปากของข้าหรอก”หลี่หลางเทียนกล่าว
“อ๊ากๆๆๆๆ”เอี้ยเสวียนเอามีดสั้นแทงลงไปที่ต้นขาของหลี่หลางเทียนด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
“ลงมืออีกสิแค่นี้กระจอกมาก” หลี่หลางเทียนบอก
เอี้ยเสวียนยิ้มพร้อมทั้งยกนิ้วโป้งในมือซ้ายขึ้นมาพร้อมกล่าวว่า “เยี่ยม..ลูกผู้ชายมันต้องอย่างนี้” ก่อนที่จะเอาปลายดาบแทงเข้าไปที่ซอกเล็บของหลี่หลางเทียนที่ละนิ้วๆ
“อ๊ากกกกก...ข้อบอกแล้ว”ในที่สุดหลี่หลางเทียนก็ทนไม่ไหวก่อนจะบอกเื่ราวที่เกิดขึ้น
“เมื่อสิบกว่าปีก่อนพ่อของเ้าได้ช่วยหญิงคนนึงจากพ่อของข้า ในการต่อสู้ครั้งนั้นพ่อของข้าพ่ายแพ้จึงได้เก็บความแค้นนี้ไว้ในใจต่อมาพ่อของข้าได้ข่าวว่า หญิงสาวคนนั้นต่อมาได้แต่งงานกับพ่อของเ้าหรือก็คือแม่ของเ้า นั่นยิ่งทำให้พ่อของข้ายิ่งแค้นหนักขึ้นไปอีกต่อมามีตระกูลใหญ่ในเมือง้าล้มตระกูลเอี้ย จึงมาชวนตระกูลหลี่ร่วมมือกัน เหตุการณ์ทั้งหมดจึงเกิดขึ้นจากความแค้นส่วนตัวและผลประโยชน์ร่วมกัน”หลี่หลายเทียนกล่าวขึ้นมา
“ตระกูลเหวิน” เอี้ยเสวียนเค้นเสียงรอดไรฟันออกมาก่อนที่จะทำให้หลี่หลางเทียนสลบและกรีดไปที่หน้าอกของหลี่หลางเทียนว่า”การแก้แค้นเพิ่งเริ่ม”