“เ้าจะจ้องหน้าข้าไปอีกนานหรือไม่แม่นางหลี่”
หยางจื่อเอ่ยถามแม่นางน้อยที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าตนมาั้แ่เข้าในบ้านมาจนถึงตอนนี้จนทำให้ตนได้แต่สงสัยว่าตัวเองได้ไปทำอะไรให้นางรู้สึกไม่พอใจหรือไม่เหตุใดนางถึงได้เอาแต่จ้องหน้าเขากัน ชายหนุ่มวัย20หนาวย่าง21หนาวได้แต่นั่งหลบสายตาของแม่นางน้อยที่เอาแต่จ้องมองใบหน้าของตน
ใบหน้าหล่อเหลา สันจมูกโด่งริมฝีปากหยักได้รูป กำลังนั่งจิบชาเพื่อหลบสายตาของเด็กสาวที่นั่งอยู่เบื้องหน้าตนดวงตาเรียวหงส์เหม่อมองไปทางบิดาของตน ที่กำลังนั่งพูดคุยอยู่กับเด็กน้อยก่อนจะได้ยินเสียงหวานตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเป็มิตรสักเท่าใด
“ต้องขอโทษด้วยนะเ้าคะพอดีว่าท่านหน้าตาคล้ายกับคนรู้จักของข้ามากไปหน่อย ^_^”
“อ่อเป็เช่นนี้นี่เองข้าก็นึกว่าตัวข้าได้ไปทำอันใดให้เ้าโกรธเสียอีกเ้าถึงได้เอาแต่จ้องหน้าข้าขนาดนั้น”
“ไม่มีหรอกเ้าคะพี่ชายชุนท่านอย่าคิดมากไปเลย^^” ไม่ใช่พี่แต่เป็คนที่หน้าเหมือนพี่อ่ะนะหนิงหนิงพูดในใจ ก่อนจะหยิบจอกชาขึ้นมาดื่มบ้าง
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาสมุนไพรทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของหนิงหนิงค่อยๆสงบลงเนื่องจากตอนแรกที่นางได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่ม ก็ทำให้นางเผลอสติหลุดคิดไปว่าเขาคือสหายผู้นั้นของนาง ที่ชอบพานางไปเจอเื่อันตรายอยู่ร่ำไปมันเลยทำให้นางโกรธจนเอาแต่จ้องหน้าของอีกฝ่าย จนเกือบลืมจุดประสงค์ที่มาที่นี่
หนิงหนิงที่สงบใจได้แล้วก็ทำให้นางคิดที่จะคุยกับท่านหมอชุนเื่ของการขายโสม นางจึงเอ่ยกับเขา
“ท่านหมอชุนข้ามีเื่จะคุยกับท่านสักหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ”นางเอ่ยกับท่านหมอด้วยน้ำเสียงสุภาพซึ่งก็ทำให้ท่าทางของท่านหมอที่มีต่อนางเริ่มอ่อนลง
“เรียกข้าว่าท่านปู่เหมือนน้องเ้าเถอะ”ท่านหมอพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ผิดจากตอนแรก
“เ้าคะท่านปู่ชุน”
“แล้วเ้ามีเื่อันใดอยากคุยกับข้ารึ”
“คือว่าข้าอยากถามท่านว่าท่านพอจะช่วยข้าขายสมุนไพรได้หรือไม่เ้าคะ”หนิงหนิงพูดไปพลางก็สังเกตสีหน้าของท่านปู่ชุนไปด้วยเมื่อนางเห็นว่าเขาไม่ได้ว่าอะไรนางจึงเริ่มพูดต่อ
“พอดีว่าเมื่อวานนี้พวกข้าสองพี่น้องได้ขึ้นเขาไปหาของป่ากันมานิดหน่อย จึงบังเอิญเก็บโสมติดมือมาได้ต้นนึงพวกข้าจึงอยากจะขอรบกวนให้ท่านปู่ชุนช่วยเอาไปขายในเมืองให้พวกข้าสักหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ”พอพูดจบหนิงหนิงก็เงยหน้าไปมองชายชราที่นั่งอยู่เบื้องหน้าตนก่อนจะเห็นว่าเขากำลังทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่ นางจึงได้นั่งเงียบๆ แล้วจิบชารอ
“แน่นอนว่าข้าย่อมช่วยพวกเ้าได้เพียงแต่เมื่อวานนี้พวกเ้าขึ้นเขาไปกันเองรึ? ”
ท่านหมอชุนเอ่ยพร้อมกับมองสองพี่น้องตรงหน้าด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อเพราะเด็กน้อยสองคนเบื้องหน้าตน คนนึงก็พึ่ง13หนาวเป็เพียงแม่นางน้อยบอบบางที่ไม่เคยทำงานกับอีกคนก็เป็แค่เด็กน้อยอายุสี่หนาว นั้นจึงทำให้เขาค่อนข้างจะเป็กังวลเมื่อได้ยินว่าพวกนางไปกันเองโดยที่ไม่มีผู้ใหญ่ไปด้วย
“เ้าค่ะพวกข้าไปกันเองสองคน แต่ท่านปู่มิต้องเป็ห่วงหรอกหนิงเออร์ทราบดีว่าในป่ามันอันตราย พวกข้าจึงไม่ได้เข้าไปลึกมาก^^”หนิงหนิงยิ้มหลังพูดจบ
ซึ่งก็ทำให้ท่านหมอชุนเบาใจลงเมื่อได้ยินว่าไม่ได้ไปลึกมากผิดกับหนิงหลงที่ได้แต่มองหน้าพี่สาวตาไม่กะพริบเมื่อได้ยินนางหลอกท่านปู่ชุมว่าเข้าไปไม่ลึก
ทั้งที่ความจริงแล้วพวกตนไหนเลยจะเข้าไปลึกดังที่ปากนางว่าไม่เยี่ยงนั้นนางจะกลัวงูจนวิ่งหนีกลับมาหรือ ซึ่งหนิงหลงก็พูดกับตัวเองในใจก่อนจะละสายตาแล้วหันกลับมากินขนมที่ท่านหมอให้ต่อ
ทางด้านหนิงหนิงที่เห็นสายตาของน้องชายนางก็พอจะเดาได้ว่าเด็กน้อยนั้นต้องกำลังด่านางในใจอย่างแน่นอน เื่ที่นางไปหลอกท่านหมอชุนแต่แล้วอย่างไรละหากเขากล้าพูดความจริงออกมา ตนจะเอาเขาไปเป็เหยื่อล่อปลาแน่เมื่อนึกถึงปลาในแม่น้ำที่เมื่อวานพวกตนผ่านหนิงหนิงก็คิดถึงปลาย่างกับน้ำแกงปลาขึ้นมา
เด็กสาวจึงคิดว่าหลังจากจัดการเื่นี้เสร็จนางจะลากน้องชายตัวน้อยไปตกปลาด้วยกันสักหน่อยเผื่อว่าเด็กน้อยอาจจะหาผักป่ามาทำเป็น้ำแกงในคืนนี้ได้
“หนิงหนิงไหนละโสมที่จะขายน่ะ”
เมื่อนางได้ยินเสียงของท่านหมอชุนหนิงหนิงที่กำลังนึกถึงมื้อเย็น ก็รีบเอาห่อผ้าขึ้นมาให้ท่านหมอดูซึ่งในนั้นก็มีโสมอายุ50ปีนอนอยู่ เมื่อท่านหมอเปิดห่อผ้าออกมา เขาก็ต้องตกตะลึงเพราะโสมตรงหน้านี้เรียกได้ว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก แทบจะไม่ส่วนใดบอบช้ำเลยนอกจากใบที่มันร่วงไปสองสามใบ
“อื้อ..ดูจากรูปร่างอันสมบูรณ์ของมันแล้วปู่คิดว่ามันน่าจะได้ราคาราวๆ 1-200ตำลึงทองเลยนะ”
เพราะโสมที่ได้มามันค่อนข้างใหญ่มันมีขนาดพอๆ กับข้อมือของเด็กทารกที่อายุ3-4เดือนได้ แถมดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วก็แลดูอายุประมาณห้าสิบปี ซึ่งมันก็ถือว่าหายากพอๆกับโสมอายุหนึ่งร้อยปีเลยทีเดียว
แต่ท่านหมอชุนนั้นไม่รู้เลยว่าไอ้โสมหนึ่งร้อยปีนั้น เด็กน้อยเบื้องหน้าตนก็มีอยู่แถมนางยังคิดจะเอามันไปเพาะอีกด้วย ถ้าเขารู้เขาคงได้แต่พูดว่าน่าเสียดายที่ของดีๆ แบบนี้ดันให้เด็กน้อยเอาไปเล่นเสียได้
ซึ่งกว่าเ้าตัวจะรู้หนิงหนิงก็มีไร่โสมเป็ของตัวเองไปแล้ว แถมนางยังหวงมากจนถึงขนาดที่ว่าไม่ยอมขายให้ผู้ใดอีก ไม่ว่าพวกเขาจะเสนอราคาเท่าใดก็ตาม
หนิงหนิง:ไม่มีแม่ที่ไหนเขาขายลูกกินหรอกนะ//กอดต้นโสม
“ถ้าเช่นนั้นท่านปู่ข้าขอฝากท่านซื้อของมาด้วยได้หรือไม่เ้าคะ”
หนิงหนิงไม่ได้มีท่าทางใกับราคาที่เขาเอ่ยเพราะนางพอเดาอยู่ได้อยู่แล้ว ว่าราคาจะต้องได้ประมาณนี้เพราะในอนาคตที่นางจากมาเอง ราคาโสมก็ยังสูงอยู่
ซึ่งนั้นก็ทำให้เรือนกระจกของนางมักเป็ที่หมายตาของผู้คนมากมายถึงขนาดที่ว่าเคยมีคนลอบเข้ามาในบ้านของนางเพียงเพื่อที่จะขโมยต้นไม้ของนางเท่านั้น
“หืมแน่นอนว่าได้อยู่ว่าแต่เ้าจะให้ปู่ซื้ออะไรมาบ้างละ”
เมื่อได้ยินท่านหมอชุนถาม นางก็ยื่นใบรายการของที่ต้องซื้อให้กับท่านหมอไปต้องพูดว่าโชคดีที่ตัวนางในชาติก่อนค่อนข้างพวกวัฒนธรรมโบราณจึงทำให้นางได้เรียนเขียนพู่กันมาบ้าง เลยทำให้ลายมือของนางไม่ได้ดูน่าเกลียดจนเกินไป
ซึ่งนางก็เห็นท่านหมอชุนนั่นดูค่อนข้างพอใจกับลายมือของนางอยู่ไม่น้อยส่วนเื่ของในใบรายการนั่น ก็เป็ของที่นางได้คิดไว้แล้วว่าจะซื้ออะไรบ้างส่วนเื่บ้านนั้นนางคิดว่ารอได้เงินมาก่อนค่อยมาปรึกษากับน้องชายอีกทีว่าจะสร้างใหม่ไปเลยหรือว่าจะแค่ซ่อมแซม
“อืมเขียนได้ไม่เลวเลยสมแล้วที่เป็หลานของอดีตซิ่วไฉ* แม่ของเ้าสอนเ้าอ่านหนังสือด้วยหรือไม่”
ท่านหมอชุนมองแม่นางน้อยเบื้องหน้าด้วยแววตาอ่อนโยนเขาชื่นชมนางที่ตอนนี้เริ่มรู้จักดูแลน้องชายจากที่ตนได้คุยกับเด็กน้อยเมื่อครู่ก็ได้รู้ว่าหลังหายป่วยนางก็เปลี่ยนไป จากที่แต่ก่อนไม่เคยเหลียวแลใครพอมาตอนนี้ อืมดีแล้วละที่นางเปลี่ยนเสี่ยวหลงจะได้ไม่ต้องมาลำบากอีก
“เ้าค่ะท่านแม่พอสอนหนิงเออร์มาบางแล้ว หากแต่เมื่อก่อนหนิงเออร์เป็เด็กไม่ดีจึงไม่ค่อยเชื่อฟังที่ท่านสอนนั่นจึงทำให้หนิงเออร์รู้หนังสือเพียงแค่ไม่กี่คำเ้าค่ะ”
“ดีดี เ้าทำได้ขนาดีก็นับว่าดีแล้ว หากมีเวลาก็สอนน้องเ้าด้วยละ”
“เื่นี้ท่านไม่ต้องห่วงเ้าค่ะหนิงเออร์เองก็ไม่คิดจะปล่อยให้น้องชายกลายเป็คนไม่รู้หนังสืออยู่แล้ว”หนิงหนิงตอบ
ส่วนท่านหมอชุนก็ได้แต่มองด้วยความพอใจก่อนเขาจะเดินเข้าด้านใน แล้วออกมาพร้อมกับหนังสือสมุนไพรสองเล่ม ก่อนจะส่งให้นางจนนางได้แต่มองด้วยความสงสัย
“สื่งนี้คือ?”
“ปู่ให้เ้าเพราะดูแล้วเ้าคงมีความรู้ด้านสมุนไพรไม่น้อยอันนี้ปู่จึงให้เ้าไว้เรียนรู้เพิ่มเติม”
ซึ่งหนังสือที่ตนมอบให้เด็กสาวนั้นเป็แค่หนังสือเก่าไม่ได้ใช้ ตนจึงยกให้นางอย่างไม่เสียดายเพราะถ้าให้ตนเดาโสมนี่คงเป็ฝีมือนาง เพราะเด็กน้อยอย่างหลี่หนิงหลงคงทำไม่ได้
เพราะการจะขุดโสมให้ออกมาโดยไม่เสียหายเลยนั้นจะบอกว่าง่ายก็คงพูดไม่ได้เต็มปาก เพราะโสมนั้นมีรากฝอยเล็กๆ อยู่มาก แต่แม่นางน้อยเบื้องหน้าตนกลับทำได้แถมยังไม่มีส่วนใดเสียหายนอกจากรอยช้ำเล็กน้อยที่เกิดจากกระแทก
เขาจึงคิดว่านางน่าจะมีความรู้ด้านนี้อยู่ไม่มากก็น้อยดังนั้นการให้หนังสือนางไปจึงถือว่าเป็อีกหนึ่งเส้นทางให้เด็กน้อยบ้านหลี่สามารถหาเงินได้
“ขอบคุณมากเ้าค่ะท่านปู่ชุน”
“ไม่เป็ไรเอาเป็ว่าเื่เงินไว้ตอนเย็นข้าจะเอาไปให้พวกเ้าพร้อมกับของที่เ้าฝากซื้อมาแล้วกัน”
“คงต้องรบกวนท่านปู่ชุนแล้ว”หนิงหนิงพูดพร้อมกับโค้งคำนับให้ท่านหมอชุนเพื่อเป็การขอบคุณที่ช่วยเป็ธุระเื่ขายโสมกับซื้อของให้พวกนาง
“ไม่เป็ไรไม่เป็ไร มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ไว้ตอนเย็นปู่จะให้ลูกชายเอาเงินไปให้พวกเ้า”
“ในเมื่อเป็เช่นนี้งั้นข้าก็จะแบ่งเงินที่ขายได้มาให้ท่านสัก50ตำลึงดังนั้นท่านปู่ชุนช่วยรับไว้ด้วยนะเ้าคะ ถือว่าเป็ค่าตอบแทนที่ท่านมาช่วยรักษาข้าตอนที่ข้าล้มป่วยแล้วช่วยเป็ธุระเื่โสมให้”
เมื่อพูดจบหนิงหนิงก็ไม่ปล่อยให้ท่านหมอชุนได้ปฏิเสธนางจับมือน้องชายบอกลาคนสองพ่อลูกตระกูลชุน แล้วออกจากบ้านไปทันทีทิ้งไว้แต่ท่านหมอที่คิดจะปฏิเสธ ได้แต่มองตามหลังทั้งสองคนไป
“เฮ่อจริงๆเลยพอนางเปลี่ยนมาเป็เด็กดีเช่นนี้แล้วข้าไม่ชินเลยจริงๆ”
ท่านหมอบ่นให้ลูกชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ฟังซึ่งชายหนุ่มก็ได้แต่ส่ายหัว ก่อนจะให้บิดารับเงินส่วนนั้นไว้เถอะเพื่อไม่ให้เป็การหักน้ำใจของสองพี่น้อง
แต่หากบิดายังรู้สึกไม่ดีก็ให้ช่วยขายโสมให้ได้ราคามากอีกหน่อยก็พอแล้ว ซึ่งพอท่านหมอชุนได้ฟังเขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรหากแต่ในใจเขาก็คิดจะทำตามคำแนะนำของลูกชายไปแล้ว...
.
.
อีกด้านนึง
หลังจากกลับมาจากบ้านหมอชุนหนิงหนิงก็เอาหนังสือที่ได้มาไปเก็บไว้ในห้อง ก่อนจะออกหยิบถังน้ำในห้องครัวแล้วเดินไปหยิบเบ็ดตกปลาในห้องเก็บฟืน จากนั้นก็เดินไปลากน้องชายที่สวนผักไปตกปลาด้วยกัน
“....”หนิงหลง ท่านพี่ช่วยถามข้าสักคำเถอะว่าข้าอยากไปรึไม่
โรงละคร
หนิงหลง:ท่านพี่ข้าเป็น้องท่านนะ ท่านจะทำเยี่ยงนี้กับข้าไม่ได้//โดนมัด
หนิงหนิง:เพราะเป็น้องอย่างไรละถึงต้องทำ//มัดเชือก
หนิงหลง:ข้าเกลียดท่านนนน
หนิงหนิง:ปลาน้อยรีบมากินอาหารเร็วๆ //จับเบ็ด
**เป็การสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่นของจีนในสมัยก่อน(หมู่บ้าน,ตำบล.อำเภอ.จังหวัด) ซึ่งผู้ที่สอบผ่านรอบนี้จะได้คุณวุฒิระดับเรียกว่า"ซิ่วไฉ" (秀才) การสอบรอบนี้จึงเรียกว่า"การสอบซิ่วไฉ" โดยจัดสอบทุกปี ปีละครั้ง