“กลับมาแล้วหรือ”
เสียงของแม่ที่นั่งอยู่บนโซฟาดังขึ้น ทำเอาแอนนาสะดุ้งเฮือก เธอชะงักฝีเท้าทันที ก่อนจะหันไปมองแม่ที่เธอลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้อยู่บ้าน
“หนูไปดูหนังกับเพื่อนมาค่ะ... แม่มาั้แ่เมื่อไหร่คะ? ทำไมไม่โทรบอกหนูเลย?” แอนนารีบพูดเสียงอ่อย
“ถ้าแม่โทรบอก ลูกก็คงไม่ออกไปไหน แล้วแม่จะได้รู้เหรอว่าลูกดูหนังรอบดึก กลับบ้านตีสอง... หึ”
“โธ่ แม่~ หนูก็แค่ไปดูหนังรอบห้าทุ่ม พอหนังจบก็เที่ยงคืน แล้วก็ไปกินอะไรที่ตลาดโต้รุ่งกันต่อ คุยกันเพลินนิดเดียวเองค่ะ แล้วดูหนูสิ แต่งตัวธรรมดาจะตาย ผับบาร์ก็ไม่ได้ไปตั้งหลายเดือนแล้วนะ”
แอนนารีบอธิบาย พูดจบก็เดินเข้าไปนั่งข้างๆ และโผเข้ากอดแม่ทันที
“อื้อ ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ!” แม่ว่าเสียงดุแต่แววตาเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“รู้ไหมว่ากลับดึกขนาดนี้ แม่เป็ห่วงแค่ไหน... ถ้าแม่ยังไม่กลับมาบ้าน ลูกก็คงไม่คิดจะกลับเลยใช่ไหม?”
ถ้าเธอพูดตรงๆว่าไปมีเซ็กส์กับผู้ชายมาแม่ต้องใแน่ๆเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเป็ลูกรักที่น่ารักสุดของแม่เสมอ
"โหหนูไม่เคยไปนอนที่ไหนหรอกค่ะ นี่ไงหนูกลับมาแล้วแม่ก็ตอนนี้หนูง่วงมากเลยแล้วก็เพลียด้วยหนูอยากนอนแล้วหนูขอขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็ขอนอนก่อนนะคะแม่ก็นอนได้แล้วนะคะดึกมากแล้วหนูไปก่อนค่ะ"เธอพูดเสร็จรีบขยับตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่ผู้เป็แม่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรเ้าลูกสาวก็รีบวิ่งแจ้งขึ้นห้องทันที ผู้เป็แม่ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ
ถ้าเธอกล้าพูดตรง ๆ ว่าเพิ่งไปมีเซ็กส์กับผู้ชายมา… แม่ต้องช็อกแน่ ๆ
เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอคือ “ลูกรัก” ที่แสนดีของแม่ เป็เด็กเรียบร้อย ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ไม่เคยค้างคืนที่ไหน ไม่เคยกลับบ้านเกินเที่ยงคืนด้วยซ้ำ
“โห หนูไม่เคยไปนอนที่ไหนหรอกค่ะ! นี่ไงคะ หนูกลับมาแล้ว!”
เธอรีบพูดกลบเกลื่อน แถมยังแสร้งยิ้มให้ดูเป็ธรรมชาติ
“ตอนนี้หนูง่วงมากเลยค่ะ เพลียสุด ๆ หนูขอขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็นอนก่อนนะคะ แม่ก็นอนได้แล้วนะคะ ดึกมากแล้ว หนูไปก่อนค่ะ!”
พูดจบ เธอก็รีบขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่แม่จะทันได้พูดอะไร ลูกสาวก็พุ่งตัวขึ้นบันไดราวกับมีอะไรตามหลังทันที
แม่ได้แต่นั่งนิ่ง มองตามร่างนั้นแล้วก็ส่ายหน้าเบา ๆ...
ด้วยสีหน้ากึ่งเอ็นดู กึ่งสงสัยปนห่วงใยตามประสาคนเป็แม่
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงเคาะประตูดังรัวเหมือนเ้าของเสียงตั้งใจจะพังประตูเข้าไปเสียให้ได้
"แอนนา! ตื่นได้แล้วลูก! เก้าโมงเช้าแล้ว จะนอนให้ ตะวันเลียตูด หรือไง เด็กคนนี้ ไม่รู้จักโต!"
เสียงแม่ะโเข้ามาด้วยความหงุดหงิด แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยแบบฉบับแม่ๆ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุกที่แสบแก้วหูพอๆ กับเสียงเคาะประตู
บนเตียงกว้างกลางห้อง แอนนานอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ร่างกายของเธอห่มไว้ด้วยชุดนอนสีครีมบางเบาแสนเย้ายวน ผ้าเนื้อเนียนแนบผิวเผยให้เห็นอกอวบแน่นที่ตั้งชูเด่นราวกับไม่สนใจความเย็นของห้องเลยแม้แต่น้อย
เธอครางเบาๆ อย่างหงุดหงิด ก่อนจะพลิกตัว ขยับกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เสยผมยาวไปด้านหลังแล้วบิดี้เีเต็มแรง
แอนนาเหลือบมองนาฬิกาปลุกด้วยแววตาเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดเสียงนั้น แล้วะโออกไปทางประตู
"ตื่นแล้วค่ะแม่!"
เสียงเงียบลง เธอถอนหายใจเบาๆ ราวกับผ่านาย่อยๆ ไปหนึ่งฉาก
จากนั้นจึงเดินไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ตรงหัวเตียง สางผมเบาๆ แล้วเริ่มสำรวจตัวเองในกระจก
แอนนาหมุนตัวไปทางซ้ายแล้วพลิกกลับมาทางขวา มือหนึ่งยกขึ้นแตะแผ่นท้องแบนราบ อีกมือแตะสะโพกกลมกลึงเบาๆ
สายตาของเธอกวาดมองเรือนร่างอย่างวิจารณ์ ส่วนเว้า ส่วนโค้งยังคงเด่นชัดเหมือนเดิม
ริมฝีปากของเธอยกยิ้มบางๆ อย่างพอใจ... ถึงเมื่อคืนจะเหนื่อย แต่เช้านี้เธอก็ยัง “แซ่บ” เหมือนเดิม
แอนนายืนอยู่หน้ากระจก ร่างในชุดนอนสีครีมบางเบายังสะท้อนชัดในกระจกบานใหญ่ เธอยกมือขึ้นลูบไล้เบาๆ จากเนินอกกลมแน่นที่เต่งตึงตั้งชูไม่แพ้ใคร ไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปถึงสะโพกกลมกลึง และปลายนิ้วที่แ่เบาก็เลื่อนแตะกลีบบัวนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนผ้า ขยับถูไปมาเบาๆ
ริมฝีปากของเธอเผยอออก น้อยๆ พลางครางเสียงเบา
"อ่าาา..."
ดวงตาฉ่ำเยิ้มสบมองภาพตัวเองในกระจกอย่างกระหาย ริมฝีปากคลี่ยิ้มช้าๆ พลางคิดในใจ
“หุ่นดี หุ่นเอ็กซ์ ขนาดนี้ ใครจะไม่อยากได้... เมื่อคืนยังเสียวไม่หายเลย อยากโดนกระแทกอีกจังเลย...”
เธอขยับสะโพกเล็กน้อยราวกับจินตนาการว่าโดน แรงกระแทกจากใครบางคนที่ตราตรึงในความทรงจำ
“อ่าา ในตอนเช้าๆ แบบนี้ ถ้าได้ถูกกระแทกแรงๆ คงดี...”
เธอถอนหายใจเบาๆ ปลายนิ้วยังวนเบาๆ บนหน้าท้อง ก่อนจะขยับถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วเอื้อมหยิบผ้าเช็ดตัวจากปลายเตียง
“ั้แ่มีเซ็กส์มา... ยังไม่เคยอิ่มสักที... ไม่เคยถึงใจสักนิด... โคตรน่าเบื่อเลย...”
เธอส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนเดินไปยังห้องน้ำ พร้อมกับถอนหายใจอีกครั้ง
หากยังชักช้าอยู่แบบนี้ แม่ต้องกลับมาเคาะประตูอีกรอบแน่ๆ… แล้วจะยิ่งไม่ได้นึกถึงอะไรดีๆ แบบนี้อีกเลย
แอนนาเดินเข้าครัวในยามสาย แสงแดดลอดผ่านม่านหน้าต่างตกกระทบผิวเนียนละเอียดของเธอจนดูเหมือนจะเปล่งประกาย
เธอสวมเสื้อคอป ลมผ้ายืดสีขาวที่แแ่ไปกับร่าง เสื้อตัวนั้นถูกตัดสั้นอย่างจงใจ เผยให้เห็นเอวคอดกิ่วได้รูปราวกับนาฬิกาทรายที่ประณีตจนใครเห็นก็ต้องกลืนน้ำลาย เธอไม่มีเสื้อชั้นในกั้นไว้ให้วุ่นวาย เต้าอวบอิ่มทั้งสองเต่งตึงอย่างท้าทาย ดันเนื้อผ้าขึ้นมาจนเห็นส่วนโค้งชัดเจนทุกอณู
ด้านล่าง เธอสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นจนเรียกได้ว่า “สั้นเกินเหตุ” ขอบกางเกงที่ร่นขึ้นจนเผยให้เห็นแก้มก้นอวบขาวรำไร สายตาใครเผลอมองเพียงเสี้ยววินาทีก็ต้องสะดุด ร่างของเธอคือคำจำกัดความของคำว่า “เร้าใจ” ในทุกรายละเอียด
“มีอะไรทานบ้างคะแม่”
เสียงหวานของแอนนาทักขึ้น เธอก้มลงเปิดฝาหม้อ โค้งหลังจนสันหลังเผยลอนงาม กล้ามเนื้อเล็ก ๆ ขยับตามธรรมชาติ ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ไม่ต้องอธิบาย
“นี่! อย่าบอกนะว่าจะแต่งตัวแบบนี้ออกจากบ้าน”
แม่พูดขึ้นทันทีที่เห็นสภาพลูกสาว น้ำเสียงผสมทั้งใและไม่พอใจ
“ใครจะแต่งออกจากบ้านแบบนี้คะ หนูแค่รู้สึกว่าวันนี้อากาศร้อน นี่เป็ชุดอยู่บ้านนะค่ะ”
“ชุดอยู่บ้าน? แม่ไม่เคยเห็นหนูจะแต่งโป๊ขนาดนี้เลยนะ!”
“ไม่เห็นโป๊สักหน่อยเลยค่ะ แบบนี้เขาเรียกว่าชุดคอป ใส่สบาย ๆ แม่ไม่ค่อยอยู่บ้านจะไปรู้อะไรละคะ…”
น้ำเสียงของเธอแ่ลงเล็กน้อย พูดเหมือนน้อยใจ แต่ในแววตากลับแฝงความรู้ทัน
แม่ถอนหายใจหนัก เธอรู้ว่าตัวเองไม่อาจควบคุมลูกสาวได้ทั้งหมด แอนนาไม่เคยทำตัวเหลวไหล ไม่เที่ยว ไม่ดื่ม ไม่สร้างปัญหา เธอเพียงแค่...สวยเกินไป และรู้ว่าตัวเองสวยแค่ไหน
“เอาล่ะ ๆ จะใส่อะไรก็ใส่ไปเถอะ แต่ขออย่างเดียว ห้ามแต่งแบบนี้ออกนอกบ้าน เข้าใจไหมลูก? เดี๋ยวนี้มันมีพวกโรคจิตเยอะ”
“ค่ะ แม่”
แอนนายิ้มบาง ๆ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ ริมกางเกงร่นขึ้นไปอีก เผยผิวเนียนตรงขาอ่อนจนแทบจะเกินพอดี
เธอตักโจ๊กเข้าปากเบา ๆ แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ ทั้งที่ในใจนั้นรู้ดีว่า…
เธอแต่งแบบนี้ออกจากบ้านบ่อยกว่าที่แม่คิด และถ้าเป็วันที่ต้อง "ทำงาน" เธอก็อาจจะแต่งยิ่งกว่านี้อีก
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมแรงสั่นเบา ๆ ที่โต๊ะไม้ข้างเก้าอี้ เสียงเตือนนั้นคุ้นเคยดี เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีที่เธอได้ยินบ่อยครั้งใน่หลัง แอนนาเหลือบตามองหน้าจอเพียงครู่ ก็เห็นข้อความแจ้งยอดเงินเข้า 100,000 บาท ชัดเจนอยู่ตรงกลางหน้าจอ เธอกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างพึงใจ
เงินก้อนนั้นคือเครื่องยืนยันว่า “งาน” ที่เธอรับไว้เสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้วและไม่มีปัญหาใดหลงเหลือ เธอหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางตั้งใจว่าจะกินมื้อเช้าอย่างสบายใจเสียที
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตักคำต่อไป เสียงแจ้งเตือนจากไลน์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็ข้อความใหม่ นัดพบและรายละเอียดงานจากลูกค้ารายถัดไปที่เพิ่งเข้ามา
เธอวางช้อนลงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นดู รายละเอียดเรียบง่ายแต่ชัดเจน “นัดพบ 20.30 น. โรงแรมหรู ห้อง 1708” พร้อมกับแนบยอดจองล่วงหน้ามาให้ครึ่งหนึ่งใน ห้าแสน
“หึ!” เสียงหลุดหัวเราะสั้น ๆ ดังจากลำคอ ดวงตาของแอนนาเบิกโพรงขึ้นทันทีที่เห็นตัวเลขบนหน้าจอ ห้าแสนบาท
“ห้าแสน…” เธออุทานออกมาโดยไม่ทันยั้งปาก เสียงนั้นดังพอจะทำให้แม่ของเธอที่กำลังดื่มกาแฟอยู่หันขวับมาในทันที
“อะไรห้าแสน!” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย
แอนนารีบตั้งสติ พลางแสร้งยิ้มแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ “อ๋อ ไม่มีอะไรค่ะ แค่... เพื่อนหนูบอกมาว่าร้านที่เขาเปิด ขาดทุนไปตั้งแสนแน่ะ”
คำโกหกถูกปล่อยออกมาอย่างแเี เธอไม่แม้แต่จะกระพริบตาในขณะที่พูด
“ขาดทุนเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ น่าเสียดายจริง ๆ แล้วทำยังไงล่ะทีนี้?” แม่ถามอย่างเป็ห่วง
แอนนาทำหน้าเคร่งครึมปนเศร้าในทันที เสริมบทบาทด้วยการถอนหายใจ “ตอนนี้ก็เครียดค่ะ มันโทรมาหาหนู หนูคิดว่าสองทุ่มคืนนี้จะแวะไปหามันหน่อย ไม่อยากให้มันเครียดมาก กลัวจะคิดสั้นทำอะไรไม่ดีขึ้นมา”
แม้สีหน้าจะดูจริงจัง แต่อีกมือที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะกลับกำลังเอานิ้วสองนิ้วไขว้กันอย่างเงียบ ๆ เป็สัญญาณลับว่าทั้งหมดคือเื่โกหก
“เอาสิ ไปอยู่เป็เพื่อนเถอะ จะว่าไป... ก็น่าเป็ห่วงอยู่หรอก ไปเถอะ”
“ถ้างั้นหนูไปนอนที่บ้านเพื่อนได้ใช่ไหมคะ?” เธอถามย้ำเสียงหวาน
“อื้มม์ ไปเถอะ” แม่พยักหน้าช้า ๆ
ทันใดนั้น รอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นบนใบหน้าแอนนา ทั้งพอใจ ทั้งโล่งใจ และทั้งพร้อมจะรับ “งาน” มูลค่าครึ่งล้านที่รออยู่ในคืนนี้อย่างเต็มที่…