ตอนที่ 3 (4)
“เกิดอะไรขึ้น” ฟาไฉถามเสียงแหลม “สิ่งนี้มันไม่ปกตินะ! เป็มนุษย์งั้นเหรอ หลอกฉันที่ชีวิตนี้จุติลงมาเกิดเป็หนูตะเภาที่มีสายตาไม่ดีหรือไง นี่มันไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็ปีศาจ! โทรหากรมควบคุมปีศาจ บอกให้พวกเขามารับกลับไปซะ!”
จางกงมองไปที่หงเซี่ยนแล้วพูดว่า “ไม่ใช่นะครับ ท่านผบ.ตร. พี่หงเคยถามในกลุ่มแล้ว คุณคนนั้นจากกรมควบคุมปีศาจก็บอกว่าเขาเป็มนุษย์ ตอนนั้นคุณคนนั้นก็บอกว่าเหนียนเหนียนไม่ใช่มนุษย์เหมือนกัน แล้วก็ถูกด้วยนะครับ!”
คดีลึกลับเมื่อปลายปีที่แล้ว อสูรร้ายโบราณตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ทำลายกรมย่อยพิเศษหลังก่อน และเผาอาคารสีเขียว[1]ของกรมควบคุมปีศาจจนวอด
ตอนนี้กรมย่อยพิเศษกับกรมควบคุมปีศาจยังคงหารือเื่การชดเชยของทั้งสองฝ่ายว่าต้องเป็ของใครอยู่เลย บทเรียนที่ร้ายแรงก่อนหน้าอยู่ที่นั่น ไม่เชื่อไม่ได้!
“ถ้าแค่แตะก็ะเิ ทำไมพี่หงแตะเขาแล้วเขาไม่ะเิล่ะ” มีตำรวจคนหนึ่งถามขึ้นเสียงเบา
“ไม่เห็นพลังปีศาจที่ห่อมืออยู่เหรอ” ตำรวจจราจรที่ชื่อเสี่ยวจิ่วสังเกตอย่างละเอียด แค่เห็นก็พูดว่า “ถ้าไม่แตะตรงๆ ก็จะไม่ะเิ!”
กลุ่มตำรวจพูดกันเสียงดังจ้อกแจ้กจอแจ ราวกับว่าะเิเมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างนั้น หลังจากผ่านไปสามวินาทีสภาพร่างกายของพวกเขาทั้งหมดก็ฟื้นฟูกลับมาดังเดิม ผมเผ้าไม่กระเซิง ใบหน้าก็สะอาดแล้วเหมือนกัน แม้แต่เครื่องแบบที่ใส่ก็ถูกซ่อมแซมเสร็จในชั่วพริบตา จากนั้นก็เริ่มซุบซิบกัน!
มีคนถ่ายรูปลงส่งเข้าไปในกลุ่มอีกครั้ง โดยถ่ายเจี่ยนอินจากทุกมุมมาอย่างละรูป “ถามหน่อย แค่แตะก็ะเิ แต่กรมควบคุมปีศาจบอกว่านี่คืุ์ มีใครเชื่อบ้างไหม”
ในกลุ่มเกิดการถกกันยกใหญ่ สุดท้ายนางฟ้าตัวน้อยจากห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเหอผิงก็พิมพ์ส่งมาหนึ่งประโยคว่า ‘มนุษย์ก็มีพลังวิเศษเหมือนกันนะ ที่ฉันมีตัวอย่างกับวรรณกรรมประวัติศาสตร์เป็กองพะเนินเลย’
‘สิ่งที่เรียกว่าการอนุมานกลุ่มดาวนั้นก็คืุ์หลังวิวัฒนาการแล้ว พวกนายคือรูปแบบจิติญญา ขนาดฝานหลีฮวา[2]ยังมีพลังที่สามารถเคลื่อนย้ายูเาและทะเลได้เลย บอกให้พวกนายอ่านหนังสือเยอะๆ พวกนายก็ไม่ฟัง ไม่อ่านหนังสือก็ดูทีวีให้มากๆ หน่อยเถอะ!’
‘ดูสิ นี่มันก็เหมือนกับคำถามที่แก้ยากมานับั้แ่โบราณที่ว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันนั่นแหละ ใครจะรู้ว่าฝานหลีฮวานั้นเป็กลุ่มดาวที่จุติลงมาเกิดในโลกมนุษย์เพื่อมาหาเซวียติงซานสามีของนางหรือเปล่า จากนั้นก็สู้กับอู่เจ๋อเทียน[3]ในโลกมนุษย์! อู่เม่ยเหนียงปีศาจร้ายผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ถังที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายูเาและทะเลได้นั่นสู้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!’
‘ออกทะเลไปไกลแล้วพวกนาย เวลานี้ใครมันมีเวลาว่างดูทีวีบ้าง ปีเกิงจื่อ[4]มหาภัยจริงๆ! ปีนี้ยังไม่ทันได้ฉลองปีใหม่ อสูรร้ายเหนียนก็โผล่มาก่อความวุ่นวาย เดือนเจ็ดปิดเทอมฤดูร้อนภูตผีปีศาจต่างก็พากันทะลักออกมา มีแต่เื่ๆๆ ทั้งปี ฉันไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านมาสามเดือนแล้ว เมียฉันโวยวายอยากหย่ากับฉันแล้วเนี่ยพวกนายรู้ไหม แม่งเอ๊ย!’
‘ใช่ พูดถึงเดือนเจ็ด ไม่ใช่ว่าวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดมีงานวาเลนไทน์สานสัมพันธ์อะไรนั่นเหรอ ท่านผบ.ตร.ครับช่วยอนุมัติวันหยุดที! แม่ของผมบอกว่าปีนี้ผมจะต้องพาแฟนสาวกลับไปและรีบมีลูกให้ทัน่ปลายปีให้ได้ ไม่งั้นแม่จะให้พ่อไล่ผมออกจากบ้าน ถ้าออกจากบ้านผมก็ไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนแล้วนะครับท่านผบ.ตร.!’
ความสนใจทั้งหมดถูกเบี่ยงไปในทิศทางเดียวกัน เหล่าตำรวจดวงดาวหันไปมองทางหงเซี่ยนกันให้ควั่ก แล้วกะพริบตาปริบๆ แต่พลังของหงเซี่ยนน่าตื่นตะลึงเกินไป นี่คือปีศาจโบราณระดับสูงของจริงที่ได้รับการรับรอง ลูกพี่แห่งโลกปีศาจผู้เป็ด้ายแดงเชื่อมบุพเพ หากท่านผู้นี้ไม่พูด ก็ไม่มีใครกล้าต่อคำพูดต่อหน้าเขา
เจี่ยนอินอาเจียนจนน้ำดีแทบจะออกมาอยู่แล้ว กลิ่นไม่น่าอภิรมย์เลยจริงๆ หงเซี่ยนจึงปล่อยมือหมายจะผละออกไป แต่เจี่ยนอินกลับคว้าข้อมือของหงเซี่ยนไว้ทันที แล้วกอดไว้ในอ้อมแขนของตนเองแน่น
เหล่าตำรวจดวงดาวสูดหายใจลึก “เ้าหนูตัวดีที่ไม่กลัวตายนี่! คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้ากอดลูกพี่!”
เจี่ยนอินตัวสั่นจนฟันกระทบกันดังกึกๆ ขากรรไกรบนและล่างสั่นระริก แต่กลับจับหงเซี่ยนแน่นไม่ยอมปล่อย ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เสียงสะอึกสะอื้นลองอยู่หลายครั้ง ถึงค่อยกู้แรงในการพูดกลับคืนมาได้
“มอง…มอง…มอง…”
ฟาไฉคิดว่าเจี่ยนอินกำลังด่า “เป็เด็กเป็เล็กห้ามพูดคำหยาบ!”
“ไม่…” เจี่ยนอินพูดด้วยความยากลำบาก “ผม…มองเห็น…”
“...มองเห็นอะไร” หงเซี่ยนเปิดปาก ทั้งๆ ที่น้ำเสียงแหบแห้งเหมือนคนสูบบุหรี่ แต่มันกลับไพเราะน่าฟังยิ่ง หน้าแข็งทื่อ ไร้อารมณ์ แต่ดันดูดีเป็อย่างมาก นี่ก็คือตัวแทนของเบ้าหน้าเทพเซียน แม้ว่าจะเป็ปีศาจก็ตามที
“เขากินคน…” ทันทีที่เจี่ยนอินพูดสามคำนี้จบก็ปล่อยโฮออกมา “เขากินคน!...คนคนนั้นกินคน!”
นั่นเป็ความใกลัวอย่างถึงที่สุด ความหวาดกลัวที่ไม่สามารถควบคุมได้ มีผลกระทบต่อเด็กหนุ่มที่อายุสิบกว่าปี และเด็กหนุ่มไม่สามารถทนรับทุกอย่างนี้ได้
“ใคร…กินใคร…” หงเซี่ยนถามช้าๆ
หลังจากที่รออยู่สักพักใหญ่ๆ หงเซี่ยนถึงได้เห็นนิ้วอันสั่นเทาของเจี่ยนอินชี้ไปทางิญญาโปร่งใสของหัวหน้าจิ่งตานที่ลอยอยู่กลางอากาศ
จิ่งตานมองเจี่ยนอินอย่างงงงัน ค่อยๆ เอียงหัว แล้วยื่นนิ้วชี้ไปที่ตัวเองด้วยสีหน้างุนงง
...
เชิงอรรถ
^ อาคารสีเขียว คือ อาคารที่สร้างขึ้นโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง^ ฝานหลีฮวา เกิดในราชวงศ์ถัง เป็นลูกสาวของผู้บัญชาการทหารสูงสุด สามีชื่อเซวียติงซาน เธอเป็นผู้หญิงที่กล้ารักกล้าเกลียด และใจกว้าง เธอเป็นขุนพลหญิงที่มีศิลปะการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง มีพลังอภินิหาร และเก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๊ เรื่องราวชีวิตของเธอปรากฏอยู่ในผลงานวรรณกรรมและศิลปะหลากหลาย รวมถึงละคร งิ้วเป็นต้น^ อู่เจ๋อเทียนหรืออู่เม่ยเหนียง จากสนมปลายแถวสู่จักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ถัง ในวรรณกรรมหรือเรื่องเล่าต่างๆ มักจะบอกว่าเธอเป็นพวกโหดร้ายทารุณ และทำทุกอย่างเพื่ออำนาจ^ ปีเกิงจื่อ คือปีที่มี 1 ครั้งในรอบ 60 ปี ซึ่งคนโบราณเชื่อว่า ปีนี้เป็นปีที่เลวร้ายเนื่องจากภัยพิบัติ เพราะตามบันทึกโบราณต่างๆ มักบันทึกเหตุการณ์ของปีนี้เอาไว้และส่วนใหญ่มีแต่เรื่องไม่ดี