“อาเยว่ ดูนั่นสิ เหมือนกำลังจะเริ่มสู้กันแล้วนะ”
ที่นอกสนามประลองหมายเลข 11 เด็กสาวสองคนกำลังเดินอยู่บนทางเดิน ทันทีที่มองผ่านตาข่ายพลังงาน สายตาของพวกเธอก็สะดุดเข้ากับความเคลื่อนไหวในสนาม
จังหวะนั้นเอง ทั้งอสูรเกราะน้ำแข็งและอสูรกินเหล็กต่างก็ถูกเรียกออกมาเผชิญหน้ากันพอดี
“คนนั้นมัน... เฉินข่ายเหรอ?” เด็กสาวที่ชื่อจวงเยว่อุทานขึ้นทันที เมื่อเห็นหน้าเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนชัดๆ
“คนรู้จักเหรอ? เอ้อ จริงด้วย... ชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกับเธอนี่นา” เพื่อนสาวทัก
“อืม เพื่อนร่วมชั้นฉันเอง หมอนี่เก่งมากเลยนะ” จวงเยว่พยักหน้า
“แล้วเธอกับเขา ใครเก่งกว่ากัน?”
“เทียบไม่ติดหรอก ทั้งชั้นปีมีแค่ไม่กี่คนเองที่เหนือกว่าเขา” จวงเยว่รีบปฏิเสธเสียงแข็ง
“อสูรเกราะน้ำแข็งของเขาเลเวล 6 แล้ว แถมยังใช้สกิลเผ่าพันธุ์อย่างกรงเล็บผ่าน้ำแข็งกับเกราะน้ำแข็งได้ชำนาญสุดๆ”
“โห... ดูไม่ออกเลยว่าเป็พวกหัวกะทิ แล้วคู่ต่อสู้ล่ะ เธอรู้จักไหม? ใช้อสูรกินเหล็กเหมือนเธอเลยนี่”
จวงเยว่ส่ายหน้า “ไม่คุ้นหน้าเลย แต่จากประสบการณ์ที่เลี้ยงอสูรกินเหล็กมา... เ้านั่นน่าจะไม่ถึงเลเวล 6 ด้วยซ้ำ สงสัยคงไม่รอด”
เธอวิเคราะห์ต่ออย่างจริงจัง “ถ้าไม่มีสกิลกายาเหล็กขั้นชำนาญ ก็แทบไม่มีทางเจาะเกราะน้ำแข็งเข้า แถมอสูรกินเหล็กก็ขึ้นชื่อเื่ความี้เีตัวเป็ขน เลเวลแค่นี้ สกิลกายาเหล็กคงอยู่แค่ขั้นเริ่มต้นนั่นแหละ”
จวงเยว่ถอนหายใจด้วยความอัดอั้นตันใจ มีแต่คนที่เคยทำพันธสัญญากับอสูรกินเหล็กเท่านั้นที่จะเข้าใจ... ว่าการฝึกพวกมันนรกแตกแค่ไหน!
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่เลือกมันเพราะความน่ารักเด็ดขาด... สัตว์อสูรเผ่าพันธุ์นี้มันี้เีเกินเยียวยา!
…
ในสนามประลอง เฉินข่ายเองก็มีความคิดไม่ต่างจากคนดูข้างสนาม
ตามปกติอสูรกินเหล็กที่มีระดับการเติบโตเท่านี้ แทบไม่มีทางฝึกสกิลกายาเหล็กจนถึงขั้นชำนาญได้ อย่างน้อยในบรรดาเพื่อนฝูงของเขา ก็ไม่มีใครทำสำเร็จสักคน
และต่อให้ฝึกจนถึงขั้นชำนาญ ก็ใช่ว่าจะรับมืออสูรเกราะน้ำแข็งของเขาได้ เพราะอสูรเกราะน้ำแข็งของเขาเองก็ฝึกสกิลเผ่าพันธุ์ทั้งสองจนถึงขั้นชำนาญแล้วเหมือนกัน!
ถึงแม้คุณภาพโดยรวมของอสูรกินเหล็กตัวเต็มวัยจะเหนือกว่าอสูรเกราะน้ำแข็ง... แต่ไอ้ตัวตรงหน้านี่ดูยังไงก็เป็ลูกสัตว์อสูรชัดๆ!
“อสูรเกราะน้ำแข็ง... กรงเล็บผ่าน้ำแข็ง!”
ทันทีที่การต่อสู้เริ่มขึ้น เฉินข่ายก็สั่งให้อสูรเกราะน้ำแข็งเปิดฉากโจมตีก่อน ซึ่งระหว่างผู้ฝึกอสูรกับสัตว์อสูรในพันธสัญญา สามารถสื่อสารกันผ่านความคิดได้ คล้ายกับความสามารถสื่อจิต
ฟุ่บ!!!
อสูรเกราะน้ำแข็งะเิพลังพุ่งเข้าใส่เ้าสิบเอ็ด ร่างสีฟ้าใสเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง กรงเล็บหน้าถูกปกคลุมด้วยไอเย็นเฉียบ พื้นดินที่มันเหยียบกลายเป็เกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา
เพียงชั่วอึดใจ มันก็กระโจนขึ้นกลางอากาศ เหวี่ยงกรงเล็บน้ำแข็งอันแหลมคมเข้าใส่อสูรกินเหล็กอย่างดุดัน!
‘ะเิพลังได้ดีมาก สมเป็นักเรียนโรงเรียนดัง’
กรรมการไป๋สือมองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่าอสูรเกราะน้ำแข็งตัวนี้ได้รับการฝึกมาอย่างดี
“กายาเหล็ก” อีกด้านหนึ่ง สืออวี่ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
แม้กายาเหล็กขั้นเชี่ยวชาญจะไม่ใช่ของกระจอก แต่นี่คือการต่อสู้จริงครั้งแรก จะบอกว่าเขามั่นใจเต็มร้อยก็คงโกหก
ร่างกายที่แข็งตัวจะรับการโจมตีได้แค่ไหน? การโจมตีสวนกลับจะเจาะเกราะน้ำแข็งได้หรือไม่? การลงสนามครั้งนี้ คือการทดสอบความแข็งแกร่งสำหรับเขา
ต้องยอมรับว่าการฝึกดิ่งพสุธาเป็วิธีที่โหดแต่ได้ผลดีเยี่ยม นอกจากแรงกระแทกมหาศาลตอนถึงพื้นแล้ว ่เวลาระหว่างที่ร่วงหล่นลงมายังช่วยขัดเกลาจิตใจเข้าสิบเอ็ดไปในตัว
การรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องรับแรงกระแทก แต่ยังกล้าะโ และควบคุมพลังกลางอากาศได้สำเร็จ... ทำให้จิตใจแข็งแกร่งขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกรงเล็บของอสูรเกราะน้ำแข็ง สภาพจิตใจของสิบเอ็ดจึงนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด มันเรียกใช้สกิลกายาเหล็กได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง!
สกิลขั้นเชี่ยวชาญปะทุขึ้นในเสี้ยววินาที ประกายโลหะปกคลุมทั่วร่าง ขนสีดำกลายเป็สีดำโลหะ ขนสีขาวกลายเป็สีเงินแวววาว
โฮกกก!
สิบเอ็ดคำรามลั่น สวมเกราะทั่วร่างเสร็จสมบูรณ์!
เปรี้ยง!!!
กรงเล็บผ่าน้ำแข็งปะทะเข้ากับร่างที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า เกล็ดน้ำแข็งแตกกระจายราวกับเอาแก้วไปฟาดใส่หิน! พร้อมกันนั้น ความเ็ปก็แล่นย้อนจากกรงเล็บเข้ากลับไปที่อสูรเกราะน้ำแข็ง
“สวนกลับ”
สิบเอ็ดเงยหน้ามองคู่ต่อสู้ ในใจเต็มไปด้วยความงุนงง หือ? ทำไมการโจมตีเมื่อกี้... ดูจะเบากว่าตอนโดดทิ้งดิ่งตั้งเยอะ?
สิ้นคำสั่งของสืออวี่ แววตาของสิบเอ็ดก็เปลี่ยนเป็คมกริบ มันร้อง งู้ว! แล้วเหวี่ยงอุ้งตีนที่เคลือบด้วยสกิลกายาเหล็กสวนกลับไปทันที!
การเปลี่ยนแปลงฉับพลันทำให้เฉินข่ายและอสูรเกราะน้ำแข็งหน้าถอดสี
“เกราะน้ำแข็ง!” เฉินข่ายส่งกระแสจิตอย่างตื่นตระหนก
ซี๊ด…
อสูรเกราะน้ำแข็งเรียกใช้เกราะป้องกันได้ทันเวลา เกล็ดสีฟ้าใสบนร่างเปล่งประกายพร้อมไอเย็นพวยพุ่ง
ทว่าทันทีที่อุ้งตีนเหล็กของสิบเอ็ดฟาดลงไป เสียงเพล้ง! ก็ดังสนั่นหวั่นไหว
เกราะน้ำแข็งแตกกระจายราวกับกระดาษบางๆ แรงกระแทกมหาศาลบดขยี้เกราะป้องกันจนป่นปี้ในพริบตา!
ตูม!
อสูรเกราะน้ำแข็งถูกตบกระเด็นลอยละลิ่วไปไกลหลายเมตร ก่อนจะกลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้น แล้วแน่นิ่งไป
การต่อสู้จบลง... ภายในยกเดียว
ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงัน
เฉินข่ายหน้าซีดเผือด หัวใจแทบหยุดเต้น เขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น... สัตว์อสูรของเขาโดนตบทีเดียวสลบเหมือด! นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด…!
ฝั่งสืออวี่เองก็ใจเต้นแรงไม่แพ้กัน เพราะอานุภาพของสกิลกายาเหล็กขั้นเชี่ยวชาญในการต่อสู้จริง... มันรุนแรงเกินกว่าที่คาดไว้มาก
“จะ... จบแล้ว?” กรรมการไป๋สือขยี้ตาแรงๆ อย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“กายาเหล็กขั้นเชี่ยวชาญ!?” ไป๋สือและจวงเยว่อุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน
อสูรกินเหล็กเลเวล 5... ที่ฝึกกายาเหล็กได้ถึงขั้นนี้เนี่ยนะ? นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!?
เ้าสัตว์กินเหล็กตัวนี้... กับผู้ฝึกอสูรคนนี้... มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
สำหรับเฉินข่าย ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เื่ใหญ่ที่สุด แต่ประเด็นคือการประลองครั้งนี้ไม่ได้ช่วยฝึกอะไรเลย! เขามาเพื่อหาประสบการณ์ แต่ดันโดนตบทีเดียวดับอนาถเนี่ยนะ?
บ้าเอ๊ย... หมอนั่นเลี้ยงสัตว์อสูรมายังไงวะเนี่ย!?
และที่เจ็บแสบที่สุดคือ เมื่อเฉินข่ายเงยหน้าขึ้นไปมองเ้าสัตว์กินเหล็กตัวนั้น เ้าสิบเอ็ดดันเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
สิบเอ็ด: (O ^~^ O) แฮ่ๆ
รอยยิ้มไร้เดียงสานั้น เหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงกลางใจเด็กหนุ่ม
เขารู้สึกเสียใจแล้ว... โรงเรียนคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด... สังคมภายนอกมันโหดร้าย... มันมีแต่ปีศาจ!
เฉินข่ายเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองอย่างช่วยไม่ได้
แต่สำหรับเ้าสิบเอ็ด ความสุขของมันในตอนนี้ไม่ได้มาจากการชนะ แต่มันมาจากความโล่งใจต่างหาก
มื้อเย็นยังอยู่ครบ! รักษาเงินค่าข้าวไว้ได้... นี่แหละคือชัยชนะที่แท้จริง!