หลังจากโดนพวกมันเอาไปหลายน้ำ ฉันก็นอนหมดสภาพอยู่บนเตียง เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบน้ำกามที่แห้งเกาะ น้ำสีขาวขุ่นยังคงไหลออกมาเต็มหว่างขา
“อืออ”
ฉันตื่นขึ้นมา ในสภาพที่เปลือยทั้งตัว กลับต้องพบว่าพวกมันทั้งสองกลายเป็ซอมบี้ไปแล้ว
ฉันใและก็พยายามทำเสียงให้เงียบที่สุด ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง หรือพวกมันโดนกัดตรงไหน
แต่มันก็เอากับฉันเป็ชั่วโมง ไม่เห็นมันจะกลายเป็ซอมบี้เลย
ฉันค่อยๆเดินลงจากเตียงอย่างช้าๆ แต่เตียงที่เก่าแล้วขยับนิดเดียวมันก็ดัง
มันหันมาตามเสียง แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะพุ่งเข้ามาทำร้ายฉันเลย
มันดูเชื่องแปลกๆ ฉันเลยถือโอกาสค่อยๆสวมเสื้อผ้า ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
เสียงประตูเก่าๆเปิดออกดัง แอ๊ดด!! ทำให้ซอมบี้ทั้งสองเดินไปตามทิศทางของเสียง
ฉันจึงมีความคิดดีๆ ข้างนอกนั่นยังมีผู้หญิงอีกคนที่เฝ้าอยู่ ฉันเลยใช้โอกาสให้ซอมบี้ทั้งสองตัวนี้จัดการนังนั่นซ่ะเลย
แต่กลับไม่เป็อย่างที่คิด ทันทีที่ซอมบี้ทั้งสองเดินออกนอกประตู ศรีษะของมันกับโดนลูกซองเป่ากระจุย!
ทันทีที่ซอมบี้ทั้งสองตัวล้มลง ฉันจึงแอบอยู่หลังบานประตู มันค่อยๆเข้ามาช้าๆโดยยังถือลูกซองในมือ ฉันไม่รอช้า พลันถีบเขาไปที่ปืนอัดเข้ากับขอบประตูจนหลุดมือ ก่อนจะพุ่งเข้าชาร์จจนมันกระเด็นออกไปนอกห้อง! ในจังหวะที่กำลังขึ้นคร่อมกลับโดนมันถีบจนกระเด็นออกมา มันพลันควักปืนพกออกมาก่อนที่จะโดนฉันเตะจนหลุดมืออีกครั้ง! ปืนกระเด็นอัดเข้ากับกำแพงซึ่งแทบไม่ห่างจากตัวเลยฉันจึงใช้เท้าเขี่ยให้ไหลไปข้างหลัง! แต่มันกลับพุ่งเข้ามาชาร์จมือเกี่ยวขาทั้งสองข้างของฉันแล้วถูกฉุดให้ล้มลงกระแทกกับพื้น!
มันที่จะเตะเข้ามาฉันพลันยกมือทั้งสองข้างรับหน้าแข้งของมันก่อนจะใช้เท้าถีบเข้าไปที่เข่าอีกข้างของมันที่ใช้ทรงตัวจนมันล้มลงกับพื้น!
ฉันรีบพุ่งเข้าไปคว้าปืนก่อนจะเหนี่ยวไกยิงเข้าที่ศรีษะของมันทันที!
นอนหอบอยู่เพียงครู่ ก่อนจะเดินเข้าไปที่สัมภาระและอาวุธที่พวกมันยึดไป แถวด้วยการเข้าไปค้นตัว จึงได้ะุ 5.56 มม. และ 9 มม.มาอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็น่าจะพอรับศึกหนักได้บ้างหากเจอฝูงซอมบี้
ฉันเปลี่ยนตำแหน่งที่เก็บมีดมาไว้ตรงเข็มขัดด้านหลัง เพื่อความสะดวกในการควักออกมาใช้ ซึ่งครั้งที่แล้วเป็บทเรียนราคาแพง
เมื่อเช็คศพของพวกมันแล้วพบว่าที่แขนมีผ้าสีแดง มีลายกระโหลกผูกไว้ ซึ่งเป็เครื่องหมายของกลุ่มกระโหลกแดง
กลุ่มกระโหลกแดงขึ้นชื่อเื่ความโเี้ไร้มนุษย์ธรรม เจอผู้ชายก็ฆ่า เจอผู้หญิงก็ข่มขืน ซึ่งมีเป้าหมายต่างจากสถานพักพิงทับทิมแก้วโดยสิ้นเชิง
ถ้าเจอพวกมันครั้งหน้า สิ่งที่ต้องทำคือไม่ฆ่า ก็หนี ครั้งนี้โชคดีที่ยังสามารถเอาชีวิตรอดมาได้ แต่ครั้งหน้าฉันคงต้องเลี่ยงการปะทะ
เพื่อกันไม่ให้เพื่อนมันตามรอยมาเจอ ฉันจึงได้รีบออกจากที่นี่ทันที และเดินเท้าต่อไป แต่ด้วยพักหลังมานี้ฉันถูกรุมโทรมบ่อยมากจึงทำให้หอยระบมไปหมด เลยเดินทางลำบากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเดินทางไปเพียง 7 กิโลกว่าๆ ก็ต้องพบกับแคมป์ของพวกกระโหลกแดงที่ตั้งอยู่ข้างๆทางน้ำ มีต้นไม้สูงปกคลุม ถนนที่ทรุดโทรมถล่มลงกลายเป็ทางน้ำไหล พวกมันตัดขอนไม้มาวางเป็ที่นั่ง มีกองไฟอยู่ตรงกลาง
นี่คงจะอยู่ในเขตของพวกมันแล้ว ฉันจับปืนประทับบ่า ก่อนจะซุ่มอยู่ห่างๆ ค่อยๆย่องอ้อมออกไป เพื่อไม่ให้พวกมันรู้ตัว
เดินไปเพียงไม่กี่กิโลก็พ้นจากแคมป์ของพวกมัน ฉันเดินเข้าไปหลบในห้างสรรพสินค้าที่ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากที่อื่นๆ เพราะพื้นดินยุบตัวทำให้ตัวอาคารเคียงข้าง มีน้ำขังเป็แอ่ง
ฉันต้องเดินลุยน้ำเพื่อขึ้นไปชั้นสอง ทำให้กางเกงยืนที่ใส่ต้องเปียกโชก ก่อนจะไปหยุดพักห้องหนึ่ง ที่น่าจะเป็ร้านค้าเก่า มีชั้นวางของและแคชเชียร์ พื้นมีพืชขึ้น หลังคาโบ๋เป็รู
ฉันวางกระเป๋าลง ก่อนจะหยิบด้ายขึ้นมาพันกับขอบโต๊ะแล้วขึงระหว่างทางเดินที่เป็ทางเข้ามายังห้องนี้ เพื่อที่ใครเดินมาเตะจะเกิดเสียงดังทำให้เราสามารถรู้ตัว
จากนั้นฉันจึงถอดกางเกงที่เปียกออกมาตากให้แห้ง เนื่องจากไม่ได้ใส่กางเกงใน จึงทำให้ตอนนี้ล่อนจ้อนไม่มีอะไรปิดท่อนล่างไว้เลย
ในระหว่างที่เดินทาง กางเกงยีนที่รัดรูปก็เสียดสีกับหอยอยู่ตลอดจนน้ำเยิ้มออกมาจนเห็นได้ชัด และยิ่งหลังจากโดนรุมโทรมมามาดๆด้วยแล้วยิ่งไวต่อความรู้สึก
ฉันมองไปที่หอย พบว่ากลีบแคมบวมแดงช้ำเพราะโดนเอามาหนักมากใน่หลังมานี้ เมื่อเอามือแตะพลันต้องสะดุ้งเพราะความเสียวซ่านที่แผล่ซ่านไปทั้งตัว คงต้องพักเื่Sexไปสักพัก แปลว่าฉันต้องเลี่ยงการปะทะกับพวกกระโหลกแดง
ฉันกางแผนที่ออกมา ตอนนี้ตัวเองเดินออกมาจากโรงพยาบาลได้เพียง 7 กิโล ซึ่งเหลืออีก 23 กิโลเมตรถึงจะถึงสถานพักพิงแห่งใหม่
ปัญหาคือ ในระหว่างทางจะต้องผ่านค่ายใหญ่ของพวกกระโหลกแดง ซึ่งฉันไม่มีทางผ่านเข้าไปตรงๆได้แน่ จึงต้องเดินทางอ้อมไปอีก 10 กิโลเมตร
มองออกไปฟ้าเริ่มมืดแล้ว ฉันปูผ้าก่อนจะนอนลง มือกอดปืนพกเอาไว้เผื่อเกิดมีผู้บุกรุกตอนหลับ
เพราะเดินทางมาเหนื่อย จึงได้หลับลงอย่างง่ายดาย
เวลาล่วงเลยไปเท่าใดมิอาจรู้ เสียงเส้นเอ็นดึงขาโต๊ะให้ขยับ ฉับพลันตื่นขึ้นมาในทันที
เมื่อหันขึ้นไป กลับพบปืนลูกซองแฝดซ้อนจ่อเข้ามาที่หัวเสียแล้ว
เบื้องหน้า เป็ชายวัยพอๆกับฉัน กับเด็กชายวัย 13 ปี อีกคน ฉันวางปืน ก่อนจะยกมือยอมแพ้ มันแน่นอนอยู่แล้ว ปืนพกไม่มีทางเอาไปสู้กันลูกซองได้ ถึงแม้ AR15จะอยู่ข้างๆ แต่ถ้าเอื้อมไปแม้แต่น้อย หัวฉันคงกระจุย
"้าอะไร?" ฉันถามออกไป เผื่อที่จะเจรจาได้
"มีอาหารไหม?"
"มีสิ ในกระเป๋า" ฉันตอบ ก่อนที่มันจะให้น้องของมันเดินไปค้นกระเป๋าโดยที่มันยังเอาปืนจ่อที่หัวฉันอยู่
"เราเจรจากันได้นะ ถ้านาย้า ฉันแบ่งให้ได้ แต่ช่วยเอาปืนลงก่อนได้ไหม" ฉันพยายามที่จะเจรจากับมัน
"ทำไมอยู่ในสภาพนี้" มันถาม ั้แ่มา สายตาของมันเอาแต่มองหอยของฉันไม่ละสายตา จะมีละมามองตาฉันบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เอาแต่จ้องหอยของฉันไม่ละ
"เอิ่ม...ทางเดินขึ้นมามันต้องลุยน้ำ ฉันเลยถอดตากน่ะ" ฉันตอบก่อนจะชี้ไปที่กางเกงยีนที่ตากอยู่บนชั้นวางของ ก่อนจะดึงเสื้อปิดหอยเอาไว้
"โอเค ฉันมาดี ฉันจะวางปืนนะ เราสองคนแค่้าอาหาร" มันเอ่ย ก่อนจะค่อยๆลดอาวุธลง
ทำให้ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก คิดว่ากระบาลจะปลิวหายไปเสียแล้ว
ฉันเดินไปหยิบกางเกงยีนขึ้นมาสวม ก่อนจะสวมเข็มขัดยุทธวิธีเข้าที่เอว บนเข็มขัดจะมีแม็กกาซีนปืนพก และกระเป๋าที่ใส่ของจำเป็
"พวกนายชื่ออะไรกัน?" ฉันถาม
"ฉันชื่อพัท ส่วนน้องฉันชื่อนัท เธอล่ะ"
"ฉันแอน จะไปไหนกัน?"
"ยังไม่รู้หรอก เราหนีพวกกระโหลกแดงมาหลายวัน สะเบียงก็เริ่มหมด ก่อนจะมาเจอเธอที่นี่แหละ แล้วเธอล่ะ?"
"ฉันจะไปที่สถานพักพิงน่ะ แต่ต้องอ้อมค่ายของพวกกระโหลกแดงไป" ฉันตอบ พรางสะพายปืน เตรียมเดินทางต่อ เราแบ่งอาหารกระป๋องให้พวกเขาทั้งสองไปบางส่วน ก่อนจะตกลงว่าจะเดินทางไปด้วยกัน