“มีตั้งหลายคนแต่ทำงานไม่ได้เื่เลยตามจับตัวคนเพียงคนเดียวก็ยังทำไม่ได้” คนพูดเป็ชายหนุ่มร่างบึกบึน ใบหน้าคร้ามแกร่งเครียดขรึม ดวงตาดุเข้มวามวาวตวัดไล่มองลูกน้องแต่ละคนที่ตอนนี้เริ่มจะมีอาการเหนื่อยล้าและหนาวสั่นกันบ้างแล้ว
“ขอโทษครับนาย”
“ฉันไม่อยากได้คำขอโทษ แต่อยากได้ตัวไอ้เ้านั่น! เร็วๆ ”
“บนดิน เราหาจนทั่วแล้วไม่พบ...หรือจะหนีขึ้นต้นไม้เสียละมั้ง”
แม้จะรู้ว่าคนพูดแค่เปรยๆ ให้บรรยากาศที่ขึงเครียดอยู่คลายลงแต่คนที่ได้ยินถึงสะดุ้งเฮือกรีบบดเบียดกายอย่างกับจะแทรกร่างให้เข้าไปเป็ส่วนหนึ่งของต้นไม้กันเลยทีเดียวปากก็พร่ำพูดฝากกับน้ำฝนที่ตอนนี้ซาลงแล้ว
‘รีบๆ ไปเสียทีเถอะ จะมายืนหาพระแสงดาบอะไรตรงนี้ไปหาที่อื่นเลยนะ’
แต่คนเ่าั้ก็ยังคงปักหลักคุยกันอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเคลื่อนไปไหนเวลาแม้เสี้ยววินาที แต่สำหรับคนที่ต้องซุกซ่อนกายท่ามกลางสายฝนความหนาวเย็นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความกลัว มันช่าง...ยาวนานเหลือเกิน นานจนอึดอัดรู้สึกเหมือนมีเกลียวเชือกรัดรอบร่างเพิ่มความกดดันและหวาดหวั่น บีบคั้นกลายๆ ให้หมดแรงจนพ่ายแพ้ไปเอง
“คนสติไม่ดีน่ะสิ ที่จะหนีขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ตอนฝนตกๆ อย่างนี้” หนึ่งในคนที่ตามไล่ล่าเอ่ยอย่างระอาใจแกมหงุดหงิด
“ทำไมวะ” อีกคนเอ่ยถามเพื่อนเพราะเกิดสงสัยขึ้นมา
“เกิดฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาละ ไม่ก็ลมพัดหนักๆ ต้นไม้หักโค่นจากโคนกลายมาชี้ฟ้าได้ตายแหงแก๋น่ะสิวะ” คนถูกถามตอบพร้อมเสียงหัวเราะ
“อืม...มันก็น่าคิดเหมือนกัน” คนที่สงสัยพยักหน้าหงึกๆ
“กลางค่ำกลางคืน ใครบ้าอุตริไปปีนต้นไม้ให้พลัดตกลงมากลายเป็ไอ้บ้า ขาเป๋แขนหักกันล่ะถ้าเป็กลางวันก็ว่าไปอย่าง” ชายอีกคนที่อยู่ในกลุ่มเอ่ยขึ้น
“ถ้าหมดปัญญาเข้าจริงๆ อะไรๆ ก็คิดได้ทั้งนั้นแหละจะมุดอยู่ในโพรงใต้ดินเหมือนหนูหรือจะเป็ลิงขึ้นไปห้อยโหนอยู่บนปลายยอดไม้...ก็ได้เหมือนกัน”
สิ้นคำพูดนั้นคนเป็นายก็แหงนหน้าขึ้นมองบนต้นไม้ที่โอนเอนไหวไปตามแรงลมจนเกือบจะหักโค่นหัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดของลูกน้องที่ทำให้เอะใจหรืออุปทานไปเองหรือเปล่า ถึงได้รู้สึกเหมือนกับถูกเพ่งมองหูก็คล้ายจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่แว่วแ่ดังมากับใบไม้ที่พลิ้วไหวไปกับลมก่อตัวคล้ายกับ...คน!
มุมปากหนาหยัดยกขึ้นเล็กน้อย ั์ตาเข้มดุวามวาวขึ้นมาก่อนจางหายไป“ฝนตกหนักอย่างนี้ คงไม่มีใครปัญญาอ่อนกระเสือกกระสนหนีขึ้นไปซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ลื่นๆหรอก ไปหาที่อื่นกันดีกว่า”
“ไม่แน่นะนาย พวกเราไล่ตามมาติดๆ เกือบได้ตัวแล้วก็หลายหน แต่อยู่ดีๆก็หายตัวไปอย่างกับบินได้ อาจจะบินขึ้นไปเกาะบนปลายยอดไม้ก็ได้ หาดูสักหน่อยก็ไม่เห็นจะเสียเวลาอะไรเลย”ยังมีคนรั้งให้ลองหาดูอีกรอบ
“ถ้าซ่อนบนดิน ถูกเจอตัวก็ยังพอจะหาทางหนีได้แต่ไอ้ที่คิดว่าหนีขึ้นต้นไม้แล้วจะพ้นนี่...ติดกับกลายเป็นกให้เขาจับหักปีกชัดๆ ใช่ไหมนาย”อติภัทรถามผู้เป็นาย
หัวใจคนที่หลบซ่อนตัวอยู่หล่นตุ๊บไปกองปลายเท้ารีบกระชับสองขาเพรียวยาวแนบชิดลำตัวและกระเถิบร่างให้แนบไปกับต้นไม้มากที่สุดชนิดที่ว่าหากแทรกตัวเข้าไปฝังกึ่งกลางลำต้นได้ก็คงจะทำแล้ว
“ใช่ไหมธีรั์!”
คนที่ถูกเรียกชื่อถึงกับสะดุ้งเฮือก เผลอขยับกายอย่างลนลานแทบพลัดตกจากต้นไม้ในบัดดลจนต้องรีบโอบแขนรัดรอบไว้อย่างเร็วไวคิดว่าใบหน้าที่เย็นเฉียบและขาวซีดอยู่แล้วคงเป็เหมือนซากศพ เมื่อก้มลงไปแล้วเห็นชายร่างใหญ่ราวกับั์ยืนจังก้าแหงนใบหน้าดุกระด้างและั์ตาแวววาวคล้ายจะเยาะเย้ยมองมา
“ไม่น่าจะต้องวิ่งหนีให้เหนื่อยเลย ฉันไม่ได้คิดทำอะไรแกสักหน่อยแค่ระหว่างเรามีเื่บางอย่างต้องเคลียร์กัน...ก็เท่านั้น!” เขาพูดน้ำเสียงราบเรียบเฉื่อยชา หากคนได้ยินกลับรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่เสียดแทรกเข้ามากึ่งกลางใจ
“คุยบ้าอะไรล่ะ ใครจะกล้าคุยด้วย เล่นเอาขอนไม้ดักขวางรถ สั่งจับเอาตัวโดยไม่พูดไม่จาบอกกล่าวกันแบบนี้”ธีรั์ข่มกลั้นความกลัวโต้กลับไปเสียงเบาหวิว พานให้หงุดหงิดเมื่อความเย็นและเหนื่อยอ่อนพาเอาเสียงหายไปจนเกือบหมด
“ฮื่อ” คนตัวใหญ่เบื้องล่างพยักหน้ารับเหมือนจะเข้าใจก่อนมุมปากหนาจะกระตุกเล็กน้อยคล้ายมีรอยยิ้ม ที่คนได้เห็นมองเป็แสยะเสียมากกว่า
“ฉันคงไม่ทำอย่างนี้ ถ้าแกจะเข้ามาคุยดีๆ แต่นี่อะไรไปทำเื่เลวๆ เอาไว้ไม่พอ ยังทำเหมือนหนูตัวเหม็นที่เอะอะก็วิ่งมุดลงรู แต่แอบโผล่หน้ามาลอยยั่วบาทาคนอื่นอยู่ได้”คนที่ยืนอยู่เบื้องล่างโต้กลับด้วยหงุดหงิด เขาคิดว่าตัวเองอารมณ์เย็นมากแล้วนะหากเมื่อเจอกับไอ้ตัวก่อเหตุจริงๆ ในใจร้อนราวกับมีไฟสุมอยู่
ธีรั์งุนงง อีกฝ่ายพูดเื่อะไรอยู่ “ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยอย่ามากล่าวหากันนะ” ะโตอบไปเสียงสั่น
“แน่ใจ...งั้นกล้าลงมาคุยกับฉันเป็กิจจะลักษณะข้างล่างนี้ไหมล่ะแกเล่นเอาเปรียบขึ้นไปนั่งสบายบนต้นไม้ ปล่อยให้ฉันกับพรรคพวกต้องแหงนคอคุยมันเมื่อย” ชายหนุ่มชวนสนทนาเสียงราบเรียบแต่มือกลับส่งสัญญาณให้ลูกน้องหาหนทางพาไอ้ตัวแสบลงมาจากต้นไม้โดยไม่คอหักตายเสียก่อนเขายังได้กระหน่ำฟาดก้านคอจนขยับด้วย
“ไม่! เราไม่รู้จักกัน อยู่ดีๆคุณก็พาคนมาตามไล่ล่าอย่างกับ...ไปทำอะไรผิดร้ายแรง ให้อภัยกันไม่ได้ลงไปคุยก็ได้เข้าทางคุณน่ะสิ!” หน้าตาเหี้ยมดุท่าทางก็ขึงขังขนาดนั้น ลงไปก็มีหวังถูกจับหักคอเอาน่ะสิ!
ชายหนุ่มยกมือขึ้นสอดไขว้ระหว่างอก คิ้วหนาเป็ปื้นเลิกขึ้นเล็กน้อยั์ตาคมจ้องคนบนต้นไม้ที่หนาวสั่นยิ่งกว่าลูกนกพลัดตกลงไปในธารน้ำแข็ง
“แล้วคิดว่าหลบอยู่บนนั้นจะพ้นหรือไง”เอ่ยถามอย่างระอาใจ เมื่อเห็นความดื้อด้านของไอ้ตัวยุ่งที่เกาะต้นไม้อย่างกับชะนีเกาะแม่ที่ยังจะทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ใส่เขาอีกเห็นแล้วมันอดที่จะโมโหไม่ได้
“จะลงมาดีๆ หรือจะให้ฉันส่งคนขึ้นไปถีบแกลงมา”
“ไม่!” คนบนต้นไม้ปฏิเสธเสียงดังที่สุดเท่าที่จะดังได้“คุณเป็ใคร มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้คนอื่นทำโน่นทำนี่” ไม่ใช่ไม่อยากลง หากว่าสั่นและหมดแรง จนไม่กล้าทำอะไรแม้แต่ขยับกายต่างหากล่ะ
“ไอ้ห่า!” ชายหนุ่มสบถ ก็รู้หรอกว่าไอ้ตัวแสบนี่หาเื่ลองดีคิดว่าเขาไม่เอาจริง ถึงได้กล้าทำเื่เลวระยำหน้าไม่อายแถมยังจะเล่นเ้าล่อเ้าเถิดให้ตามไล่ล่าจับตัวเพราะเคยลองดีมาหลายครั้งแล้วแต่ก็หนีพ้นตลอดถึงตอนนี้เมื่อหนีไม่พ้นก็ควรยุติและลงมาเผชิญหน้าเพื่อเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นได้แล้ว แต่ยังจะเสือกหนีขึ้นต้นไม้ให้เขาต้องรำคาญช่วยเหลืออีกจับตัวได้จะเอาหน้าถูกับดินให้เข็ด
“อย่ามาด่านะ ไม่รู้เื่อะไรด้วยสักหน่อยจำคนผิดแล้วยังมาทำนิสัยไม่ดีใส่เขาอีก” คนบนต้นไม้โต้กลับปากสั่น ฟันกระทบกันดังกึกๆที่ตอนนี้แสงสว่างมีมากพอให้เห็นเงาทะมึนของคนพูด ความกลัวก็ยิ่งเพิ่มพูนทวี
“ทีทำไม่คิด มาถึงตอนนี้เสือกทำความจำ…ปลาทองโกหกหน้าซื่อตาใส แกนี่มัน...น่ากระทืบให้จมดินเสียจริง ไอ้เวรตะไล!” คนถูกลูบคมสบถ
“ก็แล้วมันเื่บ้าอะไรล่ะ” เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจคำพูดของคนที่เพิ่งเคยจะพบหน้ากันครั้งแรกหากยัดเยียดข้อหาอุกฉกรรจ์ให้พร้อมกันนั้นก็พยายามคิดหาทางหนีออกไปจากสถานการณ์เลวร้ายให้ได้โดยเร็วก่อนจะถูกสายฝนและกระแสลมแรงรวมถึงความกลัวทำให้หนาวจนหมดสติไปเสียก่อน
“ยังจะมีหน้ามาถามอีก แกทำอะไรไว้ให้ฉันสาธยายทั้งวันทั้งคืนก็ไม่จบ แล้วไม่ต้องเสือกพูดมาก ลงมาได้แล้วก่อนที่ฉันจะให้ลูกน้องขึ้นไปถีบแกลงมา!”
“ฉันไม่ลงไปให้คุณหักคอทิ้งหรอก! แน่จริงก็ขึ้นมาจับเองสิ!” ลอยหน้าลอยตาท้าทาย ก็ไหนว่าคนหนีขึ้นต้นไม้บ้าตัวเองถ้าให้คนปีนขึ้นมาจับ ตัวก็บ้าเหมือนกันนั่นแหละ กล้าขึ้นมาก็เอาสิ จะแช่งให้ตกลงไปตายเร็วๆเหมือนกันแหละ
แม้อยู่ห่างไกล ท่ามกลางความมืดมิด หากแต่เหมือนมองเห็น ใบหน้าคนถูกท้าทายแดงคล้ำดวงตาเข้มเป็ประกายสีเพลิงขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว
“ในเมื่อแกอยากถึงพื้นแบบ...ศพไม่สวย!เดี๋ยวฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้” คนบนพื้นดินเอ่ยเสียงเยียบเย็นไม่แพ้ใบหน้าที่เหมือนมีรอยยิ้มแต่ถ้ามองให้ดีกลับไม่ใช่ ด้วยในแววตาคู่นั้นแข็งดุกร้าวไม่มีรอยยิ้มแต้มไว้เลย
“ไหน...ใครไปเอาเชือกที่ท้ายรถ ไอ้ไผ่หรือไอ้แมน”
“ไอ้แมนครับนาย เดี๋ยวก็คงมา”อติภัทรที่แหงนหน้ามองคนบนต้นไม้ด้วยอิดหนาระอาใจเอ่ยบอกผู้เป็นาย
“ช้าฉิบหาย! ะโบอกมันด้วย ขืนชักช้าอืดอาดเดี๋ยวจะให้กินตีน” คนเป็นายที่ทนเก็บอาการอารมณ์เสียๆเอาไว้ไม่ได้สั่งความให้บอกต่อกันเป็ทอดๆ
คำพูดนั้นคงไม่ได้หมายความว่า...
“ไม่นะ!” คนบนต้นไม้ส่ายศีรษะแรงๆ พร้อมโอบรอบต้นไม้ใหญ่และตะปบปลายนิ้วจิกลงไปไว้มั่นไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยอมทำตามคำสั่งคนใจั์ใจมารเป็เด็ดขาด! ไม่ลงไปให้ถูกหักคอจิ้มน้ำพริก ก่อนจะทิ้งร่างไว้เป็เหยื่อแร้งกาแน่นอน! แต่...จะทำยังไงถึงพ้นได้ล่ะ
‘ไหนๆ ไอ้พวกคนใจั์ก็ว่าโง่ที่หนีขึ้นมาบนต้นไม้แล้วถ้าจะปีนให้สูงขึ้นไปอีกสักหน่อยก็คงจะพอช่วยยืดเวลาให้เกิดมีความคิดดีๆ ขึ้นมาได้ละมั้ง!’
ปากหนาหยักหยัดยกขึ้นด้วยหยามหยัน พร้อมเสียงหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นคนตัวเล็กยังคงพยายามหนีด้วยการปีนป่ายไปยังกิ่งไม้ที่สูงกว่าเดิม ที่เห็นแล้วมันขัดลูกหูลูกตาและทำให้เขาสมเพชเวทนาเสียเหลือเกิน
“ถ้าแกปีนขึ้นไปสูงกว่านี้อีกนิด คนของฉันไม่จำเป็ต้องขึ้นไปเอาตัวมา เพราะแกจะลื่นตกจากต้นไม้ลงมานอนแข้งขาหักตรงแทบเท้าให้ฉันเหยียบพอดี”
รู้ว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ขู่เท่านั้นแต่สิ่งที่เกิดขึ้นมากมายเกินกว่าคนตัวเล็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่จะทนรับไหวน้ำตาแห่งความกลัวและกดดันเอ่อล้นและไหลออกมา
“ไอ้คนใจร้าย ไปตายซะ!”
“จะรีบตายไปไหน อยู่จัดการแกให้อ่วม แล้วเอาร่างที่ถูกถลุงจนยับฝังไว้ใต้ดินเป็ปุ๋ยให้กับพวกต้นไม้แถวนี้ดีกว่า แต่...ไม่ละแบบนั้นดูเหมือนฉันจะปรานีแกมากเกินไป คนอย่างแกควรจะต้องอยู่ชดใช้กรรมไปอีกนาน”โต้กลับพร้อมยกนิ้วยาวขึ้นลูบไล้ปลายคาง หนังตาด้านหนึ่งกะพริบไล่สายฝนที่โปรยปรายลงมาสลับหรี่น้อยๆอย่างใช้ความคิด
“ความสูงไม่เป็ปัญหา แต่ฝนตกอย่างนี้ต้นไม้ลื่นไปสักหน่อยขึ้นได้หรือเปล่า หรือจะรอให้สว่างกว่านี้อีกสักหน่อย”หันไปเอ่ยถามไอ้เ้าไผ่ที่ยื่นมือไปรับเชือกจากเ้าแมนซึ่งยืนหอบฮักอยู่ใกล้ๆ
“ไม่มีปัญหาครับนาย” คนถูกถามตอบกลับ พลางเงยหน้าขึ้นมองความสูงของไม้ใหญ่ที่ทำให้สงสัยไม่ใช่น้อย
‘ท่าทางไอ้ตัวแสบก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่ทำไมถึงได้ปีนป่ายขึ้นไปรวดเร็วนักหรือเป็ผลพวงมาจากการคิดที่จะหนีให้พ้นจากมือนายเพียงอย่างเดียว ถึงได้มีแรงฮึดอะไรที่ทำไม่ได้ก็จะทำได้ขึ้นมา’