เมื่อภาพความจริงปรากฏตรงหน้าสวี่ตงก็ยิ่งเสียใจ บางครั้งเมื่อความฝันถูกโจมตีด้วยความเป็จริงก็ถือเป็ความเ็ปอย่างหนึ่ง!
โหมวซือฉิงหยิกแก้มบอบบางของโหมวซืออี๋เบาๆ ก่อนจะดุ “แหมๆ เด็กม.ปลายอย่างเธอมาพูดเื่แบบนี้ไม่อายบ้างหรือไงรีบไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้เลย!”
โหมวซืออี๋ปัดมือแล้วพูดอย่างไม่พอใจสุดๆ “พี่คะ อย่าทำเหมือนคนแก่ได้ไหมเนี่ย อายุมากกว่าหนูแค่ห้าปีเอง!”
โหมวซือฉิงไม่ปรานี “แค่ห้าปีเหรอเกิดก่อนวันเดียวก็คือเกิดก่อน ถ้าเธอเกิดก่อนฉันห้านาทีฉันก็จะเรียกเธอว่าพี่แต่ชาตินี้เธอไม่มีหวังแล้ว!”
โหมวซืออี๋แค่นเสียงพร้อมเชิดคออย่างเย่อหยิ่ง ก่อนจะสะบัดผมหางม้าหมุนตัวเดินออกไป
ตอนนั้นเองโหมวซือฉิงถึงได้หันมายิ้มให้สวี่ตงพร้อมแบมือ “น้องสาวฉันใสซื่อมาก เป็คนจิตใจดี แต่ไม่ว่าเื่อะไรก็ชอบคิดเองเออเองโลกนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิด!”
สวี่ตงตอบเสียงเรียบ “คงเพราะเธอได้รับพรละมั้งเรียนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมีได้ดีก็ไม่ดีเท่าการมีพ่อที่ดี!”
โหมวซือฉิงอึ้ง ก่อนจะพูดอย่างโมโห “นายนี่พูดอะไรแปลกๆั้แ่เด็กฉันก็ไม่เคยเชื่อฟังพ่อ ไม่เคยทำตามสิ่งที่เขาวางไว้ให้เขาอยากให้ฉันรับ่ต่อบริษัทของเขา แต่ฉันดันไปเป็ตำรวจไม่ว่าตอนนี้ฉันจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนก็เป็สิ่งที่ฉันได้มาด้วยตัวฉันเองถึงซืออี๋จะใสซื่อ แต่ก็หัวรั้นเหมือนฉันและไม่เคยเอาครอบครัวมาอวดเบ่งเลยนะ!”
สวี่ตงตกตะลึง เวลาเดินไปครู่ใหญ่ถึงถอนใจยาวชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากพูดอะไรทั้งสิ้น
โหมวซือฉิงจมกับความคิด ก่อนจะนึกขึ้นได้กะทันหันจึงเงยหน้ามองสวี่ตงแล้วพูดขึ้นว่า“มีอีกเื่ที่ลืมบอกนาย สวี่ตงของที่ขุดเจอในที่ซ่อนที่นายบอกเมื่อคืน พวกผู้เฒ่าหลงเข้าไปตรวจสอบแล้วเมื่อเช้าทั้งห้าชิ้นเป็ของจริง หนึ่งในนั้นมีชามเคลือบน้ำมันของราชวงศ์ซ่งเหนือซึ่งเป็สมบัติประจำชาติด้วย!”
สวี่ตงอึ้ง ครู่ใหญ่ถึงรวบรวมสตินึกถึงเื่เมื่อคืนก่อนจะพยักหน้าและพูดอย่างใจเย็น “แก้ปัญหาได้แล้วก็ดีครับดีใจด้วย!”
“ดีใจอะไร นายก็รู้ว่ามันไม่ใช่ผลงานของฉัน!”โหมวซือฉิงแค่นเสียงพูด “ผู้กำกับหูบอกว่าจะให้เครดิตฉันบอกตามตรงนะฉันอยากสร้างผลงานใหญ่ๆ มาตลอดนั่นละ แต่ผลงานชิ้นนี้ฉันกลับไม่คู่ควรให้รับมาก็ไม่มีความสุขหรอก!”
สวี่ตงแบมือ “ตามใจคุณ ผมก็แค่ตัวละครเล็กๆ ที่น่าเวทนาหวังว่าคุณจะไม่มาจับผมไปอีก ผมใจะแย่อีกอย่างผมรู้สึกว่าร่างกายไม่ได้เป็อะไรมาก กลับไปพักฟื้นเองได้!”
โหมวซือฉิงใจหาย สวี่ตงยังโกรธอยู่ดูเหมือนการหลอกล่อเขาคงจะยิ่งยากเข้าไปอีก อีกอย่างเขาาเ็ก็เพราะช่วยชีวิตเธอแล้วยังให้เครดิตทั้งหมดแก่เธออีก บอกตามตรงเธอรู้สึกผิดมาก!
“ก็ได้ๆฉันจะไม่พูดอะไรอีก นายพักผ่อนซะ แล้วก็ไม่ต้องพูดเื่จะอยู่จะไปอีกรอให้แผลหายดีก่อนค่อยออกจากโรงพยาบาล ไม่งั้นฉันจะล็อกนายไว้กับเตียง!” โหมวซือฉิงพูดพร้อมลูบกุญแจมือที่ข้างเอว
สวี่ตงรู้ว่าเธอแค่แกล้งขู่ให้กลัว แต่หากเขายืนกรานจะไปไม่แน่ว่าเธออาจล็อกเขาไว้กับเตียงจริงๆ ก็ได้นิสัยของโหมวซือฉิงไม่สามารถใช้สามัญสำนึกมาคาดเดาได้อยู่แล้ว
“ได้งั้นผมจะอยู่สักสองวันแล้วกัน” จะไปก็ไปไม่ได้สวี่ตงจึงตอบตกลงอย่างเรียบง่ายหากยืนกรานจะออกไปค่ายาค่าติดตามผลหลังจากนี้คงมากกว่าหนึ่งพันแปดร้อยหยวนตัวเขาก็ยังกังวลเื่พิษสุนัขบ้าอยู่นิดๆ นอนโรงพยาบาลสักสองสามวันก็ดีอย่างไรเสียค่ารักษาพยาบาลก็เก็บกับสำนักงานตำรวจอยู่แล้ว!
โหมวซือฉิงไม่เค้นความลับสวี่ตงอีก หากถามขึ้นมาอีกบรรยากาศจะตึงเครียดเสียเปล่าๆทำได้เพียงรอโอกาสค่อยพูดถึงในภายหลัง
“กินโจ๊กนี่สิฉันซื้อมาจากร้านโจ๊กโดยเฉพาะเลยนะ บำรุงร่างกายดีมาก!” โหมวซือฉิงหยิบโจ๊กออกมาจากกล่องอาหารกลางวัน
สวี่ตงเห็นว่าเธอทำท่าเหมือนจะ ‘ป้อน’ เขาก็รีบผุดลุกขึ้นนั่ง “คุณวางไว้บนตู้เถอะผมกินเองได้”
โหมวซือฉิงหลุดหัวเราะพรืด วางโจ๊กไว้บนตู้ก่อนจะพูดว่า “คิดว่าฉันจะป้อนหรือไง คิดอะไรสวยหรูเสียจริง เอ ชามที่นายประเมินว่าเป็ของเลียนแบบเมื่อวานนั่นผู้เฒ่าหลงก็ประเมินดูแล้วเป็ของปลอมจริงๆ สวี่ตง ทักษะการดูของของนายนี่ไม่เลวจริงๆสมกับที่ฉันอวดผู้กำกับหูว่านายเป็ ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ เห็นอายุยังน้อยแต่ทักษะประเมินวัตถุโบราณร้ายกาจจริงๆ !”
สวี่ตงขยับมือซ้ายไม่ได้ จึงถือช้อนด้วยมือขวาและกินโจ๊กไปสองคำโจ๊กรสชาติดีมากจริงๆ บอกตามตรงสวี่ตงมีความสุขกับ ‘คำชม’ ของโหมวซือฉิงมาก ถึงแม้จะบอกความลับไม่ได้แต่นี่ก็เป็ความสามารถเดียวที่เขาพึ่งพาได้และเป็อาวุธลับสุดยอดของเขาด้วยถึงจะพูดออกมาไม่ได้ แต่ก็ภูมิใจ!
โหมวซือฉิงตั้งใจจะมาอยู่เป็เพื่อนสวี่ตงที่โรงพยาบาลสักระยะทว่าไม่ทันไรเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เพิ่งรับสายแรกเสร็จ อีกสายก็ดังขึ้นทันทีหลังจากรับโทรศัพท์อยู่หลายสายก็จำต้องรีบออกไปอย่างช่วยไม่ได้
สวี่ตงกำลังคิดอยู่พอดีว่าทำอย่างไรให้เธอเลิกจับตามองเขาสักทีมันทำให้เขาอึดอัด
คล้อยหลังโหมวซือฉิง สวี่ตงถึงได้กินโจ๊กอย่างสบายอารมณ์เดิมทีหลังาเ็ร่างกายจะอ่อนแอจึงไม่สามารถกินอะไรได้มากแต่ท้องของเขาร้องโครกครากไปหมดจึงกินโจ๊กกล่องใหญ่หมดเกลี้ยงแล้วยังดื่มน้ำอีกแก้วใหญ่ รู้สึกว่าตัวรุมๆ น่าอึดอัดยิ่งนัก!
่บ่ายหลังจากพยาบาลเข้ามาฉีดยาให้อีกครั้ง สวี่ตงก็ผล็อยหลับตื่นมาอีกครั้งฟ้าก็มืดแล้ว โหมวซือฉิงยังไม่กลับมา จึงไม่มีคนคอยดูแลเขาไม่มีใครหาข้าวหาน้ำให้เขากิน
หลังจากเข้ามาล้างหน้าในห้องน้ำสวี่ตงก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก สามารถขยับไหล่ซ้ายได้บ้างแล้ว แต่เพราะถูกพันผ้าไว้จึงตรวจดูาแข้างในไม่ได้จากความรู้สึกตัวเอง เขารู้สึกเหมือนคนปกติทุกประการ
แอบหนีออกจากโรงพยาบาลก็สิ้นเื่ นอนโรงพยาบาลต่อก็มีแต่จะอดตายที่สำคัญคือเขาไม่ได้รู้สึกเ็ปอะไรแล้ว คิดว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรงฉวยโอกาสตอนที่โหมวซือฉิงไม่อยู่ยิ่งดี มิเช่นนั้น รอเธอมาถึงก็คงไม่ได้ออกไปแล้ว!
เสื้อผ้าตัวเดิมพับเก็บอยู่ในถุงอย่างเรียบร้อยและเก็บไว้ที่ลิ้นชักล่างสุดของตู้สวี่ตงหยิบมันออกมาแล้วล้วงเอาเงินสามร้อยกว่าหยวนในกระเป๋ากางเกงตัวเองเสื้อผ้าถูกเ้าสุนัขตัวนั้นกัดขาดเป็รูแล้วยังถูกโหมวซือฉิงฉีกออกตอนพันผ้าห้ามเืให้ แถมยังเปื้อนเืเต็มไปหมดจะใส่ก็ใส่ไม่ได้แล้วจึงทำได้เพียงทิ้งมันไป
ส่วนกางเกงยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์สวี่ตงยัดมันกลับเข้าถุงเตรียมจะเอากลับไปด้วยตึกผู้ป่วยยี่สิบสี่ชั้นมีคนพลุกพล่านเต็มไปหมด ทั้งผู้ป่วยและคนในครอบครัวมีการส่งอาหารและรักษาพยาบาล มีหมอและพยาบาลถึงแม้สวี่ตงจะใส่ชุดผู้ป่วยก็ไม่มีใครสงสัยว่าเขากำลังจะ ‘หนีออกจากโรงพยาบาล’
รถแท็กซี่จอดเรียงเป็แถวยาวริมถนนนอกโรงพยาบาลสวี่ตงขึ้นคันที่ใกล้ที่สุดแล้วแจ้งจุดหมายไปยังถนนกู่หวานคนขับก็ไม่ถามเซ้าซี้ออกรถทันที สถานที่ในเมืองถงเฉิงมีป้ายกำกับชัดเจนไม่มีคนขับคนไหนไม่รู้จัก สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คงมีเพียงสถานที่เล็กๆและตรอกซอกซอยเล็กๆ
เมื่อถึงถนนกู่หวาน สวี่ตงก็จ่ายค่าโดยสารลงจากรถแล้วก็ตรงไปยังโรงรับจำนำพี่หนิวคาดว่าป่านนี้หนิวเซี่ยงตงคงปิดร้านกลับบ้านไปแล้วทว่าตอนที่ไปถึงสวี่ตงถึงเห็นว่าประตูร้านยังไม่ปิด ไฟในร้านก็สว่างจ้าพอก้าวเข้าไปก็เห็นว่าในร้านมีคนสองคน คนหนึ่งคือหนิวเซี่ยงตงอีกคนหนึ่งคือสามีป้า โจวเทียนฉี!
ตอนแรกโจวเทียนฉีแค่มาคุยเล่นหัวกับหนิวเซี่ยงตงทว่าพอเห็นสวี่ตงเข้าก็ใ ก่อนจะถลึงตาถามสวี่ตงอย่างแปลกใจ “เอ๊ะ แกตามมาถึงนี่เลยเหรอ โตเป็ผู้ใหญ่แล้วนี่ มือเท้าก็มีหรือไปทำอะไรก็ไม่ได้เงิน อยากมาขอเงินฉัน แต่ประตูไม่…”
พ่นคำพูดหยาบคายไปแล้วโจวเทียนฉีถึงเพิ่งนึกได้ว่ากำลังอยู่ในร้านของหนิวเซี่ยงตงไม่ใช่ที่บ้าน คำพูดรุนแรงเช่นนี้จะทำให้คนนอกมองภาพลักษณ์เขา ‘ไม่ดี’ จึงรีบหันมายิ้มอธิบายกับหนิวเซี่ยงตง “พี่หนิว เด็กคนนี้เป็หลานผมเอง พี่ก็เคยเจอนี่ เกิดมาก็ี้เีตัวเป็ขนไม่เรียนหนังสือ เอาแต่ขอเงินผมไปใช้สุรุ่ยสุร่ายเขาหนีออกจากบ้านไปเมื่อสองวันก่อน นี่คงหมดหนทางกลับมาขอเงินผมอีกแล้วคนแบบนี้เนี่ยนะ อย่าไปให้เงินเขาเชียว ให้ไปก็เป็การทำร้ายเขาต้องฝึกให้ลิ้มรสความลำบากหาเงินด้วยตัวเอง!”
หนิวเซี่ยงตงแบมือพูดอย่างแปลกใจ “จริงเหรอสวี่ตงเป็คนแบบนั้นเหรอ ช่างเถอะ เถ้าแก่โจว เราไปหาร้านนั่งกินข้าวกัน ค่อยๆพูดคุย…”
“ได้เลย!”โจวเทียนฉียินดียิ่ง จากนั้นก็หยิบเงินออกมาปึกหนึ่งเลือกธนบัตรห้าหยวนมาหนึ่งใบแล้วโยนไปตรงหน้าสวี่ตง ก่อนจะตะคอกใส่ “เอ้า ห้าหยวน เอาไปซื้ออาหารจานด่วนกิน ต่อไปอย่าคิดมาขอเงินฉันอีก!”
หนิวเซี่ยงตงสีหน้ากระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด “เถ้าแก่โจว ช่างมันเถอะ ผมว่าเขาไม่ได้มาขอเงินคุณหรอก เขาทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านของผมวันนั้นผมเห็นเขาน่าสงสารถึงรับเอาไว้ ในเมื่อเถ้าแก่โจวพูดแบบนี้ผมไล่เขาออกดีไหม”
โจวเทียนฉีตกตะลึง คิดไม่ถึงจริงๆว่าสวี่ตงจะมาทำงานที่ร้านหนิวเซี่ยงตง แล้วหนิวเซี่ยงตงยังรับไว้เสียด้วย จ้องมองสายตาเ็าของสวี่ตงแล้วถึงรู้ตัวว่าเื่ราวไม่ใช่อย่างที่คิด!
แม้ว่าสวี่ตงจะไม่ได้มาขอเงินเขาร้ายดีอย่างไรก็เป็หลานในไส้ของภรรยาเขา มาทำงานหาเลี้ยงชีพภายใต้มือของคนอื่นอย่างนี้งั้นยังไม่จำเป็ต้องรีบร้อนกำจัดให้สิ้นซาก นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบส่ายหน้า “ช่างเถอะๆ ในเมื่อพี่หนิวรับเขาทำงานก็เอาข้าวให้เขากินสักชามเถอะแต่ต้องระวังหน่อยนะ เงินเอย บัญชีเอย ต้องระวังไว้นะ!”
โจวเทียนฉีพ่นคำพูดน่ารังเกียจไว้ล่วงหน้าหากวันหน้าสวี่ตงขโมยเงินหนีไปก็จะไม่เกี่ยวกับเขา
หนิวเซี่ยงตงยิ้มพราย พยักหน้าพลางส่งสัญญาณให้ออกไปข้างนอก “ขอบคุณพี่โจว อ้อ ตอนมาถึงเห็นพี่โจวขับรถคันใหม่มา งั้นผมไม่ขับแล้วนั่งรถใหม่ของพี่โจวเถอะ!”
“ฮ่า…”โจวเทียนฉีได้ยินเื่รถคันใหม่ของเขาก็รีบโชว์กุญแจอย่างอดไม่ได้ก่อนจะพูดยิ้มๆ “เชฟโรเลตมาลิบู คันนี้สมรรถนะสุดยอดเลย!”
หลังจากรอให้หนิวเซี่ยงตงและโจวเทียนฉีออกไปแล้วสวี่ตงที่ยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์กระจกก็รู้สึกว่าหัวใจหนาวเหน็บความสุขในใจหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยลุงโจวเทียนฉีจะใจร้ายกับเขาอย่างไรเขาไม่สนใจหรอกแต่คำพูดของหนิวเซี่ยงตงต่างหากที่ทำร้ายจิตใจเขา!
หรือจะออกจากโรงรับจำนำของหนิวเซี่ยงตงแบบไม่ต้องลากันดี
อย่างไรก็ตาม สวี่ตงคิดว่าต่อให้จะไปก็ไม่ควรแอบหนีไปเฉยๆหากจะไปก็รอพรุ่งนี้ให้หนิวเซี่ยงตงมาที่ร้านแล้วบอกให้เขารู้ก่อนค่อยจากไปมาอย่างซื่อสัตย์ หากจะไปก็ต้องไปอย่างซื่อสัตย์ ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะไม่เอาอย่างนิสัยไม่ชอบธรรมของโจวเทียนฉี!