ไม่นะ! จบกันชีวิต!
- ณ ศูนย์ตรวจพลัง -
"คิวที่115 เชิญรับการตรวจที่ห้องA1" สิ้นเสียงประการของเ้าหน้าที่เชลบี้รีบวิ่งไปรายงานตัวทันที
"ผมคิวที่115ครับ!" ในที่สุดก็ถึงตาเราสักที ชนจะได้ระดับไหนกันแน่นะ
"ห้องA1เดินตรงไปด้านในสุดของแถวห้องA เมื่อได้รับการตรวจเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นรอรับใบประกาศผลที่หน้าห้องตรวจ 5 นาที”
เชลบี้พยักหน้ารับคำแล้วหันหน้ามายิ้มให้มัลโก้แล้วเดินไปห้องตรวจ ระหว่างเดินไปเชลบี้ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีจนทำให้คนอื่นที่อยู่ในโซนห้องแถวตรวจ A ต่างมองมาที่เชลบี้อย่างงงงวยเพราะคนที่มาตรวจส่วนใหญ่ล้วนแต่กังวลกลับระดับพลังของตัวเองเป็อย่างมาก
“ดูเขาสิ อารมณ์ดีเชียว สงสัยจะมั่นใจในพลังของตัวเองสุดๆ” “เอาอาจจะระดับพลังสูงก็ได้นะ” “ฉันว่าไม่ใช่หรอก” เด็กผู้ชายสองที่คนคุยกันนั้นเสียงไม่เบาเลย ทำเอาเชลบี้หน้าบึ้งขึ้นมาทันที เหอะ ตัวเองเก่งตายล่ะ ฉันแค่ทำให้ตัวเองอารมณ์ดีเพราะจะได้ไม่ต้องกดดันตอนรับการตรวจเฉยๆ หรอก
วืดดดด
ประตูเลื่อนออกอัตโนมัติทันทีที่เชลบี้มาถึงหน้าห้อง “รีบๆ เข้ามาได้แล้ว” เสียงเรียกของบุคคลในห้องดังออกมาอย่างหงุดหงิดเพราะว่าจริงๆ แล้วเขาไม่อยากมาทำหน้าที่นี้สักนิด
“ครับๆ” เชลบี้รีบเข้าไปในห้องแต่ก็ต้องอ้าปากค้างทันทีที่เข้ามาถึงเพราะภายในห้องใหญ่กว่าที่เขาคิดตั้งสองเท่า ตรงมุมห้องเป็โต๊ะอุปกรณ์ต่างๆ และตรงกลางของห้องมีห้องเล็กๆ ที่ถูกกั้นด้วยกระจกกันแรงะเิออกมาอีกที ภายในมีสิ่งที่คล้ายก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่
“ฉันเ้าหน้าที่ไมเคิลจะทำการตรวจระดับพลังให้เธอวันนี้ เห็นแล้วก็รีบเข้าไปในนั้นซะ” ไมเคิลพูดออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง “เข้าไปแล้วยืนให้ห่างจากก้อนรับพลังสองเมตร”
“ครับ” เชลบี้รีบเดินเข้าไปข้างในแล้วทำตามที่ไมเคิลบอกอย่างรวดเร็ว ขืนอยู่นานกว่านี้เขาได้โดนกินหัวแน่ๆ ข้างหน้าเขาตอนนี้คือก้อนรับพลัง เขารู้เพราะได้ยินที่ไมเคิลบอกเขาเมื่อกี้นี้ ก้อนนี่ใหญ่ชะมัดเลย แล้วเราจะต้องทำยังไงต่อล่ะ “เอ่อออ คุณเ้าหน้าที่ครับ ผมต้องทำยังไงต่อหรือครับ แฮะๆ” เชลบี้ถามไมเคิลแล้วยิ้มแห้งๆ ออกมา
“หลับตาซะ แล้วรับรู้ถึงพลังที่อยู่ภายในร่างกายของเธอ จากนั้นแปรเปลี่ยนพลังนั้นให้เป็เหมือนคลื่นออกมาแล้วซัดไปที่ก้อนรับพลังนั่นซะ เ้าซื่อบื้อ” ไมเคิลบอกเชลบี้ผ่านเครื่องขยายเสียงที่ติดอยู่ภายในห้องกระจก “ตั้งใจละ ซัดให้เต็มแรงไม่ต้องยั้งมือ”
สิ้นเสียงของไมเคิลเชลบี้รีบทำให้จิตใจของเขาสงบลงแล้วทำสมาธิ นึกถึงพลังที่อยู่ในร่างกายๆ เชลบี้ขมวดคิ้วทันทีเพราะตอนนี้เขาไม่รู้สึกถึงพลังอะไรเลย “รู้สึกสิๆ”
ถ้ามองจากด้านนอกห้องกระจกจะเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของเชลบี้ขณะหลับตานั้นมันงุ่นง่านมากแค่ไหน ไหนจะขมวดคิ้วแล้วทำปากขมุบขมิบนั่นอีก “เห้ออ สงสัยเ้าเด็กนั่นคงจะไม่มีพลัง ผ่านมาจะสิบนาทีแล้วยังไม่มีอะไรออกมาเลย สงสัยจะไม่มีพลังจริ-” ไมเคิลยังไม่ทันจะพูดจบประโยคก็ได้ยินเสียงดังสนั่นมาจากห้องกระจก
ตู้ม!
“เ้าเด็กนั่นมีพลังจริงๆ หรือเนี่ย เห็นหน้าสวยๆ แบบนั้นนึกว่าจะไม่มีซะอีก” ไมเคิลพูดออกมาอย่างชงนใจเพราะเขาคิดว่าเชลบี้ไม่มีพลังจริงๆ เขาอ้าปากเหวออย่างไม่เคยเป็มาก่อน พลังนั่นแข็งแกร่งมากจริงๆ
ทางด้านของเชลบี้ก่อนที่จะเกิดเสียงดังนั่น เขาพยายามที่จะรู้สึกถึงพลังให้ได้ เขาคล้ายกับสะกดจิตตัวเองในใจเป็ร้อยๆ รอบว่าให้รู้สึกถึงพลังสักที แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นภายในหัวของเขา ‘อย่าว่อกแว่ก หายใจเข้าลึกๆ แล้วสงบจิตซะ’ ‘คุณเป็ใคร เข้ามาอยู่ในหัวผมได้ยังไง’ ‘เงียบซะ ทำตามที่ข้าบอก’ เชลบี้ได้แต่กลั้นใจทำตามที่คนนั้นบอกเขา แต่กลับต้องแปลกใจที่คราวนี้เขารู้สึกถึงพลังจริงๆ เขาทำจิตใจให้สงบขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ แปรพลังให้เป็คลื่นแผ่ออกมาจากร่างกาย ’แบบนั้นแหละ เก่งมาก’ คลื่นพลังที่แผ่ออกมาขยายตัวออกมาอย่างรวดเร็วจนเชลบี้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มคุมไม่อยู่ ’ปล่อยพลังออกไปซะ เดี๋ยวนี้!’ เชลบี้รีบซัดคลื่นพลังออกไปทันทีจึงทำให้เกิดเสียงดังสนั่นตามที่ไมเคิลได้ยิน
แฮกๆ แฮกๆ ไม่ไหว ทำไมรู้สึกเหมือนจะหมดแรงเลย ตัวเบาไปหมดเลย อยากนอน เชลบี้หอบใจออกมาแรงมาก อาการของเขาคล้ายกับคนใกล้จะเป็ลมเลย ไม่ไหวแล้ว
“เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย เ้าหนูอย่าเพิ่งหลับ!” เสียงของไมเคิลดังขึ้นมาจากด้านหลังของเชลบี้อย่างร้อนรน เขารีบวิ่งมาถึงตัวเชลบี้ที่ใกล้จะล้มลงได้ทันอย่างฉิวเฉียด “ฟู่ว เกือบไปแล้ว” ไมเคิลถอนหายใจแล้วมองไปยังก้อนรับพลังที่ตอนนี้ที่มีรอยร้าวลึกจนเกือบถึง 20 เิเเลยทีเดียว ไมเคิลรีบมองมาที่เชลบี้ทันทีอย่างสับสน “เ้าหนูคนนี้มาจากไหนกันแน่”
.
.
.
มัลโก้รีบวิ่งมาที่ห้องพยาบาลของศูนย์ตรวจอย่างเร่งรีบทันทีที่ได้ยินว่ามีคนหมดสติหลังจากทดสอบที่ห้องตรวจA1 “เชลบี้!” มัลโก้เรียกเชลบี้เสียงดังจนทุกคนทั้งห้องพยาบาลหันมามองมัลโก้อย่างโกรธๆ
“ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะทำเสียงดังได้” แน่นอนว่าคนที่พูดประโยคนี้ก็คือไมเคิลนั่นเอง “เขาแค่หมดสติไปเท่านั้น เดี๋ยวก็ฟื้น แล้วนี่ก็ใบรับรองผลตรวจระดับพลังของเขา ฉันไปก่อน” ยื่นเอกสารพร้อมกำชับมัลโก้เสร็จก็เดินออกไปทันที
“ต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะ ไมเคิลน่ะ คนที่คุยกับเธอเมื่อสักครู่ เขาแค่เป็ห่วงเด็กคนนี้น่ะ” ไอซ่า จอห์น แพทย์ประจำศูนย์ตรวจบอกกับมัลโก้โดยที่สายตาของเธอมองไปที่เชลบี้ที่กำลังหลับอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ “เดี๋ยวเขาก็ตื่น เขาแค่ใช้พลังมากเกินไปเท่านั้น”
“ขอบคุณมากครับ” มัลโก้ก้มหัวขอบคุณไอซ่าด้วยความเคารพ
“ไม่เป็ไร มันคือหน้าที่ฉัน ตามสบายเถอะ ถ้าเขาฟื้นก็พากลับบ้านได้เลย” ไอซ่าพูดจบก็เดินออกไปด้วยท่าทีที่เร่งรีบแปลก แต่มัลโก้ก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะตอนนี้ในใจของเขาเป็ห่วงเชลบี้ไปหมด
หลังจากที่ไอซ่าเดินออกมาแล้วรีบเดินไปที่ห้องพักของไมเคิลทันที
“มันหมายความว่ายังไงกันแน่ไมเคิล” ไอซ่าเปิดประเด็นทันทีที่เข้ามา “นายก็รู้ว่ามันแปลกมากที่เด็กคนหนึ่งจะสามารถใช้พลังจนทำให้ตัวเองหมดสติได้ เด็กคนอื่นถึงแม้จะใช้พลังอย่างเต็มที่ก็จริง แต่พวกเขาก็แค่อ่อนแรงลงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น” ไอซ่าพูดออกมารัวๆ จนทำเอาไมเคิลตั้งรับไม่ทันเลยทีเดียว
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน! ตอนแรกเ้าหนูนั่นดูเหมือนััไม่ได้ถึงพลังของตัวเองด้วยซ้ำ ฉันเลยคิดว่าไม่น่าจะมีพลังเลยไม่ได้สนใจมากแต่รู้ตัวอีกทีก็เกิดเสียงดังตู้มแล้ว แล้วแค่แป๊บเดียวเท่านั้นเ้าหนูนั่นก็หมดสติ” ไมเคิลกัดเล็บตัวเองแล้วคิดตามในสิ่งที่ตัวเองเห็นมา “แต่มันก็แปลกมากจริงๆ นั่นแหละ เ้าก้อนรับพลังนั่นถึงกับร้าวเลยนะ!”
“แล้วพลังของเขาอยู่ระดับไหนไมเคิล” ไอซ่าถามอย่างร้อนรน ถ้าเด็กคนนั้นสามารถทำให้ไอ้ก้อนนั่นร้าวได้แสดงว่าพลังของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่
“นั่นแหละที่ฉันอึ้งแต่ว่ามันแปลก แปลกมาก เหมือนอะไรสักอย่างบิดเบือนผลลัพธ์ที่ได้เลย ฉันคิดว่าเขาน่าจะระดับ A หรืออาจจะ S ด้วยซ้ำ แต่ผลมันกลับออกมาเป็….” ไมเคิลเอามือกุมหัวแล้วดึงผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด
“เป็อะไร! เร็วๆ สิไมเคิล” ไอซ่าที่รอลุ้นไปด้วยถึงกับหัวเสียออกมาเพราะไมเคิลมัวแต่ยืดเยื้ออยู่ได้
“เขาได้ระดับ C น่ะสิ! แปลกไหมล่ะ คนที่ได้ระดับ C ที่ไหนจะทำให้ไอ้ก้อนรับพลังนั่นร้าวได้ อย่าว่าแต่ระดับ C เลย ระดับ S ยังยากเลย!”
“ไม่จริงน่า! นายโกหกหรือเปล่า เช็กผลอีกรอบรึยัง เครื่องรับผลที่ได้จากก้อนรับพลังเสียหรือเปล่า”
“มันจะเป็ไปได้ยังไง ฉันตรวจให้ตั้งหลายคนแล้วนะก่อนที่จะตรวจให้เ้าหนูนี่ ผลที่ออกมาก็ตรงเป๊ะตลอด ฉันถึงบอกเธอไงว่าเหมือนมีอะไรสักอย่างมาบิดเบือนผลที่ออกมา”
“ถ้าอย่างนั้นนายกับฉันก็อย่าเพิ่งไปบอกใครเื่นี้ เข้าใจไหม” ไอซ่ารีบห้ามไมเคิลให้ไม่ให้ไปบอกใครเพระาเธอรู้ว่าไมเคิลจะต้องเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังแน่ๆ
“ฉันรู้น่า!”
.
.
.
- ณ ดวงดาวที่ห่างไกล -
บริเวณูเาที่เขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้โบราณนานาพันธุ์นับล้านต้นกำลังสองแสงปลิวไสวตามแรงลมคล้ายกับมีชีวิตเต็มภายในป่าลึกของูเามีน้ำตก์ที่ไหลยาวตามแนวหินผาดผ่านลงตามทางมารวมตัวกันบริเวณแอ่งน้ำลึกตรงกลางน้ำตก โคดหินขนาดใหญ่ที่ตั้งกลางแอ่งน้ำลึกมีชายหนุ่มกำลังนั่งหันหลังอยู่บนโคดหินที่ล้อมด้วยหินและคริสทัลพลังงานบริสุทธิ์ที่กำลังเปล่งคลื่นพลังเขาสู่ร่างกายของชายหนุ่ม แสงจากต้นไม้โบราณส่องสว่างให้เห็นแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของชายหนุ่มอย่างชัดเจน
ดวงตาสีแดงเืนกที่เรืองแสงได้สงบลงเขาหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาใหม่หลังจากที่เขาเชื่อมต่อพลังเสร็จสิ้น ดวงตาสีแดงเืนกของเขาก็ได้ลดแสงลงจนกลับเป็ปกติ เขาใช้มือเสยผมสีเปลือกไม้ที่ปรกหน้าขึ้นแล้วเรียกลูกน้องของเขาออกมา “เกร็ก”
ฟรึ่บ เกร็กรีบออกมาจากเงาทันทีที่ถูกเรียก “ครับนายท่าน” เกร็กคือลูกน้องคนสำคัญของเขาที่เขาไว้ใจที่สุด
“ข้าว่า.. ถึงเวลาที่ต้องไปเยี่ยมคู่ของข้าสักหน่อยแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม” เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองอย่างคาดหวังว่าคู่ของเขาตอนนี้เป็ยังไงบ้างแล้ว มันน่าสนุกดีจริงๆ
.
.
.
หลังจากหลับไปเกือบสองชั่วโมงได้เชลบี้ก็ลืมตาขึ้นมา “นายฟื้นแล้ว” เสียงของมัลโก้ดังขึ้นจากด้านของเชลบี้ เขาหันไปยิ้มให้มัลโก้ทันที “ไงงง… มัลโก้”
“ยังจะมายิ้มอีก คนเขาเป็ห่วงมากรู้ไหม”
“ฉันรู้ๆ ขอบใจนะที่เป็ห่วง แล้วฉันหลับไปนานแค่ไหนแล้ว แล้วผลออกมาเป็ไงบ้าง” เชลบี้รีบถามมัลโก้เพราะเขาหมดสติไปตอนที่กำลังทดสอบพลัง ผลจะออกมาเป็แบบไหนเขาก็ไม่รู้เลย
“เกือบสองชั่วโมงได้ แต่ไม่ต้องห่วงผลออกมาแล้ว เอานี่” มัลโก้ยื่นใบรับรองผลให้เชลบี้พร้อมกับบอกว่าเชลบี้หลับไปนานแค่ไหน
“เกือบสองชั่วโมงเลยหรอ! มีใครโทรหาฉันรึเปล่า” เขาหวังว่าพ่อกับแม่จะไม่โทรหาเขานะ ถ้ารู้ว่าเขามาที่นี่คงตายแหงๆ เลย เชลบี้คิดในใจแล้วมองใบรับรองผลในมืออย่างสับสน
“ไม่มีหรอก มีแค่ข้อความ ไม่ต้องห่วง” ได้ยินดังนั้นเชลบี้โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ที่ยังไม่หายกังวลเลยก็คือผลในมือเขาเนี่ยแหละจะเป็ยังไง
“หรอ.. ฉันว่า.. ฉันดูผลเลยดีกว่า!” กลับบ้านไปเขาจะได้ไปทำใจอย่างเดียวถ้ามันออกมาไม่ดี “เอาล่ะนะ! คิวที่ 115 เชลบี้ เบลซ จากผลตรวจพลัง… ได้ระดับ C ห้ะ! C เองหรอ! เป็ไปได้ไง” เขาจำได้ว่าเขาปล่อยออกมาเต็มที่เลยนะตามที่คนคนนั้นบอกเขา
“C หรอ ไม่เป็ไรหรอกเชลบี้ หลังจากได้เข้าเรียนที่นั่นแล้วพลังของนายจะเพิ่มขึ้นแน่นอนเพราะที่นั่นเด่นด้านพลังจิต ไม่ต้องห่วงไปหรอก คนอื่นก็ระดับเดียวกับนายเยอะแยะเชลบี้ บางคนน้อยกว่านายก็มี อย่าน้อยใจไปเลย” มัลโก้ปลอบใจเชลบี้ไม่ให้เชลบี้น้อยใจในตัวเองที่ได้ระดับพลังน้อยกว่าที่ตัวเองคิดไว้
“ฉันก็ใส่เต็มแรงเลยนะ อย่างน้อยได้สัก B ก็ยังดี เฮ้อ” ทำไมเป็แบบนี้ไปได้นะ นี่สินะที่เขาว่า ถ้าไม่อยากผิดหวังก็อย่าคาดหวัง เฮ้อออ… ไม่นะ จบกันชีวิตฉันนนนนนนน
“เอาน่าๆ วันนี้เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเอง” หลังจากที่เห็นสีหน้าของเชลบี้ที่ทำเหมือนกับดาวได้ถึงคราววิกฤต มัลโก้ก็เอ่ยปากเลี้ยงข้าวอย่างไม่ลังเล มัลโก้เสนอทางออกให้เชลบี้อย่างใจกว้าง แค่เลี้ยงข้าวเชลบี้เองมันจะไปยากอะไร
“เอาชาบูนะ” นั่นปะไร อาหารยุคก่อนมันโคตรจะแพงเลยไม่ใช่หรือไง!
.
.
.
“ขอบใจที่เลี้ยงนะ และก็ขอบใจที่มาส่งด้วย ฮี่ฮี่” เชลบี้ยิ้มแล้วหัวเราะอย่างชอบใจเพราะวันนี้ในเื่แย่ๆ ก็ยังมีเื่ที่ดีอย่างการที่มัลโก้เลี้ยงข้าวเขายังไงล่ะ
“อืมๆ เข้าบ้านไปได้แล้ว” มัลโก้โบกมือไล่ให้เชลบี้เข้าบ้านแบบเอือมๆ กระเป๋าเขาฉีกเพราะเชลบี้คนเดียวเลย เขาเอ่ยปากเลี้ยงก็จริงแต่นี่เล่นกินอาหารยุคก่อนเลยราคามันก็แพงหูฉี่เลยน่ะสิ “ไปละนะ”
“กลับบ้านดีๆ” คิคิ อิ่มจริงๆ เลย อร่อยด้วย เชลบี้เดินเข้าบ้านด้วยความอารมณ์ดีจนลืมเื่ระดับพลังของตัวเองและเื่ที่โกรธพ่อกับแม่จนหมดสิ้น “พ่อครับแม่ครับผมกลับมาแล้ว”
หมับ “กลับมาแล้วหรือลูก ฟอด!” เซเลน่ารีบวิ่งมากอดมาหอมเชลบี้เป็คนแรก “กินอะไรมารึยังครับ วันนี้ไปไหนมาหือ” เซเลน่าลูบหัวเชลบี้ด้วยความรักแล้วถามเชลบี้ด้วยสีหน้าเป็ห่วงเพราะตอนเช้าเชลบี้ไม่ได้ทานข้าวเช้าก่อนออกไป
“ผมกินมาแล้วครับ พ่อครับแม่ครับผมไปตรวจพลังมาละวันนี้ ทายสิว่าผมได้ระดับอะไร”
“เอ่ออ… B ไหมลูก” เซเลน่าหันหน้าไปหาชาร์ลีด้วยสีหน้าอ่อนใจหลังจากตอบเชลบี้ไป เธอกับชาร์ลีรู้ดีว่าลูกไม่มีพลังจิต
“ผิดแล้วๆ ทายใหม่ๆ” คราวนี้เซเลน่าสีหน้ายิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่เลยหลังจากทายไม่ถูก ลูกเธอจะมีพลังจิตได้ยังไม่เมื่อไม่เคยได้รับการฉีดเซรุ่มปลุกพลังมาก่อน
“พ่อว่า… หนูขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนไปนะลูก” ชาร์ลีตัดบทและไล่ให้เชลบี้ขึ้นห้องไปเพราะยิ่งพูดเื่นี้พวกเขาจะต้องหลุดพูดอะไรที่ไม่สมควรพูดแน่ๆ
“โธ่… ไม่ลุ้นเลยหรอ โอเคๆ ผมไปอาบ้ำก็ได้” เชลบี้เดินขึ้นห้องทันทีแต่ระหว่างที่กำลังจะเดินถึงห้องนั้นเชลบี้ก็ได้ะโลงมา “ผมได้ระดับ C ต่างหากล่ะ” ปัง เสียงปิดประตูดังขึ้นหลังจากที่เชลบี้ได้เข้าห้องไป โดยไม่รู้ว่าทั้งพ่อทั้งแม่หน้าซีดใจตกไปอยู่ตาตุ่มกันทั้งคู่แล้ว
“มันจะเป็ไปได้ยังไง!/มันจะเป็ไปได้ยังไง!” ทั้งเซเลน่าทั้งชาร์ลีมองหน้าแล้วพูดพร้อมกันด้วยความใ
ติดตามตอนต่อไป……
(คู่ของนายท่านหน้าตาเป็อย่างไร)
***********
ออกแล้วค่าาาา คนที่ทุกคนก็รู้ว่าใคร 55555 ปานเขียนให้เชลบี้เป็เด็กไม่คิดอะไรมากนะคะ ประมาณว่าโกรธง่ายหายเร็ว ไม่เน้นดราม่ามาก ชีวิตของน้องในเมืองหลวงจะมาในเร็วนี้แล้วค่ะ ปานอาจจะยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะเพราะ่นี้ยุ่งๆ หัวหมุนเลย
ฝากเอ็นดูน้องเชลบี้กันเยอะๆ นะคะ❤️
>>>สามารถติดตามข่าวสารพูดคุยกันได้ที่กลุ่มเฟซบุ๊ค: Neverp NOVEL<<<