บทที่ 31 จอมมารกระบี่ที่แท้จริงเป็สตรี (รีไรต์)
หงฉี่และเมิ่งฝานใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืนนางย่อมรู้ดีว่าเขาจงใจเลือกเช็ดถูเพียงกระบี่ธรรมดาและคอยหลีกเลี่ยงกระบี่ิญญา
ดังนั้นเมื่อเมิ่งฝานเกือบจะััโดนกระบี่ิญญา นางจึงรีบส่งเสียงเตือน
เมิ่งฝานอาจจะแยกแยะกระบี่ิญญาไม่ออกในบางครั้ง แต่หงฉี่ในฐานะกระบี่ิญญาย่อมมองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง!
เมื่อได้ยินคำเตือนของหงฉี่ ใบหน้าของเมิ่งฝานก็ปรากฏความประหลาดใจเล็กน้อย
ทว่ามันเป็เพียงความประหลาดใจชั่วครู่เท่านั้น ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดไว้แล้วว่าอาจมีกระบี่ิญญาบางเล่มที่ดูธรรมดาไร้จุดเด่นและอาจถูกเขาเลือกขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงระมัดระวังตัวอยู่เสมอ และจงใจหลีกเลี่ยงกระบี่ิญญา
นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้จะเจอเข้าจริง ๆ!
แต่หลังจากเมิ่งฝานได้ยินคำเตือนของหงฉี่ เขากลับไม่ได้ชักมือกลับ แต่ยังคงเอื้อมมือไปคว้ากระบี่ิญญาเล่มนั้น
ใน่ที่ผ่านมากระบี่ที่เขาััล้วนไร้ค่าเกินไป ต่อให้มีจิตอาฆาตกระบี่แฝงอยู่ก็ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีนัก
ในเมื่อครั้งนี้มีวาสนาได้พบกับกระบี่ิญญา เมิ่งฝานจึงไม่คิดจะหลบเลี่ยงอีก เขาจะลองทดสอบกระบี่ิญญาเล่มนี้และทดสอบตัวเขาเองด้วย!
ยามนี้เมิ่งฝานฝึกฝนจนถึงขั้นเลี่ยนชี่ระดับสาม อีกทั้งยังกินยาชุ่ยถี่ทุกวัน ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก
ที่สำคัญที่สุดคือ หลังจากที่เคยหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่ 'จิตสำนึก' ของเมิ่งฝานก็มีการเติบโตและก้าวหน้าไปอย่างมาก
"ถึงเวลาลองใช้กระบี่ิญญาทดสอบดูเสียหน่อยแล้ว!" เมิ่งฝานพึมพำกับตัวเอง
"เ้าอย่าใจร้อน!" เสียงของหงฉี่ที่เต็มไปด้วยความกังวลและร้อนรนดังขึ้นในหัวของเมิ่งฝาน
นางจำได้แม่นยำว่าก่อนหน้านี้ศิษย์สายในอย่างตู๋กูิผู้ซึ่งอยู่ในขั้นเจินอู่ยังเกือบจะถูกกระบี่ิญญาฆ่าตาย
การที่เมิ่งฝานัักระบี่ิญญาเร็วเพียงนี้นับว่าใจร้อนเกินไปจริง ๆ
น่าเสียดายที่คำเตือนของนางสายเกินไป
เพราะมือของเมิ่งฝานได้คว้ากระบี่ิญญาเล่มนั้นไปแล้ว
'กระบี่นาม ม่ออวิ๋น'
...
ในพริบตาที่มือของเมิ่งฝานัักับกระบี่ม่ออวิ๋น กลิ่นอายอาฆาตอันมหาศาลก็พุ่งออกมาจากตัวกระบี่ เข้าปกคลุมร่างกายของเมิ่งฝานโดยตรง
กระบี่หงฉี่เปล่งแสงสีแดงเจิดจ้าออกมาทันที เพื่อต้านทานกลิ่นอายอาฆาตเหล่านี้และปกป้องเ้านายของตน
ทว่าเมิ่งฝานกลับรีบะโว่า "หงฉี่ หยุดมือ ให้ข้าจัดการเอง!"
แสงสีแดงของกระบี่หงฉี่วูบวาบสลับมืดลง เห็นได้ชัดว่านางมีความลังเล
สุดท้ายหงฉี่ก็ยอมเชื่อฟังคำพูดของเมิ่งฝานอย่างว่าง่ายและไม่ได้เข้าแทรกแซง
แม้ว่านางจะกังวลมาก แต่ก็รู้สึกว่าเมิ่งฝานคือเ้านายที่นางเลือกเอง ควรจะเชื่อมั่นในตัวเขา!
หากอันตรายเพียงเท่านี้ยังรับมือไม่ได้แล้วจะเติบโตขึ้นได้อย่างไร และจะมีปัญญาแก้แค้นให้นางได้อย่างไร?
จิตอาฆาตกระบี่ม้วนตัวโอบล้อมเมิ่งฝานแผ่กลิ่นอายเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ครู่ต่อมา จิตอาฆาตกระบี่เหล่านี้ทั้งหมดก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเมิ่งฝาน
ร่างเงาของหงฉี่ลอยออกมาจากกระบี่หงฉี่ มองเมิ่งฝานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
ในขณะเดียวกันนางก็รู้สึกสงสัย เพราะดูเหมือนว่าจิตอาฆาตกระบี่เหล่านี้จะถูกเมิ่งฝานจงใจดูดซับเข้าไปในร่างกายเอง
นางส่ายหน้าสลัดความคิดไร้สาระนี้ทิ้งไป
"เ้ากำลังกังวลเื่เขาหรือ?"
หงฉี่ได้ยินเสียงหนึ่ง จึงรีบหันกลับไปมอง
นางเห็นศิษย์พี่หลัว ซึ่งในขณะนี้ศิษย์พี่หลัวก็กำลังมองเมิ่งฝานด้วยความกังวลเช่นกัน
ด้วยตบะขั้นเลี่ยนชี่ระดับสาม การฝืนัักระบี่ิญญานั้นอันตรายอย่างยิ่งจริง ๆ
แต่โชคดีที่เมิ่งฝานไม่เหมือนกับตู๋กูิ ตู๋กูิ้าสยบกระบี่ิญญา แต่เมิ่งฝานเพียง้าเช็ดถูมัน ดังนั้นกระบี่ิญญาเล่มนี้ไม่น่าจะลงมือกับเมิ่งฝานรุนแรงเกินไป!
อีกทั้งม่ออวิ๋นไม่ได้ดุร้ายเท่ากับชื่อจันทร์สีแดง เมิ่งฝานคงไม่เป็อะไรมากกระมัง?
แม้จะคิดเช่นนั้นแต่ศิษย์พี่หลัวก็ไม่มีความมั่นใจเพราะกระบี่ิญญาไม่ใช่คน ไม่สามารถใช้ความคิดของมนุษย์ไปวัดได้
ทว่าเ้าหนุ่มเมิ่งฝานคนนี้ ั้แ่เข้ามาในหอคอยกระบี่ก็แสดงความอัจฉริยะในหลาย ๆ ด้าน คิดว่ากระบี่ม่ออวิ๋นเล่มนี้ เขาน่าจะทนไหว
ศิษย์พี่หลัวมองหงฉี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นแล้วกล่าวว่า "บอกตามตรง ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าทำไมเ้าถึงใส่ใจเ้าหนุ่มนี่นัก ต่อให้เขามีพร์ดีเลิศ ก็ไม่น่าจะทำให้เ้าใส่ใจขนาดนี้ หรือว่าเ้าหลงใหลในความหล่อเหลาของเขา ิญญากระบี่ก็ชอบคนหล่อด้วยหรือ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของศิษย์พี่หลัว หงฉี่ถึงกับชะงักไป
เพราะตัวนางเองก็ไม่เคยคิดถึงเื่นี้!
การที่นางยอมรับเมิ่งฝานเป็เ้านายเป็เพราะใบหน้าอันหล่อเหลานี้หรือเป็เพราะความสามารถในการหยั่งรู้และพร์ที่น่าทึ่งของเขากันแน่?
ดูเหมือนว่า... จะเป็ทั้งสองอย่าง!
ศิษย์พี่หลัวไม่รู้ว่าิญญากระบี่ของกระบี่หงฉี่ แท้จริงแล้วเคยเป็มนุษย์ที่มีชีวิต
เขาไม่เหมือนเมิ่งฝาน ที่สามารถมองเห็นที่มาและวิธีการหลอมสร้างกระบี่หงฉี่ได้
ดังนั้นเขาจึงไม่รู้เลยว่ากระบี่หงฉี่ถูกสร้างขึ้นจากการสังเวยเืจากหัวใจของหญิงสาว และยิ่งไม่รู้ว่าิญญากระบี่วิถีอย่างหงฉี่ ก็คือดรุณีที่ถูกสังเวยผู้นั้น
หากเขารู้ ก็คงไม่ล้อเลียนกระบี่หงฉี่เช่นนี้
"ไม่ใช่เื่ของเ้า!" หงฉี่แค่นเสียงเ็า จากนั้นก็กลายเป็แสงสีแดงพุ่งกลับเข้าไปในกระบี่หงฉี่
ศิษย์พี่หลัวลูบจมูก ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ ถึงถูกด่า?
ให้ตายสิ ิญญากระบี่ล้วนไร้เหตุผล ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่ล้อเล่นเลย
"หากเ้าหนุ่มนี่สามารถทนต่อจิตอาฆาตกระบี่ของกระบี่ม่ออวิ๋นได้อย่างปลอดภัย บางทีอาจถึงเวลาพาเขาไปพบผู้าุโหลินแล้ว" ศิษย์พี่หลัวพึมพำกับตัวเอง
ไม่แน่ว่าเ้าหนุ่มคนนี้ อาจมีความหวังที่จะได้เป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโหลินจริง ๆ!
หากเป็เช่นนั้น ก็เหมือนกับการได้ก้าวะโขึ้นสู่สรวง์ในชั่วพริบตา
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ศิษย์พี่หลัวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย
ทว่ามันเป็เพียงความอิจฉา ไม่ใช่ความริษยา
เพราะก่อนหน้านี้เขาก็เคยมีโอกาสจะได้เป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโหลิน แต่น่าเสียดายที่ตัวเขาเองไม่เอาไหน ช่วยไม่ได้จริง ๆ
สุดท้ายจึงทำได้เพียงเป็ศิษย์จดนามของผู้าุโหลินอย่างฝืน ๆ
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่จิตอาฆาตกระบี่เ่าั้เข้าสู่ร่างกายของเมิ่งฝาน ก็ถูกวิถีกระบี่หยั่งรู้เทพหลอมรวมอย่างบ้าคลั่ง
ความทรงจำที่แฝงอยู่ในจิตอาฆาตกระบี่ ก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในหัวของเมิ่งฝาน
...
ณ ยอดเขาแห่งหนึ่ง มีเมฆหมอกปกคลุม
ชายหญิงคู่หนึ่งยืนเผชิญหน้ากัน
ฝ่ายชายสวมชุดขาว ฝ่ายหญิงสวมชุดคลุมดำ
เพียงแค่สีของเสื้อผ้าก็บอกได้ว่าทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
"ศิษย์น้องหญิงอวี่โหรว มาถึงขั้นนี้แล้ว เ้ายังไม่ตาสว่างอีกหรือ?
สำนักกระบี่ฮุ่นหยวนถูกลัทธิมารเงาผีทำลายจนสิ้นซากแล้ว
ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์หญิง รวมถึงศิษย์น้องทั้งหลาย ล้วนกลายเป็โครงกระดูกขาวโพลนไปหมดแล้ว จนถึงตอนนี้เ้ายังไม่สำนึกผิดอีกหรือ?"
ชายชุดขาวมองหญิงชุดคลุมดำด้วยสีหน้าโศกเศร้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่นและจนปัญญา
กลิ่นอายแห่งความโศกเศร้าที่ไม่อาจระงับได้แผ่ออกมาจากร่างกายของชายผู้นั้น
เพียงแค่เห็นจุดเริ่มต้นของความทรงจำนี้ เมิ่งฝานก็เข้าใจได้ทันทีว่านี่คือละครโศกนาฏกรรมเื่หนึ่ง
เป็ไปตามคาด หญิงชุดคลุมดำเอ่ยขึ้นว่า "ั้แ่วินาทีที่ข้าเข้าร่วมลัทธิมารเงาผี ข้าก็ไม่ใช่คนของสำนักกระบี่ฮุ่นหยวนอีกต่อไป สำนักกระบี่ฮุ่นหยวนจะอยู่หรือตายก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้าแม้แต่น้อย!"
"ศิษย์น้อง ก่อนท่านอาจารย์จะสิ้นใจ ท่านบอกข้าว่าสิ่งที่ท่านเป็ห่วงที่สุดก็คือเ้า และสั่งให้ข้าต้องเกลี้ยกล่อมให้เ้ากลับตัวกลับใจ" ชายชุดขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ซับซ้อน
หญิงชุดคลุมดำแค่นหัวเราะ มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน
"เขาเป็ห่วงข้า? คงอยากจะลากข้าลงไปฝังร่วมกับเขามากกว่า?"
...
เมิ่งฝานเฝ้าดูความทรงจำเหล่านี้อย่างละเอียด จากนั้นก็เป็เื่ราวโศกนาฏกรรมระหว่างชายหญิงคู่หนึ่ง
หญิงสาวเคยเป็ศิษย์ของสำนักกระบี่ฮุ่นหยวนแต่ถูกสำนักใส่ร้าย ด้วยความโกรธแค้นนางจึงทรยศสำนักและเข้าร่วมกับลัทธิมารที่เป็ศัตรู
ท้ายที่สุดด้วยความช่วยเหลือของนาง ลัทธิมารเงาผีจึงสามารถทำลายสำนักกระบี่ฮุ่นหยวนได้สำเร็จ
ทั้งสำนักกระบี่ฮุ่นหยวนมีเพียงชายชุดขาวผู้นี้ที่รอดชีวิตมาได้ เขาตามหาหญิงชุดคลุมดำเพื่อเกลี้ยกล่อมให้นางกลับตัว
น่าเสียดายที่ละครโศกนาฏกรรมไม่ใช่ทุกเื่ที่จะจบลงด้วยดี
ชายชุดขาวได้ชี้แจงเื่เข้าใจผิดในตอนนั้นจนกระจ่าง แต่หญิงสาวที่ชื่ออวี่โหรวกลับไม่ได้ร่ำไห้หรือสำนึกผิดอย่างที่เมิ่งฝานจินตนาการไว้
ตอนจบของความทรงจำนี้ คือการที่อวี่โหรวแทงกระบี่เข้าที่หัวใจของชายชุดขาว
ชายชุดขาว... กลายเป็ร่างที่ไร้ิญญา
และกระบี่ม่ออวิ๋นก็คือกระบี่ประจำกายของอวี่โหรว
หลังจากอวี่โหรวสังหารชายชุดขาว นางก็ได้บรรลุวิชากระบี่แขนงหนึ่ง
'วิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาด'
ตัดรัก!
ตัดคุณธรรม!
ตัดเสน่หา!
ตัดแค้น!
ตัดโศก!
ตัดสุข!
ตัดโกรธ!
การตัดทั้งเจ็ดประการนี้ ทำให้อวี่โหรวดิ่งลงสู่ฝ่ายอธรรมอย่างสมบูรณ์และกลายเป็จอมมารกระบี่
เมิ่งฝานเคยได้ยินชื่อเสียงของจอมมารกระบี่แห่งลัทธิมารเงาผีมาบ้าง นี่คือตัวตนที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งของลัทธิมารเงาผี ว่ากันว่าแม้แต่ประมุขนิกายของลัทธิมารเงาผี ก็ยังไม่กล้าล่วงเกินจอมมารกระบี่ผู้นี้โดยง่าย
'วิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาด' คือวิชาลับเฉพาะที่ทำให้จอมมารกระบี่ไร้เทียมทานทั่วหล้า
ที่น่าสนใจคือจอมมารกระบี่ผู้นี้จนถึงปัจจุบันก็ยังมีชีวิตอยู่
หลังจากเมิ่งฝานดูดซับความทรงจำเหล่านี้จนหมดก็ลืมตาขึ้น
นึกไม่ถึงว่าจอมมารกระบี่ผู้เลื่องชื่อไปทั่วหล้าแท้จริงแล้วจะเป็สตรี
เื่นี้ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกประหลาดใจจริง ๆ
เมิ่งฝานมองกระบี่ม่ออวิ๋นในมือด้วยความฉงน
ไม่นึกเลยว่ากระบี่ม่ออวิ๋นที่ดูธรรมดาเล่มนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็กระบี่ประจำกายของจอมมารกระบี่!
หอคอยกระบี่สู่ซานแห่งนี้เรียกได้ว่ารวบรวมกระบี่ชื่อดังทั่วหล้าไว้จริง ๆ แม้จะเป็เพียงชั้นแรก ก็ยังสามารถพบกระบี่ล้ำค่าที่น่าทึ่งได้บ่อยครั้ง
ทว่าอาวุธกระบี่เหล่านี้ แม้บางเล่มจะมีที่มาไม่ธรรมดา แต่ต่อให้ที่มาจะยิ่งใหญ่เพียงใด ความแข็งแกร่งของตัวกระบี่เองก็มีขีดจำกัด
ไม่สามารถบอกได้ว่าเพราะมันเคยเป็กระบี่ของบุคคลสำคัญ แล้วมันจะทรงพลังกว่ากระบี่ระดับเดียวกันเล่มอื่น
ไม่มีกฎเกณฑ์เช่นนั้น พลังทำลายล้างที่แท้จริงแล้วนั้นเท่ากัน!
แต่กระบี่ชื่อดังของสำนักกระบี่สู่ซานนั้น มีจำนวนมากที่สุดในใต้หล้าจริง ๆ
ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น แค่กระบี่ฝูซีหนึ่งในสามศาสตราเทพก็อยู่ที่สำนักกระบี่สู่ซาน
และกระบี่สยบมารอันเลื่องชื่อก็อยู่ในหอคอยสยบมารของสำนักกระบี่สู่ซานเช่นกัน
หากวันหนึ่ง เมิ่งฝานสามารถัักระบี่เทวะระดับนี้ได้ เมื่อนั้นเขาจะสามารถทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้อย่างแท้จริง!
"รู้สึกอย่างไรบ้าง เ้าไม่เป็ไรใช่ไหม?" ศิษย์พี่หลัวยืนอยู่ด้านหลังเมิ่งฝานและถามด้วยความห่วงใย
"ศิษย์พี่วางใจ ข้าไม่เป็ไร!" เมิ่งฝานหันกลับไปมองศิษย์พี่หลัวพร้อมกับเผยรอยยิ้มเล็กน้อย
แม้ในหัวจะรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ แต่ผลกระทบเล็กน้อยนี้ เมิ่งฝานสามารถทนได้อย่างสบาย
เมิ่งฝานคาดการณ์ไม่ผิด หลังจากหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่ทำให้จิตสำนึกและพลังจิตของเขาพัฒนาขึ้นอย่างมาก
และการพัฒนาเช่นนี้จะเป็ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการฝึกฝนในอนาคต!
ดูท่าคงต้องหาโอกาสขอหินิญญาจากหลิ่วเยียนผิงเพิ่ม เพื่อที่จะได้ไปหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่อีกครั้ง
สำหรับคนอื่น การหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่คือการสิ้นเปลืองหินิญญา
แต่สำหรับเมิ่งฝาน การหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่ให้ความช่วยเหลือแก่เขาอย่างมหาศาล!
เมิ่งฝานชักกระบี่ม่ออวิ๋นออกมาเช็ดถูหนึ่งรอบแล้ววางกลับที่เดิม
และครั้งนี้ ต้นกำเนิดกระบี่ที่ไหลจากกระบี่ม่ออวิ๋นเข้าสู่ร่างกายของเมิ่งฝาน มีมากกว่ากระบี่ธรรมดาหลายเท่าตัว
ซึ่งเป็ไปตามที่เมิ่งฝานคาดไว้จริง ๆ ต้นกำเนิดกระบี่ที่แผ่ออกมาจากกระบี่ิญญานั้น มีปริมาณมากกว่ามาก!
"เ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ หลังจากหอคอยกระบี่ปิดในวันนี้ให้เ้าตามข้าไปที่ชั้นสอง"