"นายหญิงให้ข้ามาตามเ้าค่ะ แม่นางเสี่ยวเหมยท่านต้องไปคารวะและร่วมรับประทานอาหารเช้าที่ห้องโถงรับประทานอาหาร"
น้ำเสียงนั้นราบเรียบเหมือนอ่านจากบท แต่ทุกคำพูดกลับไร้ยินดี ราวกับกำลังแจ้งเื่ธุระประจำวันให้กับคนแปลกหน้า
「คารวะ? ร่วมรับประทานอาหาร?」
ข้าพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป
"ข้าจะตามไปเดี๋ยวนี้"
นางเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งข้าไว้กับความรู้สึกกดดันที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก
「 ชีวิตใหม่ของข้าหรือ? ชีวิตที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบและธรรมเนียมที่ข้าไม่เคยรู้จัก」
ข้าหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับ ก่อนจะเดินออกจากเรือนเล็ก ลมหนาวพัดผ่านจนชายเสื้อคลุมพลิ้วไหว
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกเหมยลอยมาตามลมหนาว ข้าก้าวเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยหินเรียบเนียน เสียงฝีเท้าของข้าดังสะท้อนในความเงียบงันของยามเช้า
เมื่อมาถึงห้องโถงรับประทานอาหาร ข้าก็ต้องหยุดชะงักอยู่หน้าประตูใหญ่ที่เปิดกว้าง
ภายในห้องโถงนั้นตกแต่งอย่างงดงาม โต๊ะยาวที่ทำจากไม้เนื้อดีขัดมันตั้งอยู่กลางห้อง บนโต๊ะมีอาหารหลากหลายชนิดจัดวางอย่างประณีต กลิ่นหอมของซุปและข้าวสวยร้อน ๆ ลอยแตะจมูก
ฮูหยินเฉินนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ นางมองข้าด้วยสายตาที่เ็าและเคร่งขรึม ข้าก้าวเข้าไปในห้องโถงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
"เ้ามาสาย"
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับแฝงความกดดันที่ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนถูกตัดสิน
ข้าก้มหน้าลงเล็กน้อย พยายามกลั้นลมหายใจเพื่อไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมา
"ขออภัยเ้าค่ะ"
ข้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด นางเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสนทนากับคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ
ตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองเป็เพียงเงาที่ไม่มีตัวตนในห้องนี้ จนกระทั่งถ้วยน้ำชาถูกวางลงตรงหน้า กลิ่นขิงอ่อน ๆ ลอยแตะจมูก ข้าหยิบถ้วยขึ้นมาจิบโดยไม่ทันคิดอะไร
แต่แล้ว... ข้าก็รู้สึกถึงบางอย่างในท้องที่เริ่มปั่นป่วน
「ไม่นะ... น้ำชาขิง! >///<~」
ข้ากลืนน้ำลายลงคอ พยายามนั่งตัวตรงและทำหน้าเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ข้าพยายามหลีกเลี่ยงมันมาตลอดชีวิต แม้แต่ในซุปหรือชา ข้าก็จะคอยเขี่ยมันออกอย่างระมัดระวัง
บิดาของข้า ผู้ซึ่งเป็หมอดูที่มีชื่อเสียง เคยทำนายไว้ั้แ่ข้ายังเล็กว่า
"ดวงของเ้าจะต้องเกี่ยวข้องกับขิง"
ตอนนั้นข้าไม่เข้าใจคำพูดของพ่อเลย และคิดว่ามันเป็เพียงคำพูดลอย ๆ ที่ไม่มีความหมายอะไร
แต่เมื่อข้าเริ่มโตขึ้น ข้าก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ทุกครั้งที่ข้ากินขิงเข้าไป ท้องของข้าจะปั่นป่วน และไม่นานหลังจากนั้น... ข้าก็จะจาม น้ำมูกไหลจนหยุดไม่ได้ และหากข้าพยายามกลั้นจามไว้ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็จะเกิดขึ้น
ข้าจำได้ว่าครั้งหนึ่งตอนข้ายังเด็กมาก ข้ากินขิงในซุปโดยไม่ทันระวัง และผลลัพธ์ที่ตามมาคือ... ข้าผายลมออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ และกลิ่นนั้นช่างรุนแรงจนแม้แต่ข้าเองยังทนไม่ได้!
ข้าจำได้ว่าทุกคนในห้องนั้นต่างพากันวิ่งหนีออกไปอย่างโกลาหล ราวกับมีะเิควันพิษ
「นั้นมันน่าอายที่สุดในชีวิตข้า! TOT 」
ั้แ่นั้นมา ข้าก็พยายามปิดบังเื่นี้มาตลอด เพราะมันเป็สิ่งที่ข้ารู้สึกอับอายที่สุด แม้แต่เสี่ยวหวา เพื่อนรักที่ข้าสนิทที่สุด ข้าก็ไม่เคยเล่าเื่นี้ให้นางฟัง
「ถ้านางรู้ นางคงหัวเราะข้าจนล้มทั้งยืนแน่ ๆ >///< 」
ั้แ่นั้นมา ข้าก็พยายามหลีกเลี่ยงขิงทุกวิถีทาง ข้าคิดว่าหากข้าไม่กินมัน ชีวิตข้าก็จะสงบสุข และไม่มีใครต้องมารับรู้ถึง "ความลับ" อันน่าอับอายนี้... แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ปล่อยให้ข้าหนีมันไปได้ง่าย ๆ...
「ข้าต้องกลั้นไว้... กลั้นไว้ให้ได้! >.< 」
ข้ากำมือแน่นใต้โต๊ะ พยายามไม่ให้ใครสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่เสียงสนทนาที่เงียบลงชั่วขณะทำให้ข้ารู้สึกเหมือนทุกคนกำลังจับจ้องมาที่ข้า
"เ้าดูไม่สบายหรือ?" เสียงของฮูหยินเฉินดังขึ้นอย่างนุ่มนวล แต่แฝงความเ็าในที
ข้าสะดุ้งเล็กน้อย พยายามฝืนยิ้มและตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด
"อาจจะเวียนหัวเพราะอยู่ผิดที่เ้าค่ะ ^^’ "
ข้ากำมือแน่นใต้โต๊ะ พยายามกลั้นจามที่กำลังจะหลุดออกมา
「ข้าต้องกลั้นไว้... กลั้นไว้ให้ได้!」 แต่ความปั่นป่วนในจมูกกลับทำให้ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะะเิ
ฮูหยินเฉินมองข้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันไปสั่งคนใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
"เ้านำแม่นางเสี่ยวเหมยไปพักผ่อนที่เรือนเล็ก แล้วเดี๋ยวใครจัดอาหารตามไปให้นางด้วย"
คำว่า "เสี่ยวเหมย" ที่นางเน้นย้ำชัดเจน ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำสถานะของตัวเอง
「นางคงอยากให้ทุกคนรู้ว่าข้าเป็คนนอกที่มาอาศัยอยู่ที่นี่」
ข้าก้มหน้าลงเล็กน้อย พยายามซ่อนความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในใจ
ก่อนที่ข้าจะลุกขึ้น ฮูหยินเฉินพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ถึงจะเป็การแต่งงานแบบปลอม ๆ แต่เ้าก็จะต้องมาร่วมรับประทานอาหารเช้ากับพวกเราที่นี่ทุกเช้า เข้าใจหรือไม่?"
"เ้าค่ะ" ข้าตอบรับเบา ๆ พลางก้มศีรษะเล็กน้อย
「ข้าเข้าใจดี... คำพูดของนางเหมือนประกาศชัดเจนว่า ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ยังคงเป็คนนอก」
ข้าขอตัวออกจากห้องโถงและเดินตามคนใช้ไปตามทางกลับเรือนเล็ก ความเงียบของทางเดินยิ่งทำให้ข้ารู้สึกอึดอัด
ท้องของข้าปั่นป่วนขึ้นมาอีกครั้ง และจมูกของข้าก็เริ่มคันจนแทบทนไม่ไหว
「ไม่นะ... ขอให้กลับไปถึงที่พักก่อน! >///< 」
ข้ากัดฟันแน่น พยายามสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อระงับอาการจาม แต่สุดท้าย…
"ฮัดชิ้ว! ปู๊ด!"
เสียงจามและเสียงผายลมดังขึ้นพร้อมกัน ข้าชะงักตัวแข็งทื่อ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
「ไม่นะ... ข้าทำอะไรลงไป! >///<~ 」
กลิ่นเหม็นรุนแรงลอยฟุ้งขึ้นมาทันที ราวกับมีวัวตายอยู่ตรงนั้น [ x_x ]
ข้าหันซ้ายหันขวาอย่างรวดเร็ว หวังว่าจะไม่มีใครอยู่ใกล้ [ O_o ]
แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้างข้าเลย แต่บังเอิญลมพัดกลิ่นนั้นย้อนกลับไปทางกลุ่มสาวใช้ที่เดินอยู่ข้างหน้า
"อะไรนี่... อุ๊บ! อุ๊บ! อวก... อวก…!!"
สาวใช้คนหนึ่งร้องขึ้น ก่อนจะเริ่มอาเจียนและทรุดตัวลงไปกับพื้น [ >A< ]
สาวใช้อีกคนที่อยู่ใกล้ ๆ รีบถอยหลังไปสองก้าว แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ล้มลงไปนอนหมดสติอยู่ข้าง ๆ
ข้าตัวแข็งทื่อ มองภาพตรงหน้าด้วยความใ [ O_O ]
「ขะ ข้าขอโทษ! >///< 」
ข้าพยายามทำหน้าตาย หันหลังกลับอย่างรวดเร็วและรีบวิ่งหนีเข้าเรือนเล็กโดยไม่หันกลับไปมอง
เมื่อถึงเรือนเล็ก ข้าปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นตระหนก [ >O< ]
「พวกนางจะตายไหม? T^T 」
ข้ากุมหัวตัวเองแน่น รู้สึกทั้งอับอายและสับสนในเวลาเดียวกัน
「ข้าคงต้องหาทางหลีกเลี่ยงขิงไปตลอดชีวิต... ไม่อย่างนั้น ข้าคงได้ทำให้คนทั้งคฤหาสน์นี้ล้มตายเพราะกลิ่นตดของข้าแน่ ๆ! >///<~ 」
เมื่อถึงยามบ่าย เสี่ยววามาเยี่ยมข้าที่คฤหาสน์ นางยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"ข้าต้องรออยู่นานกว่าจะได้เข้ามา! พวกเขาคิดว่าข้าเป็ใครกัน?"
นางพูดพลางกอดอกแน่น
「เสี่ยววา... ข้าขอโทษ」
ข้าคลี่ยิ้มบางเบา พยายามปลอบนาง
"ข้าดีใจที่เ้าอุตส่าห์มาเยี่ยมข้า"
"เ้าดีใจที่ได้เจอข้าหรือไม่? แต่ข้ากลับรู้สึกเหมือนถูกกีดกันไม่ให้เจอเ้าเลย!"
เสี่ยวหวาพูดพลางทำหน้าบึ้งตึง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความขบขันปนความห่วงใย
"พวกเขาคิดอะไรกันอยู่? หรือพวกเขาจ่ายเงินให้เ้าแล้ว ถึงได้ห้ามข้ามาเยี่ยมเ้าแบบนี้?!"
นางยกมือขึ้นกอดอก ทำท่าทางเหมือนกำลังคิดหนัก
"หรือว่า... พวกเขากลัวว่าข้าจะมาทวงเงินค่าสินสอดให้เ้า? ฮึ! ข้าบอกเลยนะ ข้าไม่ได้มาทวงเงิน ข้ามาเยี่ยมเ้า!"
ข้าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับท่าทางของนาง เสี่ยวหวาเหลือบมองข้าด้วยสายตาเ้าเล่ห์
"อย่าหัวเราะสิ! ข้าจริงจังนะ! พวกเขาคงไม่ลืมสัญญาว่าถ้าเสร็จงานพวกเขาจะต้องจ่ายเงินให้เ้า ใช่ไหม? ถ้าข้ารู้ว่าพวกเขาทำแบบนั้น ข้าจะไปทวงเงินคืนให้เ้าเอง!"
「นางนี่ช่างพูดไม่หยุดจริง ๆ แต่ก็คงเป็เพราะนางห่วงข้ามาก」
ข้าคลี่ยิ้มบางเบา แม้คำพูดของนางจะฟังดูตลก แต่ความอบอุ่นในน้ำเสียงนั้นกลับทำให้หัวใจข้ารู้สึกเบาสบายขึ้นอย่างน่าประหลาด
เสี่ยวหวาเปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจังขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความห่วงใย
"แล้วเ้าเป็อย่างไรบ้าง? สบายดีไหม? มีใครรังแกเ้าหรือเปล่าในที่นี่?"
ข้าสบตานาง เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของเสี่ยวหวาแล้วก็อดยิ้มไม่ได้
「นางนี่ช่างเป็ห่วงข้าจริง ๆ」
ข้าส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะตอบ
"ไม่มีใครรังแกข้าหรอก แต่ที่นี่มัน..." ข้าหยุดพูดกลางคัน มองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
"เราไปคุยกันที่พักข้าดีกว่า"
ข้ากระซิบเบา ๆ พลางดึงแขนเสื้อของเสี่ยวหวาให้เดินตามมา
เสี่ยวหวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินตามข้าไปโดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติม ท่าทางของนางดูเหมือนจะเริ่มสงสัย
「ข้าคงต้องเล่าให้นางฟังทุกอย่าง... แต่ไม่ใช่ตรงนี้」
ข้าพาเสี่ยวหวาเดินลัดเลาะผ่านทางเดินหินที่ทอดยาวไปยังเรือนเล็กของข้า
บรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้สงบสุขอย่างที่ควรจะเป็ สายตาของบ่าวรับใช้ที่เดินผ่านไปมาช่างเ็าและเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ราวกับพวกเขากำลังมองสิ่งที่ไม่ควรอยู่ในคฤหาสน์นี้
เสี่ยวหวาเหลือบมองรอบตัว ก่อนจะหยุดเดินและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทั้งขบขันและไม่พอใจ
"พวกเขามองข้ากับเ้าด้วยสายตาแบบนั้นทำไมกัน? หรือข้าดูเหมือนคนที่มาขโมยของในคฤหาสน์นี้?"
นางยกคิ้วขึ้นสูง พลางกอดอก ทำท่าทางเหมือนกำลังจะเอาเื่
ข้าหันไปมองนาง ยิ้มบาง ๆ พยายามปลอบใจ
"อย่าไปสนใจเลย พวกเขาคงแค่แปลกหน้ากับเราสองคนเท่านั้นเอง" ข้าพูดพลางดึงแขนเสื้อของนางให้เดินต่อ "รีบไปที่เรือนข้ากันเถอะ ที่นั่นเราจะได้คุยกันสบาย ๆ"
แต่ในใจข้าเองกลับไม่ได้สงบอย่างที่พูดออกไป
「สายตาพวกนั้น... มันไม่ใช่แค่ความแปลกหน้า」
ข้ารู้สึกได้ถึงความไม่เป็มิตรที่แฝงอยู่ในแววตาของบ่าวรับใช้เ่าั้ ั้แ่ตอนที่ข้าไปทานอาหารในห้องโถงใหญ่ พวกเขามองข้าราวกับข้าเป็สิ่งแปลกปลอมที่ไม่ควรอยู่ในคฤหาสน์นี้
เมื่อมาถึงเรือนเล็ก ข้าผลักประตูไม้เก่าเข้าไป กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกเหมยที่ลอยมากับสายลมหนาวช่วยให้บรรยากาศในเรือนดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ข้าหันไปมองเสี่ยวหวา
"เข้ามาสิ ที่นี่ไม่มีใครมารบกวนเราแล้ว"
เสี่ยวหวาเดินเข้ามาในเรือน พลางมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงไม่พอใจนัก
"แต่ข้าบอกเลยนะ ถ้าพวกเขามองข้าแบบนั้นอีก ข้าจะถามพวกเขาตรง ๆ ว่ามีปัญหาอะไรกับข้าหรือเปล่า!"
นางพูดพลางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ ข้าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ แม้ในใจจะยังคงรู้สึกถึงความอึดอัดที่ไม่อาจพูดออกไปได้ทั้งหมด
"นี่เรียกว่าเรือนเล็ก? ใหญ่กว่าบ้านข้าทั้งหลังเสียอีก!" นางพูดพลางอ้าปากกว้าง
「ข้าก็คิดเช่นนั้น」
ข้าคลี่ยิ้มบางเบา แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่า
「ถึงจะใหญ่โตเพียงใด แต่ข้ากลับรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงทอง」