สวบ!
ตรงหน้าของเซียวอวี้และเกิ่งเปียวพร่าเลือนชายชราหลังค่อมในอาภรณ์สีเทาผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพวกเขาหน้าตาท่าทางของชายชราดูสง่างามเรียบง่าย ทั้งยังตาซ้ายบอดไปข้างหนึ่ง
เซียวอวี้ตกตะลึงในใจชายชราชุดสีเทาผู้นี้ไม่ธรรมดาเหมือนอย่างที่คิดไว้ไม่คิดเลยว่าจะเป็นักพรตขั้นลูกกลอนนิลสี่ชั้นฟ้า
ในขณะเดียวกันเขายิ่งเข้าใจถึงสถานะของหวงฝู่หลิงซีในจินเฟิงอวี้ลู่มากขึ้นเช่นกันมียอดฝีมือเช่นนี้คอยคุ้มกันติดตัวเด็กสาวคนนั้นจะต้องเป็ที่รักใคร่เอ็นดูของผู้นำเบื้องบนของจินเฟิงอวี้ลู่อย่างแน่นอน
“ข้าน้อยเซียวอวี้ขอคารวะผู้าุโ”
“ข้าน้อยเกิ่งเปียวขอคารวะผู้าุโ”
ชายชราฉีกยิ้มเผยฟันเหลืองทั้งปากั์ตาขุ่นมัวจับจ้องเซียวอวี้อยู่สองที พยักหน้าไม่หยุด “ไม่เสียแรงที่ข้าลงมือสามารถช่วยผู้ที่จะอยู่จุดสูงสุดในอนาคตได้ก็นับเป็การสร้างสายสัมพันธ์บุญวาสนาไว้แล้วเหมือนกัน”
เซียวอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม“ผู้าุโกล่าวชมเกินไปแล้ว”
ชายชรายิ้มด้วยความปรารถนาดีหันหน้าเหลือบมองซากศพของต้วนจางทีหนึ่ง สีหน้าฉายความหวาดกลัวเล็กน้อย “กาทมิฬกลุ่มนี้ จัดการได้ไม่ง่ายฮูหยินสามในจวนท่านจิตใจโเี้อำมหิตยิ่งนัก”
เซียวอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อยฉายแววเยียบเย็น หัวเราะเบา แล้วเอ่ยขึ้น “ของขวัญชิ้นใหญ่ที่นางมอบให้ในวันนี้ข้าจะสนองคืนเป็สองเท่า”
เกิ่งเปียวเอ่ยด้วยความกังวล“คุณชาย ต่อไปพวกเราต้องระมัดระวังตัวยิ่งขึ้นกลุ่มกาทมิฬไม่มีทางยอมเลิกราอย่างแน่นอนจะต้องส่งมือสังหารที่ร้ายกาจยิ่งกว่ามาอีกแน่ๆ ขอรับ”
“ไม่เป็ไร!”
เซียวอวี้ทำหน้าไม่สะทกสะท้านกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ขอแค่ข้าสามารถเข้าไปฝึกบำเพ็ญตนในสำนักกระบี่เสวียนหวงได้ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ไม่ใช่ปัญหา”
ชายชราชุดสีเทามองเซียวอวี้ด้วยความยกย่องกล่าวชื่นชมด้วยรอยยิ้ม “อายุยังน้อยแต่สุขุมเยือกเย็นขนาดนี้ทั้งมีพร์ในการฝึกบำเพ็ญขนาดนั้นอีกด้วย ราวกับข้าได้เห็นการถือกำเนิดขึ้นของยอดยุทธ์รุ่นเยาว์คนหนึ่ง”
เซียวอวี้คลี่ยิ้มพลางกล่าวด้วยความสุภาพเอ่ยปากไถ่ถาม “ครานี้มือสังหารผู้นี้ล้มเหลวหากกลุ่มกาทมิฬจะส่งมือสังหารมาลอบฆ่าอีก ผู้าุโรู้หรือไม่ว่าใช้เวลานานแค่ไหน”
“เขาตายอยู่ที่นี่เกรงว่าจะปกปิดไปได้ไม่นานนักข้าคาดการณ์ว่าภายในครึ่งปีกลุ่มกาทมิฬจะส่งคนมาอีกครั้ง” ชายชราพูดพึมพำ
เซียวอวี้ฉีกยิ้ม“แบบนี้ก็ดี ขอฝากท่านผู้าุโบอกแม่นางหวงฝู่ข้าจะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา หลายวันนี้ข้าอยากฝึกฝนอยู่ในูเาสองปฐีดูสักครั้ง”
“ได้”ชายชราชุดเทาพยักหน้า
เขาเป็ยอดฝีมือข้างกายของหวงฝู่หลิงซีย่อมไม่อาจออกมาได้นานเกินไปนัก สามารถเข้ามาช่วยเหลือในระยะไม่ไกลเกินสามพันหกร้อยลี้หวงฝู่หลิงซีก็ให้เกียรติมากเพียงพอแล้ว
“พี่เกิ่งท่านกับท่านผู้าุโขี่ม้าบินกลับไปด้วยกันภายในหนึ่งเดือนข้าจะกลับเมืองเหลียงโจว” เซียวอวี้ยิ้มแย้มแล้วพูดอีกครั้ง
เกิ่งเปียวเผยสีหน้าลำบากใจในทันทีทว่ายิ่งคุ้นเคยกับเซียวอวี้ก็ยิ่งััได้ถึงความน่ายำเกรงที่แผ่ซานออกมาจากรอบตัวของเขาได้รางๆทำให้ไม่กล้าขัดขืน
มิหนำซ้ำมือสังหารของกลุ่มกาทมิฬปรากฏตัวแล้วด้วยเขากลับไปตอนนี้จะอันตรายเกินไปหรือเปล่า
“เมื่อครู่ท่านผู้าุโบอกแล้วถึงแม้กลุ่มกาทมิฬจะส่งมือสังหารมาอีกก็ต้องผ่านไปสักครึ่งปี หากท่านคุ้มกันอยู่ข้างกายการฝึกฝนในครั้งนี้ไม่ใช่ดีแต่เปลือก[1]หรอกหรือ พี่เกิ่งวางใจ ข้ายังหวงแหนชีวิตยิ่งกว่าพวกท่านคนไหนๆชีวิตนี้ของข้า...ไม่ใช่ว่าใครหน้าไหนก็จะมาพรากเอาไปได้ง่ายๆ”เซียวอวี้ยิ้มแย้มพลางตบไหล่ของเกิ่งเปียว
“เช่นนั้นก็ได้ขอรับ แต่คุณชายต้องจำไว้ว่า จะเข้าไปในส่วนลึกของูเาสองปฐีไม่ได้”เกิ่งเปียวเม้มปากครุ่นคิดนานสองนาน ถึงตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ
จากนั้นชายชราชุดสีเทาและเกิ่งเปียวก็ขี่ม้าบินกลับไปเซียวอวี้ทอดตามองแผ่นหลังของพวกเขาที่ค่อยๆ หายลับ สีหน้าก็ค่อยๆเ็าขึ้นเช่นกัน
ตู้อวิ๋นเย่ว์เซียวตงหลิว!
นี่จะบีบให้ข้ากำจัดพวกเ้าอย่างนั้นหรือ
มุมปากของเซียวอวี้ผุดรอยยิ้มเย้ยหยันสายตามองไปยังทิศทางของเมืองเหลียงโจว แต่ก็ด้วยเหตุนี้เองเขาถึงได้พบระบบมรรคาที่สำนักนรกทศทิศทิ้งไว้ในทวีปอวี้ซวี
กาทมิฬกลุ่มนี้ได้กลายเป็หนึ่งในกลุ่มอิทธิพลที่เขาจะต้องกำจัดให้สิ้นซากแล้ว
ถือโอกาสในยามค่ำคืน เซียวอวี้มุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของูเาสองปฐี เขามาที่นี่ ประการแรกก็เพื่อล่อเสือออกจากถ้ำกำจัดมือสังหารที่ตู้อวิ๋นเย่ว์ส่งมา ประการที่สองก็เพื่อฝึกฝนสักครั้ง ขยับเขยื้อนกายเนื้อร่างนี้ให้เข้าที่เป็ภารกิจสำคัญของเขาในตอนนี้
นอกจากนี้แล้วยังอยากฝึกฝนท่าร่างด้วย
ในเคล็ดวิชาการฝึกกาย‘เคล็ดวิชากายเดียวไร้เริ่มต้นาาผาน’ ของยุควิถีเทพวิชานี้ นอกจาก ‘เสากลม’ และ ‘เก้าท่าเดินลมปราณคุนเผิง’ อันเป็พื้นฐานที่สุดแล้วยังมีวิชาอันน่าอัศจรรย์ของการฝึกกายไม่น้อยกว่าสิบกว่าวิชา
สิ่งที่เซียวอวี้อยากฝึกบำเพ็ญเพียรในตอนนี้ก็คือ ‘นวจำแลงคุนเผิง’ ที่สืบเนื่องเกี่ยวพันกับ‘เก้าท่าเดินลมปราณคุนเผิง’!
นวจำแลงคุนเผิงวิชานี้เป็สุดยอดท่าร่างวิชาหนึ่งในตำราบันทึกไว้ว่าจอมจักรพรรดิแห่งยุควิถีเทพผู้คิดค้น ‘เคล็ดวิชากายเดียวไร้เริ่มต้นาาผาน’ คนนี้เคยเข้าไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลาด้วยอภินิหารอันยิ่งใหญ่ในยุคเทพอสูร สังเกตท่วงท่าที่คุนเผิงโบยบินจิตใจเกิดบรรลุถึงท่าร่างวิชานี้
ข้อกำหนดที่ท่าเคลื่อนไหวมีต่อกายเนื้อวิปริตเป็อย่างยิ่งเซียวอวี้ถึงขนาดว่าไม่กล้าจินตนาการ หากเขาไม่มีกายผู้พิชิตาคาดว่าจะไม่มีแม้กระทั่งคุณสมบัติที่จะฝึกบำเพ็ญเพียร
คุนเผิงเป็หนึ่งในสิบสุดยอดของยุควิถีเทพ สามารถเลียนแบบอิทธิฤทธิ์ของมันออกมาได้ก็สามารถมองเห็นถึงความน่าครั่นคร้ามของจักรพรรดิองค์นี้ในยุควิถีเทพไม่ใช่ว่าตำหนักวิถีใหญ่จอมบงการทั้งสามพวกนั้นจะเทียบกันได้อย่างแน่นอน
“ปึ้ง!”
เซียวอวี้สวมชุดชั้นเดียวบางเบาดันฝ่ามือขึ้นสูงเคลื่อนต่ำลงพลังฝ่ามืออันทรงพลังกระแทกใส่จ่าฝูงหมาป่าเขาเงินที่ตัวสูงสิบกว่าจั้งลอยออกไปไกลหลายสิบจั้ง
รอบกายเขายังมีซากศพของหมาป่านับร้อยตัวสีหน้าของเขาซีดขาวสุดขีด ทำศึกหนักหลายครั้งต่อเนื่อง ปราณแท้ภายในร่างกายแทบหมดสิ้นเซียวอวี้ไม่กล้าประมาท ฝืนสูดสมหายใจเข้าเฮือกหนึ่งแล้วะโไปบนพุ่มยอดไม้ที่สูงหลายสิบจั้งค่อยๆ ปรับลมหายหายใจในร่างกายของตนเอง
ใน่ที่ะโตัวขึ้นชุดตัวเดียวอันบางเบาถูกกระแสอากาศโชยพัด พอมองเห็นถึงาแทั่วทั้งร่างของเขาได้รำไรมีทั้งแผลเก่าแผลใหม่แน่นขนัด
ั้แ่เกิ่งเปียวจากไปก็ผ่านไปได้แปดวันแล้ว
เซียวอวี้เข้าไปในส่วนลึกของูเาสองปฐีอีกสองร้อยลี้แต่สำหรับูเาสองปฐีแล้ว นี่ยังเป็แค่บริเวณคาบเกี่ยวไม่นับว่าเป็ส่วนที่ลึกที่สุด
ภายในแปดวันนี้โดยหลักเขากำลังศึกษา ‘นวจำแลงคุนเผิง’เคล็ดวิชานี้ฝึกได้ยากยิ่งจริงๆ แม้จะใช้ประสบการณ์การฝึกฝนล้านกว่าปีของเขาแต่หลายวันมานี้เพิ่งจะครุ่นคิดหาทางฝึกได้เพียงเล็กน้อย
จะฝึกจนถึงขั้นสูงสุดก็มีแต่ต้องตบะเท่าชาติก่อน แปลงร่างเป็คุนเผิงกางสองแขนออกบินได้เก้าหมื่นแปดพันลี้ ทะลวงพันธนาการของกาลเวลาและพื้นที่
เซียวอวี้ถึงขนาดทอดถอนใจด้วยความปลงอนิจจังหากเมื่อชาติที่แล้วสำเร็จเคล็ดวิชานี้ แม้จะเอาชนะตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามไม่ได้แต่ก็สามารถอาศัยอิทธิฤทธิ์วิชานี้หนีเอาตัวรอดได้เช่นกัน
แต่ตอนนี้ตบะของเขาอ่อนแอเกินไปพอโคจรท่านวจำแลงคุนเผิงขึ้นมา ก็ได้แค่ไถลตัวไปได้สิบกว่าจั้งในชั่วระยะเวลาสั้นๆเทียบกับ ‘ฝีเท้าภูตเจ็ดสังหาร’ของสำนักนรกทศทิศแล้ว ก็เป็แค่ของเด็กเล่นเท่านั้น
ในขณะที่ครุ่นคิดถึงนวจำแลงคุนเผิงก็ฝึกฝนร่างกายตนเองไปด้วย เซียวอวี้มีจิตใจแน่วแน่ประดุจเหล็กกล้าการต่อสู้แบบเมื่อสักครู่ ทุกวันต้องมีหลายสิบครั้ง
มีอยู่หลายครั้งที่อันตรายขีดสุดเกือบจะตกลงไปในกลางหุบเขากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
ทว่าการต่อสู้ในแต่ละครั้งก็ทำให้ตบะของเขารุดหน้าไปมากเช่นกันโดยเฉพาะกายเนื้อยิ่งแข็งแกร่งขึ้นลักษณะพิเศษของกายผู้พิชิตาก็ยิ่งโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ
ลมปราณอันทรงพลังทั่วร่างทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไปหลายสิบจั้งพลังชีวิตอันน่าครั่นคร้ามสามารถเทียบเคียงกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสมบูรณ์ได้
“ฮู่ว~!”
หลังจากครึ่งชั่วยามเซียวอวี้ค่อยๆ ลอยลงมาจากบนยอดต้นไม้ การปรับลมหายใจครึ่งชั่วยามทำให้เขากลับมาอยู่ในจุดสูงสุดจากนั้นทำความสะอาดสมรภูมิด้วยความคล่องแคล่ว ล้วงไข่มุกเม็ดใหญ่ขนาดเท่าเมล็ดข้าวเม็ดหนึ่งออกมาจากในศีรษะจ่าฝูงหมาป่าเขาเงินและกลุ่มหมาป่าออกมา
นี่คือมุกอสูรที่มีเฉพาะในสัตว์ิญญานักหลอมยาจะใช้มาสกัดยา ราคาของมุกอสูรตามท้องตลาดก็ดีใช้ได้เสมอมาหลายวันมานี้เซียวอวี้เก็บรวบรวมมุกอสูรได้มากมาย กลับไปในเมืองเหลียงโจวแล้วขายทั้งหมดก็จะได้เงินสักก้อน
“สวบ!”
ทันใดนั้นกลางอากาศมีคลื่นสั่นะเืที่ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนลอยเข้ามา แสงกระบี่พร่างพราวข้ามกลางอากาศไอกระบี่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าความแปรปรวนของพลังงานอันน่าหวาดกลัวปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าและผืนปฐี
เซียวอวี้แทบจะไม่ต้องคิดกลั้นหายใจตามสัญชาตญาณ เพื่อไม่ให้ถูกยอดฝีมือคนนี้สังเกตเห็นเพียงแต่เขาตอบสนองช้าไปก้าวหนึ่ง แสงกระบี่ที่ตอนแรกพุ่งทะยานในกลางอากาศพลันเลี้ยวกลับสำแสงราวพับผ้าไหมทิ้งตัวดิ่งลงมา
ฉึบๆ...
ไอกระบี่น่าครั่นคร้ามสวนผ่านจากข้างกายของเซียวอวี้ต้นไม้เก่าแก่แต่ละต้นด้านหลังของเขาทยอยะเิบนพื้นแยกออกเป็ร่องลำธารยาวร้อยจั้งระดับพลังกระบี่อันน่าสยดสยองทำให้คนประหวั่นพรั่นพรึง
“ไอบ้าเอ๊ยครั้งนี้แย่แล้ว” เซียวอวี้สีหน้าย่ำแย่อย่างมาก แววตาวูบไหวชั่วขณะในใจครุ่นคิด ว่าจะหลบหนีอย่างไรอย่างรวดเร็ว
บริเวณไม่ไกลออกไปมีแสงแวววาวเป็ประกายที่แผ่ซ่านออกมาจากกระบี่ใหญ่ั์ยาวหลายสิบจั้งลอยอยู่ในกลางอากาศชายวัยกลางคนที่มีดวงตาเป็รูปสามเหลี่ยมคนหนึ่งไพล่สองมืออยู่ด้านหลังหรี่ตามองมายังเซียวอวี้ ด้านหลังของเขายังมีคนหลายสิบคน บ้างก็ยืนบ้างก็นั่งแต่ทั้งหมดล้วนมีสีหน้าอ่อนระโหยโรยแรง ใบหน้าซีดเซียว
“หมาป่าพวกนี้เ้าเป็คนฆ่ามันทั้งหมดหรือ”ชายวัยกลางคนผู้มีเรียวตารูปสามเหลี่ยมทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อยไถ่ถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
เซียวอวี้ครุ่นคิดด้วยความรวดเร็วรู้ดีแก่ใจว่า หากหลบหนีจะต้องหมดหวังเป็แน่ ก็เลยพยักหน้าแล้วกล่าว “ใช่แล้ว ผู้าุโ”
“เป็ต้นกล้าที่ดีข้าจะมอบโชคให้เ้าสักครั้ง” ชายดวงตารูปสามเหลี่ยมหัวเราะประหลาดทันทีที่โบกมือขวา พลังมหาศาลก็ดูดเซียวอวี้ขึ้นมาอยู่บนกระบี่ั์
[1] ดูดี แต่ที่จริงไร้ค่า