โจวหยางเพียงสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ
สายลมหมุนวนรอบร่างเด็กน้อย ก่อนที่ หยานเฉินไค จะเลือนหายไปจากเดิมราวกับถูกภาพลวงตากลืนกิน
ชั่วอึดใจเดียวเท้าของเขาก็แตะลงบนพื้นหินเย็นหยาบของสถานที่แห่งใหม่
ูเาดัชนี
ูเาหินโล่งกว้างที่ดูไร้ชีวิต แต่กลับมีพลังปราณหนาแน่นจนอากาศเหมือนหนักขึ้นเล็กน้อย ราวกับโลกกำลังเต้นหายใจอยู่ตรงปลายจมูกของเขา
หยานเฉินไคกะพริบตาช้า ๆ หันไปทางโจวหยาง ก่อนแนะนำชื่อของตนอย่างชัดเจนอีกครั้ง
โจวหยางเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ แต่ก็หัวเราะเบา ๆ พร้อมลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างเอ็นดู
“เช่นนั้น… ข้าจะเรียกเ้าว่า เฉินไค เวลาเรียกเล่นก็แล้วกัน”
แต่ในใจเขาก็จดจำชื่อจริงของเด็กน้อยเอาไว้เต็มเปา
"หยานเฉินไค "
หลังได้รับการยอมรับ หยานเฉินไคก็ออกวิ่งสำรวจูเาเหมือนลูกสัตว์ตัวเล็กที่เพิ่งหลุดจากกรง
เขาวิ่งผ่านหินก้อนเล็กก้อนใหญ่
ะโข้ามร่องหิน
เอามือแตะผิวหน้าผาอย่างหลงไหล
ทุกอย่างดูน่าค้นหาไปหมด เหมือนโลกทั้งใบเป็สนามเด็กเล่นั์ที่เพิ่งสร้างมาเพื่อเขาคนเดียว
แสงอาทิตย์ค่อย ๆ เอียงกระทบขอบฟ้า จนกลายเป็สีส้มอ่อนสวยงามราวภาพวาดเทพเซียน
หยานเฉินไคชะลอฝีเท้า นั่งลงริมหน้าผา
หวีดหวิวเล็กน้อยจากความสูงทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น แต่ภาพเบื้องหน้าสวยเกินกว่าจะละสายตาได้
ลมเย็นปะทะแก้ม แสงสีส้มสะท้อนดวงตากลมใส
เขาเหมือนเด็กน้อยที่กำลังถูกธรรมชาติกล่อมให้เงียบสงบเป็ครั้งแรกในวันยาว ๆ
โจวหยางมองจากด้านหลังริมฝีปากเขาโค้งขึ้นอย่างพอใจ
“เด็กคนนี้… มองอะไรก็เหมือนขุมทรัพย์ไปหมดสินะ”
ร่างสูงของโจวหยางยืนอยู่กลางอากาศเหนือระดับเมฆ เงาของเขาทอดยาวทาบลงบนพื้นหิน
ให้ความรู้สึกเหมือนเทพเซียนกำลังคอยปกปักเด็กน้อยเพียงผู้เดียวบนโลกนี้
ร่างกายของหยานเฉินไคไม่อาจจัดอยู่ในกรอบของสิ่งมีชีวิตใดในโลกบำเพ็ญเพียร
มันไม่ใช่กายเนื้อ ไม่ใช่กายิญญา และไม่ใช่พลังงานล้วน
ภายนอกคือรูปลักษณ์เด็กน้อย
แต่ภายในกลับเป็ความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขต
ไม่มีเื ไม่มีชีพจร ไม่มีอวัยวะ ไม่มีเส้นลมปราณให้จับต้อง
สิ่งใดก็ตามที่เป็ “กายภาพ” ไม่อาจััเขาได้อย่างแท้จริง
เขาไม่รู้สึกหิว ไม่ต้องหายใจ ไม่ต้องพึ่งพาอาหาร น้ำ หรือพลังชีวิต พลังงานจากฟ้าดินไหลเข้าหาเขาเองอย่างเป็ธรรมชาติ
ราวกับความว่างเปล่านั้นคือหลุมลึกที่ไม่อาจเติมเต็มได้
แม้แต่หยานเฉินไคเองก็ยังไม่เข้าใจ
ว่าเหตุใด “การมีอยู่” ของเขาจึงผิดธรรมชาติถึงเพียงนี้
กาลเวลาไหลผ่านอย่างเงียบงัน จนกระทั่งดวงจันทร์กลมโตลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า แสงสีเงินอาบทาบูเาดัชนี
พื้นหินที่หยาบกระด้างสะท้อนประกายบางเบา ทำให้ดินแดนลับทั้งผืนสว่างไสวราวโลกแห่งความฝัน
หยานเฉินไคเงยหน้ามอง โดยไม่รู้ตัว พลังงานจากแสงจันทร์ก็เริ่มไหลเข้าสู่ร่างของเขา
พลังที่เย็นลึก เยือกเย็นจนเหมือนสามารถแช่แข็งจิติญญาคือ พลังหยินบริสุทธิ์
ขณะเดียวกันพลังอบอุ่นอ่อนโยนราวแสงอรุณแรกของวันคือ พลังหยาง หยินและหยางหมุนเวียน ผสมกลมกลืน
โดยไม่ขัดแย้งกันแม้แต่น้อย แม้หยานเฉินไคจะไม่ตั้งใจร่างกายของเขาก็ซึมซับมันทั้งหมดราวกับนี่คือ “สภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างมาเพื่อเขา”
'สิ่งนั้นคือดวงจันทร์?'หยานเฉินไคจ้องมองดวงจันทร์เนิ่นนาน ในหัวเล็ก ๆ เริ่มเชื่อมโยงคำพูดของโจวหยางทีละชิ้น
'เมื่อถึงระดับหนึ่ง…สามารถไปเหยียบที่นั่นได้'
ความคิดนั้นทำให้หัวใจเขาเต้นแรง ไม่ใช่เพราะทะเยอทะยาน แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นอย่างบริสุทธิ์
ในความเป็จริงโจวหยางยังไม่อาจออกจากโลกนี้ได้
โลกสีครามถูกผูกมัดด้วย กฎเกณฑ์แห่งท้องฟ้าผู้ ที่ไม่ถึงระดับแปรสภาพิญญา
หรือไม่มีพลังทัดเทียมจะถูกแรงกดจากฟ้าดินบดขยี้จนสลาย
แต่สำหรับมนุษย์ธรรมดา กฎเกณฑ์เ่าั้ “ไม่มีความหมาย”
เพราะพวกเขาไม่รู้จักพลังปราณ ไม่รับรู้กฎ และจึงไม่ถูกกฎจำกัด
ความย้อนแย้งนี้ คือรอยร้าวของโลกบำเพ็ญเพียร
แม้โจวหยางจะอยู่ห่างออกไปไกลถึงร้อยกิโลเมตรแต่เสียงพึมพำเล็ก ๆ ของหยานเฉินไค กลับดังชัดในหูเขาราวกับอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ไม่ใช่เพราะประสาทััเหนืุ์แต่เพราะโลกใบนี้…
ยังอ่อนแอเกินไป โจวหยางโบกมือผ่านอากาศ ช่องว่างสั่นะเืเล็กน้อย
ตึง
กองหนังสือหนาแน่นปรากฏขึ้นกลางอากาศ ทั้งหมด 99 เล่ม เรียงซ้อนอย่างเป็ระเบียบ
การอ่าน การเขียน การสร้าง ภาษา ตรรกะและแิพื้นฐานของโลก
“ถือเป็การลงทุน”เสียงของเขาดังก้องจากฟ้า
หยานเฉินไคงุนงงเพียงครู่เดียวก่อนจะเดินเข้าไปอย่างตั้งใจ เขาไม่สุ่มหยิบ แต่จัดหมวดหมู่
พิจารณาหน้าปก แยกเนื้อหา การกระทำเรียบง่าย แต่สะท้อนความฉลาดเกินวัยอย่างชัดเจน
หยานเฉินไคนั่งนิ่งเงียบ ว่างเปล่า
ความคิดทั้งหมดค่อย ๆ หยุดลงเหลือเพียง “ความรู้สึก”
จากนั้นเขาอ้าปาก
พลังปราณในรัศมีห้าเมตรถูกดูดเข้าไปไม่ใช่ด้วยเจตนา
แต่เหมือนโลก ยื่นให้เขาเอง พลังปราณหลากสีไหลเข้าสู่ร่างว่างเปล่า
จากเส้นแสงจาง กลายเป็กลุ่มพลังชัดเจน
ก่อนจะะเิเป็หมอก
หมอกพลังหมุนวนภายในความว่าง ไร้เส้นลมปราณ ไร้ขอบเขต มันคลุ้มคลั่ง ไม่เสถียร
เหมือนพลังที่ไม่มีที่ไปจนกระทั่ง
เปรี๊ยะ!
สายฟ้าสีดำปรากฏก็กดขี่ ควบคุม บังคับ พลังปราณทั้งหมดสงบลงในพริบตา
ราวกับยอมศิโรราบต่อเ้านายโดยสมบูรณ์โจวหยางที่เฝ้ามองอยู่ ถึงกับหยุดหายใจชั่วขณะ
นี่ไม่ใช่การบำเพ็ญเพียรนี่คือ การยอมรับของพลังฟ้าดิน
“นี่คือระดับกลั่นลมปราณขั้นแรกสินะ?”
หยานเฉินไคนั่งนิ่งอยู่หน้าผาหิน ดวงตากลมใสจ้องมองพื้นผิวหินขรุขระตรงหน้า
เขายื่นฝ่ามือเล็ก ๆ ออกไปอย่างลังเล ก่อนจะหดกลับมาเล็กน้อย
“โจวหยางเคยบอกว่า… พลังปราณไม่ใช่ของแข็ง ไม่ใช่ของเหลว แต่เป็ การไหล”
คำสอนนั้นผุดขึ้นมาในความคิด
หยานเฉินไคสูดลมหายใจ โดยสัญชาตญาณ แม้ร่างกายจะไม่จำเป็ต้องหายใจก็ตาม
รอบตัวเขา พลังปราณธาตุลมเริ่มตอบสนอง คลื่นพลังสีฟ้าอ่อนบางเบาปรากฏขึ้นราวกับไอหมอก
มันไม่รุนแรง ไม่ปั่นป่วน เป็ลมอ่อน ๆ ที่พัดผ่านยอดหญ้า หยานเฉินไคหลับตาลง ไม่พยายาม ดึง พลังปราณ
แต่เลือกที่จะ ปล่อยให้มันไหลผ่าน พลังปราณธาตุลมสีฟ้าเริ่มซึมเข้าสู่ร่างกายว่างเปล่าของเขา
มันไม่ถูกกัก ไม่ถูกบีบ เพียงไหลผ่านช่องว่างภายในอย่างอิสระ
จากนั้น… เขาค่อย ๆ ยกฝ่ามือขึ้นอีกครั้ง พลังปราณลมสีฟ้าเริ่มรวมตัวที่ปลายนิ้ว
บางราวกับเส้นไหม หมุนวนเป็วงเล็ก ๆ อย่างเชื่องช้า
หยานเฉินไคขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่เร่ง ไม่กดดัน เพียงคุม “ทิศทาง” เท่านั้น
ฟู่
ลมอ่อน ๆ ปะทะผิวหินไม่ได้ะเิ ไม่ได้แตกกระจายแต่ ค่อย ๆ กัดกร่อน
เศษผงหินละเอียดร่วงลงอย่างเงียบงันพื้นผิวหินเกิดรอยเว้าขนาดเท่าฝ่ามือเด็ก
ดวงตาของหยานเฉินไคเป็ประกาย เขารีบหยุดพลังปราณทันที
“มากไป… เดี๋ยวพัง”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะนั่งลงอีกครั้ง
เริ่มควบคุมใหม่ั้แ่ต้น
ครั้งที่สอง… ครั้งที่สาม…
ทุกครั้งที่พลังปราณลมสีฟ้าถูกปล่อยออกมา มันจะอ่อนโยนขึ้น สม่ำเสมอขึ้น
จากรอยเว้า กลายเป็รอยผิวเรียบ จากการกัดกร่อน กลายเป็การ “ขัด”
เวลาผ่านไปช้า ๆ
ผนังหินเริ่มถอยร่นเข้าไปด้านในเกิดเป็ช่องว่างพอให้เด็กน้อยนั่งขัดสมาธิได้
นี่ไม่ใช่ถ้ำที่งดงามแต่เป็ถ้ำที่ถูกสร้างด้วย การควบคุม
โจวหยางที่เฝ้ามองอยู่ไกล ๆ เงียบงันไปชั่วขณะ
‘ไม่ใช่การใช้พลัง… แต่เป็การ เข้าใจ พลัง’
หยานเฉินไคถอนหายใจเบา ๆ
พลังปราณลมสีฟ้าสลายกลับสู่ธรรมชาติเขามองถ้ำเล็ก ๆ ที่เพิ่งสร้างขึ้นด้วยสายตาพอใจ
แม้จะเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่ภายในตันเถียนที่เพิ่งก่อรูป กลับนิ่งและมั่นคงกว่าก่อนหน้า
“ถ้าเป็แบบนี้… ข้าน่าจะฝึกได้ทุกวัน”เสียงเด็กน้อยแ่เบาแต่แฝงความตั้งใจแน่วแน่
นี่ไม่ใช่เพียงการสร้างที่พัก
แต่คือ บทเรียนแรกของการควบคุมพลังปราณ
หยานเฉินไคยืนอยู่หน้าปากถ้ำที่ตนเองสร้างขึ้นอย่างหยาบ ๆ
ผนังยังคงขรุขระ พื้นไม่สม่ำเสมอมันเป็เพียงโพรงหิน… ไม่ใช่ “ที่พัก”
เด็กน้อยเงยหน้ามอง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ กับตัวเอง
“โจวหยางบอกว่า… พลังปราณก็เหมือนลม ลมแรงเกินไป ทุกอย่างก็พัง ช้าเกินไป… ก็ไม่เกิดอะไรเลย”
เขายกมือขึ้น พลังปราณธาตุลมสีฟ้าเริ่มหมุนวน ครั้งนี้ไม่ใช่การปล่อยออกไปทันที แต่เป็การลดความเร็วลงอย่างมาก
ลมที่เคยพัดเป็สาย กลายเป็การไหลเอื่อย ๆ ราวกับกระแสน้ำ
ฟู่
ผนังหินสั่นไหวเล็กน้อย ไม่แตก ไม่ร้าว แต่เศษหินเล็กจิ๋วถูก ปาดออก อย่างแม่นยำ
พื้นผิวหยาบเริ่มเรียบขึ้นทีละน้อย
หยานเฉินไคเบิกตากว้างเขารีบหยุดมือ แล้วลองใหม่อีกครั้ง
ปรับ “ความเร็ว” ให้ช้าลงกว่าเดิมครั้งนี้ ลมสีฟ้าเคลื่อนไหวช้าจนแทบมองไม่เห็น
แต่ผลลัพธ์กลับชัดเจนยิ่งกว่า ผนังหินเรียบเนียน
เส้นรอยธรรมชาติถูกขัดจนหายไป กลายเป็ผิวหินเรียบสม่ำเสมอ
“อ๋อ… ไม่ใช่แรง แต่เป็จังหวะ”เขาพึมพำ ก่อนจะเริ่มตัดแต่งพื้นที่ด้านในถ้ำ
แบ่งออกเป็ส่วน ๆ อย่างเรียบง่าย ด้านหนึ่ง เขาขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น
จัดวางชั้นหินซ้อนกันเป็แนวยาว ลมสีฟ้าเคลื่อนผ่านอย่างสม่ำเสมอ
กลายเป็ ห้องเก็บหนังสือ หนังสือทั้ง 99 เล่มถูกย้ายเข้ามาอย่างเป็ระเบียบ
ไม่ใช้มือ ไม่ใช้แรง เพียงลมอ่อน ๆ พยุงมันลอยเข้าที่
อีกด้านหนึ่ง หยานเฉินไคเริ่มสร้าง บันไดหิน เขาลดความเร็วลมลงอีกขั้น
ใช้เพียงแรงตัดเล็กน้อยตัดหินทีละขั้น… ทีละขั้น บันไดไม่สูง
แต่มั่นคง และสม่ำเสมอถัดเข้าไปด้านใน เขาขุดห้องเล็ก ๆ เพิ่มอีกหนึ่งห้อง
“ห้องนอน…”หยานเฉินไคคิดอย่างจริงจัง
ลมสีฟ้าเริ่มหมุนวนเป็วงแบนหินถูกปาดออกอย่างแม่นยำ พื้นเรียบ
ผนังเรียบจากนั้นเขาค่อย ๆ บีบอัดหินส่วนเกิน
กดให้แน่นลดช่องว่าง เพิ่มความหนาแน่น
เตียงหินปรากฏขึ้นอย่างเรียบง่าย โต๊ะหินหนึ่งตัว เก้าอี้หินสองตัวไม่มีลวดลาย
แต่แข็งแรง และสมดุล ห้องสุดท้ายถูกกำหนดเป็ ห้องเก็บของ
เขาไม่ได้ตกแต่งมาก เพียงขยายพื้นที่ และเสริมผนังให้หนาเป็พิเศษ
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น หยานเฉินไคจึงมองกองเศษหินที่เหลืออยู่
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนั่งขัดสมาธิลง
“ถ้าข้าควบคุมความเร็วได้แล้ว…ต่อไปก็น่าจะควบคุม แรงบีบ ได้”
พลังปราณลมสีฟ้าเริ่มหมุนวนรอบก้อนหิน ช้าลง… ช้าลง…จากการไหล กลายเป็การ กดทับ
ก้อนหินสั่นไหว แตกออกเล็กน้อย
แต่ไม่กระจาย หยานเฉินไคปรับใหม่ ลดความเร็ว เพิ่มความสม่ำเสมอ
คราวนี้ หินถูกบีบอัดจากทุกทิศ ช่องว่างภายในหายไป
พื้นผิวเรียบ มุมคม
ก้อนอิฐหินก้อนแรก… ถือกำเนิดขึ้น เด็กน้อยลืมตาขึ้นมองผลงานของตัวเองอย่างเงียบงัน
“สำเร็จแล้ว…”
ไกลออกไปโจวหยางยืนนิ่งสีหน้าไม่อาจซ่อนความประหลาดใจได้
‘นี่ไม่ใช่การฝึกพลัง…แต่มันคือการวางรากฐานของ ช่างบำเพ็ญเพียร’
ภายในถ้ำหิน ลมสีฟ้าอ่อน ๆ ยังหมุนเวียนไม่ขาดสาย เป็สัญญาณของการฝึกที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น