ในตอนนี้จอมยุทธ์ทั้งสองยังคงต่อสู้กันไม่หยุดจนกระทั่งปิงเยี่ยเริ่มแสดงอาการ อยู่ดีๆ เขาก็กลายสภาพเป็มาร ผมเผ้าฟูยุ่งเหยิงปากกลายเป็สีดำ และมีอาการคลุ้มคลั่งโดยควบคุมสติไม่ได้เลย
ท่านจ้าวยุทธภพคนปัจจุบันได้ะโบอกทุกคนว่า“ปิงเยี่ยกลายสภาพเป็มารแล้วระวังตัวด้วย”
ปิงเยี่ยเข้าจู่โจมเถียนกุ้ยไม่ยั้งจนกระทั่งเถียนกุ้ยเริ่มรับมือไม่ไหว
ดังนั้นท่านจ้าวยุทธภพจึงประกาศว่า“ปิงเยี่ยละเมิดกฎเขาใช้วิชามารในการประลองครั้งนี้ดังนั้นข้าขอตัดสิทธ์เขาและให้เถียนกุ้ยเป็ฝ่ายชนะในตอนนี้ไม่ใช่การประลองอีกต่อไปแล้ว พวกเรารีบช่วยกันจับกุมตัวปิงเยี่ย เร็วเข้า”
ชาวยุทธ์ทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนและเข้าไปรุมจับกุมตัวปิงเยี่ย
ชายคลุ้มคลั่งได้ละจากการจู่โจมฝ่ายตรงข้ามเขาเปลี่ยนเป็ใช้กำลังภายในะโหนีหายไปทันทีเพื่อหลบหนีผู้คนที่กำลังเข้ามาจับกุมเขา
เถียนกุ้ยไม่ยอมแพ้เขารีบใช้กำลังภายในะโตามชายบ้าคลั่งไปติดๆ
ถิงถิงที่ยังคงนั่งอยู่กับหว่านชิงนางก็เลยว่า “น่าแปลก! กฎการประลองห้ามใช้วิชามารเหตุใดปิงเยี่ยถึงกล้าทำ เขาไม่อยากชนะหรืออย่างไร”
“ข้าว่ามันแปลกๆ นะ ดูลักษณะเหมือนว่าปิงเยี่ยควบคุมสติตัวเองไม่ได้เลย”หว่านชิงสังเกตได้
“หรือว่ามันจะเป็เพราะฤทธิ์ยาพิษนั่นหรือเปล่า” ถิงถิงคาดเดา
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ” หว่านชิงนึกไม่ออก
“งั้นเอาอย่างนี้ ข้าจะพาเ้าไปอยู่กับศิษย์น้องของข้าที่เป็ผู้หญิงก่อนส่วนข้าจะตามไปดูเหตุการณ์ เผื่อข้าจะช่วยอะไรได้บ้าง” ถิงถิงกล่าวแผน
“เขาน่าจะหนีไปไกลแล้ว เ้าจะตามทันอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงสงสัย
“ศิษย์พี่ของข้าต้องจุดพลุไฟเพื่อให้พรรคพวกตามไปอย่างแน่นอนข้าจะพยายามไปให้ถึงก่อนทุกคน” ถิงถิงคาดการณ์
“ระวังตัวด้วยนะ” หว่านชิงทำได้เพียงเอาใจช่วยเท่านั้น
ดังนั้นหว่านชิงจึงได้ไปอยู่ในกลุ่มศิษย์น้องของถิงถิงเพื่อความปลอดภัยของตัวนางเอง
***************************
ภายในป่าลึกแห่งหนึ่ง
เถียนกุ้ยะโไปดักหน้าชายบ้าคลั่งไว้
“เป็มารก็อยู่ส่วนมาร ยังริอาจมาประลองชิงจ้าวยุทธภพอีก” เถียงกุ้ยกล่าว
ด้วยความที่ปิงเยี่ยนั้นไร้สติเขามองเห็นใครก็ทำร้ายทุกคนตรงหน้า
นั่นทำให้เถียนกุ้ยกับปิงเยี่ยต้องต่อสู้กันอีกครั้งแต่พลังของปิงเยี่ยนั้นเหนือกว่า ตอนนี้เขานั้นดูเหมือนสัตว์ป่าที่ทำร้ายศัตรูตามสัญชาตญาณ
ผลสุดท้ายเถียนกุ้ยก็ถูกถีบล้มไปกองกับพื้นเท่านั้นยังไม่พอปิงเยี่ยยังตามไปบีบคอเถียนกุ้ยอีก
ถิงถิงตามมาถึงตรงจุดที่มีการจุดพลุไฟทำให้นางเห็นชายในดวงใจกำลังจะถูกฆ่า นางจึงชักกระบี่หมายเข้าจู่โจมชายบ้าคลั่ง
ปิงเยี่ยไหวตัวทันเขารีบหลบกระบี่ของถิงถิงได้ทันเวลาพอดี
“ศิษย์พี่เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ” ถิงถิงเข้าไปดูอาการของเถียนกุ้ย
“ข้าดีขึ้นแล้ว เ้าหลบไปก่อน ข้าจะจัดการมารชั่วเอง” เถียนกุ้ยยืนตั้งหลักพร้อมที่จะต่อสู้ต่อ
“เขาน่าจะโดนยาพิษมากกว่านะศิษย์พี่ พวกเราจับกุมเขาไปให้ท่านหมอตรวจก่อนดีมั้ยเ้าคะ”ถิงถิงให้ความเห็น
“เขาไม่เหลือความเป็มนุษย์แล้วข้าว่าเขาฝึกวิชามารมากเกินไปจนธาตุไฟเข้าแทรกมากกว่า” เถียนกุ้ยกล่าว
“งั้นข้าช่วยท่านจับกุมเขาก่อนดีกว่าเ้าค่ะแล้วให้อาจารย์ที่กำลังตามมาช่วยประเมินเขาอีกที” ถิงถิงไม่รอคำตอบนางรีบผลักผ้าผืนยาวออกจากแขน ทำให้ผ้านั้นไปพันตัวปิงเยี่ยเข้ากับต้นไม้ใหญ่จากนั้นนางก็ผูกปมแ่าเป็การมัดตัวปิงเยี่ยไว้กับต้นไม้
“ดีแล้ว! ข้าจะได้สังหารมันได้ถนัดหน่อย” เถียนกุ้ยหมายจะแทงชายบ้าคลั่งให้ตาย
“ไม่ได้นะเ้าคะ” ถิงถิงรีบเอาตัวเข้าไปขวาง
“หลบไป! นี่เ้ากำลังปกป้องมารชั่วอยู่นะถิงถิง” เถียนกุ้ยตะคอก
“ไม่! ข้าจะไม่ยอมให้ท่านสังหารเขาท่านเองก็เห็นว่าเขาควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ถ้าเขาใช้วิชามารจริงเขาต้องควบคุมตัวเองได้สิเ้าคะ” ถิงถิงไม่ยอมหลบ
“ข้าจะจับกุมเ้าก่อน แล้วค่อยสังหารมันก็แล้วกัน” เถียนกุ้ยเตรียมเข้าต่อสู้กับถิงถิงเพื่อจับนางไว้
ในเวลานี้กลายเป็ว่าศิษย์ร่วมสำนักกำลังต่อสู้กันเองส่วนปิงเยี่ยที่ถูกมัดอยู่กับต้นไม้ก็พยายามดิ้น
“ถิงถิง! หยุดเดี๋ยวนี้ ข้าไม่อยากทำร้ายเ้า” เถียนกุ้ยพูดไปก็ต่อสู้ไปด้วย
กระบี่กับดาบปะทะกันเสียงดังสนั่น จนกระทั่งเถียนกุ้ยตัดสินใจซัดฝ่ามือใส่ศิษย์น้อง จนนางกระอักเืและกระเด็นจนหลังชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่
“เ้าดื้อไม่ฟังข้าเองนะ อย่ามาโทษข้า” เถียนกุ้ยพูดเสร็จก็หันไปหาชายบ้าคลั่งเพื่อเตรียมสังหารเขา
ถิงถิงไม่ยอมแพ้แม้นางจะได้รับาเ็ แต่นางก็พยายามคลานไปจับขาศิษย์พี่ไว้เพื่อไม่ให้เขาสังหารชายบ้าคลั่ง
“ศิษย์พี่เ้าคะ ถือว่าข้าขอร้องพวกเรารอให้จอมยุทธ์ท่านอื่นมาช่วยกันประเมินอาการของปิงเยี่ยก่อนค่อยคิดทำร้ายเขาก็ยังไม่สาย” ถิงถิงพยายามเกลี้ยกล่อม
“เ้าเห็นมั้ย ว่ามันพยายามดิ้นให้หลุดจากผ้าของเ้า หากมันหลุดมาได้ แล้วหันกลับมาสังหารพวกเราจะว่ายังไง”เถียนกุ้ยชี้ให้ดู
“อีกนิดเดียว คนอื่นก็จะมาถึงที่นี่แล้วนะเ้าคะ” ถิงถิงยังไม่ยอมปล่อย
“เ้าบังคับข้าเองนะ” ด้วยความที่เถียนกุ้ยอยากกำจัดศัตรูมากทำให้เขาลืมไปว่าคนที่กำลังกอดขาเขาอยู่เป็ศิษย์ร่วมสำนัก ดังนั้นเขาจึงคิดจะซัดฝ่ามือใส่นางอีกครั้ง
ทันใดนั้นเองซูเฉินที่ตามพลุไฟมาเหมือนกัน เขารีบถีบเถียนกุ้ยจนกระเด็นเพื่อเป็การหยุดไม่ให้เถียนกุ้ยทำร้ายถิงถิง
“ซูเฉิน! ท่านได้ยาแก้พิษมาแล้วงั้นหรือ” ถิงถิงดีใจที่เห็นซูเฉิน
“ยาแก้พิษเหลืออยู่เม็ดเดียว เ้ารีบเอาไปให้ปิงเยี่ยกินเร็วเข้า” ซูเฉินยื่นขวดยาให้
ถิงถิงรับขวดยาแก้พิษมาจากซูเฉินจากนั้นนางก็มุ่งตรงไปหาปิงเยี่ยที่ยังคงบ้าคลั่งอยู่
เถียนกุ้ยไม่ยอมแพ้เขารีบลุกขึ้นหมายจะไปขัดขวางถิงถิง แต่ซูเฉินรีบะโไปดักหน้าเขาไว้
“เ้ากำลังปกป้องพวกเดียวกันอยู่ใช่มั้ยซูเฉิน” เถียนกุ้ยกล่าวเพราะคนตรงหน้าไม่ใช่จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะอีกต่อไปแล้ว
“เขาแค่คิดจะประลองกับเ้า ทำไมต้องสังหารเขาด้วยล่ะ” ซูเฉินไม่เข้าใจ
“เ้าเองก็เห็นว่าเขาได้กลายเป็มารชั่วไปแล้ว” เถียนกุ้ยกล่าวอ้าง
“ปิงเยี่ยได้รับพิษชุยเล้าจื่อเข้าไป จึงทำให้เขาไม่เป็ตัวของตัวเอง และถิงถิงก็กำลังป้อนยาแก้พิษให้เขาทานเ้าจะขัดขวางนางทำไมกัน” ซูเฉินพยายามสังเกตอากัปกิริยาของเถียนกุ้ย
“เ้าจะช่วยมัน เ้าจะอ้างอะไรก็ได้” เถียนกุ้ยกล่าวไปเช่นนั้นเองความจริงเขารู้ตื้นลึกหนาบางเป็อย่างดี
“เมื่อกี้ ข้าเห็นเ้าหลบตาข้า แสดงว่าเ้ารู้เื่การวางยาด้วยใช่หรือไม่”ซูเฉินเค้นถาม
“อะไร! วางยาอะไรข้าไม่รู้เื่” เถียนกุ้ยแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่
“พวกเ้ารวมหัวกันใส่ร้ายว่าปิงเยี่ยผิดกฎที่ใช้วิชามารในการต่อสู้ด้วยการวางยาพิษดังกล่าวใช่หรือไม่”ซูเฉินยังคงเค้นถามต่อ
“ข้าไม่ตอบอะไรเ้าทั้งนั้น ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้มารชั่วรอดไปได้” เถียนกุ้ยดึงดันที่จะสังหารปิงเยี่ย
“งั้นข้ามศพข้าไปก่อน” ซูเฉินชักดาบ
กลายเป็ว่าเถียนกุ้ยและซูเฉินได้ต่อสู้กันแต่เพียงไม่กี่กระบวนท่า ซูเฉินก็สามารถใช้ดาบจ่อไปที่คอของเถียนกุ้ยได้สำเร็จ
“จงอยู่นิ่งๆ หากขยับเพียงนิดเดียว ข้าฆ่าเ้าแน่” ซูเฉินขู่
เถียนกุ้ยจำต้องอยู่นิ่งๆเพราะยังไม่อยากตายตอนนี้
“ซูเฉิน! ปิงเยี่ยหันหน้าหลบมือข้าตลอดเลย ข้าป้อนยาเขาไม่ได้เลย” ถิงถิงะโบอก
“เ้าก็ป้อนด้วยปากสิ จับล็อคหน้าเขาไว้ แล้วค่อยป้อน” ซูเฉินแนะวิธีให้ ตอนนี้เขาไม่ว่างเนื่องจากกำลังถือดาบจ่อคอฝ่ายตรงข้ามอยู่
“อะไรนะ! ข้าเป็ผู้หญิงนะ” ถิงถิงใ
“เร็วเข้า! บรรดาจอมยุทธ์กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เดี๋ยวช่วยปิงเยี่ยไม่ทันนะ”ซูเฉินได้ยินเสียงฝีเท้า
ถิงถิงตัดสินใจเสียจูบแรกนางเทยาใส่มือและหยิบเข้าปากตัวเอง จากนั้นนางก็ล็อคหน้าชายบ้าคลั่ง แล้วหลับหูหลับตาจูบกับชายตรงหน้าเพียงเพื่อทำให้เขากลืนยาแก้พิษดังกล่าว
“เ้าทำอะไรน่ะถิงถิง เป็สาวเป็นาง กล้าจูบผู้ชายแบบนั้นได้อย่างไร”เถียนกุ้ยไม่พอใจ
“อย่าใจแคบสิเถียนกุ้ย นางกำลังช่วยชีวิตคนต่างหาก” ซูเฉินกล่าว
หลังจากที่ปิงเยี่ยกลืนยาเข้าไปร่างกายของเขาก็ค่อยๆ กลับมาเป็ปกติ ผมเผ้าที่ฟูสยายก็กลับมาตรงเรียบดังเดิมใบหน้าที่ซีดเผือดก็กลับมามีเืมีเนื้อปากที่ดำคล้ำก็กลับมาแดงมีชีวิตชีวามากขึ้น
ถิงถิงดีใจที่เห็นชายตรงหน้ากลับมาดูเป็ผู้เป็คนมากขึ้น“เ้าหายดีแล้วใช่มั้ย”
“ข้าอยู่ที่ไหน ข้ากำลังประลองยุทธ์อยู่ไม่ใช่หรือ” ปิงเยี่ยจำอะไรไม่ได้เลย
“พวกเราต้องรีบหนีกันแล้ว ชาวยุทธ์กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้” ซูเฉินะโบอก
ถิงถิงรีบแก้ปมผ้าออกเพื่อปล่อยตัวปิงเยี่ยและช่วยพยุงตัวเขาไว้
“เ้าชนะข้าแล้ว เ้าคงอยากได้ตำแหน่งจ้าวยุทธภพสินะ” เถียนกุ้ยกล่าวกับซูเฉิน
“ข้าแค่อยากช่วยคน ข้าไม่ได้้าตำแหน่งอะไรนั่นเชิญเ้าตำแหน่งนั่นไปเถอะ พวกข้าไปล่ะ” ซูเฉินเก็บดาบเข้าฝักจากนั้นเขาก็รีบเดินไปช่วยประคองปิงเยี่ย และพาหลบหนีไปพร้อมกับถิงถิง
ท่านจ้าวยุทธภพคนปัจจุบันพร้อมกับชาวยุทธ์นับสิบคนรีบวิ่งไปหาเถียนกุ้ยที่ยืนชะงักอยู่
“เ้าเป็ไงบ้าง สังหารมารชั่วได้หรือไม่” ท่านจ้าวยุทธภพรอฟัง
“ข้าละอายใจจริงๆ มันหนีไปได้ขอรับ” เถียนกุ้ยก้มหน้าตอบ
“ไม่เป็ไร! ยังไงปิงเยี่ยก็ถูกตัดสิทธิ์อยู่ดีเ้ากลับไปรับตำแหน่งกับข้าดีกว่า” ท่านจ้าวยุทธภพคิดว่าแผนการกีดกันปิงเยี่ยสำเร็จแล้ว
“เอ่อ ขอรับ” เถียนกุ้ยจำต้องเดินตามท่านจ้าวยุทธภพไปรับตำแหน่ง
***************************
ณลานประลองชาวยุทธ์
หว่านชิงที่นั่งอยู่ในกลุ่มศิษย์น้องของถิงถิงนางก็เห็นว่าเถียนกุ้ยเดินกลับมาพร้อมกับท่านจ้าวยุทธภพคนปัจจุบันทั้งสองเดินขึ้นเวทีอย่างสง่าผ่าเผย
“วันนี้เป็วันดีที่ข้าจะได้สละตำแหน่งให้กับเถียนกุ้ยได้ดูแลยุทธภพเขาคือผู้ชนะการประลองครั้งนี้” ฟานอี้ท่านเ้าสำนักฮุ่ยหลุนฟงประกาศ
“เอ่อ แล้วปิงเยี่ยล่ะขอรับ” จอมยุทธ์คนหนึ่งสงสัยเลยะโถาม
“มารชั่วนั้นหนีไปได้ แต่ไม่เป็ไร ในเมื่อเขาผิดกฎ เขาก็ไม่มีสิทธ์ชิงตำแหน่งจ้าวยุทธภพอยู่ดี”ฟานอี้กล่าว
ตอนนี้ชาวยุทธ์ทุกคนต่างยอมรับให้เถียนกุ้ยได้รับตำแหน่งจ้าวยุทธภพอย่างสมเกียรติ
สักพักหนึ่งในศิษย์น้องของถิงถิงก็กระซิบบอกหว่านชิงว่า “ท่านพี่ถิงถิงแอบส่งข่าวมาบอกให้ข้าพาเ้าไปวัดร้าง”
“งั้นรีบไปกันเถอะ” หว่านชิงกล่าวเบาๆ
หว่านชิงเดินตามจอมยุทธ์หญิงไปที่วัดร้างทันที
***************************
ณวัดร้างหลังเขา
“ศิษย์พี่! ท่านได้รับาเ็อย่างนั้นหรือเ้าคะ” ศิษย์น้องเป็ห่วง
“ข้าไม่เป็อะไร ข้าขอพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ก่อน ข้าค่อยกลับไปเ้าห้ามบอกใครว่าข้าอยู่ที่นี่ล่ะ” ถิงถิงกำชับ
“เ้าค่ะ” ศิษย์น้องรับคำ
พอศิษย์น้องเดินทางกลับสำนักแล้วถิงถิงก็เดินเข้าไปดูอาการของปิงเยี่ย
“เ้าเป็ยังไงบ้าง” ถิงถิงสอบถามอาการ
“ข้าหายเป็ปกติแล้ว ใครกันที่กล้าวางยาข้า” ปิงเยี่ยนึกเจ็บแค้น
“เอ่อ ข้าคิดว่านี่น่าจะเป็แผนการของจอมยุทธ์าุโฝ่ายธรรมะ” ซูเฉินคาดการณ์ เขาคิดว่าอดีตอาจารย์ไม่น่าวางแผนเพียงลำพัง
“อะไรนะ! พวกเขากล้าทำเื่ผิดมโนธรรมแบบนี้ได้ยังไง” หว่านชิงไม่เชื่อหู
“คงกีดกันไม่ให้ข้าได้เป็จ้าวยุทธภพและมีสิทธิ์แก้ไขกฎสินะ” ปิงเยี่ยนึกเจ็บใจ
“ต่อให้พวกเราไปเปิดโปง พวกเขาก็คงไม่ยอมรับ แถมพวกเราอาจโดนมองในแง่ร้ายหาว่าสร้างเื่ใส่ร้ายผู้าุโอยู่เป็แน่” ซูเฉินกล่าวตามประสบการณ์
“นี่มันไม่ยุติธรรมเลย” ถิงถิงกล่าว
“ไม่เป็ไร! ข้าจะหาทางชิงตำแหน่งจ้าวยุทธภพให้ได้ ไม่ได้ปีนี้ก็ชิงปีหน้า”ปิงเยี่ยไม่ยอมแพ้
“ทำไมเ้าถึงอยากแก้ไขกฎนัก” ถิงถิงสงสัย
“พรรคมารไม่ได้ชั่วร้ายทุกคนนะแม่นางแต่พวกข้ากลับถูกพรรคฝ่ายธรรมะบางพรรคข่มเหงรังแกบางครั้งก็ถูกยัดเยียดข้อกล่าวที่พวกเราไม่ได้กระทำข้าจะทำให้จอมยุทธ์ทุกคนในใต้หล้ามีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันและทุกคนก็ต้องเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกันไม่แบ่งแยก” ปิงเยี่ยกล่าว
“เ้าเป็คนมีอุดมการณ์ ข้าขอให้เ้าทำได้สำเร็จก็แล้วกัน” ถิงถิงเอาใจช่วย
“เอ่อ วันนี้เถียนกุ้ยได้รับตำแหน่งจ้าวยุทธภพอย่างเป็ทางการแล้วนะ”หว่านชิงกล่าวตามที่เห็น
“ก็เป็ไปตามคาด พวกเราทำได้เพียงยอมรับเท่านั้น” ซูเฉินทำใจไว้แล้ว
“ปิงเยี่ย! เ้าจะทำยังไงต่อล่ะ” ถิงถิงสงสัย
“แต่งงานกับเ้าไงล่ะ” ปิงเยี่ยหันไปมองตาหญิงสาว
“อะไรนะ! จะบ้าหรืออย่างไร” ถิงถิงใ
“พวกเราจูบกันแล้ว ข้าต้องรับผิดชอบเ้า” ปิงเยี่ยกล่าวยิ้มๆ
“ไม่! ข้าแค่ช่วยชีวิตเ้า พวกเราไม่ได้จูบกันอย่างคนรักกันเสียหน่อย”ถิงถิงไม่ยอม
“แต่ข้าเสียจูบแรกให้เ้าไปแล้วนี่” ปิงเยี่ยกล่าวอ้าง
“เอ่อ พวกเ้าคุยตกลงกันไปก่อนนะ ข้าจะพาหว่านชิงกลับโรงเตี๊ยมพรุ่งนี้พวกเราจะต้องออกเดินทางกลับเชียงหนานั้แ่เช้า” ซูเฉินรู้ว่าปิงเยี่ยแค่ล้อหญิงสาวเล่น
“เดี๋ยวสิ! มาช่วยข้าอธิบายให้ปิงเยี่ยเข้าใจก่อน พวกเ้าอย่าเพิ่งไป”ถิงถิงพยายามจะรั้งคู่รักให้อยู่ต่อแต่ปิงเยี่ยกลับเดินไปดักหน้านางไว้
จากนั้นทั้งสองก็ยังคงถกเถียงกันอยู่อย่างนั้นทั้งคืน
ระหว่างที่เดินทางกลับโรงเตี๊ยมหว่านชิงก็เลยถาม
“จะดีหรือ ที่ปล่อยให้ชายหญิงอยู่กันสองต่อสองแบบนั้น” หว่านชิงเป็ห่วงถิงถิง
“ปิงเยี่ยเป็สุภาพบุรุษพอ เขาไม่ล่วงเกินถิงถิงหรอกแต่ที่เขาพูดก็คงแค่ล้อนางเล่นเท่านั้น” ซูเฉินมองออก
“พวกเราไว้ใจปิงเยี่ยได้แน่หรือ หากถิงถิง เอ่อ ถูกทำมิดีมิร้ายจะว่ายังไง”หว่านชิงกังวล
“นั่นไง! เ้าเห็นมั้ย ถิงถิงใช้วิชาตัวเบาะโกลับสำนักตัวเองไปแล้วนางไม่เป็อะไรหรอก” ซูเฉินชี้ให้ดูก็เห็นว่าถิงถิงกำลังะโและเดินไปตามหลังคาวัดร้าง
“เป็ชาวยุทธ์นี้ดีจัง ไม่ต้องกลัวใครมารังแก” หว่านชิงนึกอิจฉา
“แต่ชาวยุทธ์จะต้องเผชิญกับการต่อสู้ ตีรันฟันแทงเกือบทุกวันหาความสงบในชีวิตไม่ได้เลย สู้เป็คนธรรมดาดีกว่า” ซูเฉินไม่คิดอย่างนั้น
“ท่านรู้สึกอย่างไรที่อดีตอาจารย์ของท่านไม่ใช่คนที่น่าเคารพแบบนี้”หว่านชิงสงสัย
“ข้ารู้สึกผิดหวังในตัวท่านก็จริงแต่ทำไงได้ในเมื่อข้าเคยเป็ศิษย์ของเขาไปแล้ว ข้าก็คงต้องเคารพเขาต่อไปแต่จะไม่สนับสนุนให้เขากระทำชั่ว” ซูเฉินชี้จุดยืน
“ข้าภูมิใจในตัวท่าน” หว่านชิงเผลอกอดแขนฝ่ายชายอย่างสนิทสนมจนฝ่ายชายหยุดเดิน
หว่านชิงแปลกใจนางก็เลยว่า “หยุดเดินทำไมล่ะ”
“ข้าอยากแต่งงานกับเ้าวันนี้จังข้าอยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเ้าให้เร็วที่สุด” สายตาของซูเฉินมองไปที่แขนของตัวเองที่กำลังถูกนางกอดแบบนั้น
หว่านชิงมองตามพอตั้งสติได้ นางก็รีบปล่อยแขนฝ่ายชายโดยไว “ข้าก็แค่ลืมตัว พวกเรารีบกลับโรงเตี๊ยมได้แล้ว ข้าง่วงนอนแล้ว”
หว่านชิงรีบเดินนำหน้าเพื่อมุ่งหน้าไปที่โรงเตี๊ยมด้วยอาการหน้าแดงเช่นเคย
ซูเฉินแอบขำกับอาการเขินของหญิงสาวและเดิมตามนางไปติดๆ
***************************
ตกกลางคืนณ ห้องนอนของถิงถิงในสำนักเหรินเจียง
ถิงถิงยังคงนอนพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับสักพักก็ลุกขึ้นนั่งและบ่นว่า “โอ๊ย! หลับตาทีไรก็เห็นแต่ฉากจูบนั่น ลืมมันสักทีสิถิงถิงมันเป็แค่การช่วยชีวิตคนเท่านั้น”
สักพักก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของศิษย์พี่ใหญ่
“ถิงถิง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ข้าบอกให้เปิดประตู” เถียนกุ้ยเคาะประตูเสียงดัง
ถิงถิงยอมเปิดประตูแต่กลิ่นเหล้าเข้าจมูกฉุนมาก “นี่ท่านทานเหล้างั้นหรือเ้าคะคงฉลองที่ได้ตำแหน่งจ้าวยุทธภพและจะได้แต่งงานกับเพ่ยเพ่ยสินะ”
แต่อยู่ดีๆเถียนกุ้ยก็ผลักตัวถิงถิงจนนางล้มไปกองกับพื้นและรีบปิดประตูทันที
“ท่านทำร้ายข้าทำไมเ้าคะ ท่านเมามากแล้ว รีบกลับไปนอนพักเถิดหากอาจารย์ทราบว่าท่านบุกรุกเข้าห้องข้ากลางค่ำกลางคืนแบบนี้ท่านต้องถูกลงโทษเป็แน่” ถิงถิงขู่
“ไหนว่าเ้ารักข้ามากไงล่ะ แล้วเ้าไปยุ่งเกี่ยวกับชายอื่นต่อหน้าข้าได้อย่างไร”เถียนกุ้ยพูดอย่างคนเมา
“นั่นเป็อดีตไปแล้วเ้าค่ะ ตอนนี้ท่านจะต้องเตรียมตัวแต่งงานกับเพ่ยเพ่ยท่านอย่าลืมสิ” ถิงถิงเตือน
เถียนกุ้ยโกรธจนหน้ามืดตามัวเขาเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าตนนั้นเองชอบศิษย์น้องก็ตอนที่นางไปจูบกับชายอื่นต่อหน้าเขาดังนั้นวันนี้เขาตั้งใจว่าจะนางให้จงได้ ไวเท่าความคิดเขารีบพุ่งตัวไปจี้จุดไม่ให้นางขยับตัวและจี้จุดใบ้ไม่ให้นางส่งเสียงร้องได้
ถิงถิงพยายามส่งเสียงขอความช่วยเหลือแต่พูดไปก็ไร้เสียง
เถียนกุ้ยได้โอกาสรีบอุ้มนางไปไว้บนเตียงระหว่างที่ปลดเสื้อของนาง เขาก็พูดไปด้วย “เ้าไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะรับเ้าเป็อนุภรรยาของข้าเมื่อพวกเราอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ข้าจะให้เพ่ยเพ่ยยกย่องให้เกียรติเ้าเ้าจะไม่ถูกกดขี่ข่มเหงแน่นอน”
ถิงถิงมีน้ำตาคลอนางคิดในใจว่า “เสียแรงที่ข้าคิดว่าท่านเป็สุภาพบุรุษข้าไม่น่าหน้ามืดตามัวมาหลงรักคนแบบท่านเลย”
เถียนกุ้ยเริ่มจูบไซร้ซอกคอและกำลังจะกระชากเสื้อผ้าหญิงสาวแต่ทว่าอยู่ดีๆ ก็มีคนดึงตัวเขาออกมา และชกหน้าเขาอย่างแรง
เถียนกุ้ยล้มก้นกระแทกไปกับพื้นเขาชี้ไปที่ชายตรงหน้า “ปิงเยี่ย!เ้าเข้ามาในสำนักฝ่ายธรรมะได้ยังไง”
ปิงเยี่ยรีบคลายจุดให้ฝ่ายหญิงก่อนและรีบห่มผ้าให้ เพราะเสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย จากนั้นก็หันไปต่อว่า “จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะเขาข่มเหงผู้หญิงไร้ทางสู้แบบนี้งั้นหรือ”
“เ้ารนหาที่เองนะ วันนี้ข้าจะฆ่าเ้าให้ตาย” เถียนกุ้ยกำลังจะไปคว้ากระบี่ของศิษย์น้องแต่เขาเดินโซเซไปไม่ถึงสักที
“เดินให้ตรงก่อนดีมั้ย เ้าเมาขนาดนี้ ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” ปิงเยี่ยส่ายหน้า
ถิงถิงจัดเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนางรีบเดินเข้าไปตบหน้าเถียนกุ้ยทันที
“โอ๊ย! ข้าเจ็บนะ เ้ากล้าทำร้ายศิษย์พี่ของเ้าได้อย่างไร” เถียนกุ้ยกล่าวอย่างเอาเื่
“นี่ยังน้อยไป ข้าอยากจะชักกระบี่มาแทงท่านเสียด้วยซ้ำ” ถิงถิงนึกเจ็บแค้น
“อ้อ ที่แท้เ้าก็แอบนัดผู้ชายมาพบกลางค่ำกลางคืนจูบกันตอนกลางวันคงยังไม่พอสินะ” เถียนกุ้ยกล่าวอย่างดูถูก
“ปิงเยี่ย เขาไม่ได้มีความคิดต่ำๆ แบบท่าน เขาแค่มาช่วยข้าต่างหาก” ถิงถิงมีน้ำตาคลอที่ศิษย์พี่พูดจาดูถูกนางแบบนี้
“มีอะไรกันน่ะ” อาจารย์ซึ่งเป็ชายวัยกลางคนรีบเปิดประตูและะโถามบุคคลทั้งสามที่อยู่ในห้อง
ถิงถิงมองเห็นอาจารย์นางกำลังจะเดินไปฟ้อง แต่ถูกศิษย์พี่พูดตัดหน้าเสียก่อน
เถียนกุ้ยทำท่าคารวะอาจารย์และกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า“ข้ากำลังดื่มเหล้าเลี้ยงฉลองกับศิษย์น้องทั้งหลายแต่บังเอิญว่าข้าแอบเห็นปิงเยี่ยมุ่งตรงไปที่ห้องของถิงถิงข้ากลัวถิงถิงจะถูกข่มเหงรังแก แต่ที่ไหนได้ พวกเขาแอบนัดพบกันถ้าข้าไม่เข้ามาเสียก่อน พวกเขาคงลักลอบได้เสียกันในห้องนี้ขอรับ”
“ไม่เป็ความจริงนะเ้าค่ะ ศิษย์พี่หมายจะข่มเหงรังแกข้าดีที่ปิงเยี่ยเข้ามาช่วยข้าไว้ต่างหาก” ปิงเยี่ยรีบอธิบาย
“นี่เ้ากล้าคบหาดูใจกับคนพรรคมารอย่างนั้นหรือ” อาจารย์เชื่อคำพูดของเถียนกุ้ย
“ใช่แล้วขอรับอาจารย์ ข้าพยายามเตือนศิษย์น้องแล้ว แต่นางไม่ฟัง” เถียนกุ้ยรีบพูด
“นี่ท่าน! ท่านกล้ากล่าวหาข้าแบบนี้ได้อย่างไร” ถิงถิงนึกไม่ถึงว่าศิษย์พี่จะใส่ร้ายนางแบบนี้
“เสียแรงที่ข้ารักและเอ็นดูเ้าราวกับลูกสาวของข้าเพื่อไม่ให้เป็เยี่ยงอย่าง เห็นทีข้าคงต้องขับไล่เ้าออกจากสำนักไปเสียแล้ว”อาจารย์ไม่อยากมองหน้าลูกศิษย์ที่ทำเื่เสื่อมเสีย
“อาจารย์เ้าคะ โปรดฟังศิษย์ก่อน” ถิงถิงพยายามอธิบาย
“เอ่อ อาจารย์ขอรับ ยังไงนี่ก็เป็ความผิดครั้งแรกของนางท่านน่าจะให้โอกาสนางบ้างนะขอรับ” เถียนกุ้ยช่วยพูดเขาไม่ได้อยากให้ศิษย์น้องถูกขับไล่แบบนี้
“จริงอยู่ที่ข้าเป็คนพรรคมาร แต่ที่ข้าเข้ามาในห้องแม่นางถิงถิงข้าทำเพียงเพื่อจะช่วยปกป้องนางไม่ให้โดนศิษย์พี่รังแกต่างหาก” ปิงเยี่ยช่วยพูด
“อย่าไปเชื่อขอรับ ตอนกลางวันเขาพ่ายแพ้และเสียใจที่ไม่ได้เป็จ้าวยุทธภพเขาก็เลยหาเื่ใส่ร้ายและทำลายชื่อเสียงข้าขอรับ” เถียนกุ้ยกล่าวอ้าง
“เ้าพาคนรักออกไปจากสำนักข้าเดี๋ยวนี้ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกเ้าอีก”อาจารย์รีบไล่ตะเพิดลูกศิษย์
“แต่อาจารย์….” ถิงถิงคุกเข่าขอร้องแต่อาจารย์เดินหนีไม่ยอมฟังนาง
“ไปกันเถอะถิงถิง ต่อให้เ้าอธิบายให้ตายยังไงอาจารย์ของเ้าก็เชื่อเถียนกุ้ยอยู่ดี” ปิงเยี่ยประคองให้นางลุกขึ้นยืนดีๆ
ถิงถิงปาดน้ำตานางจึงประชดด้วยการคว้ากระบี่และจูงมือปิงเยี่ยออกจากสำนักด้วยกัน
อาจารย์ะโตามหลัง“ข้าผิดหวังในตัวเ้าจริงๆถิงถิง”
***************************
ในป่าลึก
ถิงถิงเดินร้องไห้ตาบวมมาตลอดทางโดยมีปิงเยี่ยเดินติดตามอยู่ไม่ห่าง
“ข้าขอโทษ ที่เป็ต้นเหตุทำให้เ้าถูกขับออกจากสำนัก” ปิงเยี่ยรู้สึกผิด
ถิงถิงยังคงเดินร้องไห้ต่อไปนางหาสนใจคำพูดปิงเยี่ยไม่
จนปิงเยี่ยจำต้องเดินไปดักหน้าและจับไหล่ของหญิงสาว “หยุดเดินได้แล้ว เ้าจะเดินไปถึงไหน”
ถิงถิงรีบผลักฝ่ายชายออกและกล่าวว่า“อย่ายุ่งกับข้า”
“เ้าโกรธข้างั้นหรือ” ปิงเยี่ยสงสัย
“แล้วเ้ามาหาข้าที่สำนักทำไมล่ะ” ถิงถิงกล่าวโทษ
“ข้าไม่ได้มาหาเ้าข้ามาแอบฟังแผนการชั่วร้ายของอาจารย์เ้ากับท่านจ้าวยุทธภพคนก่อนต่างหากข้ากำลังจะกลับ แต่บังเอิญเห็นเถียนกุ้ยเดินไปทางห้องพักของลูกศิษย์ผู้หญิงข้าก็เลยตามมาดูต่างหาก” ปิงเยี่ยอธิบาย
“เ้ากล้าพูดปรักปรำอาจารย์ข้าได้อย่างไร” ถิงถิงรีบปกป้องอาจารย์
“มันเป็เื่จริง เ้าอย่าพยายามหลอกตัวเองอีกเลยเ้าเองก็เห็นว่าพรรคฝ่ายธรรมะเล่นไม่ซื่อ เพียงเพื่อจะกีดกันไม่ให้ข้าชิงตำแหน่งถึงกับกล้าวางยาพิษใส่ข้าเช่นนี้” ปิงเยี่ยกล่าว
ถิงถิงถอนหายใจและกล่าวว่า“ก็อย่างที่เ้าบอกต่อให้เ้าเปิดโปงพวกเขา ก็ไม่มีใครเชื่อเ้าอยู่ดี”
“แล้วเ้าจะไปที่ไหนต่อ เ้าอยู่ที่สำนักเหรินเจียงไม่ได้แล้วนี่” ปิงเยี่ยสงสัย
“ท่องยุทธภพหาประสบการณ์กระมัง” ถิงถิงกล่าวไปเช่นนั้นเองนางยังไม่มีจุดหมาย
“งั้นข้าไปด้วย” ปิงเยี่ยกล่าวยิ้มๆ
“ต่างคนต่างไปสิ หากเดินทางร่วมกันคนอื่นก็เข้าใจผิดคิดว่าข้าหนีตามเ้าน่ะสิ” ถิงถิงเป็ห่วงชื่อเสียง
“เ้าจะสนใจคำพูดคนอื่นทำไมกันยังไงชื่อเสียงของเ้าก็ป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีเพราะศิษย์พี่ของเ้าได้แต่งเื่ใส่ร้ายเ้าถึงขนาดนี้แล้ว”ปิงเยี่ยกล่าวตรงๆ
“มันก็จริงข้าไม่คิดเลยว่าจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมจะชั่วร้ายยิ่งกว่าฝ่ายมารเสียอีกพวกเขาก็แค่สร้างภาพให้ดูน่าเชื่อถือ แต่ภายในจิตใจกลับมืดดำทมิฬแบบนี้” ถิงถิงคิดว่าจอมยุทธิ์ฝ่ายธรรมะที่กระทำเื่ชั่วนั้นก็แค่มือถือสากปากถือศีลเท่านั้น
“เ้าต้องเรียนรู้ผู้คนอีกเยอะ พวกเราก่อไฟและพักกันที่นี่เถอะวันพรุ่งนี้ข้าจะพาเ้าท่องยุทธภพเอง” ปิงเยี่ยคิดว่าถิงถิงยังอ่อนประสบการณ์
“หวังว่าเ้าจะไม่ล่วงเกินข้านะ” ถิงถิงระแวง
“งั้นเอาอย่างนี้ เ้านอนใกล้กองไฟ ส่วนข้าจะขึ้นไปนอนบนต้นไม้” ปิงเยี่ยแสดงความบริสุทธิ์ใจ
“เ้าไม่กลัวตกอย่างนั้นหรือ” ถิงถิงสงสัย
“ข้าต้องคอยหลบหลีกศัตรู เลยต้องมีบางครั้งที่ข้าต้องแอบนอนตามบนต้นไม้ไม่ต้องห่วง ข้าชินแล้ว” ปิงเยี่ยกล่าว
ถิงถิงมองเห็นปิงเยี่ยะโขึ้นไปบนต้นไม้โดยนั่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ส่วนหลังก็พิงกับลำต้น ตาของเขาหลับ แต่ลักษณะน่าจะเป็เพียงแค่พักสายตาเขาคงยังไม่หลับจริงเพราะต้องคอยระแวดระวังภัยตลอดเวลา
ถิงถิงนอนตะแคงหันหลังให้อยู่บนทุ่งหญ้านางคิดในใจว่า “ปิงเยี่ยยังเป็สุภาพบุรุษมากกว่าศิษย์พี่เสียอีกนี่ข้าหน้ามืดตามัวไปหลงรักศิษย์พี่ได้ยังไงนะ”