ท่ามกลางดาวเคราะห์ดวงใหญ่ที่ปกคลุมด้วยกลุ่มแก๊สสีควันบุหรี่ลอยคลุ้งอยู่เต็มบริเวณ อากาศที่มนุษย์สามารถใช้หายใจได้บางเบาจนแทบเรียกว่าไม่มีทางที่จะใช้ชีวิตดำรงอยู่ได้เลย
กลุ่มคนที่สวมใส่ชุดนักผจญภัยอวกาศรุ่นล่าสุดที่สามารถบรรจุถังนาโนออกซิเจนได้กำลังลอยเคว้งกลางอากาศราวกับจมอยู่ในมหาสมุทร แสงไฟสีแดงกระพริบออกจากหมวกที่บ่งบอกว่าอาการของคนที่อยู่ภายใต้ชุดนี้เข้าขั้นวิกฤต แต่คนที่ยืนอยู่รอบๆไม่ได้สนใจใยดี
หากดูจากสีชุดอวกาศที่แตกต่างกันก็ทำให้รู้เลยว่าคนที่วิกฤตกับผู้คนที่อยู่รอบไม่ใช่พวกเดียวกันแน่นอน
"ผมว่าคุณยอมส่งชิบข้อมูลที่เก็บกู้มาจากยานอวกาศ unknow-01 ให้พวกเราดีกว่านะครับดอกเตอร์อาม่อน"เสียงจากคลื่นวิทยุที่ถูกส่งออกมาจากกลุ่มคนถือแท่งแปลกประหลาดกระจายออกมา
"คึคึคึ พวกแกคิดจริงๆรึว่าชิบอันนี้มีข้อมูลที่จะเป็ประโยชน์กับกลุ่มพวกแก ขนาดพวกเรานักวิทยาศาสตร์จากสหพันธ์ยังเปิดดูไม่ได้ แล้วน้ำหน้าโง่ๆอย่างกลุ่มแมงป่องดำของพวกแกมันจะทำอะไรได้"เสียงของชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะเป็คนสุดท้ายที่สามารถยืนหยัดได้พูดมา ที่เหลือคนสุดท้ายไม่ใช่ว่าเก่งกล้าสามารถอะไร หากแต่เพราะชายคนนี้ถือของที่เป็ที่้าอยู่ต่างหาก
ในยุคที่โลกกำลังจะดับสูญเต็มที มนุษย์หาทางรอดตายด้วยการออกค้นหาทางรอดภายในอวกาศ เริ่มต้นั้แ่ ค.ศ. 2123 จนตอนนี้ผ่านมากว่าร้อยปี ถึงจะยังไม่สามารถหาหนทางรอดชีวิตได้ แต่ก็ทำให้รู้ว่าในจักรวาลมีสิ่งมีชีวิตอื่นอาศัยอยู่ด้วย แต่ด้วยวิทยาการที่จำกัด ทำให้การสำรวจไปได้ไม่ไกลนัก
จนเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา ทีมสำรวจพบยานอวกาศที่ล้ำสมัยจอดลอยติดกับเศษซากหินในอวกาศ สหพันธ์เริ่มมีแผนการกู้ยานอวกาศ หากแต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถเก็บกู้ได้ สหพันธ์จึงเปลี่ยนแผน ให้กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกเข้ามาศึกษาวิจัยระบบทุกอย่างภายในยานอวกาศแทน
แต่เพราะคอรัปชั่นภายในทำให้มีกลุ่มอาชญากรปะปนเข้ามาแทรกซึมจนทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างในตอนนี้
"หึ เปิดได้หรือไม่ได้ผมไม่รู้หรอกนะดอกเตอร์ แต่นักชีวะวิทยาอย่างคุณเป็กลุ่มคนที่องค์กรเราไม่ได้ให้ความสำคัญ ถ้าไม่อยากตายก็ส่งมอบของออกมาแล้วผมอาจจะเก็บชีวิตคุณไว้"
"เคี๊ยกกก ไอ้พวกโง่ที่มองไม่เห็นความสำคัญของการก้าวหน้าทางสิ่งมีชีวิต คิดแต่อยากได้วิทยาการล้ำยุค ทำเอาอัจฉริยะคนนี้ถึงกับอยากจับมาแยกสมองดูเลย"เสียงโรคจิตเ็าดังออกมาจากชุดสีขาว ใจจริงอาม่อนก็กลัวตาย แต่พอเจอพวกที่เอาแต่พร่ำเพ้อถึงแต่เทคโนโลยีล้ำๆทีไรก็มักจะไม่สบอารมณ์ พวกที่เอาแต่ชื่นชมปืนเลเซอร์ ยานรบ บลาๆ ทำเอานักชีวะที่สนใจแต่วิจัยสิ่งมีชีวิตถึงกับเบื่อหน่าย
"อยากได้นักใช่ไหมไอ้ชิบเวรตะไลนี่"พอชูของที่อยู่ในมือขึ้นก็เห็นเป็เหมือนการ์ดแผ่นเล็กๆสีดำ ที่ยังไม่รู้ว่าใช้ทำอะไรได้ แต่ที่รู้คือเมือสอดการ์ดนี้เข้ากับแผงควบคุมในยานทีไรก็จะปรากฏจอพลาสม่าสีฟ้ากลางอากาศพร้อมกับเสียงภาษาแปลกๆดังออกมาให้ได้ยินตลอด จนคิดไปว่านี่คือชิปที่เป็แกนหลักของยานลำนี้แน่ๆ
"ถ้าอยากได้นัก...ง่ำ!!"ไม่ทันให้คนอื่นได้ตั้งตัว ดอกเตอร์อาม่อนกดเปิดหน้ากากก่อนจะยัดแผ่นสีดำเข้าปากอย่างไม่ยี่หระ แถมกลืนลงไปอย่างไม่กลัวจะติดคอตาย เพราะอาม่อนคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว และเขาก็จะไม่ยอมให้ชิปนี้กับพวกโจรด้วยง
ไม่ได้ทำเพราะหลักการ...แต่เพราะอาม่อนเกลียดนักพวกที่ดูถูกแนวทางของตัวเอง!!
"เฮ้ยยย!!!" เสียงเอะอะโวยวายดังออกมา แต่อาม่อนแทบจะไม่ได้ยินอะไรแล้ว เพราะั้แ่กดถอดหน้ากากออก ทันทีที่หายใจเอากลุ่มแก๊สที่ลอยวนอยู่รอบตัวก็ทำเอาหัวหมุน สายตาเริ่มพร่ามัว มองโฟกัสอะไรไม่ได้
หากแต่มุมปากของชายคนนี้กลับยิ้มเยาะ ราวไม่สนโลกอะไรทั้งสิ้น
เล่นกับใครไม่เล่น ดันมาเล่นกับอาม่อน วิงเกส
...นักวิทยาศาสตร์วิปริต!!!...
@@@@@@
อ้ากกกกก!!!
ทำไมถึงปวดหัวรุ่นแรงขนาดนี้กัน แล้วนี่เราอยู่ที่ไหน โอ้ย!! อึกกก ทำไมถึงปวดหัวขนาดนี้ ราวกับโดนจับถ่วงน้ำ หรือนี่จะเรียกว่าเวรกรรมในพุทธศาสนา อ้าก!! แต่เราไม่นับถือศาสนาอะไรเลย ถึงจะเคยลองจับสัตว์ตัวเล็กๆที่เจอในดาวเคราะดวงอื่นแช่น้ำดูปฏิกิริยาต่างๆก็เถอะ
"เฮ้ พวกเราไอ้เ้าบ้าเอ็ดมันฟื้นแล้ว"เสียงเอะอะโวยวายดังรอบตัวทำให้คนที่พึ่งฟื้นมากุมหัวหนักกว่าเก่า
"ฉันก็นึกว่ามันจะตายจริงๆ"
"ใช่ ครั้งนี้เราเล่นแรงเกินไปหน่อยหรือเปล่านะ"
"ก็ใครจะรู้ว่าไอ้แห้งเอ็ดมันจะอ่อนแอขนาดนี้"เสียงคุยรอบตัวยยังไม่หยุด จับใจความได้บ้างไม่ได้บ้าง รู้แค่ว่าภาษาที่ได้ยินแปลกประหลาด หากแต่อาม่อนกลับเข้าใจได้เป็อย่างดี สายตาที่เริ่มกลับมามองเห็น ตรงหน้าเป็กลุ่มเด็กอายุราวๆสิบขวบสี่คน ชายสามหญิงหนึ่ง ยืนอยู่รอบตัวเขา
อาม่อนนิ่งเงียบไม่เข้าใจอยู่นานเกือบนาที ปล่อยให้เด็กพวกนี้พูดอะไรต่อมิอะไรต่อไปเรื่อยๆ จนความปวดที่รุนแรงที่หัวเริ่มซา ความทรงจำมากมายที่ไม่รู้มาจากไหนพรั่งพรูเข้ามาราวกับความฝัน
เอ็ดเวิด...แค่เอ็ดเวิด ไม่มีมีชื่อกลางหรือตระกูล เด็กอายุสิบสองจากโบถสพระแม่แห่งพืชพรรณ
เด็กกำพร้าเพราะาเมื่อสิบปีก่อน ที่รอดมาได้อย่างไรไม่มีใครรู้ รู้แค่คนที่พบเด็กคนนี้คือสาวกของโบสถและพาเด็กที่ร้องไห้แข่งกับเสียงะเิจากเวทย์ระดับา
...เดี๋ยวนะ เวทย์มนตร์!!...
อาม่อนในร่างของเด็กที่ชื่อเอ็ดเวิดค่อยๆก้มลงมองตัวเอง เสื้อผ้าเนื้อหยาบสีม่อ กับร่างเล็กๆที่ราวกับโดนลมพัดก็ปลิวแบบนี้
"คิคิคิคิ เื่แบบนี้มันน่าสนใจจริงๆ"เสียงหัวเราะเล็กๆออกจากปากบาง แม้น้ำเสียงจะเล็กเเหลม แต่ท่าทางวิปริตแบบนี้ทำเอาเด็กรอบๆนิ่งค้าง
"เคี้ยก หรือนี่คือการเกิดใหม่ข้ามภพในนิยายสมัยก่อน แถมมายังโลกเวทมนตร์ อ่าาา อากาศช่างสดชื่น"ภาษาอังกฤษที่พ่นออกมาทำให้ไม่มีใครสามารถเอ็ดเวิดน้อยได้ แต่ท่าทางแปลกๆที่ดูน่าขยะแขยงนั่นทำเอาต้องคิดว่า หรือเพราะการแกล้งแกมบังคับก่อนหน้าที่พวกเขาลากเอาเอ็ดเวิดมาลองเวทคาถาใหม่ทำให้มันกลายเป็บ้า!
"นี่แกพูดอะไร แกกำลังด่าพวกเราอยู่ใช่ไหม!!"
อาม่อนในร่างเด็กน้อยได้ยินเสียงขัดจินตนาการหันขวับไปมองภาษาโลเวีย ซึ่งเป็ภาษากลางของโลกใบนี้ เห็นชัดว่าเป็เด็กสี่คนที่ในความทรงจำคือพวกหัวโจกที่ชอบแกล้งร่างนี้บ่อยๆ ล่าสุดเอาร่างบอบบางมาประลองเวท เพราะตัวเองได้รูนคาถาใหม่มา จนทำเอาเอ็ดเวิดคนเก่าถึงกับตายจากไป ถ้าไม่ใช่อาม่อนมาเข้าร่างนี้พอดิบพอดี เด็กพวกนี้คงเป็ฆาตรกรไปแล้ว
อ่า...ฆาตรกรเหรอ...
คิคิ คนบนโลกนี้จะมีระบบภายในเหมือนๆกับโลกเราหรือเปล่าน้า
อยากเอามาผ่าดูจังเลย
"...กะ...แก"เด็กทั้งสีกลืนน้ำลายดังอึก พูดติดขัดเพราะเห็นสายตาที่มองมา แว่บหนึ่งที่พวกเขา ไม่ได้โกรธแค้นที่โดนทำร้ายแต่พวกเขาบอกไม่ได้เหมือนกันว่าสายตานั่นหมายความว่าอะไร
ราวกับ...มองสัตว์
"เปล่า..ฉันกลับล่ะนะ"อาม่อนพูดด้วยภาษาโลเวียภายในจิตใต้สำนึกก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไปโดยไม่รอให้ทั้งสี่คนพูดอะไรไปมากกว่านี้
ในความทรงจำของเด็กคนนี้มีเื่ราวเกี่ยวกับโลกนี้น้อยมาก
เพราะกำพร้าและอยู่ในโบสถพระแม่แห่งพืชพรรณมาั้แ่เกิด ถึงจะมีพวกนักบวชคอยสอนเื่ราวต่างๆแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร
หลักๆคือโลกนี้ดำรงอยู่ด้วยเวทมนตร์เป็หลัก การใช้เวทย์ก็คือการสลักรูนคาถาอย่างถูกต้องลงในสิ่งที่เรียกว่าแก่นจิตที่อยู่ระหว่างคิ้ว อาม่อนขมวดคิ้ว อะไรคือแก่นจิต พอนึกถึงก็ลองหลับตาอย่างที่ร่างนี้เคยร่ำเรียนมาตอนสร้างแก่นจิต เพียงแค่คิดอาม่อนก็เห็นภาพก้อนหินก้อนเล็กๆลอยวนอยู่
หรือนี่คือแก่นจิตในความทรงจำ แสดงว่าเด็กคนนี้สร้างแก่นจิตสำเร็จแล้ว...อืมก็ไม่ได้โง่ไปซะเสียทีเดียว
เอะ!!...แล้วไอ้ดำนั้นคืออะไร
ติ๊ด...เชื่อมต่อบุคคล...กำลังวิเคราะห์กระบวนการ...กำลังเชื่อมต่อกับโดเมนหลัก...กำลังลงทะเบียนกับโดเมนหลัก
เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นในหัวสมองของเด็กน้อยจนทำให้ต้องลืมตาตืน แต่พอตืนมากลับพบว่าตรงหน้าเป็กำแพงดินที่ตัวเองมายืนพิงพักอยู่ แต่เสียงในหัวก็ไม่ได้จางหายไป...
ถ้าเขาจำไม่ผิด ไอ้ที่อยู่ข้างๆแก่นจิตของเขามันคือชิปที่เขากลืนมาก่อนจะขาดใจตายไม่ใช่หรอ แต่เสียงมันดังขึ้นมาจากชิปตัวนี้ แถมภาษาอะไรเขาก็ฟังไม่รู้เื่
ติ๊ด กระบวนกระการเสร็จสิ้นทั้งหมด เริ่มเปิดระบบ
"สวัสดีผู้ใช้"
"...."
"สวัสดีผู้ใช้"
"เอ่อ...มันพูดอะไรของมันอยู่"
"ติ๊ดเริ่มกระบวนการจับภาษา...ติ๊ดค้นพบภาษาโลเวีย มิติระดับต่ำ เริ่มกระบวนการเปลี่ยนภาษา"
"สวัสดีผู้ใช้"
"เฮ้ย!! พูดภาษานี้ได้ด้วย"อาม่อนใสะดุ้งตัวโยน จู่ๆเสียงประหลาดก็กลับกลายเป็ภาษาที่ตัวเองเข้าใจ แถมยังเรียกเราว่าผู้ใช้?
"ระบบสามารถจำแนกภาษาของดาวเคราะห์ในมิติได้หลากหลายมิติ"เสียงเย็นตอบกลับมาอย่างไม่ยีหระ
"อ่า...แล้ว...แล้วระบบคืออะไร"คิ้วขมวดเป็ปมเพราะไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมามีเื่ราวอะไรมากมายผ่านเข้ามาในหัวของเขาเยอะเกินไปแล้ว
"ระบบคือชิปเอไอจากบริษัทิญญานิรันดร์ จากระบบจักรวาลอันยิ่งใหญ่ เราถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนในจักรวาลสามารถใช้ฟังชั่นตัวช่วยเหลือเพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น"
"งั้นบอกฉันได้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน"
"ยืนยันระบบเครือข่าย...ไม่พบเครือข่ายจักรวาล วิเคราะห์จากภาษาของผู้ใช้ คือภาษาโลเวียจากเผ่ามนุษย์วิเศษ มีหลักแหล่งอาศัยอยู่ในจักรวาล x-11 จักรวาลระดับชีวิตต่ำ ข้อมูลไม่เพียงพอเพราะไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายจักรวาลได้ ผู้ใช้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเองได้"น่าสนใจ...เคี้ยกก ไม่คิดเลยว่านอกจากจะได้เกิดใหม่แล้วไอ้ชิปที่คิดว่าเป็แกนของยานลำนั้นแท้จริงคือชิปเอไอ
น่าสนใจ น่าสนใจเกินไปแล้ว คึคึคึ
"ชิปเอไอทำอะไรได้อีกบ้าง?"
"ระบบเป็ผู้ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับเครือข่ายจักรวาลที่อยู่ในเครือข่ายกว่าล้านล้านจักรวาล ติ๊ด ไม่พบเครือข่าย ไม่สามารถใช้งานได้"
"...."
"ระบบสามารถใช้เป็แลกเปลี่ยนข้อมูลสาธารณะ ติ๊ด ไม่พบเครือข่าย ไม่สามารถใช้งานได้"
"...."
"ระบบสามารถใช้เป็เครื่องระบุตำแหน่งสำหรับเดินทางในอวกาศ ติ๊ด ไม่พบเครือข่าย ไม่สามารถใช้งานได้"
"...."
"ระบบสามารถ....... ติ๊ด ไม่พบเครือข่าย ไม่สามารถใช้งานได้"
"...."
"ระบบสามารถ....... ติ๊ด ไม่พบเครือข่าย ไม่สามารถใช้งานได้"
"...."
"ระบบสามารถ....... ติ๊ด ไม่พบเครือข่าย ไม่สามารถใช้งานได้"
"...."
"ระบบสามารถ....... ติ๊ด ไม่พบเครือข่าย ไม่สามารถใช้งานได้"
"...."
"ระบบสามารถ....... ติ๊ด ไม่พบเครือข่าย ไม่สามารถใช้งานได้"
"อ้ากกก นี่มันเห้ อะไรกันเนี่ย สรุปทำเห้อะไรไม่ได้ซักอย่างเลยเหรอ #!#$#@#$@%+๒๑๔๔+฿๔+๒๔+$!%%@%%!+๒ +!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
"ระบบสามารถใช้เชื่อมต่อกับคลังสินค้าของบริษัทิญญานิรันดร์ได้ ตรวจพบเครือข่าย กำลังเชื่อมต่อ"
"ติ๊ด เชื่อมต่อร้านค้าิญญา"