ตอนที่ 7: กลไกแห่งกายาและวิวัฒนาการระดับอะตอม
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วแนวหลังคาของหอสุราเมฆาล่อง ทอดเป็ เงา ของสถาปัตยกรรมไม้ที่สลับซับซ้อนลงบนพื้นถนนเบื้องล่าง ความวุ่นวายจากการปะทะกับคุณชายตระกูลหลินเมื่อครู่ค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความสงบเงียบยามวิกาล ทว่าภายในห้องพักรับรองระดับสูงสุดที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้จ้าวหาน บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเด็กหนุ่ม
จ้าวหานนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้หอมที่ปูด้วยฟางไหมชั้นเลิศ เขาสั่งให้พนักงานนำอาหารชุดใหญ่มาส่งเพิ่มอีกสามรอบจนกระทั่งกระเพาะที่เคยซูบผอมขยายตัวอิ่มแน่นถึงขีดสุด บัดนี้เขากำลังเข้าสู่กระบวนการที่สำคัญที่สุดนั่นคือการ 'ย่อยและบีบอัดมวลสาร'
"ศูนย์... รายงานสถานะมวลสารในปัจจุบัน" จ้าวหานเอ่ยในใจขณะที่หลับตาสนิท
[รับทราบครับเ้านาย... ตรวจพบสารอาหารประเภทโปรตีนและแร่ธาตุเข้มข้นจากเนื้อวัวอสูรเกราะเหล็กและซุปเสือดาวหิมะ ปริมาณมวลสารดิบที่พร้อมแปลงสภาพอยู่ที่ 8.5 กิโลกรัม... อัตราความหนาแน่นของกระดูกในสภาวะกายาหินผาเพิ่มขึ้นเป็ 45 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเหล็กกล้าทั่วไป] เสียงของศูนย์ดังก้องขึ้น พร้อมกับการฉายภาพจำลองโครงสร้างร่างกายแบบโฮโลแกรมภายในดวงตาของจ้าวหาน
ภาพที่จ้าวหานเห็นไม่ใช่จุดชีพจรหรือเส้นลมปราณเหมือนที่พวกผู้ฝึกตนภาคภูมิใจ แต่มันคือโครงสร้างเชิงวิศวกรรมที่สลับซับซ้อน เขาเห็นเซลล์กล้ามเนื้อของตัวเองที่กำลังสั่นะเืด้วยความถี่สูงจากการกระตุ้นของเข็มนาโนที่ฝังอยู่ในไขกระดูก
"อธิบายให้ข้าฟังอีกครั้ง... ทำไมข้าถึงฝึกวิชากายานี่ได้เร็วนัก ทั้งที่เ้าของร่างเดิมฝึกมาเป็ปีกลับไม่ก้าวหน้าเลย?" จ้าวหานถามด้วยความสงสัย
[นั่นเป็เพราะพวกคนในโลกนี้ 'โง่' ครับเ้านาย] ศูนย์ตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันตามสไตล์ [พวกเขามัวแต่พยายามดึง 'พลังปราณ' จากอาหารมาไหลเวียนตามจุดชีพจร ซึ่งเป็การสูญเสียพลังงานโดยใช่เหตุถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับเรา... ผมใช้ความรู้ทางชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) จากอนาคตหนึ่งแสนปี บังคับให้เซลล์ของคุณดูดซับ 'ธาตุพื้นฐาน' เข้าไปโดยตรง]
ศูนย์อธิบายต่อพลางขยายภาพระดับโมเลกุลให้จ้าวหานดู [ทุกครั้งที่คุณกินเข้าไป ผมจะคัดแยกแคลเซียม คาร์บอน และเหล็กบริสุทธิ์ จากนั้นเข็มนาโนของปืนมหาประลัยจะทำหน้าที่เป็ 'เครื่องตอกอัด' (Molecular Compactor) บีบโมเลกุลเ่าั้ให้ชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ คนทั่วไปอาจมีกระดูกที่พรุนเหมือนไม้ แต่กระดูกของคุณตอนนี้มีความหนาแน่นเทียบเท่ากับหินแกรนิตที่ถูกบีบอัดภายใต้แรงดันสูง และนี่คือเหตุผลที่ร่างกายคุณหนักขึ้นทั้งที่ขนาดตัวเท่าเดิม]
จ้าวหานรู้สึกถึงความร้อนที่พุ่งพล่านในไขกระดูก มันเ็ปราวกับมีมดนับล้านตัวกำลังรุมกัดกินและซ่อมแซมร่างกายเขาไปพร้อมๆ กัน นี่คือ "ความลับ" ของการเก่งแบบก้าวะโ มันไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่มันคือการ "โกง" ด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดมวลสาร
"แล้วการเลื่อนระดับไปสู่ 'กายาเหล็กไหล' ล่ะ ขาดเหลืออะไรอีกบ้าง?" จ้าวหานกัดฟันถามขณะที่เหงื่อเริ่มโทรมกาย
[เราขาด 'ธาตุเร่งปฏิกิริยา' ครับ] ศูนย์ตอบพลางทำสัญลักษณ์สีแดงตรงบริเวณหน้าอก [การจะทำให้เซลล์เปลี่ยนสภาพจาก 'หิน' เป็ 'โลหะเหล็กไหล' คุณ้าพลังงานความร้อนที่สูงและคงที่กว่าอาหารทั่วไป 'แก่นอสูรเพลิงโลกันต์' ที่แม่นางมู่นั่นพูดถึง คือกุญแจสำคัญ หากเราได้มันมา ผมจะใช้ความร้อนจากมันหลอมรวมมวลสารในร่างคุณให้กลายเป็ 'อัลลอยชีวภาพ' (Bio-Alloy) เมื่อนั้น... กายาเหล็กไหลของคุณจะถือกำเนิด และคุณจะสามารถยิงปืนระดับ 2 ได้โดยที่แขนไม่ะเิ]
จ้าวหานถอนหายใจยาว เปิดเปลือกตาขึ้น แววตาของเขาทอประกายสีเทาเข้มดูเยือกเย็นและทรงพลัง เขาขยับลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่หน้าต่างระเบียง ทอดสายตามองไปทาง เงา ของอาคารในตระกูลหลินที่ตั้งเด่นสง่าอยู่ไม่ไกล
"ตระกูลหลิน... พวกเ้าคงไม่ปล่อยเื่นี้ไว้เฉยๆ แน่" เขาพึมพำ
กึก!
เสียงฝีเท้าเบาบางดังมาจากหลังคา้า จ้าวหานไม่ได้หันไปมองในทันที แต่กายาหินผาของเขาสั่นะเืตอบรับการมาเยือนด้วยสัญชาตญาณ ระบบประสาทที่เชื่อมต่อกับปืนมหาประลัยเริ่มทำการสแกนพื้นที่รอบด้านโดยอัตโนมัติ
[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตหนึ่งราย... พลังปราณระดับก่อตั้งปราณขั้นที่สาม กำลังแฝงตัวอยู่ใน เงา ของป้ายร้านหอสุรา... ระยะห่างสิบห้าเมตร] ศูนย์รายงานเสียงเรียบ
จ้าวหานแสยะยิ้ม "ส่งนักฆ่ามาเร็วขนาดนี้เชียวหรือ? ดูเหมือนคุณชายหลินนั่นจะร้อนใจน่าดู"
เขายังคงยืนนิ่งทำเป็ไม่รู้ตัว ปล่อยให้สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านเส้นผมที่ยุ่งเหยิง ทันใดนั้น ร่างในชุดสีดำสนิทก็พุ่งลงมาจากหลังคาประดุจวิหคที่โฉบลงมาหาเหยื่อ กระบี่สั้นในมือของนักฆ่าเปล่งประกายแสงสีเขียวเข้มของพิษร้ายแรงหมายจะแทงเข้าที่ขั้วหัวใจของเด็กหนุ่ม
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกับของแข็งดังสนั่น นักฆ่าดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก เมื่อพบว่ากระบี่สั้นของเขาถูกหยุดไว้ด้วยนิ้วชี้และนิ้วกลางของจ้าวหานที่คีบไว้ได้อย่างแม่นยำ ิัของจ้าวหานที่นิ้วมือกลายเป็สีเทาเข้มจัดและส่งกลิ่นอายความหนาแน่นราวกับยอดเขาทั้งลูกมากระจุกอยู่ที่ปลายนิ้ว
"อาวุธระดับสามยังฟันิัข้าไม่เข้า... เ้าคิดว่าจะใช้ของเล่นชิ้นนี้ฆ่าข้าได้จริงๆ รึ?" จ้าวหานเอ่ยเสียงเย็น
เขากดแรงบีบเพียงเล็กน้อย กระบี่สั้นเล่มนั้นก็หักสะบั้นลงราวกับทำจากกิ่งไม้แห้ง นักฆ่าเห็นท่าไม่ดีรีบถอยกรูดและพยายามจะหลบหนีไปตาม เงา ของหลังคาบ้านเรือน
"ศูนย์... ขอ 'Micro-Burst' ที่ฝ่าเท้า"
[รับทราบครับ... ใช้มวลเซลล์ิันิ้วเท้า 0.00001 กรัม... ยิง!]
ปัง!
พื้นไม้ระเบียงที่จ้าวหานยืนอยู่แตกกระจายเป็หลุมเล็กๆ แรงดันมหาศาลจากการะเิปรมาณูขนาดจิ๋วส่งให้ร่างของเขาทะยานออกไปประดุจลูกธนูที่หลุดจากคันศร ในพริบตาเดียวเขาก็ไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของนักฆ่าชุดดำที่กำลังกระโจนอยู่บนหลังคา
ฝ่ามือของจ้าวหานคว้าเข้าที่ลำคอของนักฆ่าผู้นั้นก่อนจะทุ่มลงกับหลังคากระเบื้องจนแตกละเอียด
"บอกมา... ใครส่งเ้ามา?"
นักฆ่าไม่ตอบ เขาพยายามจะกัดยาพิษในปากเพื่อปลิดชีพตัวเอง แต่จ้าวหานเร็วกว่า เขาใช้นิ้วหัวแม่มือบีบกรามของอีกฝ่ายจนหลุดออกมาด้วยพละกำลังมหาศาล
"อย่าเพิ่งรีบตาย... ข้ายังมีเื่ต้องถามเ้าอีกเยอะ"
จ้าวหานลากร่างของนักฆ่ากลับเข้ามาในห้องพักอย่างไม่ใยดี แสงจันทร์จากภายนอกสาดส่องเข้ามาในห้อง สร้าง เงา ของจ้าวหานที่ดูน่าเกรงขามทาบทับร่างของเหยื่อที่นอนสั่นเทาอยู่บนพื้น
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ตระกูลมู่... มู่รุ่ยเสวี่ยกำลังนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองแดง นางมองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกพลางนึกถึงเหตุการณ์ในหอสุรา ความแข็งแกร่งของจ้าวหานนั้นเป็ดาบสองคม นางรู้ดีว่าหากควบคุมเขาไม่ได้ เขาจะเป็ภัยคุกคามที่ใหญ่หลวง แต่หากนางสามารถดึงเขามาเป็พวกได้... ตำแหน่งผู้นำสมาคมการค้าตระกูลมู่ก็อยู่เพียงเอื้อมมือ
"คุณชายจ้าว... ท่านเป็ใครกันแน่ และ 'ปืน' นั่นคือสิ่งใดกัน?" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ
คืนนี้ เมืองเมฆาครามอาจจะดูสงบเงียบสำหรับผู้คนทั่วไป แต่สำหรับผู้ที่อยู่ท่ามกลางกระแสของอำนาจและผลประโยชน์ ลมพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น และศูนย์กลางของพายุลูกนั้นก็คือนักสู้พเนจรผู้มีหัวใจนิวเคลียร์ที่กำลังสอบสวนนักฆ่าอย่างเืเย็นอยู่ในขณะนี้