‘ตื่นๆนี่มันเป็หลุมพราง ไอ้เหี้ย ทิวต้องหลอกเราแน่ๆ’
นวพลจ้องมองก้นงอนงาม อย่างไม่อาจละสายตาไปได้ ในสมองคิดวนเวียนแต่เื่ตบบั้นท้ายตรงหน้า...ทันใดนั้นมือเย็นๆข้างหนึ่งก็ััที่ต้นคอของเขาอย่างแรง “ใจเย็นๆ ตาของนายจะหลุดออกมาอยู่แล้ว”เสียงหยอกเย้าของนงนุชลอยมาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“เฮ้ย” นวพลสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นโครมคราม เสียงสั่นละล่ำละลักเอ่ยออกมา“ธะ เธอพูดเื่อะไรเนี่ย แม่ง...”
เขาเริ่มกังวล...ซวยแล้วมั้งเรา พี่นุชจับได้แล้ว...ดีนะที่ไม่ไปตบตูดสาริณีเข้าไม่งั้นมีหวัง กลับบ้านไปโดนพี่นุชกับพี่ญายำเละแน่...เฮ้อ
เขาผุดลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ส่งเสียงดังอย่างหงุดหงิด“เฮ้ยไอ้ทิว ได้เวลาที่พวกเราจะไปห้องน้ำกันแล้วใช่ไหมวะ”
ทิวากร ทำหน้างง...ห๊ะอะไรของมันวะ...ไอ้ต้นนี่...เขานั่งนิ่งชั่วครู่ มองหน้านวพล พลันรีบตอบรับ พร้อมพยักหน้ารัวๆ“ห๊ะ เออ ใช่ ใช่”
แต่ไม่วายหันหน้าไปมองสองสาวส่งยิ้มแบบไม่เป็ธรรมชาติ“เดี๋ยวพวกเรามานะครับ” เขาก้าวตามหลังเพื่อนที่เดินลิ่วนำไปอย่างไม่รั้งรอ...
ในห้องน้ำชาย นวพลกำลังทำท่าจริงจังสีหน้าเคร่งเครียด มองหน้าเพื่อนอย่างจะกินเืกินเนื้อ
“บอกมาเร็วดิมันอะไรกันแน่วะ”
“เื่ในอดีตของสาริณี นั่นนะ มันเกี่ยวของกันยังไงแน่”เขารบเร้าถามเพื่อนรัก ราวกับเป็เื่คอขาดบาดตาย
ทิวากรเอื้อมมือไปกดน้ำโถปัสสาวะหลังจากเสร็จธุระพลางหันมามองหน้าที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มจางๆ “ไอ้เพื่อนเวร มึงอยากรู้มากขนาดนั้นเลยเหรอ...เออๆ เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง”
จากนั้นทิวากรก็เล่าว่า...
สมัยเรียนมัธยมปลาย สาริณีไปแอบหลงรักรุ่นพี่คนหนึ่งที่เป็นักบาสเกตบอลของโรงเรียนเธอมักจะไปทักทายพูดคุยกับเขาที่สนามกีฬาเป็ประจำ จนกระทั่งเริ่มสนิทสนมกัน
แล้ววันหนึ่งเธอสวมกางเกงขาสั้นที่ค่อนข้างฟิตขับเน้นก้นที่อวบกลมของเธอให้เด่นชัดออกมามากไปยืนดูเขาซ้อมกีฬาอยู่ข้างสนามเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติมาแต่วันนั้นรุ่นพี่คนนั้นยังมาไม่ถึงสนามกีฬา...
ขณะที่เธอยืนเพลินๆ ก็มีมือมาตบที่ก้นของเธอแม้ไม่รุนแรงอะไรแต่เธอก็สะดุ้งใ พอหันหน้าไปมองก็พบกับรอยยิ้มที่สดใสน่าหลงใหลของรุ่นพี่คนนั้น ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมาก...การตบก้นครั้งนั้นเหมือนกับเป็รอยจารึกแห่งความสุขที่ตามมาหลังจากถูกตีก้น...คล้ายกับการที่สัตว์เลี้ยงได้กินอาหารหลังจากได้ยินเสียงกระดิ่งนั่นแหละ
คืนนั้นเธอถึงกับนอนไม่หลับได้แต่คิดถึงความรู้สึกที่ถูกรุ่นพี่ที่แอบชอบ ตบก้น วนไปวนมาซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า จากนั้นทุกวันเธอได้แต่คาดหวังให้รุ่นพี่คนนั้น ตบก้นเธออีก...
แต่ไม่ว่าเธอจะพยามยามอย่างไรเหตุการณ์แบบนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย...จนกระทั่งรุ่นพี่คนนั้นไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย
แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้พบหน้าเขา...เธอจึงสารภาพรักกับเขา...แต่เขาบอกว่าเขามีคนรักแล้ว...ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังมากและโหยหาความรู้สึกเช่นนั้นไม่รู้จบ...
พอเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัย...เธอมักจะนอนกับผู้ชายมากมายแต่เธอก็ไม่ชอบใครสักคน ทุกครั้งเธอจะขอให้ผู้ชายเ่าั้ ตบก้นเธอขณะกำลังที่กำลังร่วมรักกันเพราะเธอกำลังแสวงหาความรู้สึกของความสุข แบบที่รุ่นพี่คนนั้นตบก้นเธอยังไงล่ะ
“นี่ล่ะสาเหตุที่ทำให้เธอเปิดเผยตัวตนเมื่อถูกตบก้น” ทิวากรยิ้มและกล่าวด้วยมาดของผู้รอบรู้
“มึงมั่วรึป่าววะจะเป็ไปได้ยังไง...มึงจะบอกว่าแค่กูไปตีตูด ยายสา ก็จะได้เอาหล่อนเนี่ยนะ” นวพลยังคงส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อถือ
“กูก็ไม่รู้โว้ย แต่ถ้ามึงอยากเอาหล่อนมึงก็ต้องไปลองดูเอาเอง” ทิวากรจ้องหน้าชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาจริงจัง
“นี่กูต้องบ้าๆ ถ้าเชื่อมึงจริงๆ...”นวพลถอนหายใจออกมายาว พลางมองหน้าเพื่อนรักพร้อมส่ายศีรษะไปมาเบาๆ
...
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสี่คนก็ออกจากร้านอาหารแห่งนั้น...
“วันนี้สนุกมากเลยค่ะ อาหารก็อร่อยด้วยวันหลังต้องหาโอกาสมาคุยด้วยกันอีกนะคะ” สาริณีเอ่ยด้วยใบหน้ามีความสุข ขณะหันไปมองหน้านงนุช
ทิวากรแอบหันไปมองหน้านวพล ส่งสัญญาณให้เขาเปิดโอกาสให้ตนเองกับนงนุชอย่างลับๆเขาไม่รู้ว่าเพื่อนจะยอมช่วยเขาจริงๆ ไหมแต่เขาก็บอกความลับของสาริณีให้แล้วนี่ ยังไงก็แล้วแต่คืนนี้ต้องชวนนงนุชไปต่อด้วยกันให้ได้ถ้าไม่ไปเขาจะหาโอกาสฟันหล่อนได้ยังไง...
ทิวากรคิดไปไกลขนาดที่ว่าพอเข้าห้องแล้วต้องเริ่มแบบไหนก่อนถึงจะทำให้หญิงสาวประทับใจ...ต้องบอกเลยว่าเขาเริ่มหลงรักหล่อนเข้าให้แล้ว
“ไปฟังเพลงต่อกันไหมครับพี่นุชผมรู้จักที่หนึ่งมีนักร้องเสียงดีมาก” ทิวากรมองตรงไปที่นงนุชเอ่ยชักชวนด้วยเสียงเว้าวอน
“เอ่อ ไม่รู้สิ ฉันไม่ค่อยได้ออกไปไหนเท่าไร”นงนุชกล่าวด้วยสีหน้าไม่ค่อยแน่ใจพลางมองหน้าน้องชายเพื่อนสาว ที่ยืนอยู่ไกลออกไป
นวพลกำลังยืนคุยกระซิบกระซาบกับสาริณีด้วยใบหน้าที่ยิ้มระรื่น...โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังไม่พอใจเขาและกำลังจ้องมองเขากับสาริณีอยู่
นงนุชเริ่มไม่ค่อยสบอารมณ์นัก...หนอยแน่นายต้นไหนบอกว่าแค่ออกมาหาอะไรกินกัน แล้วก็จะกลับนี่จะชวนกันไปไหนต่ออีกหรือว่าเขาจะถูกใจแม่สาวนั่นเข้าแล้ว...
ทิวากรหันไปสบตานวพล ก่อนหันกับมาจ้องมองนงนุชอย่างคาดหวัง... ไปน่า ไปน่า ทั้งขาวสวย ทั้งน่ารัก ขนาดนี้ดูตรงเป้ากางเกงสินูนขนาดนั้น อูย...ถ้าเราได้ฟันหล่อนล่ะก็ยิ่งกว่าขึ้น์แน่คืนนี้ชายหนุ่มฝันหวานไปไกล...
เขาลงทุนสละคู่นอนของเขาให้เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดไปแล้วถ้าคืนนี้เขาไม่ได้ฟันหล่อนล่ะก็ถือเป็การขาดทุนครั้งใหญ่เลย แต่ดูท่าทางนงนุชไม่ค่อยอยากจะไปเที่ยวต่อเท่าไรเลยหรือว่า...หล่อนอยากจะรีบกลับไปเอากะไอ้ต้น...ไม่มั้ง มันคงไม่เก่งขนาดนั้นแน่...
“ไปเถอะครับพี่นุช ไอ้ทิวมันรู้จักสถานที่ฟังเพลงเพราะๆเยอะเลยครับ” นวพลหันไปมองหน้านงนุช พร้อมเอ่ยสนับสนุน
นงนุชจ้องหน้านวพลพลางขบฟันเบาๆ... ไอ้ต้น ไอ้เวร...ส่งเสริมกันดีจังนะกลับไปต้องฟ้องพี่สาวมันหน่อยแล้ว
ทิวากรไม่รอให้นงนุชตอบปฏิเสธ หรือตอบรับอีกเขารีบผายมือไปด้านหน้าพลางก้มศีรษะลงน้อยๆ “เชิญครับ พี่นุช” ท่าทีที่สุภาพของทิวากรทำให้นงนุชตัดสินใจออกเดินไปในทิศทางที่เขาเชื้อเชิญอย่างช้าๆ
นงนุชคิดใคร่ครวญขณะกำลังเดินทอดน่องตามสบายนำไป...อือไปหน่อยก็แล้วกัน นี่ก็ยังไม่ค่อยดึกเท่าไร อีกอย่างบรรยากาศก็ไม่เลวจริงๆแล้วก็ไปกันตั้งหลายคน คงไม่เป็ไรน่า
ทิวากรรีบเดินตามไปอย่างใกล้ชิดพลางหันหน้ามาขยิบตาให้นวพลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเดินเคียงคู่แนบชิดไปกับนงนุชทันทีเขาคิดว่านงนุชยอมไปด้วยกันแบบนี้คงมีหวังแล้ว ขนาดจินตนาการไปไกลถึงว่าจะพานงนุชไปนอนที่ไหนดี...
หญิงสาวขยับตัวห่างออกไปนิดหน่อยอย่างเป็ธรรมชาติเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เกินไป...อีตานี่...ทำไม่ต้องมาเบียดชิดเราขนาดนี้กันนะ...
“ด้านหน้าตรงที่เห็นป้ายใหญ่ๆ นั่นแหละครับเขามีดนตรีสด นักร้องก็ ร้องเพลงเพราะมากเลยครับ พี่นุชเคยมาหรือยังครับ...” ทิวากรเอ่ยถามพลางชวนคุยอย่างสนิทสนมขณะที่เดินเคียงคู่กันไปอาการไม่ต่างจากคู่รักทั่วๆ ไป
นวพลจ้องมองทั้งสองคนที่เดินคู่กันอยู่ด้านหน้าห่างออกไปไกลด้วยความรู้สึกแปลกๆคล้ายกำลังหึงหวงอย่างไรไม่รู้ พลางหันไปมองหน้าสาริณีที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ก่อนเอ่ยถามเบาๆ อย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก “เอ่อ คุณสา ไปเที่ยวต่อ กับพวกเราไหมครับ”
“ไปสิคะ นี่ยังหัวค่ำอยู่เลย” สาริณียิ้มหวานตอบรับอย่างไม่ลังเลขณะหันมองหน้าชายหนุ่มราวกับคุ้นเคยกันมานานปี
พลางขยับตัวไปชิดกับร่างข้างๆ เอื้อมมือไปคล้องแขนเขาอย่างสนิทสนมเป็ธรรมชาติแล้วออกแรงฉุดให้เขาก้าวเดินไปพร้อมกับเธอปล่อยให้อกอวบใหญ่ของหล่อนเสียดสีกับแขนของเขาอย่างไม่หวงตัว
ชายหนุ่มหน้าแดงซ่าน รับรู้ถึงความนุ่มหยุ่นที่ัักับแขนแข็งแรงของเขาแม้จะมีผ้ากั้นอยู่ถึงสองชั้น แต่เขากับรู้สึกเหมือนเสียดสีกับเนื้อแท้ๆ ก็ไม่ปาน...ความร้อนวิ่งวูบวาบจากแขนลงสู่เบื้องล่างทันทีดุ้นเอ็นในกางเกงเริ่มพองตัวขึ้นทันใด เขาไม่ได้ััความรู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว
“อุ๊ย...เชือกรองเท้า...วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเชือกรองเท้าฉันเนี่ย” สาวสวยอุทานอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยพลางปล่อยมือจากแขนของนวพล ก้มตัวท่อนบนลงเพื่อผูกเชือกรองเท้า...ก้อนเนื้อมหึมาตรงหน้าอกทะลักล้นออกมาเกินครึ่งแต่นาทีนี้นวพลไม่แม้แต่ชำเลืองมอง ดวงตาของเขากำลังจ้องอยู่ที่...
‘โอ๊ะตูดๆ...’ ก้นงอนกลมกลึงเต่งตึงของสาริณีที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าทำเอาชายหนุ่มใจสั่น แทบไปไม่เป็พลันนึกถึงเื่งี่เง่าที่เพื่อนเล่าให้ฟัง...มันจะเป็เื่จริงไปได้ไหมนะ...ถ้าตีตูดหล่อนแล้วเกิดผิดพลาดอย่างมากก็เจอตบแต่...ถ้ามันเป็เื่จริงล่ะ...
เขาแทบไม่ต้องจินตนาการต่อเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น...แต่ตอนนี้...เอาวะ...ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจยอมเสี่ยง...ไม่แน่ใจว่าเป็เพราะแอลกอฮอล์ในเืหรือปีศาจเข้าสิง นวพลเอื้อมมือไปที่แก้มก้นงอนตรงหน้า...
“เพี๊ยะ”
ตบลงไปไม่หนักไม่เบา ััลูบคลำชั่วอึดใจก่อนค่อยชักมือกลับยืนใจสั่นหลับตานิ่งใบหน้าแดงก่ำรอคอยผลที่จะตามมาอย่างกระวนกระวาย
สาวสวยชะงักมือที่ผูกเชือกรองเท้ายืดตัวตรงอย่างช้าๆสะบัดหน้าไปมองคนข้างๆ ที่ยื่นใจสั่นเป็กลองเพลอยู่ใกล้ๆ อย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกได้ถึงความสุขที่มาเหมือนฟ้าแล่บ...หือ...ความรู้สึกแบบนี้...หรือว่าเขาเป็คนที่จะมาเติมเต็มความสุขสมให้เรา...ไม่รู้สินะคงต้องลองดูซะหน่อย
“ต้น เมื่อกี้ นะ นาย ทำอะไรน่ะ” สาริณีจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างใเอ่ยถามเสียงดัง พวงแก้มขึ้นริ้วสีชมพูจางๆ ใจเต้นรัว...รอยนูนโป่งพองตรงเป้ากางเกงของคนตรงหน้าผ่านแวบเข้ามาทางหางตาที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่
ดวงตาของร่างที่ยืนนิ่งแทบลืมหายใจของเขาเบิกกว้างหายใจไม่ทั่วท้อง ซวยแล้วไง เธอคงโกรธมากแน่ๆ...ไอ้ทิว...มึงเล่นงานกูซะแล้ว...
…
อ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า
แล้วช่วยคอมเมนต์กันด้วยน้าา